ในรุ่งเช้าของวันใหม่ สำนักัเริ่มแจกจ่ายทรัพยากร ผู้ติด50อันดับผู้เหลือรอด อี้เฉินที่ได้ สมุนไพรกระดิ่งแมว ระดับ ศักดิ์สิทธิ์ พร้อมกับเมล็ดบัวหยั่งรู้ เขาเริ่มนั่งปิดขั้นพลัง เลื่อนขั้นพลังย่อย ของเขาอีกครั้ง เนื่องด้วยเขาสะสมประสบการณ์ความรู้ มา่เวลาหนึ่งแล้ว
ร่างกายของเขาเริ่มสลัวเลือนราง มีแสงสีทองจางๆ ปรากฏขึ้นมาภายในกระท่อมไม้หลังเก่า อักขระภายในทะเลความรู้ เริ่มขับเคลื่อนอย่างฉับไว เืในร่างเริ่มเต้น เร้าๆ ขึ้นมาอย่างหนักใน่2-3วัน
เป็อยู่อย่างนั้นจวนไปถึง่ของวันที่5 กายาอี้เฉินจึงเริ่มส่งสัญญาณการเลื่อนขั้นพลังย่อย ออกมาอย่างเด่นชัด ปราณพลังในร่าง เริ่มขยับขยายขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จนทะเลความรู้เกิดการกระเพื่อมไหวขึ้นมาอย่างรุนแรง
จุดชีพจรทั้ง 5 ที่ถูกกระตุ้นขยับขยายอย่างบ้าคลั่ง จนเวลาผ่านไปถึง15 วัน อี้เฉินจึงเลื่อนขั้นพลังย่อย สร้างรากฐาน ระดับ กลางได้สำเร็จ พร้อมมุมปากที่คลี่ยิ้มออกมาน้อยๆ
ก่อนอี้เฉินจะเริ่มใช้เม็ดบัวหยั่งรู้ทั้ง 5 เม็ดที่เขาได้มา เพื่อเพิ่มการหยั่งรู้วิชาไปสู่ระดับที่ลึกล้ำขึ้น ขัดเกลาวิชากายาั วิชาอสูรคลั่ง แม้กระทั่งวิชาัทะยานนภา ให้ลึกล้ำไปอีกขั้น เสียงท่องคัมภีร์ ดังอึกทึกครึกโครมภายในทะเลความรู้ อักขระคัมภีร์ล่องลอย สอดประสานหลั่งไหลออกมาทั่วกายา เมื่อวิชาต่างๆ ถูกขับเคลื่อนขัดเกลาซ้ำๆ จนตอนนี้ผ่านไปเดือนครึ่งแล้ว ที่อี้เฉินเปิดเปลือกตาขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อฤทธิ์สรรพคุณเม็ดบัวหยั่งรู้ หมดลงไป
พร้อมอี้เฉินสืบฝีเท้าออกจากที่พัก เมื่อยังจดจำกฎของสำนักัได้ ทุกๆ ครึ่งปี ศิษย์ภายในสำนัก จะต้องทำภารกิจสำนักอย่างน้อยหนึ่งครั้ง ไม่เช่นนั้นแล้ว พวกเขาจะไม่ได้รับการแจกจ่ายทรัพยากรในการบ่มเพาะ อี้เฉินจึงคิดใช้่เวลานี้ เลือกจะทำภารกิจสำนัก คนอื่นๆ เองก็คิดเช่นกันทำให้ หน้าหอรับภารกิจสำนักั ผู้คนเดินกันขวักไขว่ไม่น้อย
อี้เฉินต่อแถว เพื่อรอรับภารกิจสำนัก ครั้นถึงคิวเขา ผู้าุโภารกิจสำนัก มอบม้วนกระดาษภารกิจสำนัก ที่เขาหยิบออกมา ภายใต้แขนเสื้อกว้าง ของชุดผู้าุโหอภารกิจทันใด เห็นได้ชัดว่าภารกิจสำนักที่อี้เฉินได้รับ ราวกับมีการเตรียมการให้เขาเป็การส่วนตัวอยู่ก่อนแล้ว ทำให้อี้เฉินที่รับมันมา หน้าบูดบึ้งทันที
“เ้ามีอะไรหรือ ยังไม่รีบไปอีก” ผู้าุโหอภารกิจที่กล่าวพูด เขาแค่นเสียงขึ้นมาอย่างไม่พอใจ
อี้เฉินจนใจจึงทำได้เพียงประสานฝ่ามือ แล้วเดินออกมาอย่างไม่พอใจ ชายแก่มองเด็กหนุ่มผมสีขาวเดินจากไป เขาแอบลอบคลี่ยิ้ม ภายในใจออกมากว้าง
ระหว่างอี้เฉินเดินออกจากสำนัก เขาเปิดม้วนภารกิจออกดู ฆ่าสัตว์อสูร ระดับก่อกำเนิด 5 ตัว แล้วนำกลับมาส่งยังหอตำรา เขาถึงกับหน้ามืดทะมึน เห็นได้ชัด เขาที่อยู่ในขั้นรวมลมปราณ ระดับ กลาง ไม่อาจทำภารกิจนี้ได้ หากเป็คนทั่วไปล่ะก็
“เกรงว่า ผู้าุโหอภารกิจผู้นั้นจะได้รับมอบหมาย จากใครบางคนมาซินะ” พร้อมเสียงอี้เฉินถอนลมหายใจ ดังออกมายาว “เฮ้อ!! ให้มันได้อย่างนี้ซิ”
อย่างน้อยอี้เฉินก็คิดในแง่ดี แวะทักทายคนในหมู่บ้านลมหวน ซื้อหนังสือฝึกยุทธ์พื้นฐาน ให้พวกเขาหน่อยก็ไม่น่าจะเสียหายอะไร
พร้อมฝีเท้าอี้เฉินจ้ำอ้าว กลับหมู่บ้านลมหวน เข้าไปนั่งพูดคุยกับปู่เสี่ยวปู้เตียนของเขา จวนถึงยามค่ำ พวกชาวบ้านที่เห็นอี้เฉิน กลับมา พวกเขาต่างก็มาต้อนรับเด็กหนุ่มอย่างอบอุ่น โดยเฉพาะเหล่ามิตรสหายของอี้เฉิน ที่เคยวิ่งเล่นภายในหมู่บ้านลมหวนด้วยกันมา
อี้เฉินหยิบหนังสือฝึกยุทธ์พื้นฐาน ออกมาให้พวกเปาเปา หวังว่าพวกเขาจะลองฝึกมันดู “พวกเ้าลองเอาไปฝึกดู มันอาจจะช่วยพวกเ้าได้ไม่มากก็น้อย”
หลายๆ คนต่างเป็ปีติ แค่เห็นหนังสือฝึกยุทธ์พื้นฐาน พวกเขาต่างก็พากันดีใจแล้ว “อืมๆ เ้าขาว เดี๋ยวพวกเราจะลองฝึกมันดู”
หลังจากเสร็จสิ้นธุระภายในหมู่บ้านลมหวน อี้เฉินก็ออกจากหมู่บ้าน ไปล่าสัตว์อสูรเพียงลำพัง ภายในป่าไร้สิ้นสุดที่อันตราย เขาไม่ได้พาใครไปด้วย เนื่องด้วยเขาต้องเข้าป่าไปค่อนข้างลึกทีเดียว เขายังจดจำได้ดี ถึง่เวลาที่เข้าป่าไปพร้อมกับคนตระกูลซี อี้เฉินจึงคิดจะไปสถานที่แห่งนั้นอีกครั้ง เพื่อจัดการสัตว์อสูร ขั้นก่อกำเนิด
...อี้เฉินใช้เวลาเดินทางเข้าไปข้างในป่าไร้สิ้นสุดไปเกือบ10วัน ผ่านเทือกเขาลำธาร ป่าไม้รกชัฏ ถูกสัตว์อสูรรอบๆ โจมตีอยู่บ่อยครั้ง ตัวไหนที่เขาฆ่าสังหารได้ เขาจะเก็บใส่ถุงเก็บของมิติ ไม่ให้มันตายอย่างสูญเปล่า จนเขาเดินทางมาถึง เขตตีนเขาที่เคยมีสัตว์อสูรหลาย 10 ตัวต่อสู้กัน
ทว่าอี้เฉินใช้เวลาสำรวจบริเวณรอบๆ เพื่อตามหา สัตว์อสูร ระดับก่อกำเนิด อยู่หลายชั่วยาม ไร้วี่แววของสัตว์อสูร ระดับ ก่อกำเนิดแม้แต่ตัวเดียว เขาจึงจนใจ ต้องเสี่ยงอันตรายเข้าไปลึก ชนิดที่เขาเองก็ไม่เคยมาไกลมากโข ขนาดนี้มาก่อน
แต่เขตแถวนี้แปลกมาก ไม่มีแม้แต่สัตว์อสูร ระดับ ต่ำที่คอยจ้องโจมตีเขามาก่อน เหมือนว่ามันเป็เพียงป่าธรรมดาไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิต อี้เฉินยิ่งสืบฝีเท้าเข้าไปใกล้ยิ่งไม่เข้าท่า เมื่อเห็นแต่ต้นไม้แห้งเหี่ยวเป็วงกว้าง หลายร้อยลี้ ที่เขาเดินทางผ่านมา
ก่อนอี้เฉินจะกวาดสายตาไปเห็นพื้นที่หนึ่ง มีหมอกควันจางๆ สีแดง พร้อมร่างสัตว์อสูรขั้นก่อกำเนิดอยู่ หลายสิบร่าง เขาสืบฝีเท้าเข้าไปใกล้ๆ เห็นร่างพวกมัน เหมือนถูกสูบปราณพลังชีวิตออกไป
อี้เฉินรีบเก็บซ่อนปราณพลังไว้ทันที เหมือนว่าจะมีบางอย่างไม่ถูกต้อง สายตาอี้เฉินเฝ้าระแวดระวัง เมื่อรับรู้ว่าบัดนี้ เขาก้าวฝีเท้า ลงมาภายในปากหุบเหวอเวจีไปก้าวหนึ่งแล้ว
ก่อนปราณพลังของสัตว์อสูร แพร่กระจายออกมา พร้อมเสียง ซ่า!! ที่ดังออกมาก้อง หมอกควันจางๆ หนาแตกกระจาย เผยให้เห็นสมุนไพรประหลาด รูปร่างเหมือนดอกบัวสีเื หยั่งรากลึก รอบๆ มีสัตว์อสูรระดับก่อกำเนิด ตายเกลื่อนกลาด พุ่งปราด รากของมัน มาดึงขาอี้เฉินทันใด
หมับ!! พร้อมเสียงกรูดพื้นดินดังออกมา
ร่างอี้เฉินที่กลิ้งหลุน ๆ ตะกุยดินร่วนอย่างรีบร้อน ก่อนส่งปราณพลังจากฝ่ามือ ตัดรากที่ขาทิ้ง แล้วสืบฝีเท้า ะโถอยห่างออกมา พร้อมหัวใจที่เต้นแรง “หืม!! นั้นมันสมุนไพรประหลาดบ้าอะไรกัน เหตุใดถึงเรียนแบบ ปราณพลังของสัตว์อสูรได้”
อี้เฉินที่เห็นระยะสุดการโจมตีของมัน เขาจึงหาโอกาสแอบโจมตี ดอกบัวสีเื ซึ่งที่นั่นมีซากศพสัตว์อสูร ระดับ ก่อกำเนิดที่เขา้า
อี้เฉินะเิปราณพลัง สร้างหอกปราณพลัง ร่างเงาัพุ่งเข้าใส่ ดอกบัวสีเืหมายมั่นให้มันชะงัก มีเวลาพอให้เขาเข้าไปเก็บ ซากสัตว์อสูรเ่าั้
ทว่าดันผิดคาดอี้เฉิน ดอกบัวสีเืเหมือนว่ามันมีความนึกคิด มันล่อให้อี้เฉินเข้ามาในระยะโจมตีของมัน ก่อนจะ มีร่างร่างหนึ่งอยู่ในดอกบัวมันสร้างร่างจากเืออกมา ดูแล้วน่าสยดสยองไม่น้อย พุ่งปราดออกมาไล่ล่าอี้เฉินทันที
อี้เฉินที่เห็นดอกบัวสีเื เขาไม่แปลกใจเลย เหตุใดเหล่าสัตว์อสูรถึงพลาดท่าตายตก มันพุ่งเข้าโจมตีอี้เฉิน อยู่หลายสิบกระบวนท่า พละกำลังของร่างเืนั้นไม่ได้แข็งแกร่งมากนัก แต่มันฆ่าสังหารไม่ตาย
ทุกครั้งที่อี้เฉินโจมตีใส่ มันจะทะลุร่างเืไปเสียดื้อๆ ร่างของมันก็สร้างใหม่ เข้าโจมตีใส่อี้เฉินราวกับจะไม่เหนื่อยล้าอยู่เช่นนั้น อี้เฉินใช้ปราณพลังทั้งหมด บวกกับขับเคลื่อนวิชาอสูรคลั่ง หมายมั่นจะโจมตีดอกบัวสีเื ตรงๆ ให้แหลกเละคามือในการโจมตีเดียว
พร้อมเสียง ย๊าก!! ที่คำรามก้อง จังหวะเสี้ยววินาทีนั้น ที่อี้เฉินเข้าใกล้ดอกบัวสีเื เขาก็ต้องหน้ามืดทะมึน เมื่อเขาตกหลุมพรางของดอกบัวสีเืเข้าเสียแล้ว เมื่อกลีบที่ผลิบานของมัน ขยับไหวในเสี้ยวขณะ แล้วกลืนกินร่างเขา เข้าไปในดอกบัวสีเืทั้งตัวในเสี้ยวพริบตา
ทำให้อี้เฉิน เขานึกถึงสมุนไพร กินคนขึ้นมาทันใด “ซวยแล้วไง!!”