แสงแดดจ้าของเช้าวันพุธสาดส่องลงมากระทบหน้าต่างกระจกบานใหญ่ของแผนกการตลาด ทว่ามินตรากลับรู้สึกราวกับว่าตัวเธอกำลังก้าวเดินอยู่ภายใต้เงามืดสลัวที่ไม่มีวันจางหาย เด็กสาวจัดการปกปิดร่องรอยสีกุหลาบจาง ๆ ตรงบริเวณซอกคอด้วยการทารองพื้นหนาทับหลายชั้นและสวมเสื้อเชิ้ตคอปกสูงขึ้นกว่าทุกวัน ปลายนิ้วเรียวบางยังคงสั่นระริกยามนึกถึงความวาบหวามและััร้อนแรงที่เคาน์เตอร์แพนทรีเมื่อคืนก่อน ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีตีรวนอยู่ในอกจนแน่นตึง ทุกครั้งที่ต้องเดินผ่านห้องทำงานของปกป้อง มินตราจะรีบก้มหน้าลงต่ำและก้าวเท้าเร็ว ๆ ราวกับกลัวว่าประกายตาคมกริบคู่นั้นจะดึงดูดสติสัมปชัญญะของเธอให้พังทลายลงอีกครั้ง
“สวัสดีค่ะคุณปกป้อง” มินตราเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบเป็ทางการขณะเดินสวนกันในโซนส่วนกลาง ่บ่ายวันนั้น ั์ตาของเด็กสาวไม่แม้แต่จะสบประสานกับั์ตาคมกริบของเขา
“สวัสดีครับมินต์” ปกป้องตอบรับเสียงทุ้ม แววตาคมฉายแววห่วงใยและคาดคั้นลุ่มลึกอย่างเห็นได้ชัด ทว่าเขาไม่อาจเอ่ยคำใดเพิ่มเติมได้เมื่อแพรว รุ่นพี่สาวที่จ้องจับผิดอยู่ตลอดเวลากำลังยืนชงกาแฟอยู่ใกล้ ๆ และคอยทอดสายตาจิกแคลงใจมาทางพวกเขาทั้งสองคนอย่างเงียบเชียบ
บรรยากาศความกดดันเพิ่มพูนขึ้นใน่บ่ายแก่ ๆ เมื่อมีข้อความแจ้งเตือนด่วนจากคณะกรรมการบริหารระดับสูงแจ้งว่า การนำเสนอแคมเปญใหม่ที่จะต้องเข้าเสนอต่อคณะกรรมการบริหารระดับสูงในวันนี้ มีคำสั่งเลื่อนกำหนดการนำเสนอหลักออกไปเป็วันพฤหัสบดีกะทันหัน เนื่องจากบอร์ดบริหาร้าเปรียบเทียบโทนสีและเนื้อััจริงของ “กล่องสินค้าตัวอย่าง (Mockup)” คอลเลกชันเครื่องสำอางรุ่นใหม่ที่เพิ่งทำเสร็จ กับ “ชิ้นงานโฆษณาที่พิมพ์จริง” ของแคมเปญปีที่แล้ว เพื่อดูความต่างของเนื้อกระดาษและการเคลือบผิวพิเศษ ซึ่งไฟล์ในคอมพิวเตอร์ไม่สามารถแสดงลักษณะทางกายภาพเหล่านี้ให้ประเมินได้
“นี่มันบ้าชัด ๆ เลย กล่อง Mockup ตัวใหม่เพิ่งส่งมาเมื่อบ่าย รปภ. น่าจะยกไปวางกองไว้ในห้องเก็บของของแผนก ส่วนแฟ้มตัวอย่างชิ้นงานพิมพ์ปีที่แล้วก็น่าจะอยู่ในตู้อาร์ไคฟ์หลังห้องโน่น... ใครจะไปรื้อเจอในเวลาสั้น ๆ แบบนี้” แพรวบ่นอุบด้วยสีหน้าหงุดหงิด ก่อนจะหันไปพูดกับหัวหน้าแผนกด้วยน้ำเสียงสุภาพขึ้น “คุณปกป้องคะ พอดีแพรวมีธุระสำคัญ่เย็นต่อพอดีค่ะ เลยคงอยู่ช่วยหาไม่ได้... มินต์จ๊ะ พี่ฝากช่วยคุณปกป้องหน่อยนะ”
ปกป้องก้าวออกจากห้องทำงาน สุ้มเสียงทุ้มปกติเป็งานเป็การสั่งการขึ้นทันที “ไม่เป็ไรครับแพรว เดี๋ยวผมกับมินต์จะอยู่ช่วยกันค้นหาตัวอย่างสิ่งพิมพ์และกล่อง Mockup ชุดนี้เอง ทุกคนในทีมเคลียร์งานเสร็จแล้วกลับบ้านได้เลยครับ พายุกำลังจะเข้าด้วย รีบเดินทางจะปลอดภัยกว่า”
เมื่อสิ้นเสียงคำสั่ง พนักงานคนอื่น ๆ ต่างทยอยรีบเก็บของกลับบ้านด้วยความยินดี เหลือเพียงมินตราที่ยืนกำสายกระเป๋าสะพายแน่น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความอึดอัดที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงสถานการณ์สองต่อสองนี้ได้เลย
---
เข็มนาฬิกาบอกเวลาหกโมงเย็น ความมืดโรยตัวลงมารวดเร็วกว่าปกติเนื่องจากเมฆฝนทมิฬก้อนั์ที่แผ่เข้าปกคลุมน่านฟ้ากรุงเทพมหานคร เสียงลมพายุฝนฟ้าคะนองพัดกระหน่ำรุนแรงจนบานกระจกนิรภัยของออฟฟิศส่งเสียงครางประท้วงเบา ๆ สายฝนเม็ดใหญ่เริ่มตกลงมากระทบหน้าต่างกระจกเป็เสียงรัวกระชั้น
มินตราเดินตามร่างสูงใหญ่ของปกป้องเข้าไปในห้องเก็บของของแผนกการตลาด ห้องนี้ตั้งอยู่บริเวณซอกในสุดหลังโซนทำงานหลัก ไม่มีหน้าต่างระบายอากาศ และหนาแน่นไปด้วยชั้นเหล็กวางกล่องสินค้า บรรจุภัณฑ์ตัวอย่าง และแฟ้มอาร์ไคฟ์ชิ้นงานโฆษณาพิมพ์จริงจากแคมเปญเก่า ๆ ฝุ่นจาง ๆ ลอยอยู่ในอากาศปะปนกับกลิ่นกระดาษอบอวล
“กล่อง Mockup บรรจุภัณฑ์รุ่นใหม่ที่เพิ่งส่งมา น่าจะอยู่บนชั้นโน้นนะ เดี๋ยวพี่ช่วยยกลงมาให้เอง” ปกป้องเอ่ยบอกพลางชี้ไปยังกล่องกระดาษขนาดใหญ่บนชั้นสูง “ส่วนมินต์ลองค้นหาแฟ้มอาร์ไคฟ์ชิ้นงานปีที่แล้วในตู้เหล็กเก็บเอกสารเก่าดูนะ”
“ค่ะ” มินตราตอบรับเบา ๆ แล้วเดินเลี่ยงไปทางตู้เอกสารเหล็กที่ตั้งอยู่ติดผนังอีกฝั่ง เธอแหงนหน้ามองหาแฟ้มเก็บตัวอย่างชิ้นงานจริงของแคมเปญปีที่แล้ว ซึ่งถูกจัดเก็บอยู่ในกล่องใส่เอกสารสีน้ำตาลบนชั้นวางของชั้นบนสุด
ทว่าในจังหวะที่มินตราขยับเขย่งปลายเท้าและเอื้อมมือสุดแขนเพื่อจะดึงกล่องเอกสารเก่าใบนั้นลงมา ท้องฟ้าภายนอกก็สว่างวาบด้วยแสงฟ้าผ่ารุนแรง ตามมาด้วยเสียงฟ้าร้องกึกก้องที่ทำเอาแผ่นดินะเื และในวินาทีถัดมา แสงไฟฟลูออเรสเซนต์ดวงเดียวในห้องเก็บของรวมถึงแสงไฟสว่างจ้าในออฟฟิศก็ดับวูบลงพร้อมกันทันที
*พรึ่บ!*
ทุกอย่างตกอยู่ในความมืดมิดสนิท มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ค่อย ๆ หยุดหมุนลงและแปรเปลี่ยนเป็ความเงียบสงบอันน่าอึดอัด ลมหายใจสะดุดขัดของมินตราดังขึ้นชัดเจนท่ามกลางความมืด
“คุณปกป้องคะ! ไฟดับค่ะ” มินตราเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก พยายามคลำหาทางเพื่อเดินกลับไปยังประตูทางออก
“อยู่นิ่ง ๆ ก่อนครับมินต์ อย่าเพิ่งขยับ เดี๋ยวจะชนชั้นเหล็กล้มทับเอา” เสียงทุ้มของปกป้องดังขึ้นใกล้กว่าที่คิด ชายหนุ่มเปิดระบบไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือ แสงไฟสีขาวนวลส่องสว่างวาบเป็ลำแสงตัดผ่านความมืด ส่องกระทบฝุ่นผงที่ลอยคว้างและทาบทับลงบนใบหน้าหวานที่กำลังตื่นตระหนกของเด็กสาว
“ร้อนจังเลยนะคะ...” มินตราพึมพำ พลางใช้หลังมือซับเหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ที่เริ่มผุดซึมตามไรผมและหน้าผาก เนื่องจากไม่มีพัดลมระบายอากาศ อุณหภูมิในห้องเก็บของแคบ ๆ จึงเริ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ผิวกายของเธอเริ่มเหนียวเหนอะหนะ เสื้อเชิ้ตตัวบางเริ่มแนบติดกับเนื้อนวล
“เรารีบหาของให้เจอแล้วรีบออกไปกันเถอะค่ะ” มินตราพยายามเบี่ยงประเด็น หันกลับไปเอื้อมดึงกล่องเอกสารใบเดิมต่อเพื่อลดทอนความประหม่าที่เกิดขึ้นภายใต้แสงไฟสลัว
ทว่ากล่องเอกสารน้ำตาลใบใหญ่นั้นอยู่สูงและมีน้ำหนักมากกว่าที่คิด ปลายนิ้วััโดนขอบกล่องและพยายามออกแรงลาก ทว่าแรงดึงกลับทำให้กล่องทั้งใบเริ่มเสียสมดุลและทำท่าจะร่วงหล่นลงมาใส่ร่างบางในความมืดอย่างกะทันหัน
“ระวัง!”
เสียงทุ้มเอ่ยเตือนพร้อมกับเงาร่างสูงใหญ่ที่สืบเท้าเข้ามาประชิดเื้ัอย่างรวดเร็ว ปกป้องยกแขนแกร่งทั้งสองข้างขึ้นโอบกักตัวเด็กสาวเอาไว้ขณะเอื้อมมือหนาไปช่วยพยุงและประคองกล่องเอกสารเก่าใบนั้นลงมาวางบนชั้นที่ต่ำกว่าได้อย่างปลอดภัย ทว่าตำแหน่งที่ยืนหลบของร่วงในระยะประชิดกลับทำให้แผ่นหลังบอบบางของมินตราแนบสนิทไปกับแผงอกตึงแน่นอุ่นร้อนของชายหนุ่มวัยสี่สิบ ความร้อนจากผิวกายหนาส่งผ่านเนื้อผ้าเข้ามาลามเลียแผ่นหลังของเธอจนสะท้านไปทั้งตัว
ลมหายใจร้อนผ่าวของปกป้องเป่ารดอยู่ตรงขมับและลาดไหล่บาง มินตราเกร็งตัวแข็งทื่อ ั์ตากลมโตสั่นระริกในขณะที่แสงไฟฉายจากมือถือของป้องที่ตั้งทแยงอยู่ทอดเงาทั้งสองคนทับทาบลงบนผนังห้องเก็บของแห่งนี้
ปกป้องไม่ยอมขยับถอยห่าง ชายหนุ่มวางโทรศัพท์มือถือไว้บนชั้นเหล็กข้างตัว ปล่อยให้ลำแสงสีขาวทแยงขึ้นไปกระทบเพดาน สร้างแสงสว่างสลัวรางอบอุ่นรอบตัว ฝ่ามือหนาทั้งสองข้างเลื่อนลงมาวางทาบลงบนชั้นเหล็กขนาบข้างลำตัวมินต์ กักขังร่างเล็กเอาไว้ในอ้อมแขนกว้างอีกครั้งเช่นเดียวกับเหตุการณ์ในห้องครัวเมื่อคืนก่อน
“หลบหน้าพี่ทำไมทั้งวันครับมินต์?” ปกป้องกระซิบถาม น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าเลือนแฝงแววตัดพ้อปนกระตุ้นอารมณ์ “เมื่อเช้าทักพี่เหมือนคนไม่เคยรู้จักกันเลย โกรธพี่เื่เมื่อคืนเหรอ?”
มินตราเม้มริมฝีปากแน่น หยาดน้ำตาอุ่นร้อนเริ่มเอ่อคลอเบ้าตาด้วยความรู้สึกอัดอั้นตันใจที่สั่งสมมาตลอดทั้งวัน เด็กสาวพยายามหันกลับเผชิญหน้ากับเขา ทว่าแผ่นอกแกร่งที่เบียดชิดทำให้หน้าอกอิ่มของเธอต้องบดเบียดเข้ากับแผงอกของเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“มินต์ไม่ได้โกรธค่ะ...” มินตราเอ่ย น้ำเสียงเริ่มสั่นเครือ หยาดน้ำตาร่วงหล่นอาบแก้มเนียนภายใต้แสงไฟสลัว “มินต์แค่กลัว... มินต์กลัวตัวเองจะทำใจไม่ได้ มินต์รู้สึกเหมือนเป็คนเลว ทุกครั้งที่สบตาพี่ป้อง มินต์คิดถึงรูปครอบครัวในเฟซบุ๊ก คิดถึงหน้าภรรยาของพี่... มินต์เกลียดตัวเองที่ห้ามใจไม่เคยได้เลย พอพี่ป้องเข้ามาใกล้ มินต์ก็ใจอ่อนทุกที... มินต์ทรมานเหลือเกินค่ะ”
เสียงสะอื้นไห้แ่เบาของเด็กสาวทำเอาหัวใจของปกป้องสั่นสะท้านด้วยความรู้สึกผิดและแสนรัก ชายหนุ่มใช้นิ้วมือเรียวยาวเชยคางมนของเด็กสาวขึ้นมา ก่อนจะใช้นิ้วหัวแม่มือลูบซับน้ำตาที่แก้มนุ่มอย่างแ่เบาทะนุถนอม สายตาคมกริบจดจ้องมองแววตาสั่นระริกที่เต็มไปด้วยความรักปนความทุกข์ระทมของมินตรา
“พี่ขอโทษ... พี่ขอโทษที่ทำให้มินต์ต้องเ็ปและรู้สึกแบบนี้” ปกป้องกระซิบ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเปี่ยมไปด้วยความจริงใจของผู้ใหญ่ที่อยากโอบอุ้มความเปราะบางของคนตรงหน้า “แต่เชื่อพี่ไหม... ความรู้สึกที่พี่มีให้มินต์ มันไม่ใช่เื่โกหก พี่้ามินต์จริง ๆ และพี่ยอมรับว่าพี่เป็คนเห็นแก่ตัวที่ไม่อยากปล่อยมินต์ไปไหนเลย”
คำสารภาพอันอ่อนโยนแฝงแววขี้เล่นปนอบอุ่นของผู้ใหญ่กะเทาะเปลือกป้องกันตัวของมินตราจนแตกสลาย เด็กสาวสะอื้นฮักพลางโผเข้าซบหน้ากับแผงอกกว้างของปกป้อง สองมือน้อย ๆ กำเสื้อเชิ้ตสีเทาของเขาไว้แน่น ราวกับคนกำลังจะจมน้ำที่พยายามคว้าขอนไม้ใหญ่ไว้พึ่งพิง
ปกป้องกระชับอ้อมกอดแ่า ลูบไล้แผ่นหลังบางบอบบางเพื่อปลอบโยน ความตึงเครียดทางเพศและอารมณ์ปรารถนาที่ถูกอัดอั้นตันใจท่ามกลางบรรยากาศพายุฝนภายนอกปะทุขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมามอบจูบอันแสนอ่อนหวานปลอบประโลม รสจูบแรกเริ่มนุ่มนวลซับน้ำตาที่เปียกปอนตรงริมฝีปากอิ่ม ก่อนจะค่อย ๆ ทวีความร้อนแรง ล้ำลึก และเต็มไปด้วยเพลิงปรารถนาที่เหนี่ยวรั้งให้ทั้งสองข้ามพ้นเส้นแบ่งศีลธรรมไปพร้อม ๆ กัน
มินตราครางเครือในลำคอ ตอบรับััร้อนแรงของเรียวลิ้นอุ่นชื้นที่สอดแทรกเข้ามาตักตวงความหวานปนรสเค็มจาง ๆ ของน้ำตาอย่างโหยหา ร่างกายบอบบางสั่นสะท้านละลายไปกับอ้อมกอดร้อนฉ่าจนแทบยืนไม่อยู่ เรียวขาคู่สวยเริ่มอ่อนแรงจนปกป้องต้องสอดแขนแกร่งเข้าใต้ข้อพับขาแล้วยกตัวเธอขึ้นประคองวางลงบนกล่องกระดาษแข็งใบใหญ่บนชั้นวางของตัวเตี้ยที่แข็งแรงพอจะรับน้ำหนักได้
ลำแสงสีขาวจากโทรศัพท์มือถือที่ตั้งอยู่ข้าง ๆ สะท้อนเงาของคนทั้งสองบดเบียดชิดใกล้ เสียงสายฝนกระหน่ำซัดกระจกออฟฟิศด้านนอกช่วยสร้างเสียงฉากหลังปิดกั้นเสียงสะอื้นและเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของคนสองคนในห้องเก็บของแคบ ๆ ให้ตัดขาดจากโลกภายนอก
ปกป้องปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของมินตราออกอย่างแ่เบาทีละเม็ด เผยให้เห็นทรวงอกอวบอิ่มที่ชูชันรับความเย็นและร้อนสลับกันไปในอากาศที่อับทึบ ผิวเนียนละเอียดของเด็กสาวสะท้อนแสงไฟสลัวราวกับประติมากรรมหรูหรา ชายหนุ่มก้มลงขบเม้มยอดทรวงอกสีหวานผ่านบราลูกไม้สีนวลอย่างอ่อนโยนสลับหนักหน่วงจนร่างเล็กแอ่นกายรับััเสียวซ่านสะท้านรัญจวน
“พี่ป้อง... อ๊ะ... พี่ป้อง...” มินตราครางเรียกชื่อเล่นของเขาซ้ำ ๆ ด้วยเสียงกระซิบสั่นระริก สองมือขยำเส้นผมสีเข้มของชายหนุ่มวัยสี่สิบไว้เพื่อประคองตัวเองท่ามกลางความสั่นไหวทางอารมณ์ที่พุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด
มือแกร่งของปกป้องเลื่อนลงไปปลดขอบกางเกงสแล็กสีดำและดึงรั้งสิ่งกีดขวางพ้นเรียวขานวลเนียน ผิวกายของทั้งสองชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อบางเบาที่ผุดซึมจากความร้อนระอุในห้อง ััเนื้อแนบเนื้อที่เหนียวหนืดและร้อนฉ่าเพิ่มแรงเสียดสีและความซาบซ่านสยิวจนมินตราเบียดสะโพกมนเข้าหาแก่นกายแกร่งร้อนของชายหนุ่มตามสัญชาตญาณรัก
“มินต์... เด็กดีของพี่” ปกป้องกระซิบคำหวานชิดใบหูเล็กที่แดงก่ำ แววตาของเขาในความมืดเปล่งประกายความปรารถนาขีดสุดขณะแทรกกายเข้ามาระหว่างเรียวขาคู่สวยที่แยกออกกว้างรับน้ำหนักตัวของเขา “พร้อมข้ามเส้นไปกับพี่จริง ๆ ใช่ไหมครับ?”
มินตราไม่เอ่ยคำตอบเป็คำพูด แต่ดวงตากลมโตที่เอ่อด้วยหยาดน้ำตาจ้องมองเขาลึกซึ้ง พยักหน้าเบา ๆ พร้อมส่งเรียวแขนขึ้นโอบรอบลำคอหนาของเขา ดึงรั้งให้ปกป้องโน้มตัวลงมาแนบชิด
เมื่อความแข็งแกร่งร้อนผ่าวแทรกผ่านเข้าสู่ดอกไม้งามที่ฉ่ำหวาน มินตราสะดุ้งสุดตัว ซบหน้าลงกับบ่าแกร่งของเขาและเปล่งเสียงครางเครือสั่นพร่าด้วยความเจ็บปนความรัญจวนซ่านสยิวครั้งแรกในชีวิต ฝ่ามือน้อย ๆ ข่วนแผ่นหลังกว้างของปกป้องผ่านเนื้อผ้าเชิ้ตสีเทาที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อจนยับย่น
“อ๊ะ... พี่ป้อง... มินต์... เจ็บ...”
“ชู่... ผ่อนคลายนะครับเด็กดี กอดพี่ไว้แน่น ๆ นะ” ปกป้องกระซิบปลอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและอ่อนโยน ชายหนุ่มแช่กายค้างไว้สักพักเพื่อให้เด็กสาวได้ปรับตัวกับััรุกรานแปลกใหม่ที่เพิ่งััเป็ครั้งแรก นิ้วเรียวยาวลูบไล้ขมับและกลุ่มผมสลวยของเธอเพื่อช่วยบรรเทาความเ็ป ก่อนจะเริ่มขยับร่างกายอย่างเนิบนาบ อ่อนโยน ทว่าหนักแน่นสม่ำเสมอ
เสียงลมหายใจกระชั้นชิด เสียงหัวใจที่เต้นรัวสลับประสานไปกับเสียงสายฝนที่สาดซัดพายุกระหน่ำภายนอกตึก ราวกับเป็พยานรักต้องห้ามในความมืดสลัว มินตราค่อย ๆ ลืมความเ็ปแปรเปลี่ยนเป็ความซ่านเสียวรัญจวนลึกซึ้งในช่องท้อง ร่างกายโอนอ่อนผ่อนตามจังหวะชักนำที่แสนช่ำชองและทะนุถนอมของผู้ใหญ่ที่เจอมรสุมชีวิตมามากกว่า ความหวานล้ำเอ่อล้นเชื่อมโยงกายของคนทั้งสองเข้าเป็หนึ่งเดียวในความมืดที่ร้อนอบอ้าว
จังหวะรักทวีความเร่าร้อนและลึกซึ้งขึ้นเรื่อย ๆ สะโพกมนขยับรับแรงรักที่สาดซัดเข้ามาอย่างเป็จังหวะ หยาดเหงื่อบนผิวกายเปียกชุ่มจนมันวาวสะท้อนแสงไฟสลัวจากมือถือ มินตราหลับตาพริ้มเสพสมความสุขสมปนน้ำตาที่ยังคงไหลรินด้วยความรู้สึกผิดบาป ทว่าในยามนี้ ร่างกายและจิติญญาของเธอกลับผูกพันและเป็ของปกป้องโดยสมบูรณ์แบบอย่างไม่อาจถอนตัวได้อีกต่อไป
“พี่ป้อง... มินต์รัก... รักพี่ป้อง...” มินตราครางบอกความในใจที่แสนทรมานปนเสน่หาหลุดลอยออกไปพร้อมเสียงลมหายใจที่ขาดห้วง
“พี่ก็รักมินต์ครับ... รักที่สุด...” ปกป้องตอบรับเสียงแหบพร่า ร่างกายแกร่งเร่งจังหวะรักสุดท้ายอย่างรวดเร็วและหนักหน่วงเพื่อส่งมอบความรักความเสน่หาทั้งหมดที่มีให้แก่คนในอ้อมกอด ก่อนที่ทั้งสองคนจะสะท้านสั่นไหวและก้าวข้ามขอบเขตศีลธรรมไปสู่จุดสุขสมสูงสุดพร้อมกันท่ามกลางเสียงฟ้าผ่าฟ้าร้องกึกก้องที่ะเิออกด้านนอกตึก
หยาดน้ำหวานและสายธารรักอุ่นร้อนไหลรินเต็มเปี่ยมประคับประคองสองร่างที่หอบหายใจกระชั้นชิด ปกป้องทิ้งตัวลงมาซบซบหน้าอกอุ่นของมินต์ กอดรัดเธอเอาไว้แ่าไม่ยอมปล่อย ลมหายใจอุ่นร้อนของทั้งคู่เป่ารดผิวเนื้อเนียนเปียกชื้นสลับช้าลงตามจังหวะหัวใจที่เริ่มสงบ
---
พายุฝนภายนอกตึกเริ่มผ่อนกำลังลง เหลือเพียงสายฝนพรำเบาบาง แสงสว่างสีสลัวรางจากลำแสงโทรศัพท์มือถือยังคงทำงานอย่างซื่อสัตย์อบอวลบรรยากาศสีเหลืองนวลอบอุ่น
ปกป้องพยุงร่างกายขึ้นอย่างช้า ๆ ชายหนุ่มไม่ได้รีบขยับตัวออกไปในทันที แต่กลับก้มลงจูบซับเหงื่อและคราบน้ำตาบนใบหน้าหวานของมินตราอย่างอ่อนโยน ทะนุถนอมประหนึ่งเธอคือสมบัติล้ำค่า ฝ่ามืออุ่นใหญ่คอยลูบไล้ประคองสะโพกและเรียวขาสั่นเทาของเธอด้วยความกังวล
“เจ็บมากไหมครับมินต์?” ปกป้องถามเสียงทุ้มหวาน แฝงกระแสความห่วงใยอบอุ่นที่สะกิดใจคนฟังให้รู้สึกอบอุ่นใจลึกซึ้ง
“ฮื่อ... นิดหน่อยค่ะ” มินตราตอบเสียงเบาหวิว ใบหน้าหวานซบลงบนแผ่นอกแกร่งเพื่อหลบสายตาคมกริบคู่ที่จ้องมองมาด้วยความรักและแสดงความเป็เ้าของที่เด่นชัด
ปกป้องยิ้มบางเบาที่มุมปากอย่างเอ็นดู เขาหยิบทิชชูสะอาดในกระเป๋าเสื้อมาช่วยซับผิวเนื้อของเด็กสาวอย่างสุภาพและใส่ใจ ก่อนจะช่วยดึงกางเกงสแล็กสีดำและจัดเสื้อเชิ้ตของมินตราขึ้นมาติดกระดุมให้จนเรียบร้อย ชายหนุ่มกวาดสายตาสำรวจเสื้อผ้าและเนื้อตัวของเธออีกครั้งเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีร่องรอยผิดปกติใด ๆ หลงเหลืออยู่ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบกล่อง Mockup บรรจุภัณฑ์และแฟ้มชิ้นงานตัวอย่างเก่าที่พวกตนหาเจอเมื่อครู่ขึ้นมาถือไว้เองทั้งหมด
“ไปกันเถอะครับมินต์ ไฟฟ้าน่าจะยังไม่มาอีกนาน คืนนี้พี่ไปส่งเราที่หอพักนะ ฝนยังตกอยู่ เดินทางคนเดียวมันอันตราย” ปกป้องเอ่ยพร้อมรอยยิ้มอบอุ่นพลางยื่นมือแกร่งมาจับนิ้วมือเรียวบางของมินต์ไว้หลวม ๆ นำทางเธอเดินก้าวออกจากความมืดสลัวของห้องเก็บของ
มินตราเดินตามแรงจูงมือของชายหนุ่มออกสู่โซนทำงานที่เงียบสงัด ความเปียกชื้นของพายุฝนภายนอกและความอบอุ่นจากมือใหญ่ที่เกาะกุมส่งความรู้สึกลึกซึ้งสะท้านปนรู้สึกผิดชอบชั่วดีให้ปั่นป่วนอยู่ในหัวใจ เด็กสาวมองแผ่นหลังกว้างของปกป้องที่เดินนำหน้าในความสลัวรางของออฟฟิศ... เธอรู้ดีว่าหลังค่ำคืนนี้ไป เธอได้ส่งมอบชีวิตและจิติญญาก้าวข้ามกำแพงศีลธรรมที่เคยกั้นไว้ทั้งหมดก้าวแรกอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว และจุดเริ่มต้นแห่งเสน่หาในความมืดมิดครั้งนี้ กำลังจะนำพาชีวิตการทำงานและความรักของเธอเข้าสู่มรสุมลูกใหญ่ที่ไม่มีวันหลีกเลี่ยงได้อีกต่อไป