ช่างเป็ฤดูใบไม้ผลิที่ยาวนานนักในความรู้สึกของฟังเยว่ฉิวกับการต้องทนเดียวดายอยู่เพียงลำพังในกระท่อมน้อยกลางป่า
ที่ลานเล็กหน้ากระท่อมหญิงสาวออกมานั่งบนแคร่ไม้ไผ่ หวนรำลึกถึงคืนวันแสนสั้นซึ่งเคยอยู่พร้อมหน้าความสุขเล็กๆ ในชีวิตของสาวชาวป่าที่มีทั้งพ่อ เคียงข้างทั้งสามี
ผู้เป็พ่อจากไปอย่างทันด่วนไม่ทันได้สั่งเสียฝากความอาลัยต่อนางที่เขาชุบเลี้ยงมาแต่ครั้งยังจำความไม่ได้ฝ่ายสามีซึ่งร่วมเคียงกันไม่กี่ราตรีก็หายออกจากบ้าน เป็ตายร้ายดีอย่างไรไม่ทราบข่าวคราวแม้นางได้เฝ้าติดตามหา เกรงเขาซึ่งสูญเสียความทรงจำจะพลัดหลงหรือได้รับอันตรายจากคนพาลดังเช่นคราครั้งแรกที่นางพบเจอชายหนุ่มประสบเคราะห์โดนทำร้ายปางตาย
ความทุกข์ระทมเดียวดายหนึ่งเดือนราวหนึ่งปีสองตากลั่นหยดน้ำจนแห้งเหือดครั้งแล้วครั้งเล่า ร้อยพันคำถามในใจเหตุใดนางถึงถูกเขาทอดทิ้งหลังจากบิดาสิ้นใจเพียงไม่กี่วันและคำตอบที่ได้ก่อนหลับไปพร้อมความร้าวรานทุกราตรีก็คือ
นั่นคงเพราะเขาไม่ได้รักนาง
ในความเงียบเหงาลำพังมีเสียงคนเดินมุ่งตรงมายังบ้านของนาง เสียงคุยกันฟังคุ้นหูฟังเยว่ฉิวเกรงว่าคงเป็อันธพาลสองพ่อลูกแน่แล้ว จึงรีบหาที่หลบซ่อนตัว ไม่มีพ่อ ไม่มีสามีการใช้ชีวิตตามลำพังกลายเป็เื่น่าวิตกสำหรับสตรีเช่นนาง
“ตาเฒ่าฟังมันตายส่วนไอ้ผู้ชายคนนั้นมันก็หายหน้า ไม่มีใครพบ ไม่มีใครรู้จักมันทิ้งนังคนอัปลักษณ์ให้อยู่คนเดียว”
“เบาเสียงหน่อยอาเปียวทะเล่อทะล่าเอะอะเข้าไป ประเดี๋ยวก็ชวดเงินกันพอดี”
พอได้ยินว่ามีเื่เงินมาเกี่ยวข้องฟังเยว่ฉิวยิ่งทำตัวลีบหลบซ่อนตัวอยู่ใต้แคร่ไม้เล็กซึ่งคลุมด้วยกระสอบเก่าคร่ำคร่าข้างกองฟืนติดผนังครัวอันธพาลสองพ่อลูกคงคิดมารีดไถนางอีกเป็แน่!
“เ้าพาข้าย้อนกลับมาเสียเวลาเปล่าน่า นังนั่นมันจะมีอะไรให้เราอีก สองผัวเมียท้ายป่าด้านโน้นมันบอกหลังจากฟังเป่าตาย ลูกสาวมันก็ไม่ได้เข้าเมืองไปขายของอีกเลย”
“ของไม่มีให้ขายเราก็ขายคนได้นี่ท่านพ่อ ข้ายังแค้นใจมันไม่หายนะเื่ถูกเ้าต้าเผิงชกหน้าข้าเมื่อคราวก่อน”
สารเลว!ชั่วร้าย!
จ้านเปียวกับพ่อคิดจะจับนางไปขายเชียวหรือพวกเขามีสิทธิ์อะไรจะทำเช่นนั้น!
“ฮ่า...เ้าช่างคิดได้นะลูกพ่อแต่นังคนนั้นจะขายได้กี่อีแปะ อย่างเก่งสำนักนางโลมก็ซื้อไว้เป็สาวใช้หากไม่เมาได้ที่ก็คงไม่มีใครคิดอยากหลับนอนกับนางหรอก”
ก็จริงอย่างที่พ่อเขาว่าจ้านเปียวคิด หากฟังเยว่ฉิวไม่มีแผลเป็บนแก้มด้านซ้ายเด่นชัดคงขายตัวเป็นางคณิการาคางามได้ไม่ยาก
“จะกี่อีแปะก็ช่างปะไรถึงหน้านางจะขี้ริ้วไปบ้าง แต่รูปร่างนางก็ให้ความสุขกับผู้ชายได้ไว้ข้าสนุกกับนางก่อน แล้วค่อยขายทิ้งก็ยังไม่สาย” เสียงหัวเราะท้ายประโยคน่าสะอิดสะเอียนทำให้ฟังเยว่ฉิวขนลุกซู่
หลังจากนั้นหญิงสาวซึ่งหลบซ่อนตัวอยู่ก็ต้องทนฟังเสียงข้าวของในบ้านแตกหล่นจ้านกวงสบถก่นด่าไม่พอใจที่ภายในกระท่อมหลังน้อยไม่มีสมบัติมีค่าอะไรส่วนจ้านเปียวก็หัวเสียไม่แพ้กันที่หาตัวนางไม่พบฟังเยว่ฉิวภาวนาร่ำร้องในใจต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งยังภาวนาต่อดวงิญญาของพ่อผู้ล่วงลับ ได้โปรดคุ้มครองนางให้แคล้วคลาดสองมือน้อยกุมป้ายหยกขาวที่นางห้อยคอไว้ใจกระหวัดถึงบุคคลซึ่งเคยปกป้องนางให้รอดเงื้อมมือสองพ่อลูกมาแล้ว
หากต้องถูกย่ำยีศักดิ์ศรีถูกขายดั่งสัตว์ นางขอตายเสียยังดีกว่า บ้านที่เคยปลอดภัย อบอุ่น เมื่อไร้ทั้งพ่อและสามีหนทางเดียวที่นางจะรอดคือหนีไปจากที่นี่เสีย!
คล้าย์ยังมีเมตตาต่อหญิงอาภัพเสียงเรียกของท่านตาเพื่อนผู้เคยออกไปหาของป่าด้วยกันทำให้สองพ่อลูกผู้กระทำดั่งโจรปล้นชิงรีบออกมาจากกระท่อมของนาง เมื่อพบหน้ากับผู้มาเยือนจ้านกวงก็รีบพูดออกมา
“เสี่ยวฟังไม่อยู่นี่ข้ากับลูกมีเื่จะคุยกับนาง เดินหาทั่วแล้วก็ยังไม่พบ”
“สงสัยนางเข้าป่าหาของไปขายกระมัง”ชายสูงวัยที่แบกหลัวไว้บนหลังคาดเดา “น่าสงสารจู่ๆ พ่อมาด่วนตายจาก ตัวคนเดียว ซ้ำอยู่ห่างไกลผู้คน”
“แถมยังถูกผู้ชายทิ้งอีกอะไรมันจะโชคร้ายปานนั้น” คนที่จ้องซ้ำเติมชะตาอาภัพของหญิงสาวพูดเหมือนเห็นใจนาง
“ผู้ชายที่ไหน...เ้าพูดเื่ใดข้าไม่เห็นรู้เื่บ้านฟังเป่ามีผู้ชายอื่นมาอยู่”
จ้านเปียวหัวเราะออกมาแล้วพูดว่า“สงสัยลุงฟังคงแอบซุกลูกเขยไว้แต่ในกระท่อม”
เหตุที่นางกับพ่อต้องปกปิดเื่พี่ต้าเผิงเป็ความลับก็เพื่อความปลอดภัยของเขาไม่นึกว่าจะมีวันโชคร้ายได้เจอสองพ่อลูกมาระรานจนทำให้ชายหนุ่มต้องเปิดเผยตัวฟังเยว่ฉิวยังคงนิ่งฟังบทสนทนาของชายชรากับคนพวกนั้นต่อที่ไม่ออกไปขอความช่วยเหลือจากท่านตาหยวนก็เพราะเกรงเขาจะเดือดร้อนไปด้วยอีกคนหนึ่งแรงไม้ใกล้ฝั่งหรือจะสู้สองแรงอันธพาลได้
“ว่าแต่เ้าสองคนเป็ญาติหรือเป็เพื่อนตาแก่ฟังทำไมข้าไม่เคยเห็นหน้า”
“พ่อข้าเป็เพื่อนเก่าลุงฟังอยู่เมืองใกล้ๆนี่เอง นานปีข้ากับพ่อจะมาเยี่ยมสักคราว เพิ่งรู้ว่าลุงฟังตายข้าจะมารับเสี่ยวฟังไปอยู่ด้วยกัน”
ชายตัดฟืนพยักหน้าเห็นด้วย“พวกเ้าจะอยู่รอนางที่บ้านหรือไม่”
“ก็คงต้องรอ ไหนๆมาแล้วก็ต้องค้างคืนที่นี่”
“ฝากบอกเสี่ยวฟังหน่อยก็แล้วกันค่ำๆ ข้าอาจจะมาหานางอีกหน เผื่อได้ไก่ป่ามา”
เมื่อได้ยินว่าสองพ่อลูกจะค้างคืนใจของฟังเยว่ฉิวยิ่งมีแต่ความหวาดกลัว หากยังหลบซ่อนที่เก่าไม่นานสองคนนั่นก็ต้องหาตัวนางพบเป็แน่เมื่อท่านตาหยวนออกจากบริเวณบ้านของนางแล้วหญิงสาวได้แต่เฝ้ารอโอกาสจะออกจากที่ซ่อนไว้แน่ใจว่าคนชั่วทั้งสองถอดใจจะรอนางแล้วค่อยย้อนกลับมาเก็บข้าวของจำเป็
ฟังเยว่ฉิวซุ่มซ่อนอยู่จนค่อนดึกขานางเป็เหน็บชา ปวดเนื้อ ปวดตัวไปทั่วร่างเพราะไม่ได้ขยับเขยื้อนเป็เวลานานยิ่งตอนจ้านเปียวเดินเข้ามาค้นของกินในครัวพร้อมกับด่าทอท่านตาหยวนว่าไม่เอาไก่ป่ามาให้นางยิ่งหายใจไม่ทั่วท้อง เครียดเกร็งแทบกลั้นใจตายไปเดี๋ยวนั้น
รออยู่ครู่ใหญ่เมื่อสรรพเสียงภายในตัวกระท่อมเงียบลงแล้วหญิงสาวจึงค่อยๆ คลานออกมาจากใต้แคร่กระท่อมน้อยของนางมืดสนิทเพราะคนในบ้านดับตะเกียงไปแล้วเ้าของเรือนร่างเล็กบอบบางหอบกระสอบป่านและคว้าท่อนฟืนรวมถึงชุดไฟในครัวติดตัวออกไปด้วยนางมุ่งหน้าเข้าไปในป่าลึก แม้จะหวาดกลัวสิงสาราสัตว์ แต่นางก็มั่นใจว่าพวกมันยังน่ากลัวน้อยกว่าสองพ่อลูกใจคอชั่วร้ายนั่น
ฟังเยว่ฉิวเดินฝ่าความมืดอาศัยแสงหรุบหรู่จากจันทร์บนฟ้าซึ่งพอลอดแสงผ่านลงมายังพื้นไปถึงถ้ำเล็กๆที่นางกับพ่อเคยอาศัยพักหลบฝน คืนนี้นางต้องนอนที่นี่นางลงมือก่อไฟกองเล็กจากกิ่งไม้ที่เคยเก็บสะสมไว้ในถ้ำ ก่อนล้มตัวลงนอนห่มคลุมร่างด้วยกระสอบป่านสองมือยังคงยึดเหนี่ยวป้ายหยกขาวซึ่งห้อยคอไว้
เมื่ออยู่บ้านไม่ได้แล้วนางก็จะไปตามหาพี่ต้าเผิง เป็ตายร้ายดีขอนางรู้ให้แน่ชัดหากเขาตั้งใจทอดทิ้งไม่ไยดี รู้ความจริงนั่นแล้ว นางจะได้ตัดใจ หญิงไร้ญาติไร้ที่พึ่งเช่นนาง หากสิ้นหนทางแน่แล้วคงต้องหันหน้าเข้าสู่สำนักชี