ระบบจักรพรรดิแห่งวันสิ้นโลก-วิวัฒนาการไร้ขีดจำกัด 【จบ】

    เล่มที่ 2 บทที่ 37 แจกจ่ายอาวุธ

            หลังจากเลื่อนระดับให้ถานลี่ ฉินหยุนซาน จางเฉิน และหูเจี๋ยทั้งสี่คนให้เป็นผู้วิวัฒนาการระดับ 1 แล้ว แกนนำทั้งสิบสามหน่วยงานก็กลายเป็นผู้วิวัฒนาการกันหมดจากนั้นถังฮ่าวก็โยนซากหนูหลายตัว รวมถึงผลึกวิวัฒนาการทั่วไปสองชิ้นกับคริสตัลวิวัฒนาการต้นกำเนิดสองชิ้นให้ถานลี่กับจางเฉินนำไปวิจัยพอซือคงหลิงหลินเห็นเข้า ก็ตาเป็นประกาย ก่อนจะหยิบซากหนูสองตัวไปเช่นกัน

            ภาพนี้ทำให้ถังฮ่าวฉุกคิดขึ้นมาได้ว่ายาและเวชภัณฑ์เป็นของคู่กันทั้งที่ซือคงหลิงหลินมีอายุเพียงสามสิบหกปี แต่ก็ได้เป็นหัวหน้าแพทย์แล้ว จึงถือว่าเฉลียวฉลาดและเป็นอัจฉริยะอย่างแท้จริง

            การวิจัยจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ในการทดลองดังนั้นถังฮ่าวจึงให้หยวนจวินและเฉินจวินขับรถไปที่ห้องปฏิบัติการอีกครั้ง เพื่อย้ายเอาอุปกรณ์และเครื่องมือทั้งหมดที่อยู่ข้างในออกมาจากนั้นก็เปลี่ยนพื้นที่ครึ่งหนึ่งที่ชั้นสี่ให้กลายเป็นห้องปฏิบัติการชั่วคราวจำนวนสองห้อง

            ถังฮ่าวมองถานลี่ที่พาพวกจางเฉินกับซือคงหลิงหลินที่พาเล่อซาซาและเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์อีกคนเข้าไปในห้องปฏิบัติการแล้วก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกทว่าระหว่างที่เดินลงไปชั้นล่างก็ได้ยินเสียงบางอย่างดังมาจากชั้นห้า!

            เสียงแบบนี้...มันคือเสียงข้อความโทรศัพท์นี่นา?

            การสื่อสารทั้งหมดถูกตัดขาดไปหมดแล้วไม่ใช่หรือ?

            เช่นนั้นแล้วทำไมถึงยังรับข้อความได้อีกเล่า?

            เย่ชิงเฉิงที่อยู่ชั้นห้าตรงริมหน้าต่างมองสองข้อความที่ปรากฏบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือทว่าภายในดวงตาคู่สวยกลับไม่มีประกายแห่งความยินดีเลยสักนิด และข้อความทั้งสองนี้ก็ถูกส่งมาจากเย่หยุนหลงที่เป็นพี่ชายของเธอ!

            ข้อความแรกถูกส่งมาว่าตอนเวลา 18:00 น. เหล่าทหารกว่าหนึ่งหมื่นห้าพันนายที่รอดชีวิตที่ค่ายทหารเซี่ยจิงมีผู้วิวัฒนาการแล้วหนึ่งร้อยห้าสิบหกคน  ในจำนวนนี้มีผู้วิวัฒนาการระดับ2 จำนวนสิบคน สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะมีข้อมูลที่เย่ชิงเฉิงมอบให้ ดังนั้นตระกูลเย่จึงได้คริสตัลวิวัฒนาการต้นกำเนิดสามเม็ดเป็นรางวัล

            ข้อความที่สองถูกส่งมาว่าช่วงแปดโมงเช้าของวันพรุ่งนี้ ค่ายทหารเซี่ยจิงวางแผนที่จะสร้างผู้วิวัฒนาการระดับสามคนแรกของกองทัพออกมาโดยมีตัวเลือกสามคนคือเย่หยุนหลง หวังเผิง และโจวเฉิงหยวน

            ทั้งตระกูลเย่และตระกูลโจวล้วนเป็นบุคคลสำคัญที่ติดตามผู้นำตระกูลเซี่ยในการก่อตั้งประเทศจงเซี่ยหรือก็คือประเทศจีนส่วนตระกูลหวังนั้นก็เป็นถึงผู้นำประเทศคนก่อน

            เย่หยุนหลงโจวเฉิงหยวน และหวังเผิงล้วนเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่โดดเด่นที่สุดของทั้งสามตระกูล!

            เย่ชิงเฉิงรู้จักกับหวังเผิงและโจวเฉิงหยวนเป็นอย่างดี!

            เมื่อครึ่งปีก่อนในวันขึ้นปีใหม่ของปี 2028 ปู่ทวดของตระกูลเย่ยังเคยถามความสมัครใจของเธอเลยว่าคิดจะเลือกหนึ่งในสองคนนี้เป็นสามีหรือไม่เลย

            ตอนนั้นเย่ชิงเฉิงได้แต่แสร้งทำเป็นออดอ้อนและบอกปัดว่าเธอยังเด็กเกินไปจึงยังไม่เหมาะที่จะพูดคุยเรื่องแต่งงาน และขอผัดไปคุยกันอีกทีตอนอายุสามสิบ

            เย่ชิงเฉิงมองข้อความตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่งท้ายสุดก็พิมพ์ตอบกลับไปห้าคำสั้นๆ ว่ายินดีด้วยค่ะพี่ สู้ๆ

            ติ๊ง!

            ไม่นานนักก็มีข้อความส่งมาอีกครั้ง!

            “ฉันได้ติดต่อไปที่ค่ายทหารที่เซี่ยงไฮ้เพื่อให้ช่วยดูแลพ่อกับแม่แล้ว!”  หลังจากที่เห็นข้อความนี้ ใบหน้าสวยของเย่ชิงเฉิงก็เผยรอยยิ้มออกมา

            “ขอบคุณค่ะพี่!”หลังจากที่เย่ชิงเฉิงพิมพ์ข้อความนี้เสร็จ ก็มีเสียงดังมาจากข้างๆ

            “หือ ทำไมเธอยังส่งข้อความได้ล่ะ?”

            เย่ชิงเฉิงหันไปมองก็เห็นว่าถังฮ่าวได้มายืนอยู่ข้างๆเธอตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้

            “โทรศัพท์ของฉัน...”เย่ชิงเฉิงอธิบายเล็กน้อย

            คลื่นวิทยุหรือ?

            นี่เป็นฟังก์ชันที่คล้ายกับวิทยุทว่าวิทยุสามารถรับฟังได้อย่างเดียว แต่กลับไม่อาจส่งข้อความถึงกันได้

            จริงสิ!ที่นี่มีอาจารย์และด็อกเตอร์หลายคนที่เชี่ยวชาญด้านสารสนเทศและอิเล็กทรอนิกส์นี่นาเช่นนั้นก็ให้พวกเขาวิจัยสิ!

            ‘จะเอาโทรศัพท์ของฉันไปวิจัยเหรอ?’

            เย่ชิงเฉิงนิ่งไปครู่หนึ่งเพราะในโทรศัพท์ของเธอมีรูปถ่ายล้ำค่ามากมาย ถ้าเกิดว่าหลุดออกไปละก็...

            แต่พอคิดอีกทีก็รู้สึกว่าบัดนี้เป็นวันสิ้นโลกแล้วเช่นนั้นใครจะไปสนใจภูมิหลังของเธออีกล่ะ

            เย่ชิงเฉิงยื่นโทรศัพท์มือถือให้ถังฮ่าวแต่ถังฮ่าวกลับส่ายหน้าและผายมือให้เธอถือไว้เอง จากนั้นคนทั้งสองก็รีบไปตามหาอาจารย์ที่เชี่ยวชาญด้านสารสนเทศและอิเล็กทรอนิกส์สามคนและยังได้เรียกหูเจี๋ยให้มาสมทบด้วย

            หลังจากที่เย่ชิงเฉิงแสดงความพิเศษที่โทรศัพท์มือถือให้พวกเขาดูคนทั้งสี่ก็แกะโทรศัพท์มือถือออก ไม่นานก็พบวิธีเข้า

            เพียงแค่ห้านาทีให้หลังโทรศัพท์ที่ถูกแกะออกก็ได้ประกอบกลับคืนสภาพเดิม และถูกส่งคืนให้เย่ชิงเฉิง พวกเขาไม่ได้ดูสิ่งที่อยู่ข้างในเลยแม้แต่น้อยพอเป็นดังนี้แล้วเย่ชิงเฉิงก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก แต่ในขณะเดียวกันก็แอบผิดหวังเล็กน้อยด้วย

            ก่อนหน้านี้เธอยังกังวลอยู่เลยว่าพวกเขาจะแอบดูรูปถ่ายล้ำค่าในโทรศัพท์ของเธอ

            “พ่อแม่ของคุณเย่อยู่ที่เซี่ยงไฮ้หรือ?” ถังฮ่าวถาม

            “อืม!”เย่ชิงเฉิงพยักหน้า ก่อนจะถามกลับ

            “คุณถังก็มีญาติอยู่ที่เซี่ยงไฮ้เหมือนกันเหรอ?”

            “ใช่!หลังจากที่สถานการณ์ที่นี่สงบลง ฉันจะไปเซี่ยงไฮ้”

            “อ๊ะ งั้นคุณถังต้องพาฉันไปด้วยนะ!”

            “แค่กๆคุณเย่ ผมเพิ่งเรียนจบเองนะ อย่าเรียกว่าคุณถังเลย เรียกผมว่าถังฮ่าวก็พอ หรือจะเรียกว่าฮ่าวจื่อเหมือนกับมี่มี่ก็ได้”

            “ฉันไม่เรียกคุณถังก็ได้แต่คุณเองก็อย่าเรียกฉันว่าคุณเย่เลย เอาอย่างนี้ดีไหม เราเรียกชื่อกันดีกว่า”

            “ตกลง!”ถังฮ่าวพยักหน้า ก่อนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

            “เธอรู้จักกับมี่มี่ได้ยังไง?”

            “มี่มี่ไม่ได้บอกเหรอ? ตอนที่มี่มี่เข้าร่วมรายการประกวดร้องเพลง บังเอิญว่าฉันเป็นกรรมการพอดีน่ะ”

            “รายการประกวดร้องเพลงหรือ? เสียงร้องของเด็กนั่นฟังได้ด้วยเหรอ?”

            “ได้สิเธอมีพรสวรรค์จะตาย ถ้าไม่ใช่วันสิ้นโลกมาถึง ด้วยความสามารถของมี่มี่แล้ว เพียงแค่ฝึกฝนอีกหน่อยจะต้องกลายเป็นดาราดังระดับประเทศแน่”

            เด็กนั่นเก่งขนาดนั้นเลยเชียว?

            ถังฮ่าวแทบไม่เชื่อหูตัวเอง!

            ตอนเด็กๆโอวหยางมี่มี่ก็เป็นคนที่มากความสามารถอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเต้นรำ เปียโน ไวโอลินดูเหมือนเธอจะเคยได้รับรางวัลมาแล้วทั้งหมด แต่ถังฮ่าวไม่รู้จริงๆ ว่าเธอร้องเพลงได้

            “พี่ชิงเฉิงเอ๊ะ พี่ฮ่าวจื่อ ทำไมพี่ถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?” มีเสียงอุทานด้วยความประหลาดใจดังขึ้นก่อนจะเห็นโอวหยางมี่มี่เดินเข้ามาหา

            ถังฮ่าวยิ้มบางหลังจากทักทายสาวงามทั้งสองแล้วก็รีบลงไปชั้นล่าง!

            “มี่มี่เธอกับมู่เซวี่ยเป็นพี่น้องกัน แล้วถังฮ่าวเป็นอะไรกับพวกเธอ?”

            “พี่ชิงเฉิงตอนเด็กๆ ฮ่าวจื่อน่าสงสารมาก...” โอวหยางมี่มี่เล่าเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับถังฮ่าวให้เย่ชิงเฉิงฟังแม้แต่เรื่องที่ถังฮ่าวแอบชอบเชียนมู่เซวี่ยในตอนเด็กก็ถูกเธอเล่าออกมาด้วย

            “มี่มี่พ่อแม่ของเธออยู่ที่เซี่ยงไฮ้หรือ?”

            “ไม่นะคุณน้ากับสามีเธอ หรือก็คือพ่อแม่ของพี่มู่เซวี่ยอยู่ที่เซี่ยงไฮ้ค่ะ ส่วนพ่อแม่ฉันอยู่ที่ซูโจวไม่รู้ว่าตอนนี้พวกเขาจะเป็นยังไงบ้าง ฉันอยากไปหาพวกเขาจัง!” น้ำเสียงของโอวหยางมี่มี่แผ่วลง

            “ไม่ต้องห่วงหรอกพวกเขาจะต้องไม่เป็นอะไร บางทีอีกไม่นาน พวกเราก็คงได้ไปซูโจวและเซี่ยงไฮ้แล้ว”

            “อื้ม!”โอวหยางมี่มี่พยักหน้า

            “จริงสิพี่ชิงเฉิง พี่มู่เซวี่ยให้ฉันมาช่วยพี่เลือกอาวุธ!”

            “อาวุธหรือ?”

            “ใช่แล้วฝีมือการยิงปืนของพี่เยี่ยมขนาดนี้ แต่ปืนพกเก็บเสียงมันอานุภาพทำลายล้างต่ำเกินไปต่อไปคงไม่มีประโยชน์อะไรอีก ดังนั้นรีบเลือกอาวุธดีๆ สักอย่างเถอะ!”

            หลังจากได้แบ่งหน้าที่ให้กับลูกน้องทุกคนแล้วถังฮ่าวก็เตรียมแจกจ่ายอาวุธและอุปกรณ์ต่างๆ ต่อ

            แน่นอนว่าอาวุธหนักอย่างเช่นจรวด RPGปืนไรเฟิล หรือหน้าไม้ล้วนเป็นสิ่งที่ผู้ติดตามหลักเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์พกพาเอาไปได้ปืนไรเฟิลกับปืนกลมือส่วนใหญ่จะถูกมอบให้กับหน่วยรักษาความปลอดภัย เพราะหน่วยงานนี้มีความสำคัญในการปกป้องฐานที่มั่นดังนั้นจึงไม่อาจประมาทได้

            โอวหยางมี่มี่เลือกหน้าไม้ส่วนเย่ชิงเฉิงก็เลือกปืนไรเฟิล

            หัวหน้าและรองหัวหน้าคนอื่นๆก็เลือกอาวุธและอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับตัวเอง มีเพียงถังฮ่าวและเชียนมู่เซวี่ยเท่านั้นที่ไม่ได้เลือก

            เพราะเชียนมู่เซวี่ยมีทักษะระลอกคลื่นราชินีมังกรที่มีพลังป้องกันน่าทึ่งอยู่แล้วจึงไม่มีใครเอาชนะเธอได้ ไม่ว่าจะเป็นลูกธนูน้ำแข็ง หรือมีดสั้นสองเล่มของเธอก็ล้วนมีพลังโจมตีมหาศาล

            ยิ่งไปกว่านั้นวันหน้าเชียนมู่เซวี่ยจะต้องรับหน้าที่ประจำการอยู่ที่ฐานทัพใหญ่เพื่อช่วยถังฮ่าวรักษาฐานที่มั่นอยู่แล้ว โดยพวกเขาทั้งสองคนจะร่วมมือกันทั้งภายในและภายนอกเพื่อสร้างฐานที่มั่นที่แข็งแกร่ง!

            ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องใช้อาวุธหนัก

            ส่วนถังฮ่าวก็มีพื้นที่จัดเก็บของระบบอยู่ภายในก็มีอาวุธและกระสุนจำนวนมาก แถมยังมีจรวด RPG ปืนไรเฟิลและหน้าไม้อย่างละชิ้นอยู่ ที่สำคัญที่สุดก็คือจรวดเกือบหนึ่งในสี่ และกระสุนพิเศษของปืนไรเฟิลก็ถูกเก็บไว้ในพื้นที่จัดเก็บเช่นกัน

            หากต้องการเขาก็สามารถนำออกมาใช้ฆ่าศัตรูได้ในทันที

    คล้ายกับเรื่องระบบจักรพรรดิแห่งวันสิ้นโลก-วิวัฒนาการไร้ขีดจำกัด 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.58M 3380
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    13.30M 1357
    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.85M 1165