ปีแรก 2600 … หลังจากเกิดแผ่นดินไหว บ้านเรือน อาคารต่างๆ พังทลายลงมา สภาพบางชุมชนเละเทะจนไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ ต้องได้รับการปรับปรุงซ่อมแซม อุณหภูมิอากาศก็เริ่มร้อนและแห้งแล้งขึ้นเรื่อยๆ ผู้คนดำรงชีวิตอยู่กันด้วยความยากลำบาก จะเดินทางออกไปไหนก็ยาก อากาศร้อนจนเกินจะทนไหว ต้นไม้เริ่มล้มตายจากอากาศร้อน ส่งผลให้ผลผลิตทางการอุปโภคบริโภคมีราคาสูงขึ้น อาหารการกิน หรือน้ำก็เป็สิ่งที่ขาดแคลน ผู้คนตกอยู่ในสถานการณ์สับสนอลมาน ความมืดดำในจิตใจของมนุษย์ก่อตัวขึ้นอย่างช้า เริ่มมีการแย่งชิงสิ่งของ อาหาร เครื่องใช้กันและกัน แต่ก็ยังอยู่ในจุดที่สามารถควบคุมได้
กองกำลังของทางรัฐเข้ามาควบคุมสถานการณ์ และทำการจัดระเบียบในความวุ่นวายภายในเมือง ทำให้ความคิดของทุกคนสถานการณ์นั้นมีแนวโน้มที่จะดีขึ้น แต่ไม่เลย เมื่อเวลาผ่านไปอีก… นี่เป็แค่จุดเริ่มต้นเล็กๆ เท่านั้น
แค่คิดถึงตรงนี้ อ้ายฉิงก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาอย่างยืดยาว ในความทรงจำสุดท้ายก่อนที่ทุกอย่างจะจบลง เธอเดียวดายไม่เหลือใคร ทั้งป๊าและพี่หนิงเฉิง หรือคนรอบข้าง ล้วนล้มหายตายจาก จนเหลือเธอคนเดียว สุดท้ายเธอก็ถูกคนในทีมปล่อยทิ้งให้ตายลงช้าๆ อย่าน่าเวทนา ความคิด บุญคุณ ความแค้นต่างๆ ตีกันวุ่นวายในหัวไปหมด คิ้วเรียวสวยขมวดแน่น แต่ในเมื่อเธอได้โอกาสกลับมาอีกครั้ง ในชาตินี้อ้ายฉิงตั้งเป้าไว้แล้วว่าเธอจะต้องอยู่รอดไป และจะต้องอยู่ดีกินดี มีความสุขไปพร้อมกับทุกๆ คนที่เป็คนสำคัญของเธอให้ได้
“อ้ายฉิง สู้ๆๆ เธอต้องสู้ซิอ้ายฉิง โอกาสในการพลิกฟื้นครั้งนี้ ใครดีมา เธอจะดีตอบ ใครร้ายมา เธอจะร้ายกลับคืน!!!!!!!! เธอจะไม่หลงกลใคร ไม่เชื่อใจใครง่ายๆ อีกแล้ว"
ติ๊ดดดดดด….. ติ๊ดดดดดดดดดดดดด………….. โทรศัพท์สมาร์ทโฟนแบรนด์ดังของเธอดังขึ้น ขัดจังหวังความคิดทั้งหมดที่ตีกันอยู่ในหัวของเธอ มือเรียวสวยขาวผ่องเลื่อนไปหยิบสมาร์ทโฟนสีหวานขึ้นมาดูชื่อที่โทรมาที่หน้าจอ
หน้าจอปรากฎตัวอักษร นาม…. ลี่เซียน ….. ซึ่งความหมายของคำ หมายถึง นางฟ้าที่งดงาม แต่อ้ายฉิงใช้ทั้งชีวิตของเธอชาติที่แล้วเพื่อจะตระหนักแล้วว่า เ้าของนามลี่เซียนนี้ ไม่ใช่นางฟ้าซักนิด ถ้าเป็นางฟ้า คงเป็นางฟ้าที่จิตใจย้อมเป็สีดำที่สุด เพื่อความอยู่ตัวรอด เ้าของนามนี้ไม่สนความทุกข์ร้อนของใคร เพื่อความอยู่รอด เ้าของนามนี้สามารถทำได้ทุกๆ อย่าง แม้จะทำให้ใครต่อใครต้องสังเวยสิ่งที่เธอ้า
อ้ายฉิงกดวางสายโทรศัพท์เ้าของนามลี่เซียนทันทีแบบไม่ลังเล เธอไม่อยากคุยไม่อยากยุ่ง ไม่อยากสนใจเ้าของนามนั้นอีก พร้อมทั้งคิดในใจว่า งูเห่าแบบแกอย่ามายุ่งมาข้องเกี่ยวกันอีกเลย……….พอค่ะ คุณหนูอ้ายฉิงไม่ขอทน!!!!
ติ๊ดดดดด…. ติ๊ดดดดดดดดดดดดด…… โทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง และเป็เบอร์ปลายสายเดิม อ้ายฉิงไม่รีรอที่จะกดวางสายอีกครั้งในทันที เพราะเธอไม่อยากจะเสวนาด้วย ไม่อยากข้องแวะ ไม่อยากให้ตัวเองและคนที่เธอรักต้องมีจุดจบเส้นทางแบบเดิมอีก
ความคิดเหม่อลอยออกไปตามเ้าของนามนั้น แววตาสุดท้ายที่เธอเห็นจากเ้าของนามในชีวิตชาติที่แล้วของเธอเหมือนใบมีดซ่อนพิษร้าย ริมฝีปากบางยกยิ้มอยู่บ่อยครั้ง ภายใต้หน้ากากแม่คนดีศรีสังคม ซ่อนไว้ด้วยความเพลิดเพลินกับการเฝ้ามองผู้อื่นทรมาน การกระซิบคำโกหกด้วยเสียงอ่อนหวาน หรือการแสร้งเป็ห่วงใยในขณะที่อีกมือกำลังจุดไฟเผาหลังของใครบางคน
ในความทรงจำ ่เวลาสุดท้ายที่เธอนอนรอคอยความตายอยู่นั้น เธอไม่ะโ ไม่กรีดร้อง ไม่ร้องเรียกให้กลับมาช่วย ไม่โกรธเกรี้ยว ความมืดในแววตาของเธอเงียบ ลึกล้ำขึ้นเหมือนหลุมดำ ค่อยๆ ขยายออกภายในใจแผ่ขยายเหมือนหมอกพิษ ที่ซึมเข้าไปในหัวใจของคน อ้ายฉิงหยุดความทรงจำและความคิดเอาไว้เพียงเท่านี้
ปากบางสีแดงสวยแลสุขภาพดียกยิ้ม และพูดกับตัวเองเบาๆ “คุณหนูอ้ายฉิงค่ะ … เธอจะไปสนใจแม่งูเห่านั้นทำไม ตอนนี้ เธอแค่มีความสุขกับชีวิต และโฟกัสกับปัจจุบันให้ดีที่สุดก็พอ เพื่อที่ว่าวันหนึ่ง เธอจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจทีหลังก็เพียงพอแล้ว”
“งูเห่าที่ไม่ใช่งูตัวนี้ ชาตินี้ คุณหนูอ้ายฉิงไม่ขอข้องแวะอีกค่ะ ลาขาด”