เปิดประตูสู่ความมั่งคั่งในยุค 90 : ความรุ่งโรจน์ของหญิงสาวผู้เกิดใหม่ 【จบ】

    เล่มที่ 4 บทที่ 103 ข่าวดีคู่

            “พรุ่งนี้ฉันว่างค่ะ พรุ่งนี้เช้าฉันเข้าไปเลยได้ไหมคะ คุณอยู่ที่นั่นใช่ไหม?” คังอิงถามด้วยความยินดี

            สิ่งที่เธอขาดแคลนในตอนนี้ก็คือ ‘เงิน’ ไม่ใช่เหรอ? การที่กู้เงินผ่านฉลุยแบบนี้ ไม่ต่างอะไรจากฝนที่ตกลงมาอย่างเหมาะเจาะ เหมือนมีคนส่งถ่านให้ในวันที่หิมะตกหนัก [1]

            “ได้ครับ มาได้เลย ผมอยู่ที่ชั้นหนึ่งของธนาคารเพื่อการเกษตร มาหาผมที่นี่ได้เลย”

            คังอิงกล่าวขอบคุณแล้ววางสาย แต่เธอกลับมองข้ามความสงสัยที่ว่าทำไมธนาคารเพื่อการเกษตรถึงส่งข้อความหาเธอตอนดึกดื่นเช่นนี้

            ที่ปลายสาย เสี่ยวจางพนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรวางโทรศัพท์ลงด้วยท่าทางเศร้าซึม ตอนสองทุ่มกว่าๆ หัวหน้าก็เรียกให้เขามาทำงานล่วงเวลา บอกว่าต้องอนุมัติเงินกู้ด่วน ปรากฏว่าเป็นคังอิงนั่นเอง

            ผู้หญิงคนนี้ภูมิหลังไม่ธรรมดาจริงๆ... เสี่ยวจางพึมพำอยู่ในใจ

            จากนั้นคังอิงก็โทรกลับไปอีกหมายเลขหนึ่ง ครั้งนี้เป็นสายของผู้อำนวยการหลี่ ผู้อำนวยการห้างสรรพสินค้ามิตรภาพ

            พอได้ยินเสียงของคังอิง เขาก็กล่าวอย่างยินดีผ่านทางโทรศัพท์ทันที “สหายคัง แผนการปฏิรูปห้างสรรพสินค้ามิตรภาพผ่านการอนุมัติแล้ว พรุ่งนี้คุณมาเซ็นสัญญากับพวกเรานะครับ”

            ในที่สุดสัญญาเช่าพื้นที่ห้างสรรพสินค้ามิตรภาพก็ใกล้จะเป็นของเธอแล้ว ทว่าคังอิงกลับลำบากใจ เพราะว่าเงินที่ใช้ในการเซ็นสัญญานั้นยังไม่ได้รับครบถ้วน

            คังอิงกัดฟันตอบไปว่า “เยี่ยมไปเลยค่ะผู้อำนวยการหลี่ พรุ่งนี้ช่วงบ่ายฉันจะไปที่นั่น คุณว่างไหมคะ?”

            “ได้ครับ ผมจะรอคุณอยู่ที่ห้องทำงาน ครั้งก่อนคุณเคยมาที่นี่แล้ว น่าจะรู้ว่าห้องทำงานของผมอยู่ที่ไหน”

            ผู้อำนวยการหลี่ตอบตกลงอย่างง่ายดาย เขาไม่ได้สงสัยเลยว่าคังอิงอาจจะยังรวบรวมเงินทุนไม่ครบ จึงได้เลื่อนเวลานัดหมายกับเขาออกไป

            “ได้ค่ะ ขอบคุณค่ะ บ่ายสามโมงครึ่งพรุ่งนี้ ฉันจะไปตรงเวลาค่ะ”

            จริงๆ แล้วในใจของคังอิงค่อนข้างกังวล เธอไม่รู้ว่าก่อนบ่ายสามโมงครึ่งวันพรุ่งนี้ เธอจะสามารถไปรับเงินกู้สี่แสนหยวนจากธนาคารเพื่อการเกษตร และนำไปมอบให้กับผู้อำนวยการหลี่ได้หรือเปล่า

            ผู้อำนวยการหลี่วางสายโทรศัพท์ลง แล้วถอนหายใจอย่างโล่งอก การปฏิรูปในครั้งนี้เกินความคาดหมายของเขาจริงๆ ท่านหัวหน้าหนิงให้ความสำคัญกับมันมาก

            ท่านหัวหน้าหนิงยังจัดประชุมหลายครั้งด้วยเรื่องการปฏิรูปของห้างสรรพสินค้ามิตรภาพโดยเฉพาะ จนกระทั่งบ่ายวันนี้ แผนการปฏิรูปก็ได้รับการประกาศออกมา

            เมื่อแผนการนี้ได้รับการเปิดตัว พอได้เห็นเนื้อหาโดยละเอียดและข้อกำหนดต่างๆ ในนั้น ก็พบว่ามันทำให้ทุกคนพอใจ

            แม้แต่พนักงานของห้างสรรพสินค้ามิตรภาพ เมื่อรู้เรื่องนี้ต่างก็พากันตื่นเต้นยินดี ความกังวลที่ปกคลุมพวกเขามานานพลันสลายหายไปในพริบตา

            แผนการนี้ผ่อนปรนกว่าที่พวกเขาคิดเอาไว้มาก พวกเขาไม่เพียงแต่สามารถรักษางานเอาไว้ได้เท่านั้น แต่ยังเลือกโอกาสใหม่ๆ ได้อีกด้วย

            เพราะถ้าห้างสรรพสินค้ามิตรภาพมีกำไร พวกเขายังมีโอกาสที่จะกลายเป็นผู้ถือหุ้นของห้างฯ ได้ด้วย

            เมื่อทุกคนได้ยินข้อกำหนดนี้ พวกเขาก็รู้สึกคันยุบยิบในหัวใจขึ้นมา

            ปัจจุบันการทำธุรกิจกลายเป็นเรื่องทันสมัย และทำให้คนรอบข้างมองอย่างยกย่องขึ้นมา ใครที่มีคนในครอบครัวไปทำธุรกิจ ทุกคนต่างก็มองดูเขาด้วยสายตาอิจฉา พวกเขารู้สึกว่าคนที่มีความกล้าออกไปทำธุรกิจ จะต้องทำเงินได้มากมายแน่นอน

            พนักงานของห้างสรรพสินค้ามิตรภาพนั้นถือเป็นคนของภาครัฐ อยากรวยแต่ไม่กล้าลงมือ อยากร่ำรวยก็อยาก แต่ก็ไม่กล้าทิ้งงานง่ายๆ สบายๆ กลัวจะเสียงานที่มีรายได้มั่นคงไป

            ตอนนี้ดีเลย ห้างสรรพสินค้าของพวกเขากำลังจะได้รับการปฏิรูป พวกเขาก็เลยมีโอกาสได้ลงทุน และอาจกลายเป็นนักธุรกิจอีกด้วย

            ถึงอย่างไรนี่ก็เป็นบริษัทเก่าของพวกเขา หลายคนยังคงเชื่อมั่นในบริษัทของตัวเองโดยไม่มีเหตุผล

            เมื่อนโยบายที่เอื้อประโยชน์ต่อพวกเขาถูกนำออกมา ตอนนี้พวกเขาไม่เพียงแต่ไม่ต่อต้านการปฏิรูปเท่านั้น แต่พวกเขายังแอบหวังว่าวันปฏิรูปจะมาถึงเร็วๆ ด้วยซ้ำ

            ผู้อำนวยการหลี่ไม่คิดเลยว่า ผลลัพธ์ของการปฏิรูปของห้างสรรพสินค้ามิตรภาพจะดีขนาดนี้ ทั้งได้รับคำชมเชยจากผู้นำระดับสูง และยังได้รับการสนับสนุนจากพนักงานระดับล่างอีกด้วย เขาดีใจมากจริงๆ

            แน่นอน เขาไม่ได้ลืมคังอิงที่เป็นคนแรกที่ผลักดันให้เกิดการปฏิรูปห้างสรรพสินค้า

            ผู้อำนวยการหลี่เข้าใจดีว่า การที่ท่านผู้นำให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เป็นเพราะว่ามีคุณคังเข้ามา ทำให้การปฏิรูปห้างสรรพสินค้าได้รับความสนใจเป็นพิเศษ

            หากผู้อำนวยการหลี่ไม่มีวิสัยทัศน์แบบนี้ เขาก็คงไม่อาจดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการได้ ดังนั้นเมื่อเรื่องทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เขาก็อดทนรอไม่ไหวที่จะรีบส่งข้อความหาคังอิงทันที ไม่สนใจด้วยซ้ำว่าเวลานี้มันดึกมากแล้ว หรือว่าคังอิงจะหลับไปแล้วหรือยัง

            กล่าวโดยสรุป การที่เขาบอกข่าวนี้ให้คังอิงทราบทันที ถือว่าเป็นการสร้างมิตรภาพที่ดี และเป็นการสร้างผลงานให้ตนเอง

            แน่นอนว่าบางทีอาจจะมีคนอื่นๆ บอกข่าวนี้ให้คังอิงรู้ก่อนหน้าเขาแล้ว หากเป็นเช่นนั้นจริงๆ ก็ต้องเป็นคนที่มีอิทธิพลมาก...

            อย่างไรเสียขอแค่เขาแสดงให้เห็นว่าเขาอยู่ข้างเดียวกับคังอิงก็พอ ความละเอียดอ่อนในที่ทำงาน บางสิ่งเป็นที่รู้กัน แต่ไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้

            เมื่อคังอิงได้รับข้อความนี้ แน่นอนว่าเธอรู้สึกขอบคุณผู้อำนวยการหลี่ แต่เธอกลับไม่ทันคิดว่าผู้อำนวยการหลี่ส่งข้อความหาเธอทั้งที่ดึกแล้ว เธอคิดแค่ว่าผู้อำนวยการหลี่คงดีใจมากที่ได้ข่าวนี้ แล้วก็ไม่ได้คิดอะไรไปมากกว่านั้น

            อย่างไรเสีย ขอเพียงแค่การปฏิรูปสำเร็จลุล่วง ก็ถือเป็นความดีความชอบของเขา และเส้นทางอาชีพของเขาในอนาคตก็จะสดใสยิ่งขึ้น

            คังอิงวางสายลง ในใจของเธอนั้นทั้งกังวลและดีใจ หลังจากรอคอยมานาน ในที่สุดเธอก็แสดงฝีมือในยุคสมัยนี้ได้แล้ว

            หลังจากวันนี้ไปคงเป็นวันที่วุ่นวาย เธอคิดว่าโชคดีที่วันนี้ปลูกผักเสร็จแล้ว ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่มีเวลามาปลูกผักด้วยตัวเองแน่ๆ ต่อไปคงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากใช้วิธี “เกษตรกรรมแบบฝากเลี้ยง” ให้พี่สะใภ้จางช่วยดูแลแปลงผักแทน

            แม้ว่าจะรู้สึกเสียดาย แต่แปลงผักผืนนั้นก็เป็นฝีมือของเธอเอง ปุ๋ยขี้เถ้าก็เป็นเธอที่โรยลงไป...

            คังอิงคิดว่าเธอคงนอนไม่หลับ เพราะตื่นเต้นที่เรื่องของห้างสรรพสินค้ามิตรภาพได้รับการแก้ไขแล้ว แต่ไม่คิดเลย ว่าอาจเป็นเพราะการปลูกผักทำให้เธอเหนื่อยล้า หรืออาจเป็นเพราะการวาดแบบร่างทำให้เธอใช้พลังงานมากเกินไป พอล้มตัวลงบนเตียง เธอก็หลับไปอย่างรวดเร็ว

            ทุกเช้าล้วนเป็นการเริ่มต้นใหม่ ตอนที่คังอิงตื่นนอน เธอก็ตั้งใจแต่งตัวเป็นพิเศษ เธอสวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นลายทางสีขาว กางเกงขายาวสูทผ้าบางสีดำ รองเท้าส้นสูงหนังแกะสีขาว การแต่งกายแบบนี้ทำให้เธอดูสง่างามและสุขุม

            ส่วนกระเป๋าผ้าใบที่เธอชอบสะพายยามปกติ ก็เปลี่ยนเป็นกระเป๋าหนังสำหรับผู้หญิง ตอนที่เธอซื้อ เธอเลือกใบที่จุของได้เยอะๆ ดูท่าว่าสัญชาตญาณของเธอคงไม่ผิดพลาด เพราะมันสามารถใส่เอกสารต่างๆ ได้พอดี

            คังอิงส่องกระจก เห็นว่าตัวเองดูเป็นมืออาชีพ มีความสามารถเปี่ยมประสบการณ์ เธอยิ้มด้วยความพอใจ จากนั้นก็สะพายกระเป๋าแล้วออกจากบ้าน

            พอก้าวเท้าไปถึงหน้าประตูบ้าน ก็เห็นรถจี๊ปของสือเจียงหย่วนกำลังวิ่งมาจากที่ไกลๆ คังอิงดีใจมาก ยังไม่ทันที่สือเจียงหย่วนจะดับเครื่องยนต์ เธอก็เอ่ยกับเขา

            “คุณมาได้จังหวะพอดีเลย ไปส่งฉันที่ธนาคารเพื่อการเกษตรเพื่อทำสัญญาหน่อยสิคะ”

            สือเจียงหย่วนหัวเราะเบาๆ แล้วบอกว่า “คุณช่างไม่เกรงใจเลยจริงๆ นี่เห็นผมเป็นคนขับรถของคุณไปแล้วสินะ”

            “เสี่ยวจางพนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรโทรหาฉันเมื่อคืน ให้ฉันไปเซ็นสัญญา ไม่รู้ว่าวันนี้จะอนุมัติเงินกู้ได้เลยหรือเปล่า ถ้าไม่ได้คงแย่แน่ๆ” คังอิงกล่าว

            “ทำไมเหรอ?” สือเจียงหย่วนยังคงงุนงงอยู่

            “ผู้อำนวยการหลี่ของห้างสรรพสินค้าโทรหาฉัน ให้ฉันไปเซ็นสัญญาบ่ายนี้ พอเซ็นสัญญากันแล้ว ฉันต้องจ่ายเงินหกแสนหยวนเข้าบัญชีของพวกเขาทันทีไม่ใช่เหรอ? ถ้าหากไม่ได้เงินกู้ ฉันก็มีเงินในมือแค่สองแสนหยวน มันยังขาดอีกเยอะเลยนะ”

            เชิงอรรถ

            [1] ฝนตกอย่างเหมาะเจาะ มีคนส่งถ่านในวันหิมะตก เปรียบได้กับความช่วยเหลือที่มาถึงทันเวลาพอดี

    คล้ายกับเรื่องเปิดประตูสู่ความมั่งคั่งในยุค 90 : ความรุ่งโรจน์ของหญิงสาวผู้เกิดใหม่ 【จบ】 ที่คุณอ่าน