ตอนที่ 25 ถึงเวลาต้องเปลี่ยนเส้นทางบ้างเสียแล้ว ความทะเยอทะยานของหญ้าที่รอถูกเก็บเกี่ยว
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสำนักศักดิ์สิทธิ์ไท่เสวียนได้สร้างความะเืไปทั่วทั้งดินแดนตงฮวงอย่างรวดเร็ว
เหล่าสำนักศักดิ์สิทธิ์และราชสำนักผู้ยิ่งใหญ่ที่ยกทัพไปหมายโจมตี ไม่เพียงแต่ไม่ได้ลงมือใดๆ กลับพากันเข้าสู่มหาวิหารอย่างเคารพนอบน้อมเพื่อเข้าพบบุรุษหนุ่มผู้นั้น
ข่าวนี้ทำให้เหล่าผู้ฝึกบำเพ็ญต่างตะลึงงัน แทบไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
ในเวลาเดียวกัน ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ที่บันทึกไว้ในศิลาเงาก็ถูกเผยแพร่ออกไปทั่วทุกสารทิศ
ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือภาพเหตุการณ์ที่หน้าประตูของสำนักศักดิ์สิทธิ์ไท่เสวียน
ขณะนี้ แทบทุกขุมอำนาจต่างก็รับรู้ถึงการปรากฏตัวของบุรุษหนุ่มผู้สูงศักดิ์จากแดน์ผู้นี้
เหล่าผู้ฝึกตนต่างพากันตกตะลึงและประจักษ์ชัดว่า
ที่แท้แล้วตำนานเกี่ยวกับแดน์นั้นเป็เื่จริง
ข่าวสะท้านฟ้านี้ได้ลุกลามจากดินแดนตงฮวงไปยังดินแดนอื่นๆ ก่อนจะก่อให้เกิดคลื่นแห่งความสั่นะเืครั้งใหญ่
“ยามนี้ดินแดนตงฮวงช่างเต็มไปด้วยพายุแห่งการเปลี่ยนแปลงเสียจริง!”
“ใครจะคาดคิดว่า ผู้มาเยือนจากแดน์ตามตำนานจะปรากฏตัวขึ้นที่นี่…”
“แต่โบราณกาลกล่าวขานกันว่า การเหาะเหินสู่แดน์นั้นเป็เื่ยากแสนเข็ญ แต่การจะลงมายังโลกมนุษย์ยิ่งถือว่าเป็ไปไม่ได้ เพราะนั่นนับว่าเป็การท้าทาย์โดยแท้...”
“ฮ่าฮ่า ข้าไม่นึกแปลกใจเลยว่า ที่บรรดาสำนักต่างๆ ซึ่งเคยแข็งกร้าวนั้นสุดท้ายกลับต้องเปลี่ยนท่าทีไปในบัดดล ตอนนั้นข้ายังคิดอยู่เลยว่าสำนักศักดิ์สิทธิ์ไท่เสวียนจะต้องพินาศสิ้นในวันนั้นเสียอีก”
"นึกไม่ถึงจริงๆ แต่โชควาสนาของสำนักศักดิ์สิทธิ์ไท่เสวียนช่างดีนักที่ได้อาศัยพึ่งพิงบารมีของบุรุษหนุ่มผู้นั้น"
“กระนั้น ข้าได้ยินมาว่า ศิษย์ภายในของสำนักศักดิ์สิทธิ์ไท่เสวียนนามเย่เฉินผู้นั้นก็พลอยสร้างชื่อเสียงขึ้นมามิน้อย”
ภายในโรงเตี๊ยม ผู้คนมากมายต่างหัวเราะกันครื้นเครง
“ฮ่าฮ่าฮ่า เื่นี้ข้ารู้ดี” ชายที่นั่งข้างๆ เอ่ยแทรกขึ้นมาพร้อมรอยยิ้ม
“ว่ากันว่าเป็เพราะอิจฉาที่บุรุษหนุ่มผู้นั้นสามารถเอาชนะใจหญิงงามอันดับหนึ่งแห่งดินแดนตงฮวงได้อย่างง่ายดาย จึงทำให้เขาอวดดีเข้าไปท้าทายอย่างไม่รู้จักประมาณตน แต่น่าขันนัก เพราะผลสุดท้าย บุรุษหนุ่มผู้นั้นเพียงแค่ปรายตามองไปหนึ่งครา ก็ทำให้เ้าเย่เฉินคุกเข่าลงแทบพื้น มิอาจขยับกายได้…”
“ช่างน่าสมเพชนัก สมัยนี้ เื่กบในกะลาฝันจะกินเนื้อหงส์ยังมีให้เห็นอยู่อีกหรือนี่ ยังจะมีใจไปฝันเฟื่องว่าตนจะได้หญิงงามอันดับหนึ่งแห่งดินแดนตงฮวงเชียว”
เหล่าผู้ฝึกบำเพ็ญในที่นั้นต่างจิบสุราพลางหัวเราะร่วน เื่ราวนี้ได้กลายเป็หัวข้อสนทนาให้กล่าวขานกันในยามว่าง
ตามนครโบราณ โรงสุรา หอคอยสูงทั่วดินแดน ล้วนมีผู้บำเพ็ญตนกล่าวขานกันไม่ขาดสาย
จำนวนผู้ฝึกบำเพ็ญเพียรในดินแดนตงฮวงนั้นมีจำนวนมากมายเกินคณนานับ
เพียงนครโบราณแห่งเดียวก็สามารถรองรับผู้ฝึกบำเพ็ญเพียรได้นับสิบล้านคนแล้ว
เื่ราวะเืเลื่อนลั่นนี้ เพียงวันแรกที่แพร่สะพัดไป ก็ได้สร้างความสั่นะเืไปทั่วอย่างมิอาจคาดคิดได้
ภายในเมืองโบราณแห่งหนึ่ง ชายผู้มีใบหน้าซีดเซียวกำลังรีบรุดเดินทาง
เมื่อได้ยินเสียงสนทนาของผู้คนรอบข้าง ใบหน้าของเขาก็ยิ่งบึ้งตึง กำหมัดแน่นจนได้ยินเสียงกระดูกดังลั่น
จากนั้น เขาก็ัับริเวณหน้าอกที่ยังคงรู้สึกเจ็บแปลบจากาแเก่า
ดวงตาวาววับไปด้วยความเ็าและเคียดแค้น พลางพึมพำกับตนเองว่า
“ซูชิงเกอ นังแพศยา กล้าดีอย่างไรถึงได้ทรยศข้า…”
“กู้ฉางเกอ ความอัปยศในวันนี้ สักวันข้าจะเอาคืนเ้าให้สาสมถึงร้อยเท่าพันทวี”
บุรุษผู้นั้นมิใช่ใครอื่น หากแต่เป็เย่เฉินผู้ปลอมตัวมา
ยามนี้ในดินแดนตงฮวงย่อมไร้ซึ่งที่พักพิงสำหรับเขา
เพียงคำพูดเดียวของกู้ฉางเกอ ก็ทำให้ทุกสำนักในดินแดนตงฮวงต่างรังเกียจจนหลีกเลี่ยงเขาเหมือนงูพิษ
เขามิกล้าแม้กระทั่งจะใช้โฉมหน้าที่แท้จริงในการเดินทาง
ครั้งนี้เขาวางแผนจะใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายขนาดใหญ่ในนครโบราณนี้เพื่อมุ่งหน้าไปยังดินแดนจงโจว
ที่ซึ่งลี้ลับและยิ่งใหญ่กว่าดินแดนตงฮวงหลายเท่า ที่แห่งนั้นเต็มไปด้วยแหล่งัหลับใหล นิกาย สำนักศักดิ์สิทธิ์ และขุนเขาแห่งเทพที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน
แม้กู้ฉางเกอจะมีอำนาจมากเพียงใด ก็คงมิมีทางที่เขาจะสามารถแผ่ขยายครอบคลุมอิทธิพลไปถึงดินแดนจงโจวได้
ยิ่งไปกว่านั้นในดินแดนจงโจวยังมีตระกูลและนิกายที่มีสายสัมพันธ์กับแดน์อยู่ไม่น้อย ซึ่งบรรพบุรุษของพวกเขาเคยขึ้นสู่แดน์มาก่อน
แผนการของเย่เฉินนับว่ารอบคอบยิ่ง
ด้วยพร์อันล้ำเลิศของเขา หากสามารถเข้าร่วมกับตระกูลเ่าั้ได้ ก็ย่อมจะสามารถพุ่งทะยานสู่จุดสูงสุดได้อย่างรวดเร็ว
กู้ฉางเกอเองที่อวดดีได้ก็เพราะอาศัยอำนาจจากแดน์เบื้องบนมิใช่หรือ
เมื่อถึงเวลานั้น เขาก็จะมีอำนาจคอยสนับสนุนเช่นเดียวกัน แล้วเช่นนั้นกู้ฉางเกอจะทำอันใดได้เล่า
เขาจะต้องทำให้ทั้งซูชิงเกอและกู้ฉางเกอเสียใจไปชั่วชีวิต!
คิดดังนั้นแล้ว จิตใจของเย่เฉินก็สงบลงพร้อมเผยรอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นบนใบหน้า
“ท่านอาจารย์...”
แต่สิ่งที่ทำให้เย่เฉินรู้สึกกังวลใจและสงสัยก็คือ นับั้แ่เหตุการณ์ที่สำนักศักดิ์สิทธิ์ไท่เสวียน อาจารย์ผู้งดงามของเขาก็แทบไม่เอ่ยวาจาใด
มีเพียงยามที่เขาเผชิญอันตราย ที่นางจึงจะยื่นมือเข้าช่วยเหลือ
เย่เฉินรู้สึกกังวลและไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก มือของเขากำแน่นยิ่งขึ้น
หรือว่าเยี่ยนจีจะทรยศและทอดทิ้งเขาไปเช่นกัน
เขาไม่ยินยอมเด็ดขาด…
...
เพียงพริบตา เวลาก็ล่วงผ่านไปกว่าครึ่งเดือน
“คำเชิญจากองค์ชายสามแห่งราชวงศ์ต้าเซี่ยในดินแดนจงโจว เชิญชวนเหล่าผู้มีพร์จากทุกสารทิศเพื่อเข้าร่วมอภิปรายวิถีแห่งมรรคาหรือ”
ภายในมหาวิหาร กู้ฉางเกอมองบัตรเชิญลวดลายทองคำที่ซูชิงเกอยื่นให้ตรงหน้า พลางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
เพียงแค่กวาดสายตามองครู่เดียว เขาก็หมดความสนใจในทันที
ยอดฝีมือแห่งโลกเบื้องล่างเหล่านี้
ในสายตาของเขา เพียงแค่ใช้นิ้วเดียวก็สามารถบดขยี้ได้หมดสิ้น
ยังสู้ความสนุกจากการหยอกเย้าซูชิงเกอทุกวันมิได้เสียด้วยซ้ำ
“ราชวงศ์ต้าเซี่ย เมื่อครั้งอดีตว่ากันว่าจักรพรรดิองค์ก่อนเคยทะยานขึ้นสู่แดน์ ฐานอำนาจมั่นคงแข็งแกร่ง ส่วนองค์ชายสามผู้นั้นก็มีพร์สูงส่ง เมื่อวันประสูติของพระองค์ก็เกิดเสียงแห่งมรรคาดังก้องไปไกลถึงสามพันลี้…”
ซูชิงเกออธิบายแก่กู้ฉางเกอ
พร้อมกันนั้น นิ้วมือเรียวดุจหยกขาวบริสุทธิ์ก็ปอกเปลือกองุ่นิญญายื่นไปที่ริมฝีปากของเขา
“ราชวงศ์ต้าเซี่ยงั้นหรือ”
“ดินแดนจงโจวใช่หรือไม่”
“จริงสิ ถึงเวลาต้องเปลี่ยนเส้นทางบ้างเสียแล้ว”
กู้ฉางเกอเคี้ยวองุ่นพลางเอ่ยขึ้นอย่างไม่ใส่ใจนัก เขาครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะลุกขึ้นยืน
่เวลาที่ผ่านมานี้สงบสุขเกินไป
วันที่ไม่ได้รีดไถเย่เฉินนั้นช่างน่าเบื่อหน่ายเสียจริง
ยิ่งไปกว่านั้น หากเขาคาดเดามิผิด ตอนนี้เย่เฉินคงจะหลบหนีไปถึงดินแดนจงโจวแล้ว
“อีกสามวันให้หลัง เหล่าผู้มีพร์จากสำนักศักดิ์สิทธิ์ ราชวงศ์ และตระกูลใหญ่ในดินแดนตงฮวงจะออกเดินทางพร้อมกันทั้งหมด ท่านจะร่วมเดินทางไปด้วยหรือไม่”
ซูชิงเกอเอ่ยถาม
กู้ฉางเกอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า
เขาพลันนึกถึงเื่หนึ่งขึ้นมาได้
ตระกูลของผู้าุโิเองดูเหมือนจะตั้งอยู่ในดินแดนจงโจวแห่งโลกเบื้องล่างนี้
เมื่อสามหมื่นปีก่อน ผู้าุโิได้ทำลายม่านฟ้า ก่อนจะทะลุผ่านห้วงมิติจากดินแดนจงโจวทะยานขึ้นสู่แดน์ได้สำเร็จ