บทที่ 19 โดนขังในมิติ
หนานลี่มองเป่ยิอินที่จ้องนางด้วยแววตาที่ใสซื่อ ในใจก็ร้อนรุ่ม รู้สึกเก้อเขิน กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หรือเป็เพราะทั้งนางกับเขาอยู่ใกล้กันเกินไปจึงรู้สึกร้อนรุ่มกันนะ?
หนานลี่รีบลุกขึ้นนั่ง กระแอมออกมาอย่างทำอะไรไม่ถูก สายตามองไปรอบๆ แกล้งทำเป็ชื่นชมทิวทัศน์ แต่ที่นี่มีไม่มีอะไรน่าดูสักอย่าง หันไปทางไหนก็มีแต่ก้อนหิน
เป่ยิอินสีหน้าเรียบเฉยยังคงเยือกเย็นประหนึ่งดอกบัวไม่เปื้อนโคลนตม เขาเป็ถึงเทพเซียนผู้เยือกเย็น จะมาหน้าแดงทำตัวไม่ถูกแค่เพราะปีศาจน้อยโผล่มาอยู่ในระยะประชิดได้อย่างไร
"ท่านเซียน ท่านพกอะไรอร่อยๆติดตัวมาบ้างเ้าคะ" เมื่อเห็นว่าเป่ยิอินไม่ยอมเอาอาหารออกมาเสียที เอาแต่เหม่อลอย หนานลี่จึงเอ่ยปากถาม
นางสนใจแหวนมิติของโลกนี้มาก อยากได้สักวง แต่เป่ยิอินเคยบอกนางว่าถ้าอยากจะใช้แหวนมิติได้ต้องเพิ่มพลังบ่มเพาะก่อน ไม่เช่นนั้นต่อให้มีของดีในมือก็หมดสิทธิ์ใช้ แถมยังถูกคนอื่นหมายตาอีก ซึ่งนางเข้าใจดีว่าการไม่มีความสามารถแต่ของมีค่าสักวันก็ต้องถูกแย่งชิงไป
เป่ยิอินพลิกฝ่ามือ จานสีขาวก็ปรากฏขึ้น ในจานคือไก่ย่างสีเหลืองทองแวววาวน่ากิน มีควันลอยกรุ่น ราวกับเพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ
ดวงตาของหนานลี่เป็ประกาย รีบคว้าไก่ย่างขึ้นมากัดคำใหญ่
"อร่อยจริงๆท่านเซียน ฝีมือของท่านพัฒนาขึ้นเยอะเลยนะเ้าคะ"
เป่ยิอินพอถูกชม ริมฝีปากก็ยกโค้ง เขาพบว่าตัวเองมีพร์ในการทำอาหารจริงๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้รับคำชมจากหนานลี่ ก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกเหมือนผึ้งที่ได้รับน้ำหวาน
เป่ยิอินเห็นหนานลี่กินอย่างตะกละตะกลาม กินจนเนื้อติดคอ เขาจึงหยิบถุงใส่น้ำยื่นให้นาง "กินช้าๆหน่อย ระวังสำลัก"
คำพูดที่เรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความห่วงใย หนานลี่ยื่นมือที่เหนอะไปด้วยน้ำมันจากเนื้อสัตว์ มารับถุงใส่น้ำ
เป่ยิอินเห็นแบบนั้นก็รีบหุบมือกลับอย่างไว เขาหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมา เช็ดนิ้วมือของนางจนสะอาด ก่อนยื่นถุงใส่น้ำให้อีกรอบ และยังเปิดฝาถุงให้พร้อมสรรพ
หนานลี่ดื่มน้ำไปไม่น้อย แล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า"ท่านเซียน ตอนนี้ท่านดูเหมือนมนุษย์มากขึ้นแล้วนะเ้าคะ" นางจำได้ว่าตอนที่เจอเขาครั้งแรกเขาดูสูงส่งราวกับเทพเซียน
เป่ยิอินรับถุงใส่น้ำจากหนานลี่ แล้วเงยหน้าขึ้นดื่มมันบ้าง
หนานลี่เห็นแบบนั้นถึงกับตะลึง ไม่จริงน่า! นี่มันจูบทางอ้อม! ั้แ่เมื่อไหร่กันที่ท่านเซียนไม่ถือสาเื่พวกนี้แล้ว
สีหน้าของเป่ยิอินยังคงเรียบเฉย เขาเก็บถุงใส่น้ำแล้วถามหนานลี่อย่างจริงจังว่า "กินเท่านี้เ้าคงพอใจแล้วใช่หรือไม่?"
หนานลี่รู้ว่าเขากำลังจะสื่ออะไร รีบควงแขนเป่ยิอินไว้ "ท่านเซียน ข้าไม่กลับเข้าไปในหยกได้หรือไม่เ้าคะ ข้าขออยู่ข้างๆท่าน รับรองไม่วิ่งพล่านไปไหนมาไหนแน่นอน"
หนานลี่แสร้งทำมารยา แกล้งเผยยิ้มหวานหวังจะละลายใจของเป่ยิอิน ให้เขายอมใจอ่อน
กระนั้น เนื่องจากนางเป็คนหน้าตาย ยามยิ้มจึงยิ้มแค่ปาก แต่ตาไม่ได้ยิ้มตาม ภาพที่ออกมาจึงดูพิลึกกึกกือมาก
แต่นางก็ยังเข้าใจว่าตัวเองยิ้มสวย จึงทำท่าทางน่ารักเอาใจพระเอกต่อไป
เป่ยิอินยกมือขึ้น ผลักหนานลี่ที่กำลังทำท่าทางน่ารักแต่กลับดูน่ากลัวออก แล้วก็พยักหน้าอย่างแข็งทื่อ
ถึงจะฝืนไปบ้าง แต่อย่างน้อยเขาก็ยอมนางล่ะน่า!
...
ทั้งสองคนไม่ได้พักผ่อนต่อ เป่ยิอินเดินนำหน้า หนานลี่เดินตามหลัง ไม่ใกล้หรือห่างกันเกินไป บรรยากาศโดยรอบมืดครึ้ม มีลมเย็นพัดผ่าน หนานลี่หดคอ ไม่รู้ว่าเป็เพราะนางคิดมากไปหรือไม่ ถึงรู้สึกว่ามี "คน" กำลังเดินตามหลัง แต่พอนางหันไปมองข้างหลังก็ไม่เห็นอะไร
ที่นี่มีแค่นางกับท่านเซียนสองคน จะมีคนอื่นได้อย่างไร? ต้องเป็เพราะนางกำลังจิตอ่อนเลยคิดมากไปแน่ๆ
กว่าหนานลี่จะรู้สึกตัว นางก็ชนเข้ากับแผ่นอกที่กำยำแข็งแกร่ง หนานลี่คล้ายมองเห็นดาววนเวียนอยู่เหนือหัว ดวงตาพร่ามัวมึนงง
นี่ข้าตาลายเพราะกล้ามอกหรือนี่?
"ท่านเซียนเหตุใดท่านถึงหยุดเดินกะทันหันเช่นนี้เ้าคะ"
เป่ยิอินทำหน้าใสซื่อ ก้มมองหนานลี่ที่กำลังเอามือกุมหน้าผากตัวเองด้วยความเ็ป เขาอยากจะโอบกอดนางไว้แล้วก็ปลอบนาง แต่ประเดี๋ยวก่อน ข้าจะทำแบบนั้นได้อย่างไรเล่า!
เป่ยิอินรีบทำสีหน้าเรียบเฉย ไล่ความคิดแปลกๆออกจากหัว
เป่ยิอินพูดอย่างตะกุกตะกักว่า "เห็นเ้าเดินตามไม่ทัน นึกว่าเ้าถูกิญญาชั่วร้ายเข้าสิงเสียแล้ว"
หนานลี่ส่ายหน้า "จะเป็เช่นนั้นได้อย่างไร พวกเราไปกันต่อเถอะ" สถานที่น่ากลัวเช่นนี้ รีบออกไปจะดีกว่า
เป่ยิอินตอบรับเบาๆ หยิบจี้หยกออกมาจากอ้อมแขน ยื่นให้หนานลี่ "เ้าเก็บสิ่งนี้พกติดตัวไว้"
หนานลี่เปลือกตากระตุก นี่มันหยกที่เคยขังนางไว้ข้างในไม่ใช่หรือ? เหตุใดท่านเซียนถึงได้ให้นางเก็บไว้กับตัว? นี่หมายความว่าอย่างไร หรือจะให้นางใช้เป็เครื่องราง?
หนานลี่ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก็รับหยกมา นิ้วมือของนางแตะโดนฝ่ามือของเป่ยิอินโดยไม่ตั้งใจ เป่ยิอินรู้สึกเหมือนถูกกระแสไฟฟ้าแล่นผ่าน แม้ว่าเขาจะเป็เทพเซียนที่มีอายุหลายหมื่นปีแล้วแต่พอเป็หนานลี่ กลับใจสั่นขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล
หนานลี่ไม่รู้เลยว่าเป่ยิอินกำลังคิดอะไรอยู่ นางหยิบจี้หยกมาพลิกดู อยากจะรู้ว่ามันมีอะไรพิเศษ แต่นางเป็แค่คนธรรมดาไม่มีตาทิพย์ จึงได้แค่เงยหน้าขึ้นถาม แล้วสายตาเหลือบไปเห็นใบหูแดงของเป่ยิอินจึงถามด้วยความสงสัยว่า "ท่านเซียน เหตุใดหูของท่านถึงได้แดงเช่นนี้ ท่านไม่สบายหรือเ้าคะ"
ท่านเซียนถูกจอมมารชั่วร้ายเล่นงาน อีกทั้งที่นี่ก็อันตราย ไม่แปลกที่เขาจะไม่สบาย
เป่ยิอินรีบส่ายหน้า เขาหลบสายตานาง มองซ้ายมองขวาเหมือนกับคนที่กระทำผิด "ข้าไม่เป็ไร" พูดจบก็รีบเดินห่างออกไป ดูจากพฤติกรรมแล้ว มองยังไงก็กำลังหนีอย่างชัดเจน
หนานลี่ไม่ได้สนใจท่าทางที่แปลกไปของเป่ยิอิน จึงเก็บจี้หยกไว้ในอ้อมแขนแล้วรีบวิ่งตามเป่ยิอินไป
อย่างไรก็ตาม สงสัยเป่ยิอินจะตั้งใจหนีมากไปหน่อย เพราะหลังจากเขาเดินทะลุหมอกหนาเบื้องหน้าไปแล้ว หนานลี่ก็หาเขาไม่เจออีกเลย ไม่ว่านางจะเรียกเขาอย่างไร ก็เหมือนกับอยู่คนละมิติ ทุกอย่างไร้ผล
หนานลี่จึงตัดสินใจลองเดินย้อนกลับ แต่รู้สึกตัวอีกที รอบตัวก็มีแต่หมอกหนาปกคลุม เห็นเพียงก้อนหินดำตามพื้นที่ราวกับยมทูตในนรกที่กำลังเยาะเย้ยความโง่เขลาของนาง
"แย่ล่ะสิ นี่ใช่ไหมที่เขาเรียกผีบังตา!"
หนานลี่เดินวนอยู่นานครึ่งชั่วยามก็ยังกลับมาที่เดิมจึงได้แต่ยอมรับความพ่ายแพ้ มิติลับแห่งนี้ช่างน่ากลัวจริงๆ
"ฮี่ ฮี่ ฮี่ !"
ในตอนนั้นเอง เสียงหัวเราะที่ราวกับคนเสียสติดังมาจากระยะไกล หนานลี่หันไปมองแต่ไม่เห็นอะไร ที่นี่ยังคงมีแค่นางคนเดียว
"กร๊อบ กร๊อบ ..." ต่อมา หนานลี่ได้ยินเสียงเหมือนมีใครกำลังเคี้ยวบางสิ่งบางอย่างดังขึ้นข้างหลัง นางรู้จักเสียงนี้ดี มันคือเสียงของซอมบี้ที่กำลังกัดกินเนืุ้์!
ฝ่ามือของหนานลี่เริ่มมีเม็ดเหงื่อผุดซึม นางรู้สึกเหมือนได้กลับไปในยุคโลกาวินาศอีกครั้ง
หนานลี่หันกลับไปมอง และไม่ทราบว่ามันคือเื่จริงหรือภาพลวงตา เพราะตรงหน้านางคือซอมบี้ตัวหนึ่ง มันมีผมบาง ิัเขียว ดวงตามรกต และสวมเสื้อผ้าขาดวิ่น กำลังกัดกินอะไรบางอย่างที่เป็ก้อนดำๆ และมีเืไหลออกจากมุมปากของมัน หยดลงตามพื้น
หนานลี่เลื่อนมือไปที่เอวตามสัญชาตญาณเดิม แล้วก็รู้สึกใจหายวูบที่ตรงเอวของนางไม่มีปืน
นางลืมไปได้อย่างไรว่าที่นี่ไม่ใช่ยุคโลกาวินาศ ปืนที่อยู่กับนางมาหลายปี ยามนี้ไม่ได้อยู่กับนางแล้ว
หนานลี่แบมือออก พยายามรวบรวมพลัง ควบแน่นน้ำในอากาศ ไม่นาน กระบี่น้ำแข็งวาววับเล่มหนึ่งก็ปรากฏขึ้น นางกำกระบี่น้ำแข็งเหมือนนักกีฬาปาหอก แล้วเหวี่ยงแขนออกไป
"หวือออ!" กระบี่น้ำแข็งกรีดผ่านอากาศอย่างสวยงาม พุ่งเข้าหาคอของซอมบี้ด้วยความเร็วสูง ซอมบี้ที่กำลังกัดกินอาหารอย่างบ้าคลั่งคล้ายััได้ถึงอันตราย มันเหวี่ยง "อาหาร" ที่กำลังกินสวนออกไป
"ฉึกก!" กระบี่น้ำแข็งปักเข้าไปใน "อาหาร" ก้อนเืสีดำะเิกลางอากาศ เืที่เหนียวหนืดโปรยปรายลงมาดั่งสายฝน