“แล้วเสบียงเล่า?” ความจริงในใจหัวหน้าหมู่บ้านยังคงมีความกังวล แต่เมื่อเห็นชาวบ้านเริ่มวุ่นวายใจขึ้นทุกวัน เขาก็รู้ดีว่าตนเองใกล้จะคุมสถานการณ์ไม่อยู่แล้ว
“เสบียงอยู่บนรถม้าโน่น เดี๋ยวจะให้คนขนลงมา หากไม่พอจะใช้เงินชดเชยให้” ยายแก่ตระกูลฟางเชิดหน้าอย่างถือดี นางรู้ดีว่าพวกชาวบ้านต้อยต่ำพวกนี้ย่อมไม่มีทางตัดใจจากเสบียงได้
“แต่ตกลงกันไว้ก่อนนะ บ้านนั้นไม่ได้เสบียงแม้แต่ชิ้นเดียว เหอะ...” หญิงชราชี้นิ้วไปทางซุ่ยซุ่ย นางไม่ชอบเด็กคนนี้เลย และเพื่อประจบเอาใจแขกผู้สูงศักดิ์ นางจึงต้องแสดงท่าทีออกมา
“คุณชาย เชิญท่านลงมาพักผ่อนก่อนเถิดเ้าค่ะ รอให้ทางท้ายหมู่บ้านจัดเตรียมที่ทางเสร็จแล้วค่อยย้ายเข้าไป...” หญิงชราหันไปเปลี่ยนสีหน้าเป็อ่อนโยน นอบน้อมราวกับเป็คนละคน
เด็กหนุ่มก้าวออกมาจากรถม้า เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาราวกับสลักจากหยก แม้จะยังเยาว์วัยแต่ก็เห็นเค้าลางความสง่างามในอนาคต ไม่แปลกใจเลยที่เหยียนจูจู ถึงขั้นกล้าแย่งชิงเขากับนางเอก
ทว่าทันทีที่เด็กหนุ่มก้าวเท้าพ้นรถม้า... แปะ... มูลนกตกลงบนศีรษะของเขาพอดิบพอดี คำว่า ‘เ้าคนดวงซวย’ คล้ายจะวนเวียนอยู่ข้างหูของทุกคน ชาวบ้านต่างพากันอึ้งจนตาค้าง...
ดวงซวย... ดวงซวยจริง ๆ ด้วย
“ที่ซุ่ยซุ่ยพูดจะเป็เื่จริงหรือไม่นะ? เขาจะนำหายนะมาสู่หมู่บ้านเราไหม? เมื่อวานยายแก่สองคนที่คิดจะขายซุ่ยซุ่ยก็เพิ่งถูกฟ้าผ่าไปนะ ตอนนี้ยังนอนซมอยู่บนเตียงเลย เห็นว่าผมหลุดร่วงจนหมดหัว ต้องพอกยาทั้งตัว” ชาวบ้านเริ่มมองคุณชายชุดหรูด้วยสายตาคลางแคลงใจ
เด็กหนุ่มลดสายตาลงเล็กน้อย พวกมดปลวกกลุ่มนี้กล้าสงสัยในตัวเขาเชียวหรือ? เขาตวัดสายตาคมปราบไปทางเด็กหญิงตัวน้อย แม้ใบหน้าจะดูเรียบเฉยไร้อารมณ์ แต่ซุ่ยซุ่ยรู้ดีว่า... เขาเกลียดนางเข้าให้แล้ว
“น่ากลัวจังเลย... เขาจ้องซุ่ยซุ่ยด้วย...” เ้าตัวเล็กแอบไปหลบหลังพี่รอง เหยียนเอ้อร์เกอจึงรีบถลึงตาใส่เด็กหนุ่มกลับทันที
“เื่โชคชะตาเด็กจะไปรู้เื่ได้อย่างไร มันก็แค่เื่บังเอิญเท่านั้นแหละ” ยายแก่ตระกูลฟางพูดกลั้วหัวเราะ โดยมีเหยียนชุนฮวาเดินตามหลังแม่สามีต้อย ๆ ไม่กล้าปริปาก ทว่าสิ้นคำพูดนั้น... พลันมีลมพัดผ่านชายคาบ้านตระกูลเหยียนเบา ๆ
เพล้ง! กระเบื้องแผ่นหนึ่งร่วงหล่นลงมาจากหลังคา พุ่งตรงไปที่ศีรษะของคุณชายชุดหรูทันทีองครักษ์ด้านหลังเขาปฏิกิริยาว่องไว ยันกายขึ้นไปเตะกระเบื้องแผ่นนั้นจนกระเด็นออกไป
เคร้ง! กระเบื้องกระแทกเข้ากับผนัง เศษที่แตกกระจายพุ่งไปโดนสุนัขสีเหลืองที่นอนหมอบอยู่ใต้กำแพงพอดี มันใจนร้องเอ๋งแล้วะโพรวดขึ้นมา “โฮ่ง! โฮ่ง! โฮ่ง!”
ทุกคนยังไม่ทันตั้งตัว สุนัขตัวนั้นก็พุ่งเข้าใส่คุณชายชุดหรูทันที กรงเล็บของมันตวัดข่วนเข้าที่ใบหน้าของเขาจนเกิดรอยแผลเป็ทางยาว
“นายน้อย!” ประกายกระบี่สีเงินวาวโรจน์ องครักษ์แทงสุนัขเหลืองจนดับดิ้นในดาบเดียว ส่วนเด็กหนุ่มถอยหลังเซจนล้มก้นจ้ำเบ้า มือเรียวเล็กกุมใบหน้าไว้ มีเืซึมออกมาตามซอกนิ้ว
“ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน... หรือว่าพวกเราควรลองคิดดูใหม่ดีหรือไม่?” หญิงชาวบ้านคนหนึ่งหน้าซีดเผือด รีบถอยห่างออกไปหลายเมตร เพิ่งออกมาไม่ทันไรก็ซวยซ้ำซวยซ้อนขนาดนี้ อย่าให้ต้องมาพลอยพ่วงหมู่บ้านตระกูลหวังไปด้วยเลย
“ยังไม่รีบไปตามหมอมาอีก! หากนายน้อยของข้าเป็อะไรไป พวกเ้าอย่าหวังว่าจะรอดไปได้แม้แต่คนเดียว!” องครักษ์แสดงท่าทางดุร้าย คราวนี้ชาวบ้านยิ่งขวัญเสีย แม้แต่คนที่เคยอยากได้เสบียงร้อยชั่งก็พากันถอยกรู ดูท่าแล้วคนกลุ่มนี้ไม่ใช่คนที่จะล่วงเกินได้ง่าย ๆ เลย
“หมอหรือ? หมู่บ้านเราไม่มีหมอหรอก มีแต่หมอเท้าเปล่าที่ปกติคอยรักษาพวกวัวควาย ถ้าจะให้รักษาคนด้วยก็ได้นะ ท่านจะเอาหรือไม่เล่า?” หัวหน้าหมู่บ้านส่ายหน้า บอกความจริงไปอย่างนั้น
ซุ่ยซุ่ยมั่นใจว่า ท่านปู่หัวหน้าหมู่บ้านจงใจขู่ให้กลัวแน่ ๆ คงอยากจะไล่คนพวกนี้ไปให้พ้น
“ในรถมียา ไปเชิญคนมาเถอะ” ยายแก่ตระกูลฟางหน้าถอดสี แต่นางไม่กล้าเดินเข้าไปใกล้แม้แต่นิดเดียว 'ให้ตายเถอะ... พ่อหนุ่มนี่ดวงซวยของจริง! ตอนลูกชายนางฝากฝังคุณชายท่านนี้ไว้ ไม่เห็นบอกเลยว่าดวงจะกุดขนาดนี้'
“พวกท่านออกไปจากหมู่บ้านก่อนเถิด ไปพักอยู่นอกหมู่บ้านสักสองวัน” หัวหน้าหมู่บ้านยังคงกังวล หากพวกเขายังขืนอยู่ต่อเอิกเกริกแบบนี้ กลัวจะดึงดูดกองโจรเข้ามาแล้วจะกลายเป็หายนะของหมู่บ้าน
“พวกโง่เง่า! หยิบยื่นวาสนาให้กลับไม่รับ พวกเ้านี่มันไม่มีวาสนาจริง ๆ !” ยายแก่ตระกูลฟางโกรธจนปวดหัว ลูกชายนางย้ำนักย้ำหนาว่าต้องดูแลคุณชายท่านนี้ให้ดี
“วาสนาแบบนี้... ท่านอยากได้เองนักก็เอาไปสิ” ซุ่ยซุ่ยน้อยพึมพำ
ในเนื้อเื่เดิมหมู่บ้านถูกฆ่าล้าง ครั้งนี้... นางจะไม่มีวันยอมให้มันเกิดขึ้นเด็ดขาด!
“นั่นสิ ยายแก่ตระกูลฟาง ข้าจำได้ว่าบ้านเดิมท่านอยู่หมู่บ้านข้าง ๆ นี่นา ทำไมไม่ไปหาพวกเขาล่ะ? เสบียงตั้งร้อยชั่งต่อบ้าน เื่ดีงามขนาดนี้ทำไมไม่นึกถึงคนบ้านตัวเอง หรือว่าท่านมีความลับอะไรปกปิดพวกเราอยู่?” ชายชาวบ้านคนหนึ่งเริ่มสงสัย
หัวหน้าหมู่บ้านสีหน้าเคร่งขรึม ยุคสมัยนี้บ้านเมืองไม่สงบวุ่นวายไปทั่ว เด็กหนุ่มชุดหรูหราคนนี้ดูอย่างไรก็ไม่ใช่คนธรรมดา แต่กลับมาซ่อนตัวในหมู่บ้านห่างไกลเช่นนี้ เกรงว่า...
“ออกไป! ไม่ว่าเสบียงหรือเงิน พวกเราก็ไม่เอาทั้งนั้น! รีบไสหัวออกไปเดี๋ยวนี้!” หัวหน้าหมู่บ้านตวาดลั่น หมอหรือ? หมอที่ไหนกัน!
หมู่บ้านตระกูลหวังอาจจะไม่มีเงินทอง แต่ความสามัคคีนั้นเป็เลิศ ทันทีที่หัวหน้าหมู่บ้านออกปาก ชาวบ้านทุกคนก็ยืนหยัดขึ้นทันที ยืนหยัดอยู่เื้ัหัวหน้าหมู่บ้าน จ้องมององครักษ์เ่าั้ด้วยสายตามาดมั่น... ัข้ามถิ่นมิอาจสยบเ้าถิ่น!
“ท่านพ่อ ท่านพ่อ ออกมาพูดอะไรบ้างสิเ้าคะ ลูกสาวพาแม่สามีกลับมาบ้านเดิม มันจะเป็ไปได้อย่างไร?”
“คุณชายท่านนี้คือแขกคนสำคัญ หากดูแลให้ดี อนาคตหมู่บ้านเราย่อมได้รับผลประโยชน์มหาศาล!” เหยียนชุนฮวาะโสุดเสียง นางแทบจะถูกสายตาแม่สามีทิ่มแทงตายอยู่แล้ว หากนางไม่ชุบเลี้ยงลูกชายไว้ป่านนี้คงถูกไล่ออกจากตระกูลฟางไปนานแล้ว
ตาเฒ่าเหยียนคาบกล้องยาสูบเดินออกมาจากบ้าน ลูกชายอีกสองคนยืนขนาบข้าง เขาปรายตามองซุ่ยซุ่ยแวบหนึ่งแต่ไม่ได้พูดอะไรมาก
“เ้าใหญ่ ถึงแม้เราจะแยกบ้านกันแล้ว แต่ตัดบัวยังเหลือใย อย่างไรเราก็เป็ครอบครัวเดียวกัน” แม้ไม่ได้พูดตรง ๆ แต่ก็เห็นชัดว่าเขากำลังตำหนิที่ซุ่ยซุ่ยพูดมากจนเสียเื่
เหยียนฮั่นเซิงเริ่มมีท่าทีลังเล ทว่ายังไม่ทันได้เอ่ยปาก เขาก็รู้สึกว่ามีใครบางคนดึงแขนเสื้อเบา ๆ พอก้มลงมอง ก็เห็นซุ่ยซุ่ยน้อยเงยหน้ามองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักใคร่และเปี่ยมไปด้วยความน้อยใจ “ซุ่ยซุ่ย... ไม่ใช่คนในครอบครัวเหยียนหรือเ้าคะ?”
คำพูดนั้นทำให้ความลังเลบนใบหน้าเหยียนฮั่นเซิงหายไปในพริบตา ตาเฒ่าเหยียนโกรธจนแทบจะด่าออกมากลางที่สาธารณะ นังเด็กนี่สู้ให้มันปัญญาอ่อนเหมือนเดิมยังดีเสียกว่า!
“ท่านพ่อ ลูกคนนี้ไม่ได้เรียนหนังสือหนังหา ไม่ได้ฉลาดปราดเปรื่องเหมือนน้องรองน้องสาม แต่ลูกก็รู้ดีว่าโชคและเคราะห์นั้นมักมาคู่กัน วาสนาที่ยิ่งใหญ่เพียงใด ก็ต้องมีชีวิตรอดอยู่ถึงจะได้เสวยสุข”
พูดจบเขาก็อุ้มลูกสาวตัวน้อยขึ้นมา ท่าทางของเขาแสดงออกชัดเจนว่า ‘มีลูกสาวอยู่ข้างกายก็นับเป็ความสุขที่สุดแล้ว’
“คนไร้หัวคิด! ข้าอยากจะรู้นักว่าถ้าไม่มีตระกูลเหยียนแล้วพวกเ้าจะอยู่อย่างไร!”
“พี่ใหญ่ ความกตัญญูเป็เลิศในร้อยจรรยา ตอนนี้ท่านจะเข้าข้างคนนอกเพื่อมาต่อต้านท่านพ่อท่านแม่เชียวหรือ?” เหยียนเหล่าซานมองเขาพลันส่ายหน้าเบา ๆ
หลินซื่อกล่าวอย่างเรียบเฉยว่า “น้องสาม ตอนนี้ท่านเป็ถึงท่านซิ่วไฉแล้ว แต่ท่านยังจำได้หรือไม่? ค่าธรรมเนียมกราบครูตอนท่านเข้าเรียนนั้น พี่ใหญ่ของท่านเป็คนหามาให้ เงินที่ท่านใช้แต่งเมียก็เป็เงินของซุ่ยซุ่ยก่อนที่ซุ่ยซุ่ยจะมาบ้านเรา ท่านสอบมาแล้วสามครั้ง แต่ละครั้งก็พลาดไปเพียงนิดเดียว”
“แถมทุกครั้งยังต้องาเ็หรือเกิดอุบัติเหตุจนพลาดโอกาสไปเสียเฉย ๆ แต่พอซุ่ยซุ่ยมาถึงท่านก็ดวงดีขึ้น สอบครั้งเดียวก็ติด พี่สะใภ้ใหญ่ไม่ได้ขอให้ท่านสำนึกบุญคุณซุ่ยซุ่ยหรอกนะ เพียงแต่ขอให้ท่านอย่าทำร้ายนางก็พอ ความกตัญญูเป็เลิศก็จริง แต่ความเป็คนก็สำคัญไม่แพ้กัน”
เหยียนเหล่าซานสีหน้ามืดครึ้มลงทันที เขาไม่เคยเห็นพี่สะใภ้ใหญ่พูดจาเชือดเฉือนขนาดนี้มาก่อน เดิมทีท่านแม่หมายตาบุตรสาวเศรษฐีหมู่บ้านข้าง ๆ ไว้ให้พี่ใหญ่ แต่พี่ใหญ่ยอมขัดคำสั่งท่านแม่เป็ครั้งแรกเพื่อจะแต่งกับนาง
หลายปีมานี้หลินซื่อตรากตรำทำงานในบ้านอย่างไม่ย่นย่อ ไม่เคยปากมากเื่ใดเลย พอได้ยินนางพูดเช่นนี้ เขาก็รู้สึกเหนือความคาดหมายไปบ้าง
“เอาล่ะ เื่นี้สรุปตามนี้ เหยียนชุนฮวาเ้าแต่งงานออกไปแล้ว ไม่นับเป็คนของหมู่บ้านตระกูลหวังอีก เ้าจะกลับมาบ้านเดิม ข้าไม่มีความเห็น แต่คนนอก... เข้ามาไม่ได้เด็ดขาด” หัวหน้าหมู่บ้านข่มความโกรธไว้ เพราะเขารู้ดีว่านี่คือการชักศึกเข้าบ้านชัด ๆ !