บทที่ 6 น้อยกว่านี้แม้แต่เฟินเดียวก็ไม่ได้ (รีไรต์)
เมื่อพ่อเฒ่าเจียงเห็นหลานชายคนโตถูกซ้อมจนสะบักสะบอม เขาโกรธจนยืนแทบไม่อยู่ พลางจ้องเขม็งไปที่เจียงอี้อย่างน่ากลัว
แต่เจียงอี้กลับไม่สะทกสะท้าน ไม่กลัวด้วยซ้ำว่าจะทำให้เขาโกรธจนเป็ลมล้มป่วยเอา
เธอจะไปสนใจอะไรอีก ในเมื่อคนเป็พ่อก็เห็นแก่ลูกชายคนโต ส่วนหลานชายคนโตอย่างเจียงเฟยหังก็เป็ที่รักใคร่ แล้วจะมีใครมาสนใจคนอย่างพวกเขาซึ่งเป็ครอบครัวเล็ก ๆ บ้าง?
"ดึกแล้วนะคะ ปู่กับย่ารีบนอนเถอะ" เจียงอี้พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "นอนหลับพักผ่อนให้เต็มที่ พรุ่งนี้จะได้มีแรงนับเงิน ไม่อย่างนั้นถ้าขาดแม้แต่เฟินเดียว ฉันไม่ยอมแน่!"
"และแน่นอนว่าฉันก็จะไปนอนเหมือนกัน หวังว่าทุกคนจะอยู่อย่างสงบสุข อย่าส่งเสียงดังรบกวนฉัน ไม่อย่างนั้นฉันอาจจะต้องไปหาคนคุยที่โรงงานเหล็กตอนกลางดึก"
เจียงอี้ยิ้มให้ทุกคนราวกับว่าคนที่เพิ่งทุบตีเจียงเฟยหังเมื่อครู่ไม่ใช่เธอ แล้วเดินเข้าไปนอนโดยไม่ได้รู้สึกผิดใด ๆ ทั้งสิ้น
ส่วนครอบครัวที่เหลือต่างพากันนอนไม่หลับ
ตอนแรกในใจลึก ๆ พวกเขายังไม่ปักใจเชื่อว่าเจียงอี้จะทำจริง เพราะพรุ่งนี้เช้าตื่นขึ้นมาแล้วเธออาจจะกลับไปเป็คนซื่อที่สามารถเอาเปรียบได้ง่าย ๆ เหมือนเดิม
แต่พอเห็นท่าทีเด็ดขาดไม่มีลังเลของเจียงอี้เมื่อครู่ พวกเขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าเธอจะใจอ่อนหรือไม่?
เช้าวันรุ่งขึ้น พอตื่นลืมตาขึ้นมา สิ่งแรกที่เจียงอี้ทำคือเข้าไปดูในมิติลับ
พื้นที่กว้างขวางขนาดนั้น เจียงอี้กลับปลูกต้นหอมไว้เพียงเล็กน้อย เมื่อวานตอนที่เธอเข้ามา ต้นหอมยังสูงประมาณสิบเิเ แต่วันนี้มันกลับสูงขึ้นมาก
สิ่งที่ทำให้เจียงอี้ประหลาดใจยิ่งกว่าคือ เมล็ดที่หว่านไว้เมื่อคืนเริ่มแตกหน่อแล้ว ต้นอ่อนสีเขียว ทำให้เธอรู้สึกดีใจมาก แบบนี้มันโตเร็วกว่าปลูกข้างนอกเยอะเลย! ไม่ได้การ! เดี๋ยวเธอต้องรีบออกไปหาเมล็ดพันธุ์มาปลูกเพิ่ม จะได้ขายผักหาเงินได้เร็ว ๆ
ข้าง ๆ มีชั้นวางของโผล่ขึ้นมา ซึ่งเมื่อวานยังไม่มี เมื่อเธอลองดูแล้วรู้สึกว่าน่าจะเป็ที่เก็บของ ในเมื่อตั้งอยู่ตรงนี้ เดี๋ยวต้องลองดูสักหน่อยว่ามันทำอะไรได้บ้าง
"เสียงอะไรน่ะ?" เจียงอี้ที่กำลังนั่งดูต้นกล้าอยู่ก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง เธอจึงหันกลับไปมอง
เอ๊ะ? บ่อน้ำพุร้อนเหรอ?
เมื่อเห็นดังนั้น เจียงอี้จึงรีบวิ่งไปดูทันที
เมื่อวานยังไม่มีเลย แต่วันนี้กลับมีสระน้ำพุร้อนขนาดไม่ใหญ่มากโผล่ขึ้นมา ติดกับสระน้ำพุร้อนยังมีตาน้ำแยกต่างหากอยู่หนึ่งบ่อ และมีหยดน้ำกำลังหยดลงมา เจียงอี้ยกมือแตะคางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วดื่มน้ำหยดนั้นโดยไม่ลังเล
ทันใดนั้นเอง เธอก็รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นภายในร่างกาย นี่คือน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ในตำนานจริง ๆ เหรอเนี่ย?
ถ้าดื่มอีกสักสองสามหยด ร่างกายที่เหนื่อยล้ามาหลายปีจะดีขึ้นไหมนะ? แล้วถ้าได้แช่ในสระน้ำพุร้อน ไม่รู้ว่าผิวจะเนียนนุ่มขึ้นหรือเปล่า?
"โอ้!" เจียงอี้อุทานออกมา
"เสี่ยวอี้ เป็อะไรหรือเปล่าลูก?" หวังหยวนเซียงกำลังจะลุกขึ้นไปทำอาหารเช้า พอได้ยินเสียงลูกสาวก็ใจนต้องรีบวิ่งมาดู "ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า? นอนต่ออีกหน่อยเถอะ เดี๋ยวแม่ไปทำอาหารให้"
"ไม่ใช่ค่ะ หนูแค่ดีใจที่จะได้กลับบ้านไปเจอพ่อกับแม่" เจียงอี้รีบออกมาจากมิติลับ เธอรู้สึกผิดนิดหน่อย จึงรีบบอกกับผู้เป็แม่ว่า "แม่ไปช่วยดูให้พ่อล้างหน้าแปรงฟันเถอะค่ะ เดี๋ยวหนูทำอาหารเช้าเอง วันนี้ให้พ่อกับแม่ลองชิมฝีมือหนูดูหน่อย"
"ลูกคนนี้นี่จริง ๆ เลย" หวังหยวนเซียงหัวเราะออกมา พลางมองไปที่สามี เธอไม่ได้คิดอะไรมากแล้วพยักหน้าตกลง
เมื่อเจียงอี้เดินผ่านห้องโถง เห็นใบหน้าของเจียงเฟยหังที่บวมยิ่งกว่าเดิมหลังจากผ่านไปหนึ่งคืน ทำให้เธอรู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันที หลังจากนั้นเสียงกระทะและอุปกรณ์ทำครัวก็ดังระงมไปทั่ว
ใช่แล้ว เธอมันเป็พวกเ้าคิดเ้าแค้น!
"นี่เธอจะให้คนอื่นนอนไหม? เสียงดัง..." เจียงเฟยหังาเ็เต็มตัว ปวดจนเกือบสว่างถึงจะหลับไปได้ พอถูกปลุกก็อดไม่ได้ที่จะอารมณ์เสีย แต่พอเงยหน้าขึ้นสบตากับเจียงอี้ เจียงเฟยหังกลับกลัวจนต้องกลืนคำพูดประโยคหลังกลับลงไป
"ไอ้ขยะ" เจียงอี้พูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่เจียงเฟยหังโมโหจนแทบบ้า
"แก!" ดวงตาของเขาฉายแววโกรธแค้น แต่ไม่สามารถทำอะไรบุ่มบ่ามได้ เจียงเฟยหังได้แต่คิดในใจว่ารอให้เขาหาคนมาได้ก่อนเถอะ เขาจะต้องทำให้ยัยเด็กเหลือขอนี่ได้รู้ซึ้งถึงความทรมาน!
เจียงอี้ไม่ได้รีบทำอาหารทันที แต่เธอไปที่ห้องครัวแล้วฉวยโอกาสตอนที่ครอบครัวอื่นยังไม่ตื่น ขโมยเมล็ดพันธุ์ต่าง ๆ ออกมา
เมื่อวานเธอเอาเมล็ดพันธุ์ผักหลายอย่างลงดินไป โดยไม่ได้สนใจว่าเป็พืชตามฤดูกาลหรือไม่ แต่เห็นได้ชัดว่ามิติลับไม่มีข้อจำกัดแบบนั้น เธอเลยจัดการย้ายทุกอย่างที่หาได้เข้าไปในมิติลับทันที แต่แค่นี้ยังไม่พอ เพราะตระกูลเจียงไม่มีที่ดิน พอทานข้าวเสร็จ เธอต้องออกไปหามาเพิ่มอีก
พอตรวจดูวัตถุดิบแล้ว ปรากฏว่าแม่เฒ่าตระกูลเจียงลำเอียงมาก ปกติคนในบ้านตระกูลเจียงมักจะกินอย่างประหยัด แต่ความจริงเป็เพราะแม่เฒ่าแอบกักตุนอาหารดี ๆ ไว้ให้ครอบครัวของตัวเองกินต่างหาก!
วันนี้เจียงอี้หุงข้าวต้มลูกเดือย น่าเสียดายที่น้ำพุศักดิ์สิทธิ์หยดนั้นเธอเผลอดื่มไปแล้ว พรุ่งนี้ต้องเก็บไว้ให้พ่อกับแม่บ้าง เธอต้มไข่ไปหกฟอง ทำแป้งทอดผักรวม อาหารการกินก็ธรรมดา พอพวกเขาย้ายออกไป เห็นทีเธอจะต้องซื้อของดี ๆ มาบำรุงร่างกายให้ทุกคนสักหน่อยแล้ว
ทุกคนในบ้านตื่นกันหมดแล้ว และยังคงรอทานมื้อเช้าตามความเคยชิน จนกระทั่งเห็นเจียงอี้เดินออกมาจากห้องครัว
"แกไม่ได้ทำกับข้าวเช้าให้พวกเราเหรอ?" หลี่สุ่ยเถาเห็นเจียงอี้วางอาหารไว้ตรงหน้าพ่อแม่ของเธอ และเห็นได้ชัดว่าทำเผื่อแค่ครอบครัวเธอเท่านั้น แถมยังต้มไข่ตั้งเยอะ หลี่สุ่ยเถาจึงกรีดร้องออกมาทันที "ใครใช้ให้แกเอาไข่มาทำอาหาร ไข่พวกนั้นฉันจะเก็บไว้ให้หังหังกิน แกเป็ใครถึงได้กล้าทำแบบนี้!"
"แล้วเจียงเฟยหังเป็ใครกัน? พวกคุณไม่เคยควักเงินสักหยวน แล้วยังอยากจะกินไข่อีก คิดว่าพวกคุณคู่ควรเหรอ?" เจียงอี้ตอบกลับโดยไม่เงยหน้ามองพวกเขาด้วยซ้ำ
"ทำไมหังหังจะกินไม่ได้ เขาเป็หลานชายคนโตของบ้านนี้ ขนาดหังหังยังกินไม่ได้แล้วแกจะกินได้รึไง!"
เจียงอี้กลั้นขำไว้ไม่อยู่ "หลานชายคนโตเหรอ? ไม่รู้มาก่อนเลยว่าตระกูลเจียงของพวกคุณมีบัลลังก์ต้องสืบทอดด้วยเหรอ? หลานชายคนโตเนี่ยนะ ฟังดูหรูหราจริง ๆ"
หลี่สุ่ยเถาถูกเสียดสีจนหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ เธอรีบพุ่งเข้ามาแย่งไข่ต้ม "แกห้ามกิน!"
เจียงอี้หยิบเปลือกไข่ที่แกะไว้ขึ้นมา แล้วปาใส่เจียงเฟยหังทันที
"โอ๊ย!"
เจียงเฟยหังแม้จะไม่กล้าเข้ามาใกล้ แต่เขาคอยมองอยู่ตลอดเวลา ในใจภาวนาให้แม่แย่งไข่ไก่มาให้ได้ ยัยเด็กเหลือขอนั่นไม่มีสิทธิ์มากินไข่ไก่ของเขา ผลปรากฏว่าไม่ใช่เพียงไม่ได้ไข่มา แถมยังโดนเปลือกไข่ไก่ปาใส่หน้าอีกต่างหาก! เจียงเฟยหังเจ็บจนรู้สึกโมโห "แม่จะเลิกโวยวายได้หรือยัง!"
"หังหัง ลูกเป็ยังไงบ้าง?"
"พ่อคะ แม่คะ กินข้าวกันเถอะ" เจียงอี้ทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้ ยื่นไข่ไก่ที่ปอกเปลือกแล้วให้พ่อและแม่ของเธอ เพราะร่างกายขาดสารอาหารมานานเกินไป หากจะกินไข่ไก่สองฟองในมื้อเดียว คงไม่ต้องกลัวว่าจะได้รับสารอาหารมากเกินไปหรอก
บ้านตระกูลเจียงตอนเช้าตรู่วุ่นวายกันไปหมด เหมือนกับกำลังปรนนิบัติบรรพบุรุษยังไงอย่างงั้น กว่าจะดูแลเจียงเฟยหังให้ล้างหน้าแปรงฟันเสร็จก็เล่นเอาเหนื่อย
"ยังไม่ไปทำกับข้าวอีก? จะรอให้ฉันอดตายรึไง! ฉันมันทำกรรมอะไรไว้ ถึงได้คลอดลูกอกตัญญูอย่างพวกแกออกมา!" แม่เฒ่าไม่กล้าด่าเจียงอี้ เพราะกลัวว่ายัยเด็กเหลือขอคนนั้นจะคว่ำโต๊ะอีก
"แม่..."
มือที่หลี่สุ่ยเถาใช้เช็ดตัวให้ลูกชายพลันชะงัก
หลายปีมานี้หวังหยวนเซียงกับลูกสาวเป็คนทำกับข้าวมาโดยตลอด หลี่สุ่ยเถาใช้ชีวิตสบายมาสิบกว่าปี จนลืมไปแล้วว่าการทำกับข้าวต้องใส่น้ำเท่าไหร่ พอเห็นสายตาของแม่สามีแบบนั้น เธอก็รีบวางผ้าขนหนูลงทันที "แม่ งั้นฉันไปถามพี่สะใภ้จางข้างบ้านดูก่อนนะคะ หังหังาเ็แบบนี้ต้องทายาหน่อย มื้อเช้านี้รบกวนแม่ทำให้ก่อนแล้วกัน"
"นังตัวี้เี! ฉันเป็หนี้บุญคุณพวกแกหรือไง ถึงได้คอยแต่จะให้ฉันก้มหัวปรนนิบัติทีละคน ถ้าแก่ตัวไปฉันจะหวังพึ่งให้พวกแกเลี้ยงดูได้อีกเหรอ!"
พอเห็นลูกสะใภ้คนโตวิ่งหนีไป แม่เฒ่าก็ยิ่งโมโห ด่าทอไม่ไว้หน้า
"ย่าครับ จะทำกับข้าวให้กินได้หรือยัง ผมจะหิวตายอยู่แล้ว!" เจียงเฟยหังเห็นเจียงอี้กินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย เขาก็ทั้งโกรธทั้งหิว ยิ่งพาลโมโหหนักกว่าเดิม
"โอ๋ ๆ ไม่เป็ไรนะหลานย่า"
พูดจบแม่เฒ่าก็ไม่ด่าทออะไรอีก รีบลุกไปทำกับข้าวให้หลานรักกินทันที
"หว่านเยว่ หว่านเยว่..."
ยังไม่ทันที่แม่เฒ่าจะทำกับข้าวเสร็จ หลี่สุ่ยเถาก็กลับมาถึงบ้าน ร้องเรียกด้วยท่าทางตื่นตระหนกั้แ่ก้าวเท้าเข้าประตูมา