ศึกครั้งนี้ถือเป็ศึกตัดสินความเป็ความตายเพราะกำลังพลของฝ่ายฝ่าานั้นเหลือน้อยเต็มที
แม่ทัพเตียงหยางเป็ผู้นำทัพไปเผชิญหน้ากับท่านแม่ทัพใหญ่เสิ่นตั้วที่ตั้งทัพอยู่ใกล้เมืองหลวงปล่อยให้ทัพของฝ่าาและเฉียนว่านแอบลอบเข้าไปในวังเพื่อเผชิญหน้ากับฝ่าาองค์ปลอม
และดูเหมือนว่าฝ่ายศัตรูก็เตรียมการมาเป็อย่างดีเช่นกัน
ศึกระหว่างเตียงหยางและเสิ่นตั้วเป็การต่อสู้กันระหว่างมนุษย์ด้วยกันส่วนทัพของฝ่าามีทหารอสูรหมาป่าเป็ผู้ติดตามไปรบในสมรภูมิใกล้วังหลวง
ฝ่าาองค์ปลอมตรัส“ยังไม่ยอมแพ้อีกหรือ”
“เ้าก่อกรรมทำเข็ญมามากแล้วนะอสูรพยัคฆ์ กลับตัวกลับใจเสียเถิด” เฉียนว่านกล่าว
“เราเป็ฮ่องเต้ อย่าปรักปรำเรา” อสูรพยัคฆ์กล่าว
“พฤติกรรมเ้ามันฟ้องอยู่แล้ว ใครก็ดูออกว่าเ้าเป็ตัวปลอม” เฉียนว่านกล่าว
“งั้นมาตัดสินกันดีกว่า ว่าใครจะอยู่หรือใครจะไป” อสูรพยัคฆ์จับดาบเตรียมสู้รบ
ฝ่าาองค์จริงและจูหลินแอบลอบเข้าไปในห้องทรงงานของฝ่าาเพื่อขโมยตราัและดาบอาญาสิทธิ์
เฉียนว่านเข้าประจันหน้ากับอสูรพยัคฆ์ส่วนบริวารของอสูรค้างค้าวที่บินเต็มไปทั่วหน้าวังก็เผชิญหน้ากับอสูรั
อสูรัขยายขนาดให้ตัวใหญ่ขึ้นและพ่นไฟใส่ค้างคาวเ่าั้เหล่าค้างคาวมิอาจหลบทัน เพราะเปลวไฟมวลใหญ่ได้แผดเผาพวกมันจนไหม้เกรียม
“เ้ากล้าดียังไงถึง ถึงทำลายบริวารของข้า” อสูรค้างคาวกล่าว
“มาประมือตัวต่อตัวดีมั้ย ข้าจะไม่เอาเปรียบเ้า” อสูรัให้โอกาส
“ได้! ข้าจะแก้แค้นให้ลูกน้องของข้า” อสูรค้างคาวจับทวน
อสูรัยอมย่อขนาดตัวลงและต่อสู้กับอสูรค้างคาวตัวต่อตัวอสูรัหลบหลีกทวนไปมารวดเร็วและใช้เท้าถีบอสูรค้างคาวจนล้มไม่เป็ท่า แต่ทว่าฝ่ายนั้นเห็นว่าตนสู้อสูรัไม่ได้เลยเล่นลอบกัด อสูรค้างคาวแอบซ่อนอสูรงูที่มีขนาดเล็กไว้และโยนใส่อสูรัทีเผลอ
อสูรัรู้ทันเลยอ้าปากกลืนกินอสูรงูทั้งตัว ลักษณะเหมือนงูใหญ่กินงูเล็ก และกล่าวว่า“สู้ตัวต่อตัวซะทีเถอะ”
มนุษย์ค้างคาวใช้ทีเผลอรีบกระโจนไปขี่ัแต่ัอาศัยว่าตัวมีแรงมหาศาล สามารถสะบัดตัวไปมาจนกระทั่งมนุษย์ค้างคาวหล่นลงพื้นดีที่มนุษย์ค้างคาวตั้งตัวทัน ลุกขึ้นและพยายามพ่นพิษใส่
อสูรัหลบไม่ทันจำต้องพ่นไฟใส่ศัตรู
“โอ๊ย! ร้อน ร้อน ร้อน” อสูรค้างคาวลูบไปทั่วตัวตอนนี้เขาถูกไฟแผดเผาทั้งเป็
“เ้าใช้พิษทำลายชีวิตไปมากมาย จงชดใช้กรรมเสียเถิด” อสูรักล่าว
สักพักอสูรค้างคาวก็สลายไปเหลือเพียงขี้เถ้าเท่านั้น
.******************************************************
เฉียนว่านใช้ดาบเข้าต่อสู้กับอสูรพยัคฆ์ด้วยความที่ทั้งสองยังหนุ่มยังแน่นทั้งคู่ ทำให้ฝีมือสูสีกันมาก เสียงดาบกระทบกันดังสนั่นไปทั่วทั้งวัง
อสูรพยัคฆ์นั้นมีพละกำลังอ่อนล้าั้แ่ได้ต่อสู้กับเฉียนฟงผ่านไม่นานก็ต้องต่อสู้กับรุ่นลูกอีกครานี้ทำให้อสูรหมาป่ารุ่นลูกถือโอกาสถีบอีกฝ่ายจนล้ม และใช้ดาบฟันไปที่คอของอสูรพยัคฆ์
เฉียนว่านรู้สึกโล่งใจที่ในที่สุดเขาก็สามารถปราบอสูรพยัคฆ์ได้
“555เ้าไม่รู้หรอกหรือว่าข้าเป็ะ เ้าฆ่าข้าไม่ได้หรอก” อสูรพยัคฆ์สามารถต่อคอได้ดังเดิม าแประสานกันจนกระทั่งหายปลิดทิ้งอย่างรวดเร็ว
เฉียนว่านรู้สึกเจ็บใจที่เขาได้เจออสูรที่มีวิชาแกร่งกล้าเขากำลังจับดาบต่อสู้ต่อ แต่ทว่าอยู่ดีๆอสูรพยัคฆ์ก็ถูกลูกธนูอาคมปักไปที่กลางอกพอดีและอสูรพยัคฆ์ก็ตาค้างล้มไปกองกับพื้นและสลายตัวไปทันที
เฉียนว่านมองหาผู้ยิงธนูก็พบว่ามีคนสวมชุดสีขาวใส่หมวกปีกกว้างมีผ้าบางปกปิดใบหน้าไว้ พอมองออกว่านางเป็ผู้หญิง
“ขอบคุณท่านมาก ท่านคือ” เฉียนว่านะโถาม
“ข้าคือเ้าสำนักนักปราบอสูรคนใหม่ ข้ามารับอสูรักลับ” ซานชิงกล่าว
“ข้าอยู่นี่แล้วเ้านาย” อสูรัปรากฏตัว
“พวกเรากลับกันเถอะ” ซานชิงรีบะโไปยืนบนหลังัในท่วงท่าที่สง่างามพร้อมกับเป่าขลุ่ยเสียงดังกังวาน
ในใจเฉียนว่านคิดว่า“เหตุใดกลิ่นของท่านเ้าสำนักคนใหม่ช่างเหมือนกับกลิ่นของซานชิงมากราวกับคนคนเดียวกัน”แต่เพราะเฉียนว่านเข้าใจว่าซานชิงยังอยู่กับแม่ของตน จึงไม่ได้สนใจอะไร
.******************************************************
เมื่อสามารถกำจัดเหล่าอสูรชั่วได้แล้วฝ่าาองค์จริงจึงอัญเชิญตราัและดาบอาญาสิทธิ์ทำให้เหล่าขุนนางและทหารพากันคุกเข่ายอมสวามิภักดิ์และเมื่อฝ่าาทรงสามารถกอบกู้บัลลังก์ได้แล้วแม่ทัพเสิ่นตั้วก็ถูกโอบล้อมเข้าจับกุมและถูกขังคุกรอการตัดสินโทษเพราะท่านแม่ทัพเสิ่นตั้วรู้ดีแก่ใจว่าฝ่าาถูกสวมรอยแต่ก็ยังหลับหูหลับตายอมสวามิภักดิ์ให้กับฝ่าาองค์ปลอมอย่างหน้ามืดตามัวเพียงเพื่อรักษาอำนาจของตัวเองไว้
เมื่อเหตุการณ์สงบเฉียนว่านนำทัพหมาป่ากลับค่ายอสูรหมาป่าตอนใต้โดยไม่ได้รอรับรางวัลสินจ้างใดๆ
ส่วนหานสงและม้าขาวเมื่อหายจากอาการถูกพิษแล้ว พวกเขาก็แยกย้ายไปตามเส้นทางของตน โดยใช้ชีวิตอยู่อย่างอิสระต่อไป
ฝ่าาทรงสั่งทหารบูรณะซ่อมแซมพระราชวังและสิ่งปลูกสร้างอีกทั้งยังปฏิรูปการเมืองใหม่หมดจากเหตุการณ์ครั้งนี้พระองค์จึงสามารถแยกได้ว่าขุนนางคนใดเป็เช่นไรผู้ใดควรสนับสนุน และผู้ใดควรลดอำนาจลง
จูหลินได้พักอยู่ในตำหนักพระสนมนางนอนพักอุดอู้อยู่ที่นี่ทั้งวัน นางเลยเดินไปที่สวนอุทยานสักพักนางก็เห็นท่านอำมาตย์และท่านเสนาบดีแอบเข้าเฝ้าองค์ไทเฮาจูหลินคิดว่านี่เป็เื่แปลก นางจึงลอบแอบฟังพวกเขาคุยกัน
“เ้าคิดยังไงกับฝ่าาพระองค์นี้” องค์ไทเฮาตรัส
“แม้ว่าจะมีฝ่าาตัวจริงตัวปลอม แต่บุคคลภายนอกไม่ได้รับรู้เื่นี้พฤติกรรมของฝ่าาองค์ปลอมสร้างความเสื่อมเสียมากแค่ไหน เพื่อรักษาอำนาจของฝ่าาฝ่าาทรงจำต้องอภิเษกกับองค์หญิงแคว้นเยี่ยพะย่ะค่ะ”ท่านอำมาตย์เสนอ
“แต่ฝ่าาทรงมีจูหลิน ลูกอดีตแม่ทัพอยู่แล้วนี่” องค์ไทเฮาตรัส
“ถึงฝ่าาจะทรงตรัสว่าท่านแม่ทัพถูกครอบงำจนกระทำผิดเข่นฆ่าคนในพระราชวังแต่บุคคลภายนอกไม่อาจเข้าใจเหตุผลนี้ได้พะย่ะค่ะดังนั้นการแต่งตั้งจูหลินเป็ฮองเฮาจึงไม่เหมาะพะย่ะค่ะ” ท่านเสนาบดีกล่าว
“ฝ่าาคงไม่ยอมเป็แน่” องค์ไทเฮาทรงคาดการณ์
“กระหม่อมแนะนำให้เกลี้ยกล่อมแม่นางจูหลินแทนพะย่ะค่ะนางคงยอมทำเพื่อส่วนรวม” ท่านอำมาตย์เสนอแนะ
“ได้! เราจะพูดกับนางเอง” องค์ไทเฮาทรง้ารักษาพระราชอำนาจของฝ่าา
จูหลินที่แอบฟังอยู่ก็ปาดน้ำตาถึงนางจะรักฝ่าามากแค่ไหน แต่นางก็ไม่อาจเป็ตัวถ่วงทำให้ฝ่าาทรงเสียพระราชอำนาจได้
.******************************************************
ตกกลางคืน
จูหลินคิดว่าจะยอมเป็ฝ่ายจากไปดังนั้นนางจึงขอเข้าเฝ้าฝ่าาเป็ครั้งสุดท้าย
ฝ่าาทรงอ่านฎีกาในห้องทรงงาน
“ถวายบังคมเพคะฝ่าา” จูหลินยกถ้วยซุปบำรุงเดินเข้ามา
“จูหลิน เ้านั่นเอง ยังไม่นอนอีกงั้นหรือ” ฝ่าาตรัส
“หม่อมฉันนำซุปบำรุงมาถวายเพคะ” จูหลินนำซุปบำรุงไปวางที่โต๊ะ
“ทำไมสีหน้าเ้าถึงดูเศร้าหมองนัก อย่าห่วงเลย ข้าจะรีบล้างมลทินให้พ่อเ้าเอง”ฝ่าาทรงเข้าพระทัยผิด
“ขอบพระทัยเพคะ” จูหลินยิ้มบางๆ
“เ้ามีอะไรจะบอกเราหรือไม่” ฝ่าาทรงมองออกว่านางมีเื่ในใจ
“หม่อมฉันอยากมอบของแทนใจเพคะ นี่คือป้ายหยกประจำตระกูลหม่อมฉันจะผูกไว้ที่เข็มขัดของพระองค์นะเพคะ” จูหลินควักป้ายหยกออกมา
ฝ่าาทรงยอมลุกขึ้นยืนและปล่อยให้จูหลินผูกป้ายหยกให้จูหลินผูกไปก็ปาดน้ำตาไป
ฝ่าาทรงรู้สึกว่าจูหลินดูผิดปกติก็เลยจะถามต่อ แต่จูหลินกลับกอดพระองค์จากทางด้านหลัง และกอดแน่นมาก
“เ้าเป็อะไรหรือเปล่า เหตุใดถึงทำเช่นนี้” ฝ่าาทรงตกพระทัย
จูหลินน้ำตาไหลจนท่วมหลังของพระองค์“ขอประทานอภัยเพคะ ทรงยกให้หม่อมฉันสักวันนะเพคะหม่อมฉันเห็นพระองค์ก็เลยคิดถึงพ่อ” จูหลินกล่าวอ้าง
“เรา…” ฝ่าาทรงหยุดชะงักเพราะจูหลินพูดแทรก
“ทรงอย่าเพิ่งตรัสอะไรจะได้มั้ยเพคะหม่อมฉันไม่อยากให้พระองค์เห็นน้ำตาของหม่อมฉันเพคะ” จูหลินกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“ในเมื่อเ้าอยากร้อง ก็ร้องออกมาเถิด เราจะดูแลเ้าแทนพ่อเ้าเอง” ฝ่าาตรัส
จูหลินยิ้มบางๆนางยอมคลายอ้อมกอด และแกล้งหัวเราะ “อย่าทรงคิดมากเลยนะเพคะหม่อมฉันก็แค่แกล้งพระองค์เล่น หม่อมฉันอยากให้พระองค์ทรงเปลี่ยนท่าบ้าง ทรงนั่งทรงงานตลอดอาจปวดหลังได้นะเพคะ”
“เ้าไม่เป็อะไรแน่นะ” ฝ่าาทรงไม่ไว้พระทัย
“แน่เพคะ พระองค์ทรงงานต่อเถิดเพคะ หม่อมฉันไม่กวนแล้ว” จูหลินรีบเดินออกมาจากห้องทรงงานพอปาดน้ำตาเสร็จนางก็รีบหนีออกนอกวังทันที