เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เล่มที่ 3 บทที่ 88 จอม...แห่งต้าฉี

            เฉียวเยว่ตัวเล็กจ้อยหิ้วตะกร้าใบเบ้อเร่อเดินลงบันไดมาอย่างหน้าชื่นตาบาน "ดูสินี่คือของที่พี่จ้านมอบให้ข้า พี่จ้านของข้ารักข้าที่สุด"

            พูดตามตรงทุกคนต่างรู้สึกว่าสถานการณ์ตอนนี้ไม่ค่อยถูกต้องนัก แต่ก็บอกไม่ถูกว่าเพราะเหตุใด 

            เฉียวเยว่ยิ้มร่า "ข้ามีความสุขมากวันนี้ข้าได้ของขวัญเยอะเลย"

            ฉีจือโจวอุ้มเฉียวเยว่ขึ้นมานั่งบนตักแล้วเอ่ยเสียงเบา "เจ้ามีความสุขก็ดีแล้ว"

            หลังจากนั้นก็ถามอีกว่า "ยังจะออกไปเล่นต่อหรือไม่?"

            เฉียวเยว่พยักหน้า "แน่นอนสิเจ้าคะ"นางหันไปมองหรงจ้าน "ท่านพี่จ้านจะไปกับพวกเราหรือไม่ข้าจะออกไปทายปริศนาโคมไฟ ของขวัญเยอะแยะเต็มไปหมดเลย"

            หรงจ้านยิ้มมุมปากพลางส่ายหน้า "ไม่ล่ะ เจ้าไปเล่นเถอะข้าจะกลับวังแล้ว"

            หลังจากนั้นก็กวาดตามองโรงน้ำชาเจ็ดสมบัติแล้วเปรยเสียงเบา "ได้ยินคำเล่าลือมาว่าแยบยลมหัศจรรย์แต่เท่าที่สัมผัสก็แค่นั้นเอง" น้ำเสียงแฝงแววเหยียดหยันอ่อนจาง 

            "เพราะพี่จ้านปราดเปรื่องกว่าผู้อื่นจึงรู้สึกว่ามันง่าย แต่โคลงคู่เหล่านั้นยากมากๆ สำหรับข้า" เฉียวเยว่ทัดทานด้วยน้ำเสียงจริงจัง ก่อนที่จะยื่นปากน้อยๆ ออกมา"คนเดียวต้องตอบถูกต้องทั้งหมดตั้งแต่ข้อแรกถึงข้อสุดท้าย แท้จริงแล้วสร้างความกดดันอย่างมากข้ารู้สึกว่าต่อให้ตนเองโตกว่านี้อีกสักยี่สิบปี ก็อาจจะตอบไม่ได้ครบทั้งหมดมิใช่ว่าทุกคนจะฉลาดปราดเปรื่องเช่นท่าน"

            พูดมาถึงตรงนี้นางก็รีบหันกลับไป "พี่สาวท่านลองดูสิ ข้าคิดว่าคนฉลาดอย่างท่านน่าจะรับมือได้ไม่มีปัญหา"

            อิ้งเยว่ยิ้มน้อยๆ "เช่นนั้นปีหน้าข้าจะมาลองดู"

            เฉียวเยว่เดาะลิ้น "โจทย์คำนวณเหล่านั้นเห็นแล้วขนลุกเลยล่ะ"

            อวี้อ๋องยังคงเช็ดมืออยู่ "เอาล่ะรีบไปทายปริศนาโคมไฟเถอะ แต่ข้าจะแนะนำเจ้าสักเรื่อง"

            เฉียวเยว่เอียงคอ "อะไรหรือ?"

            ในที่สุดอวี้อ๋องก็โยนผ้าเช็ดมือทิ้งไป "ข้าแนะนำให้อย่าเลือกกล่องของขวัญที่เบาและไม่มีเสียงคล้ายเป็นกล่องเปล่า หรือกล่องที่หนักเกินไปเหมือนใส่ก้อนหินเอาไว้"

            เฉียวเยว่เกาศีรษะ "ทำไมล่ะ? ท่านทราบได้อย่างไร?"

            อวี้อ๋องหันไปมองฉีจือโจวทั้งสองสบตากันก่อนจะยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัย "ทายดูสิ"

            เฉียวเยว่หัวเราะพรืด "ปล่อยไปตามความรู้สึกใช่หรือไม่?"

            อวี้อ๋องทิ้งถ้อยคำไว้หนึ่งประโยคก่อนจะก้าวออกไป "เจ้าลองดูได้"

            เฉียวเยว่มองตามเงาหลังของเขาไปเห็นคนผู้นี้เดินขึ้นเกี้ยว สามารถนั่งเกี้ยวเวลาเช่นนี้ได้ มีเพียงคนเดียวจริงๆผู้คนสัญจรไปมาไม่สะดวกอย่างยิ่ง นั่งในเกี้ยวจะมองเห็นดอกไม้ไฟด้านนอกได้อย่างไร

            ยิ่งไปกว่านั้นการมาปรากฏตัวและการจากไปก็ยังดูเสแสร้งมาก

            อยู่ๆนางก็นึกคำเรียกอย่างหนึ่งขึ้นได้ พลันหัวเราะคิกๆ ออกมา

            "มีอันใดหรือ?"

            เฉียวเยว่ส่ายหน้านางพูดได้ด้วยหรือ?

            อวี้อ๋องหรงจ้านคู่ควรกับฉายานี้ท่านอ๋องจอมเสแสร้งแห่งต้าฉี!

            เขาเสแสร้งเก่งมากจริงๆ 

            เฉียวเยว่เกาศีรษะ "พวกเราไปกันเถอะกวาดให้เรียบถนนไปเลย" 

            ซูซานหลางมองกล่องขนมที่โรงน้ำชาเจ็ดสมบัติมอบให้ดวงตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อย

            คณะของพวกเขาเดินกันต่อไปจนท้ายที่สุด เฉียวเยว่เหนื่อยจนแทบสลบ ถอนหายใจเฮือกหนึ่งก่อนเอ่ยออกมาอย่างตรงไปตรงมา "ข้าคิดว่าอันอื่นๆข้าคงไม่ไหวแล้ว" 

            ฉีอันพยักหน้า "ข้าก็เหมือนกัน"

            ยามนี้ไม่เช้าแล้วจริงๆ

            หากเดินไปจนถึงทางแยกอาจจะมีปริศนาโคมไฟอีกบางส่วน แต่เฉียวเยว่รู้สึกว่าพวกเขาก็ตอบได้ไม่น้อยแล้วควรแบ่งปันความสุขสำราญให้ผู้อื่นบ้าง 

            ในที่สุดพวกเขาก็กลับจวน

            เฉียวเยว่ให้บ่าวไพร่ถือโคมไฟแล้วนับจำนวน "ข้าตอบถูกยี่สิบเอ็ดข้อฉีอันตอบถูกสิบหกข้อ พี่สาว..."

            นับไปนับมาก็หันไปมองอิ้งเยว่อย่างเหลือเชื่อ

            "หนึ่งร้อยสิบเจ็ดข้อ?"

            เฉียวเยว่กับฉีอันกอดกันกระโดดโลดเต้น "เยี่ยมไปเลย เยี่ยมไปเลยพี่สาวเก่งกาจที่สุด" 

            แม้ว่าจะต้องเลือกของใครของมันแต่การเปิดของขวัญก็เป็นสิ่งที่น่าสนุกที่สุดมิใช่หรือ 

            ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขายังสามารถแลกเปลี่ยนกันเองได้ด้วย

            เห็นเด็กๆเล่นกันอย่างสนุกสนาน ทุกคนก็มีความสุขตามไปด้วย ได้ยินว่าเรือนสามได้โคมไฟมาเต็มเรือนมีเป็นร้อยกว่าดวง แม้แต่ท่านโหวกับฮูหยินผู้เฒ่าต่างก็ยังมาดูทั้งสองถึงขั้นถอนหายใจ "จะอลังการเกินไปแล้วล้วนเป็นของที่พวกเจ้าสามคนตอบถูกทั้งหมดเลยหรือ?"

            เฉียวเยว่พยักหน้า "ใช่แล้ว ใช่แล้วพวกเราไม่มีผู้ช่วยเลยด้วย ส่วนใหญ่พี่สาวจะตอบถูก แต่ข้ากับฉีอันก็พยายามเต็มที่เหมือนกัน" 

            ท่านโหวผู้เฒ่าถอนหายใจ "เด็กๆเรือนของพวกเจ้าเฉลียวฉลาดที่สุด เหมือนซานหลางตอนเป็นเด็กจริงๆข้าจำได้ตอนนั้นเขาเฉลียวมีไหวพริบมาก ใครเห็นใครก็ชอบ"

            อาจารย์ฉีพยักหน้า "ข้าต้องตาความเฉียบแหลมของเขานี่แหละถึงได้รับเป็นศิษย์หลายปีผ่านไป ข้าไม่เคยมองคนพลาด ศิษย์ของข้าแต่ละคนล้วนไม่ทำให้ข้าผิดหวัง"

            เฉียวเยว่ชูมือขึ้น "ท่านตา ท่านตานับข้าด้วยหรือไม่?"

            "เจ้ายังไม่นับเจ้าเป็นหลานสาวสายนอกของข้า" อาจารย์ฉีหัวเราะ

            เฉียวเยว่ทำปากยื่น "ข้าอยากให้นับนี่นาข้าจะได้เอาเปรียบท่านพ่อท่านแม่ง่ายขึ้น ข้าจะบอกว่าตนเองเป็นศิษย์น้องพวกเขาจะได้ไม่สามารถตีก้นน้อยๆ ของข้าตามอำเภอใจอีก" 

            ที่แท้ก็แอบมีแผนการในใจเช่นนี้อยู่นี่เองอาจารย์ฉีอมยิ้ม "เช่นนั้นข้าคงไม่อาจรับเจ้าเป็นศิษย์ได้แล้วล่ะจะได้ไม่ไปรังแกบิดามารดาตนเอง บิดาเจ้าแม้ว่าจะฉลาดปราดเปรื่อง แต่เขาเป็นคนไม่ค่อยยืดหยุ่นมากนักเถรตรงเกินไป ส่วนมารดาเจ้าก็อ่อนโยนนุ่มนิ่ม ถึงข้าจะรักเจ้าแต่ไม่อาจให้เจ้าเอาเปรียบพวกเขาเหมือนกัน" 

            เฉียวเยว่ปิดหน้า "ท่านตารังแกข้า..."

            ทันใดนั้นเสียงหัวเราะก็ดังไปทั้งเรือน 

            แต่ไม่นานเฉียวเยว่ก็รีบเอ่ยถาม "ท่านตาเจ้าคะพวกเราจะไปเลือกของขวัญกันเมื่อไร ข้าอยากไปเลือกของขวัญมากเลย"  

            "พรุ่งนี้แล้วกันพรุ่งนี้เช้าข้าจะให้ลุงของเจ้ามารับไปเลือกของขวัญ วันนี้ดึกแล้วพักผ่อนเร็วหน่อยดีหรือไม่?"

            เฉียวเยว่บีบมือน้อยๆของตนเองพลางพยักหน้า "ดีเจ้าค่ะ"

            ฉีอัน "ข้าอยากให้ตอนนี้เป็นพรุ่งนี้เช้าเลย"

            "เช่นนั้นเจ้าก็ควรรีบกลับห้องเตรียมตัวพักผ่อน พอตื่นขึ้นมาก็พรุ่งนี้เช้าพอดี เร็วมากๆ" ฮูหยินผู้เฒ่ากล่าวด้วยรอยยิ้ม

             "ข้าจะไปนอนเดี๋ยวนี้เลย" ฉีอันตอบทันที

            อาจารย์ฉีพยักหน้า "เอาล่ะ พวกเราก็กลับกันก่อน พวกเจ้านอนเร็วหน่อยพรุ่งนี้ค่อยมารับพวกเจ้าไป"

            หลังจากนั้นก็อำลาท่านโหวกับฮูหยินผู้เฒ่า

            ท่านโหวกับฮูหยินผู้เฒ่าเห็นว่าดึกแล้วไม่อยากให้เด็กๆ เสียเวลาพักผ่อนจึงรีบกลับไป

            ซูซานหลางจูงฉีอันกลับห้องส่วนไท่ไท่สามก็ดูแลเฉียวเยว่ ขณะอาบน้ำให้ก็ถามขึ้นว่า "เฉียวเยว่เล่นพวกกลเก้าห่วงเหล่านั้นเป็นได้อย่างไร?"

            จุดนี้ทำให้คนนึกไม่ถึงจริงๆเฉียวเยว่หัวเราะคิกคัก "แค่จับๆดูหน่อยก็เข้าใจแล้ว ไม่เห็นยากเลย"

            ไท่ไท่สามถอนหายใจ "เฉียวเยว่ฉลาดจริงๆ"

            เฉียวเยว่อ้าปากหาวหวอด "ท่านแม่ ข้าง่วงแล้ว"

            "ได้ได้ ได้ อาบน้ำเสร็จก็รีบเข้านอนดูพวกเจ้าแต่ละคนรีบร้อนจะไปเปิดของขวัญกันแทบไม่ไหว"

            เฉียวเยว่ปรบมือ "ต้องรีบสิเจ้าคะ แต่ไหนแต่ไรมาข้าไม่เคยได้ของขวัญเยอะเท่านี้มาก่อนเลย" 

            ไท่ไท่สามเช็ดผมของนางจนแห้งแล้วอุ้มไปที่เตียงหลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อยก็เอ่ยว่า "นอนเถอะ"

            ดวงตะวันยามเช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้นสว่างสดใสเฉียวเยว่ตื่นแต่เช้าเปลี่ยนอาภรณ์เรียบร้อย ฉีอันก็เตรียมตัวแต่เช้าเช่นเดียวกันพวกเขาตื่นตั้งแต่ฟ้าสางโดยไม่ต้องปลุก 

            ฉีจือโจวยังมาไม่ถึงสองพี่น้องกินข้าวเสร็จก็มานั่งแกว่งเท้าไปมารออยู่บนเก้าอี้อย่างใจร้อน 

            เห็นฉีอันลุกลี้ลุกลน เฉียวเยว่ก็กวักมือเรียกให้เขามาข้างๆตนเอง แล้วกดเสียงกระซิบถาม"ฉีอัน เจ้าอยากเรียนกลเก้าห่วงกับสลักไม้ขงเบ้งหรือไม่?

            ฉีอันเพิ่งรู้เมื่อวานว่าเฉียวเยว่เล่นของเหล่านั้นเป็นเขาเบิกตากว้างถามว่า "ข้าเรียนได้ด้วยหรือ?"

            เฉียวเยว่พยักหน้า "ย่อมได้สิ เจ้าก็ฉลาดมากพวกเราเป็นฝาแฝดกัน ไอคิวจะต่างกันมากได้อย่างไร"

            ฉีอันไม่ค่อยเข้าใจที่นางพูดเท่าไรแต่ดูจากสีหน้าของเฉียวเยว่ คงไม่ยากที่จะเรียนรู้กระมัง 

            เขารีบพยักหน้า "ข้าอยากเรียน ข้าอยากเรียน"

            เฉียวเยว่ยิ้มอย่างพึงพอใจ "เจ้าอยากเรียนก็ดีเอาไว้พวกเราแกะของขวัญเสร็จ ข้าจะสอนเจ้า"

            ฉีอันเบิกบานใจยิ่ง "เช่นนั้นข้าก็ออกไปโอ้อวดได้แล้วสิ?"

            เฉียวเยว่ "โอ้อวด?"

            ฉีอัน "ก็เหมือนอย่างอวี้อ๋องอย่างไรเล่าโดดเด่นสะดุดตามากเลย"

            เฉียวเยว่ "สะดุดตา?"

            ฉีอัน "เจ้าไม่รู้สึกว่าเขาสง่างามมากเลยหรือ?"

            เฉียวเยว่กุมหน้าผาก "พวกเราไม่เลียนแบบเขาดีหรือไม่?แบบนั้นมัน... สุดจะบรรยายให้หมดในคำเดียว" 

            ฉีอันทำสีหน้างุนงง

            เฉียวเยว่ถอนหายใจเงียบๆฟันส่วนที่หลอเริ่มเห็นหัวผุดขึ้นมาเล็กน้อย ฟันใหม่กำลังจะงอกออกมาอย่างแข็งแรงแต่มักทำให้รู้สึกอยากกินอะไรอยู่เรื่อย

            "เหตุใดท่านลุงยังไม่มาอีกนะข้าชักอยากกินขึ้นมาแล้วสิ"

            "เฉียวเยว่อยากกินอะไร?"

            ฉีจือโจวเดินเข้าประตูมาพร้อมกับรอยยิ้มอ่อนจางบนมุมปาก

            ไท่ไท่สามเดินตามอยู่ด้านหลังของเขา "ท่านลุงมารับแล้วพวกเจ้าไปเถอะ"

            เด็กน้อยสองคนตื่นเช้าอย่างไม่น่าเชื่อ 

            ฉีจือโจวจูงมือเฉียวเยว่กับฉีอันซ้ายคนขวาคนพาไปขึ้นรถม้า

            เมื่อมาถึงจวนสกุลฉีเฉียวเยว่ปรบมือด้วยความดีใจ"ช่างดียิ่ง นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ได้ของขวัญเยอะขนาดนี้"

            อาจารย์ฉียิ้มน้อยๆ "พวกเจ้าเลือกก่อนคนละชิ้นหลังจากนั้นค่อยเริ่มอีกรอบ เข้าใจหรือไม่?"

            ทุกคนพยักหน้า "เข้าใจขอรับ/ เจ้าค่ะ"

            "เอาล่ะเล่นทายนิ้ว [1] กันเถอะ ใครชนะได้เริ่มก่อน"

            ฉีอันหัวเราะ "เช่นนั้นเฉียวเยว่ต้องได้เป็นคนสุดท้ายแน่ๆนางไม่ค่อยมีโชคในการเล่นทายนิ้ว เล่นทีไรแพ้ทุกที"

            เฉียวเยว่ทำหน้าขื่นขมต้องมาเปิดโปงนางในเวลาแบบนี้ด้วยหรือ

            แล้วก็เป็นดังคาดฉีอันชนะคนแรก

            "ข้ากับเฉียวเยว่ไม่ค่อยมีโชคเรื่องทายนิ้วให้นางที่สอง ข้าที่สามแล้วกัน อย่างไรเสียข้าก็ได้เลือกเยอะกว่าอยู่แล้ว"อิ้งเยว่กล่าวเสียงเรียบ 

            เฉียวเยว่รู้สึกเหมือนถูกกระบี่เสียบเข้าอีกที

            อาจารย์ฉีพยักหน้าตอบ "ได้"

            ฉีอันมองกล่องในห้องพลางถูมือไม่รู้จะเลือกชิ้นไหนดี เขาหันกลับมายิ้ม "ไม่ว่าจะมองกล่องไหนก็รู้สึกเหมือนว่าข้างในจะมีของล้ำค่าที่ยอดเยี่ยมมาก" 

            เฉียวเยว่ "เลือกชิ้นที่เจ้าคิดว่าดูดีที่สุด" 

            ฉีอันเอามือไพล่หลังเดินวนไปวนมาอยู่ครู่ใหญ่ในที่สุดก็เลือกมาหนึ่งชิ้นอย่างยากเย็น "ข้าเลือกมัน" 

            เฉียวเยว่เป็นคนที่สองนางก้าวเข้าไปอย่างสับสน ก่อนจะชี้ไปโดยตรง "เอาอันนี้ดีกว่า ข้าอยากได้อันใหญ่ที่สุดย่อมต้องเลือกชิ้นใหญ่สุด" 

            นางยกกล่องใบใหญ่ที่สุดขึ้นมาปรากฏว่าไม่หนักมากอย่างที่คาดไว้ 

            แต่ก็หาได้นำพากล่องใบใหญ่สูงกว่าตัวนางเสียอีก เฉียวเยว่ทำสีหน้าว่าข้ารู้ "ในนี้จะต้องเป็นของที่ดีที่สุดแน่นอนเลย"

            ฉีอันหัวเราะเยาะ "ไม่เชื่อหรอกของของเจ้าดูกลวงๆ เปล่าๆ ไม่มีอะไรเลย ของข้าสิถึงจะดีกว่า"

            เฉียวเยว่ทำไม่แยแส "ทำไมเจ้าพูดมากจัง"

            ฉีอัน "ฮ่าๆ"

            "ต่อๆๆ"

            ...

            [1] เกมทายนิ้วหรือ“ไชฉวน” (猜拳 เสียงจีนกลาง) โดยผู้เล่นกำหมัดแล้วปล่อยหมัดชูนิ้วมือเป็นสัญลักษณ์แทนตัวเลข เช่น ชูนิ้วหัวแม่มือแทนจำนวน 5 หรือชูนิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้แทนจำนวน 8 เป็นต้นขณะที่ผู้เล่นทั้งสองปล่อยหมัดชูนิ้ว จะต้องทายจำนวนเลขพร้อมกันไปด้วยเมื่อบวกสัญลักษณ์นิ้วของทั้งคู่แล้ว ใครทายถูกก็ชนะ ผู้แพ้ต้องถูกปรับ

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508