ในชาติที่แล้วซินหยางเฟิ่งได้แต่งงานกับฉู่โม่โฉวตอนอายุสิบเจ็ดปี เขาเป็ท่านชายรองจวนกั๋วกง ในสายตาของซูเข่อซิงฉู่โม่โฉวเป็คนดี รักมั่น ใจเดียว ไม่เ้าชู้ หลังจากแต่งงานแล้วหลายปีซินหยางเฟิ่งไม่มีลูกให้เขา ฉู่โม่โฉวก็ไม่แต่งงานใหม่และมีซินหยางเฟิ่งเป็ฮูหยินเพียงคนเดียว แม้นางจะอัปลักษณ์แม้จะรู้แล้วว่าซินหยางเฟิ่งไม่ใช่ลูกสาวแท้ๆ ของจวนโหว ฉู่โม่โฉวก็ไม่หย่ายังคงรักฮูหยินของเขาเช่นเดิมนางอยากเป็เหมือนซินหยางเฟิ่งที่มีผู้ชายรักตนเพียงคนเดียวบ้าง
แม้ว่าท่านโหวซูและจงฮูหยินจะรู้แล้วซินหยางเฟิ่งไม่ใช่ลูกสาวแท้ๆแต่พวกเขาก็ยังไม่ตัดขาดความสัมพันธ์กับซินหยางเฟิ่งเมื่อซินหยางเฟิ่งมาเยี่ยมเยือนพวกเขาที่จวนโหว พวกเขาก็ต้อนรับขับสู้เป็อย่างดีอาจเป็เพราะความรักที่เคยเลี้ยงดู หรือไม่ก็เพราะเพื่อผลประโยชน์ของตระกูลจากความสัมพันธ์กับจวนกั๋วกง
ส่วนนาง ซูเข่อซิง เป็เพียงหญิงชาวบ้านธรรมดาหาผักหาหญ้ากินตามป่าเขา อาศัยอยู่ในเมืองฉูเฉิงที่อยู่ติดกับเมืองหลวงมีข้าวกินไม่ครบทุกมื้อ ได้แต่งงานกับบัณฑิตซิ่วไฉ เจียงหลิวเหว่ยซึ่งในตอนแรกก็นับว่าดีมากแล้ว เพราะได้แต่งงานกับบัณฑิต นางพอใจมาก ต่อมาเขาไปสอบระดับภูมิภาคเพื่อเป็จวี่เหรินแต่ก็ไม่ผ่าน เขาจึง้าไปเรียนในสำนักศึกษา เขาหน้าตาดี แต่นางและเขาไม่มีเงินเขาจึงหลอกพานางไปเป็คณิกาที่หอนางโลม แล้วทำเป็ไม่รู้เื่จากนั้นก็บอกนางว่าไม่เป็ไร ต่อให้นางเป็คณิกา เขาก็ไม่ถือสา หากเขาสอบผ่านได้เป็ขุนนางเมื่อไรเขาจะไถ่ตัวนาง รับนางมาเป็ฮูหยินขุนนาง ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย มีสาวใช้ล้อมรอบกายนางซาบซึ้งใจที่เขาไม่ถือสา จึงเอาเงินที่ได้จากการขายตัวทั้งหมดส่งเขาเรียนเมื่อเขาสอบผ่านจวี่เหริน เขาก็บอกว่านางไม่ต้องส่งเงินให้เขาแล้วเขาอยากให้นางได้ใช้เงินที่ตัวเองหามาได้บ้าง นางจะได้มีความสุขนางก็สุดแสนจะปลื้มใจที่สามีรักนาง คิดแทนนางตลอดเวลา เขาหายไปนาน ติดต่อไม่ได้จนรู้ข่าวอีกที เขาได้เป็ขุนนางและแต่งงานกับสตรีอื่นที่มีฐานะดีไปแล้วเมื่อนางรู้ก็โกรธมาก จึงไปหาเขาที่จวน แต่นางถูกขับไล่ออกมาโดยฮูหยินของเขาสตรีนางนั้นบอกว่าไม่เชื่อเื่ที่ซูเข่อซิงเป็ภรรยาของเจียงหลิวเหว่ยต่อมาเจียงหลิวเหว่ยก็ส่งคนมาฆ่านาง ซูป๋อเหวินผ่านมาพบและได้ช่วยนางไว้นี่เป็การพบกันครั้งแรกเมื่อซูป๋อเหวินเห็นว่าใบหน้าของนางเหมือนท่านแม่ของเขามากเขาจึงสืบหาข้อมูลจนได้รู้ว่านางคือน้องสาวของเขาลูกสาวที่แท้จริงของท่านโหวซูและจงฮูหยิน
กว่าจะรู้ว่าซูเข่อซิงคือลูกสาวตัวจริงของท่านโหวซูก็ตอนที่นางอายุยี่สิบสองปีแล้ว
ที่แย่ไปกว่านั้นคือ นางมีอดีตเป็คณิกาท่านโหวซูและจงฮูหยินจึงต้องใช้วิธีการต่างๆมากมาย เพื่อกลบอดีตเ่าั้แล้วสร้างตัวตนใหม่ให้นาง จากนั้นก็รับนางเข้าจวนโหวในฐานะบุตรสาวบุญธรรม
ระหว่างที่อยู่ในจวนโหวนางสืบข้อมูลทั้งหมดของซินหยางเฟิ่งั้แ่เกิดจนถึงปัจจุบัน
ซูเข่อซิงรู้สึกอิจฉาที่ซินหยางเฟิ่งได้ใช้ชีวิตสะดวกสบายตลอดมาเอาชีวิตแห่งความสุขและวัยสาวที่ควรเป็ของนางไปอีกทั้งสามีของซินหยางเฟิ่งก็เป็คนดีและหล่อมากนางคิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างนั้นควรเป็ของนาง ซินหยางเฟิ่งเป็คนแย่งความสุขแย่งชีวิต แย่งโชคชะตาของนางไป นางจึงโกรธแค้นมากนางอยากให้ซินหยางเฟิ่งไม่มีความสุข นางอยากแย่งฉู่โม่โฉวนางจึงไปบอกความจริงกับฉู่โม่โฉวว่าแท้จริงแล้วซินหยางเฟิ่งไม่ใช่ลูกสาวที่แท้จริงของท่านโหวนางเป็เพียงลูกสาวชาวบ้านธรรมดาที่ถูกอุ้มสลับตัว ตนต่างหากที่เป็ตัวจริงหากไม่เชื่อให้ไปถามท่านโหวซู และจงฮูหยินได้นางหวังจะได้เห็นความรังเกียจต่อชาติตระกูลของฉู่โม่โฉวต่อซินหยางเฟิ่งแต่ผลที่ได้รับกลับมาคือ เขาบอกว่า แม้ว่าซินหยางเฟิ่งจะเป็แค่หญิงชาวบ้านธรรมดาไม่ใช่ลูกสาวของท่านโหวซู แต่เขาก็ไม่คิดเปลี่ยนใจเขาจะมีซินหยางเฟิ่งเป็ฮูหยินเพียงคนเดียว
คำตอบนั้นทำให้ซูเข่อซิงเสียใจมาก ริษยาจนแทบเป็บ้าต่อมานางได้ข่าวว่าซินหยางเฟิ่งตายเพราะช่วยเขาด้วยการเอาตัวไปบังดาบของคนร้ายที่กำลังจะแทงเขา
เมื่อเวลาผ่านไป ซูเข่อซิงให้จงฮูหยินไปคุยกับจวนกั๋วกงเพื่อให้นางได้เป็ฮูหยินของท่านชายฉู่แทนพี่สาวที่ตายไป แต่ฉู่โม่โฉวไม่เห็นด้วยซูเข่อซิงจึงวางแผนเผด็จศึกฉู่โม่โฉวด้วยการวางยา โดยหลอกนัดแล้วบอกว่ามีอะไรจะบอกแล้วนางก็ทำได้สำเร็จ นางบอกให้เขารับผิดชอบนางด้วยอย่างน้อยท่านชายฉู่ควรเห็นแก่หน้าท่านโหวซู นางรักเขาถ้าเขายืนยันว่าซินหยางเฟิ่งจะเป็ฮูหยินเอกของเขาเพียงคนเดียวแม้ว่านางจะตายไปแล้วซูเข่อซิงยอมเป็ฮูหยินรองก็ได้
ฉู่โม่โฉวกัดฟันตอบ “ได้อีกไม่เกินสามวันข้าจะส่งคนไปที่จวนโหว”
ซูเข่อซิงดีใจมากที่เขารับปาก
คืนนั้น ซูเข่อซิงเข้านอนและฝันหวานว่าภายในสามวันฉู่โม่โฉวก็จะส่งคนมาสู่ขอนาง
นั่นคือคืนสุดท้ายของชาติที่แล้วเพราะตอนที่นางสะดุ้งตื่น นางรู้สึกเหมือนมีใครยืนอยู่ข้างเตียงเมื่อลืมตาขึ้นมาก็เห็นแสงสีเงินกระทบแสงจันทร์ที่ส่องลอดเข้ามาแม้จะเห็นแต่ก็หลบไม่ทันเสียแล้วชายชุดดำที่ยืนอยู่ข้างเตียงแทงดาบเข้าที่หัวใจของนาง นางรู้สึกเ็ปมากจนหมดสติไปเมื่อนางลืมตาขึ้นก็พบว่านางได้ย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่ตอนที่นางเพิ่งมีอายุใกล้จะสิบห้าปีแล้ว
"ใครฆ่าข้านะหรือว่าจะเป็เจียงหลิวเหว่ยส่งคนมาฆ่าข้าอีกแล้ว ฮึ่ม! ต้องใช่แน่ๆข้ามีเื่กับเขาแค่คนเดียว" ซูเข่อซิงหรี่ตาแล้วสรุปความคิด
“ก็ดี ข้าควรขอบใจเ้าดีๆสินะเพราะมันทำให้ข้าได้ย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่ได้กลับมาใน่เวลาที่ยังไม่ได้แต่งงานกับเ้า หึหึหึข้าจะขอบใจเ้าให้ถึงใจเลยทีเดียว” ซูเข่อซิงยกริมฝีปากยิ้มเหี้ยม ภายในหัวปรากฏภาพเจียงหลิวเหว่ยตอนที่พูดจาหวานหูกับนางในชาติที่แล้วภาพที่สตรีนางหนึ่งพูดจาดูถูกว่านางไม่เจียมตน แล้วไม่ให้พูดใส่ร้ายสามีของนางภาพตอนที่นางถูกคนไล่ฆ่าและภาพตอนที่นางสะดุ้งตื่นแล้วพบกับความเ็ปเพราะถูกคมดาบแทงเข้าที่หัวใจจนตาย
หลังจากซูเข่อซิงได้ย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่และเข้าสู่จวนโหวแล้วตอนแรกท่านโหวซูและจงฮูหยินไม่คิดจะให้ซินหยางเฟิ่งออกจากจวนโหว แม้ว่านางซินฟางอยากให้ลูกสาวตัวจริงของนางกลับไปอยู่ด้วยก็ตามส่วนซินหยางเฟิ่งเองก็ไม่อยากจากจวนโหวไป เพราะนางรู้ว่าที่บ้านของนางซินฟางยากจนดูเสื้อผ้าที่ซูเข่อซิงสวมใ่ส่ที่ได้พบกันครั้งแรกก็รู้แล้วสภาพร่างกายหรือก็ซูบผอม ผิวพรรณแห้งกร้านเพราะขาดการบำรุงเช่นนี้แล้วนางจะอยากออกจากจวนโหวได้อย่างไร
ซูเข่อซิงซึ่งเกลียดซินหยางเฟิ่งเพราะคิดว่าซินหยางเฟิ่งมาอยู่แทนที่นางนานเกินไปแล้วนางอยากให้ซินหยางเฟิ่งออกไปจากจวนโหวอยากให้ท่านโหวซูกับจงฮูหยินตัดขาดความสัมพันธ์กับนางไปเสียแต่ซูเข่อซิงจะไม่ออกปากไล่ตรงๆ นางจะแสดงให้พ่อแม่และพี่ชายเห็นว่านางเป็คนอ่อนโยนใจดี ฉลาด น่ารัก จะไม่แสดงความใจแคบหรือด้านแย่ๆ ให้พวกเขาเห็นโดยเด็ดขาดดังนั้นนางจึงวางแผนใส่ร้ายซินหยางเฟิ่งเล็กบ้าง ใหญ่บ้างตลอดหนึ่งเดือนที่นางเข้าไปอยู่ในจวนและซินหยางเฟิ่งก็ตกหลุมพรางทุกครั้งเพราะอารมณ์ฉุนเฉียวบังตา จนไม่คิดหน้าคิดหลังจนทุกคนในจวนโหวรู้สึกระอาใจกับซินหยางเฟิ่ง ในที่สุดพวกเขาก็ทนไม่ไหวจึงได้เปิดอกคุยกันในห้องหนังสือจนซินหยางเฟิ่งมาได้ยินแล้วร้องไห้ด้วยความเสียใจกลับเรือน
และแน่นอนว่าผลงานชิ้นสุดท้ายการใส่ร้ายเื่ขโมยกำไลหยกแดง ก็เป็ฝีมือการวางแผนของซูเข่อซิงกับความร่วมมือของสาวใช้คนสนิทของซินหยางเฟิ่งด้วยเช่นกัน
ความคิดที่แตกกระจายของซูเข่อซิงกลับมาจากเื่ราวในชาติที่แล้วและเื่ราวที่นางวางแผนให้ซินหยางเฟิ่งถูกท่านโหวซูขับไล่ออกจากจวน
จุดรวมสายตาของนางมองไปยังสาวใช้ทั้งห้าคนที่ขณะนี้ต่างพากันจับจ้องมองหน้านางเพราะจู่ๆ นางก็นิ่งเงียบและเหม่อลอยไป
“ใครให้ความกล้าแก่เ้ามาจ้องหน้าข้า” ซูเข่อซิงตวาดทำให้สาวใช้ทั้งห้าสะดุ้ง แล้วรีบก้มหน้าลงต่ำ
“บ่าว..บ่าวไม่กล้าเ้าค่ะ” สาวใช้นางหนึ่งรีบกล่าว
“ฮึ” ซูเข่อซิงพ่นเสียงทางจมูก แล้วนิ่งเงียบไปอีกครั้งครั้งนี้ไม่ได้นึกถึงอดีตที่ผ่านมาแต่กำลังคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไปกับซินหยางเฟิ่งดีตราบใดที่ซินหยางเฟิ่งยังใช้ชีวิตแสนเรียบง่ายธรรมดาๆ หรือใช้ชีวิตอย่างมีความสุขซูเข่อซิงย่อมไม่มีความสุข ดังนั้นนางต้องทำให้ซินหยางเฟิ่งประสบกับความทุกข์นางถึงจะมีความสุข
เมื่อสาวใช้เห็นว่าซูเข่อซิงหายจากอาการเหม่อลอยพร้อมรับฟังคำรายงานของนางต่อแล้ว นางจึงพูด
“บ่าวบอกกับนางว่า ไม่ให้นางมาคิดเพ้อหาท่านชายฉู่อีกท่านชายอยู่คนละชั้นกับนาง และเขาก็เป็คนรักของคุณหนู แต่นางไม่ฟังเ้าค่ะนางบอกว่านางมาก่อน ได้พบท่านชายฉู่ก่อน แม้ว่าท่านชายจะชอบคุณหนูแล้วอย่างไรเดี๋ยวนางจะแย่งท่านชายไปจากคุณหนูให้ดูเ้าค่ะ”
สาวใช้คนที่สองรีบรับรองและพูดเสริมที่สาวใช้คนที่หนึ่งพูด
“ใช่เ้าค่ะ พวกเราโมโหที่นางหน้าด้านเหลือทนคิดแต่จะแย่งท่านชายฉู่ไปจากคุณหนูให้ได้ พวกเราจึงช่วยกันตบตีสั่งสอนนางแต่นางสู้กลับจนพวกเราสู้ไม่ได้เ้าค่ะ”
สาวใช้คนที่สามไม่ยอมน้อยหน้าพูดขึ้นบ้างซึ่งนางแต่งเอง ใส่ไฟล้วนๆ จะได้ไม่น้อยหน้าสาวใช้คนอื่น
“นางยังพูดอีกนะเ้าคะว่าคุณหนูก็เป็แค่เด็กหลังเขายากจนคนหนึ่ง เพิ่งจะได้เข้าจวนโหวก็ทำเป็กร่างเนรคุณต่อคนที่เคยเลี้ยงดูมา ไม่เคยไปเหลียวแลพวกเขา เพิ่งจะเป็คุณหนูแบบนี้เคยร่ำเรียนอะไรที่เหมาะจะให้คนอื่นเรียกว่าคุณหนูหรือ”
สาวใช้สามคนผลัดกันพูดรายงานสิ่งที่พวกนางทำทั้งเื่จริงเื่เท็จ ใส่สีตีไข่คลุกเคล้าผสมกัน จนใครก็ตามที่ได้ฟังต่างก็ต้องนึกภาพออกและเชื่อสนิท สาวใช้แอบยิ้ม ยิ่งซูเข่อซิงโกรธมากเท่าไรยิ่งดีจะได้ช่วยพวกนางแก้แค้น
“พอได้แล้ว! ข้ารู้แล้ว!”ซูเข่อซิงตวาดเสียงดังให้พวกนางหยุดพูด นางหน้าแดงเป็ก้นลิงด้วยความโกรธนางไม่แน่ใจว่าซินหยางเฟิ่งเป็คนพูดเอง หรือสาวใช้เป็คนพูดกันแน่แต่ใจนางที่จงเกลียดจงชังซินหยางเฟิ่งเชื่อว่าที่สาวใช้พูดมาทั้งหมดเป็เื่จริง
“ฮึ่ม! คอยดูเถอะซินหยางเฟิ่งเ้ารอรับความโกรธของข้าได้เลย แล้วเราจะได้เห็นดีกัน!” ซู่เข่อซิงกัดฟันพูด
สาวใช้ทั้งห้าคอหดเกร็งเพราะดวงตาที่เปล่งประกายด้วยแสงเข้มของซูเข่อซิงน่ากลัวมาก