วิชาแรกคือวิชาประวัติศาสตร์ สอนโดย เ้าชายชามัล ฟาโรเวล พระเ้าตาของเฟลิโอน่าและเฟริน เ้าชายในคราบหัวขโมย ซึ่งป้อมอัศวินต้องเรียนร่วมกับปราสาทขุนนาง คู่ปรับตลอดกาลเป็ครั้งแรก
“ไร้มารยาทเสียจริง ป้อมอัศวิน วันแรกก็มาสายเสียแล้ว เ้าหญิงเฟลิโอน่าและเ้าหญิงคาลิน่า คนงามไม่คิดจะย้ายจากป้อมผุ ๆ มาอยู่เสวยสุขกับปราสาทขุนนางของพวกกระหม่อมหรือ” เสียงหนึ่งดังจากปราสาทขุนนาง เรียกอารมณ์ขุ่น ๆ จากป้อมอัศวินและไอเย็นจากคนเป็พี่ของเ้าหญิงผู้ถูกกล่าวอ้าง
มีก็เพียงแต่หัวขโมยมาดทะเล้นที่เดินยิ้มแฉ่ง ก่อนค่อย ๆเลื่อนเก้าอี้ตัวหนึ่งให้แก่เ้าหญิงคนงามจากแดนปีศาจนั่งอย่างที่สุภาพบุรุษควรกระทำ
“ขอบคุณค่ะ” เฟลิโอน่ายิ้มหวานให้คนเป็พี่ เมื่อพอจะรู้แผนการราง ๆ ของคนเป็พี่
“ไม่เป็ไรครับ ป้อมอัศวินให้เกียรติสาวงามเสมอ” เสียงทุ้มเอ่ยอย่างขี้เล่นและทรงเสน่ห์อย่างที่เ้าตัวถนัด ก่อนจะยืดตัวขึ้น ใบหน้าคมคายกวาดยิ้มหวานละลายสาวงามฝั่งปราสาทขุนนาง “ไม่ทราบว่า สุภาพสตรีจากปราสาทขุนนาง พอจะให้โอกาสเหล่าอัศวินได้รับใช้รึป่าว เท่านั้นเองล่ะครับ” เสียงทุ้มเอ่ย เรียกสีหน้าแดงระรื่อ และอารมณ์ขุ่น ๆ จากปราสาทขุนนางได้เป็อย่างดี
เพื่อน ๆ หัวเราะก่อนจะช่วยกันเลื่อนเก้าอี้ให้หญิงสาวอีกสี่คน คิลมองการกระทำเพื่อนผู้มากเล่ห์ก่อนจะโดดไปนั่งข้างๆ ส่วนคาโลเลือกเดินไปนั่งข้างน้องสาวทันที
ไม่นานอาจารย์เ้าชายชามัลก็เข้ามาในห้องก่อนจะกวาดสายตาไปยังเหล่าอัศวินปีหนึ่ง ริมฝีปากหนาเผยยิ้มน้อย ๆ อย่างอาทรให้หลานสาวที่ดูสวยสง่าเหมือนหลานสาวตัวแสบ และก็ต้องยิ้มกว้างขึ้นให้หลานชายในคราบหัวขโมยที่นั่งยิ้มแฉ่งข้าง ๆ อย่างเอ็นดู
หลานชายขี้อ้อนโตขึ้นเป็บุรุษที่สง่างาม หล่อเหลาสมเป็สายเืขันติยะ นึกถึงสมัยก่อนตอนทั้งสองเล็ก ๆ ก็อดยิ้มเสียมิได้ หลานชายที่คอยออดอ้อนร้องขอให้เขาพาไปเที่ยวเป็ประจำกลายเป็รัชทายาทที่พร้อมขึ้นบัลลังก์ทุกเมื่อ เขาเองก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าหลานชายคนนี้เก่ง และเก่งมากเกินไปจนน่ากลัวเสียด้วยซ้ำ
‘หลานต้องผ่านอุปสรรคอีกเยอะนักเฟริน เ้าจะต้องเติบโตขึ้นมากกว่านี้เพื่อก้าวขึ้นสู่บัลลังก์’
การสอนของเ้าชายชามัลเต็มไปด้วยเสียงกรนจากเหล่าทโมน และเสียงหัวเราะคิกคักจากปราสาทขุนนางที่ส่งมาเย้นพวกป้อมอัศวินที่หลับไม่รู้เื่รู้ราวทั้งหลาย เว้นก็แต่เหล่าหัวกะทิและห้าสาวนางฟ้าของป้อมที่ยังพอรักษาหน้าของป้อมอัศวินอยู่บ้าง
วิชาหน้ากากฟาโรว์ วิชาที่ต้องไม่แสดงท่าทีที่ตรงกับความรู้สึกจริง ไม่เป็ปัญหาของสองพี่น้องแดนปีศาจที่ทำได้อย่างง่ายดายเพราะได้รับการฝึกฝนั้แ่เด็กจาก าานักต้ม มาดัส เดอเบอโรว์ ที่คอยแวะเวียนไปมาหาสู่ที่วังเดมอสบ่อย ๆ โดยเฉพาะเฟรินที่แอบหนีเรียนฝั่งเดมอสออกมาเที่ยวเล่นกับาานักต้มบ่อย ๆ แถมยังเคยได้ปฏิบัติงานจริงเป็ประจำ เรียกธงชัยแรกของวันให้กลายเป็ของป้อมอัศวินโดยปริยาย
วิชาดาบที่สอนโดย ลาเวน ชมัคเกอร์ ราชองค์รักษ์ฝั่งบารามอส ที่ส่งมาประจำการเพื่อรักษาความปลอดภัยแก่พระนัดดาทั้งสองพระองค์
วิชาดาบ ลาเวนเพียงทดสอบความสามารถของนักเรียน โดยให้จับคู่สู้กันไปเรื่อย ๆ ซึ่งเฟรินสามารถเอาชนะเหล่าหัวหน้าชั้นปีทั้งสี่ได้โดยง่าย เพราะ คิลไม่ถนัดดาบ คาโล คาลิน่าและเฟลิโอน่าถนัดเวทย์ เฟรินสามารถเอาชนะได้เรื่อย ๆ จนกลายเป็ที่หนึ่งของชั้นปีได้อย่างง่ายดายด้วยความภูมิใจของราชองค์รักษ์ที่ยืนชื่นชมในใจ
และวิชาสุดท้ายที่ให้เหล่าหัวหน้าชั้นปีได้แก้หน้า หลังจากที่แพ้หัวขโมยอย่างย่อยยับ ก็คือ วิชาเวทมนต์ ที่สอนโดยอาจารย์แม่มดวิงกี้ ซึ่งให้ทุกคนออกมาเสกของที่ตนเองชอบที่สุด
คาโลเสกตุ๊กตาหิมะขึ้นมาประดับสวน และตุ๊กตาหิมะตัวนั้นก็คือ เด็กปราสาทขุนนางที่บังอาจแซวพวกเขา
คิลเสกมีดสั้นประจำตระกูลออกมาพร้อมรังสีอำมหิตเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ปราสาทขุนนางสะดุ้งเล่น เรียกเสียงหัวเราะจากเพื่อนฝูง
คาลิน่าเสกหิมะให้โปรยปรายท่ามกลางแสงแดดจ้า เล่นเอาสั่นกันเป็แถบ ๆ
เฟลิโอน่าเสกต้นแอ๊ปเปิ้ลต้นโตออกมา เรียกสายตาปริบ ๆ จากหัวขโมยที่แทบจะะโเข้าใส่ ถ้าไม่ใช่เพื่อนนักฆ่าที่ห้ามไว้ได้ทัน เรียกเสียงหัวเราะจากเหล่าอัศวินอีกรอบ
ทุกคนค่อย ๆ ออกไปโชว์ฝีมือกันทีละคนสองคน ส่วนหัวหน้าชั้นปีอีกคนค่อย ๆ หน้าซีด เหงื่อตก อย่างวิตกอยู่ด้านหลังก่อนสะดุ้งโหยงกับเสียงเรียกจากอาจารย์แม่มด
“เฟริน เดอเบอโรว์ เดอะทีฟ ออฟบารามอส”
ซวยล่ะสิ... เวทมนต์เป็สิ่งที่เขาถนัดและค่อนข้างจะโด่งดังในเอเดนไม่น้อย ขืนโชว์ ความลับต้องแตกแหงแซะ...
เฟรินหน้าแหยเกเดินออกไปเผชิญหน้ากับอาจารย์แม่มด ยิ้มหวานขัดตาทัพให้อาจารย์ก่อนเรียกคทาติด ๆ ดับเข้ามือ เรียกเสียงฮาอีกรอบจากเหล่าอัศวินที่ยืนดูอยู่ แม้แต่อาจารย์แม่มดยังต้องคิ้วขมวด
เฟลิโอน่ากั้นยิ้มเพราะ ไอคทาที่พี่เธอเอาออกมา ใครจะไปรู้ว่าเมดอินบาย คิงริชาร์ด เมื่อตอนวันเกิดเธอกับพี่เจ็ดขวบ
ไม้คทาเอามาจากไม้หัก ๆ หน้าวังเดมอส หัวคทาเอามาจากต่างหูที่ประดับในวันนั้น พู่เป็เส้นผมของท่านลุงริชาร์ด ลงอาคมด้วยเืของท่านลุงริชาร์ดเช่นกัน ที่แถมมาพร้อมแบตเตอรี่สองก้อนกับที่ชาร์ต
“เธอแน่ใจน่ะ เฟริน เดอเบอโรว์ ว่าคทาของเธอจะร่ายเวทย์ได้” เฟรินกระพริบตาปริบ ๆ มองอาจารย์ตรงหน้าก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ
“งั้นถ้าเธอเรียกของออกมาได้ ฉันจะให้ธงแก่ป้อมอัศวิน 10 ธง แต่ถ้าเธอเรียกไม่ได้สักอย่าง ฉันจะหักธงป้อมอัศวิน 5 ธง โทธฐานนำของปลอมมาหลอกตาฉัน” คำประกาศิตของอาจารย์แม่มดเรียกความวิตกจากป้อมอัศวินไม่น้อย ส่วนคนโดนท้าหน้าซีดจนแทบไม่มีสีเือย่างน่าสงสาร
เฟรินควงคทาติด ๆ ดับ ๆ เล่นก่อนจะคอหดเล็กน้อยเมื่อคทาดับสนิท ยิ้มเจื่อน ๆ ส่งไปห้ามทัพอาจารย์สาวอย่างเอาใจ
“ง่า~ แบตหมดน่ะฮะ แปบนึงน่ะฮะ อาจารย์ เฟลิโอน่าเรียกแบตมาให้ก้อนดิ” เฟรินกล่าวอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ กับอาจารย์ก่อนจะหันไปขอความช่วยเหลือจากน้องสาวที่ยืนยิ้มดูการแสดงของพี่ชาย
ก็ใช่ว่าพี่เขาจะเรียกไม่ได้ แต่แกล้งเรียกไม่ได้ต่างหากล่ะ หึ ๆ
เฟลิโอน่าคิดในใจก่อนจะเรียกแบตเตอรี่สำรองให้คนเป็พี่ที่ยืนยิ้มแฉ่ง ท่ามกลางเสียงฮาครื้นของเหล่าทโมน และอาการอยากฆ่าหัวขโมยจากมาทิลด้าและแองเจลีน่าที่แทบจะกระโจนเข้าไปตีกระบาลหนา ๆ ทันทีที่คทาดับ
ป๊อก...
ดอกกุหลาบสีเหลืองช่อโตปรากฏขึ้นในมือชายหนุ่มก่อนจะยื่นส่งให้อาจารย์สาว(เหลือน้อย) อย่างเอาอกเอาใจ เรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากอาจารย์สาวและเสียงฮาจากเหล่าทโมนที่รอดูบทเอาตัวรอดของชายหนุ่ม
“ทำไมถึงเป็ดอกกุหลาบสีเหลืองล่ะจ๊ะ เฟริน”
“เออ... ผมเรียกได้อย่างเดียวนี่ฮะ อาจารย์”
คำตอบที่เรียกเสียงฮาให้ดังขึ้นกว่าเดิมจากเหล่าทโมน และการส่ายหัวเบา ๆ อย่างระอาจากอาจารย์สาว
“งั้นเอางี้ไหมฮะ อาจารย์ชอบดอกไม้อะไรล่ะฮะ ผมจะได้หัดเสกให้” เสียงทุ้มรีบเอ่ยอย่างประจบหวังเอาตัวรอด แม่มดวิงกี้หัวเราะเบา ๆ
“งั้นเธอก็โชคดีแล้วล่ะจ๊ะ เพราะว่าฉันชอบดอกกุหลาบมากที่สุด”
ธงชัยอีกสิบธงจึงกลายเป็ของป้อมอัศวินตามสัญญา คาโลมองเพื่อนหัวขโมยที่ยิ้มแฉ่งกลางเหล่าเพื่อนร่วมชั้นปี อย่างสงสัยว่าเ้าตัวดีจะเป็เพียงหัวขโมยอย่างที่กล่าวอ้างจริง ๆ น่ะหรือ
........................................................................