สุดยอดพ่อบ้าน HERO กู้โลก

    ตอนที่ 19 ขึ้นเงิน !!

    ตอนที่ 19

    สตีฟเดินถือเนื้อกองมหาศาลอยู่เหนือหัวเดินตามถนนกลับไปยังค่ายของทหารที่กำลังตั้งด่านอยู่ ไม่นานสตีฟก็มาถึงท่านกลางความวุ่นวายภายในค่ายที่นึกว่ามีตัวอะไรมาบุก

    “หือทำไมในค่ายวุ่นวายกันจังล่ะ” สตีฟอุทานออกมาหลังจากเห็นภายในค่ายทหารวุ่นวายวิ่งไปมากันอยู่

    “โปรดหยุดอยู่ตรงนั้น ไม่ทราบว่าใครและมีจุดประสงค์อะไร !!!” เสียงโทรโข่งดังขึ้น

    “ผมเป็นฮีโร่พึ่งกลับมาจากภารกิจกำลังจะเข้าไปในเมืองเพื่อกลับไปที่สมาคมฮีโร่” สตีฟตะโกนกลับไป

    “เป็นฮีโร่งั้นเหรอสักครู่นะ !!!” เสียงโทรโข่งนั่นตอบกลับมาก่อนจะพยายามมองหาสตีฟและตรวจสอบ ที่ตอนแรกพวกเขาตกใจนั้นก็เพราะมองไม่เห็นสตีฟที่ถือเนื้อกว่าห้าร้อยกิโลเอาไว้อยู่นั่นเอง

    ก่อนหน้านี้

    ภายในแคมป์ทหารชั่วคราวทหารยศสูงที่สุดของที่นี่กำลังอ่านเอกสารอย่างเคร่งเครียด

    “จะทำยังไงดีอาหารใกล้หมดแล้ว ทหารในค่ายก็มีถึงสามร้อยคน อาหารจากหน่วยบัญชาการกว่าจะส่งมาถึงก็อีกสัปดาห์ อาหารที่มีอยู่ตอนนี้ก็พอกินได้แค่สามวันเท่านั้นประหยัดหน่อยก็ห้าวัน” ทหารยศสูงนายนี้พูดออกมาเขานั้นหาทางออกไม่ได้

    ปัง !! เสียงเปิดประตูอย่างแรงจนคนทำงานอยู่ที่โต๊ะถึงกับสะดุ้ง

    “มีอะไรกันตกอกตกใจหมด” เสียงคนที่ทำงานบนโต๊ะตวาดออกมา

    “ขออภัยครับผู้กอง มีรายงานด่วน พบวัตถุต้องสงสัยคาดว่าอาจจะเป็นสัตว์กลายพันธ์ขนาดใหญ่กำลังมุ่งหน้ามาทางเราระยะห่างสองกิโลเมตรครับ” ทหารนายนั้นรายงาน

    “ว่าไงนะแล้วตรวจสอบหรือยัง !!!” ผู้กองของค่ายทหารนี้ถามอย่างตกใจเพราะถ้าเป็นสัตว์กลายพันธ์ขนาดใหญ่จริงค่ายนี้เละแน่เพราะที่ขนมาก็มีแต่พวกปืนขนาดเล็ก ถ้าจะจัดการกับสัตว์กลายพันธ์ขนาดใหญ่จะต้องไปขนจรวดมิสไซส์มาสู้กับมัน

    “ยังครับเพราะระห่างของเราห่างเกินไปจึงไม่ได้เข้าไปตรวจสอบ พวกเราเองไม่กล้าที่จะทำอะไรโดยพลการ จึงมารายงานท่านก่อน” ทหารนายนั้นตอบกลับมา

    “แล้วสัตว์กลายพันธ์นั่นมันเป็นตัวอะไรใช้กล้องส่องทางไกลพอจะอธิบายรายละเอียดของมันได้มั้ย” ผู้กองถาม

    “ไม่แน่ใจครับจากที่เห็นไกลๆน่าจะมีพื้นผิวเหมือนเนื้อที่ไม่มีผิวหนังหุ้ม ผมก็ไม่แน่ใจว่าเป็นตัวอะไร แต่มันเคลื่อนที่ได้ช้ามาก ความเร็วอยู่ที่สองหรือสามกิโลเมตรต่อชั่วโมงครับ” ทหารนายนั้นรายงาน

    “ความเร็วเท่านั้นมันพอๆกับความเร็วคนกำลังเดินเลยนะ ตัวมันใหญ่มากใช่มั้ย” ผู้กองถามย้ำ

    “ใช่ครับจากที่เห็นสูงพอๆกับตึกสองชั้นเลยครับ” ทหารนายนั้นพยักหน้า

    “ไม่ได้การสั่งงานลงไปให้ทหารทุกนายที่อยู่ในค่ายไปเบิกอาวุธมาให้หมด เตรียมพร้อมรบเต็มอัตราเราจะปล่อยให้มันหลุดไปที่เมืองนิวยอร์คไม่ได้ แล้วก็ส่งคนไปขอความช่วยเหลือจากสมาคมฮีโร่เป็นการด่วนด้วย” ผู้กองรีบตัดสินใจและสั่งการทันที

    จากนั้นยี่สิบนาทีผ่านไปเจ้าก้อนเนื้อที่น่าจะเป็นสัตว์กลายพันธ์ยักษ์นั่นก็มาถึงหน้าค่าย

    “ผู้กองนั่นมันคนนี่ครับ เป็นคนครับกำลังแบกเนื้ออยู่ พอเข้ามาในระยะแล้วผมถึงตรวจสอบได้ นี่เป็นเนื้อสดจากสัตว์กลายพันธ์ทั้งนั้นเลยครับ” ทหารข้างๆผู้กองที่ยืนถือกล้องส่องทางไกลอยู่พูด

    “เนื้อสดอย่างนั้นเหรอ !!!” ผู้กองอุทานออกมาก่อนจะใช้ระบบตรวจสอบดูบ้างก่อนจะเห็นว่าเป็นเนื้อสัตว์กลายพันธ์อย่างที่ลูกน้องเขาพูดจริงๆ แถมยังมีหลายชนิดมากด้วย

    “จำนวนขนาดนี้เขาล่ามากี่ตัวกันเนี่ย !!!” ผู้กองอุทานออกมาแต่เขาก็ยังไม่ว่างใจก่อนจะหยิบโทรโข่งขึ้นมาและตะโกนถาม

    “โปรดหยุดอยู่ตรงนั้น ไม่ทราบว่าใครและมีจุดประสงค์อะไร !!!” ผู้กองตะโกนถามก่อนจะมีเสียงคนตอบกลับมาจริงๆ

    “เป็นฮีโร่งั้นเหรอสักครู่นะ !!!” ผู้กองพูดก่อนจะปรึกษาลูกน้อง

    “ฮีโร่งั้นเหรอแต่ทำไมถึงไม่เอาเนื้อพวกนั้นใส่กระเป๋ามิติล่ะ ล่าได้ขนาดนั้นน่าจะมีเงินเหลือเฟือพอจะซื้อสักใบนะ” ผู้กองเอ่ยอย่างไม่เข้าใจ

    “ไม่แน่ว่ากระเป๋าอาจจะเสียหายหรือเต็มก็ได้นะครับผู้กองผมเคยเจอ เคสที่ฮีโร่ขนของกลับมาเองเพราะกระเป๋าเต็มบ่อยๆ” ทหารข้างๆพูด

    “นั่นสินะเอาเป็นว่าขอตรวจสอบก่อนว่าเป็นฮีโร่จริงก่อนแล้วกัน” ผู้กองพยักหน้าเข้าใจก่อนจะหามุมเพื่อใช้ระบบตรวจสอบคนที่ถือเจ้ากองเนื้อนี้เอาไว้

    ไม่นานสถานะของสตีฟก็ปรากฎขึ้นตรงหน้าผู้กอง

    “ระดับ A !!!” ผู้กองอุทานออกมาก่อนจะให้เหล่าทหารเปิดทางให้ฮีโร่ระดับ A คนนี้ผ่านเข้ามา

    ปัจจุบัน

    ตึง !!! สตีฟวางเนื้อสัตว์กลายพันธ์ลงกลางค่าย จริงๆเขาไม่ได้หนักอะไรเลยด้วยซ้ำแต่การยกแขนนานๆแบบนี้มันทำให้เขาล้าจึงวางเอาไว้ก่อน

    “ฟู่ว !!! ค่อยยังชั่วเมื่อยเอาเรื่อง” สตีฟถอนหายใจออกมาจากนั้นสตีฟก็เห็นทหารนายหนึ่งซึ่งดูจากยศแล้วน่าจะสูงน่าดูเดินเข้ามาหาเขา

    “สวัสดีครับท่านฮีโร่ผมคือผู้กองผู้ดูแลค่ายทหารแห่งนี้ ไม่ทราบว่าไปยังไงมายังไงครับถึงเดินถือเนื้อกองโตกลับมาแบบนี้” ทหารที่บอกว่าตัวเองเป็นผู้กองพูดกับสตีฟ

    “อ๊ะสวัสดีครับผู้กอง ก็ไม่ยังไงหรอกครับแค่กระเป๋ามิติผมเต็ม เลยถือกลับมาผมไปล่าที่ย่านบรูคลินมาน่ะครับ” สตีฟตอบผู้กองนั้นได้ยินก็พยักหน้าเบาๆก่อนจะพึมพำ

    “สมแล้วที่เป็นระดับ A” ผู้กองพยักหน้าเข้าใจเขานั้นไม่ค่อยรู้รายละเอียดของสมาคมฮีโร่เท่าไหร่ แต่เขานั้นพอจะรู้เลเวลของสัตว์กลายพันธ์แถวนี้ และเมื่อเห็นเลเวลของคนๆนี้ก็เข้าใจทันทีว่าเนื้อพวกนี้ฮีโร่ท่านนี้เป็นล่ามาเพราะเลเวลของสตีฟสูงกว่าเลเวลของสัตว์กลายพันธ์มากนั่นเอง

    “ว่าแต่ไม่ได้ใส่เครื่องแบบเหรอครับ” ผู้กองถาม

    ‘อ๋อนี่คือเครื่องแบบผมเองครับ” สตีฟตอบกลับไป

    “เครื่องแบบ !!!” ผู้กองอุทานออกมาอย่างตกใจไอ้เจ้าผ้ากันเปื้อนที่ใช้ใส่ตอนทำกับข้าวนี่นะเครื่องแบบ แต่ตอนนั้นเองเขาก็นึกขึ้นได้ว่าตอนตรวจสอบสถานะของฮีโร่คนนี้รู้สึกว่าจะมีฉายาว่าคุณพ่อบ้าน

    “ว่าแต่เนื้อมากขนาดนี้ จะเอายังไงกับมันครับให้พวกเราช่วยขนมั้ยเพราะถ้าคุณเดินกลับไปคงใช้เวลาอีกครึ่งค่อนวัน” ผู้กองถาม

    “ผมคงเอาไปขายที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ผมรู้จักน่ะครับ ว่าแต่ผู้กองจะช่วยขนจริงๆเหรอครับ” สตีฟถามอย่างดีใจที่ไม่ต้องนั่งยกแขนแบกให้เมื่อยแล้ว

    “เอาไปขายงั้นเหรอครับ อ๊ะจริงสิถ้าจะขายคุณฮีโร่ขายมันให้พวกผมมั้ยล่ะครับ” ผู้กองนึกขึ้นได้ว่าค่ายของเขากำลังขายอาหารถึงลองถามดู

    “โอ้ผู้กองจะซื้องั้นเหรอครับ” สตีฟอุทานออกมา

    “ครับพอดีค่ายของเรากำลังประสบปัญหาเรื่องเสบียงอยู่ กว่าเสบียงจากส่วนกลางจะส่งมาถึงเราก็สัปดาห์หน้า เสบียงที่มีตอนนี้ก็อยู่ได้เต็มที่ก็ห้าวัน” ผู้กองพูดออกมาอย่างหนักใจ

    “เนื้อเลเวลเท่านี้น่าจะได้ราคาประมาณสามพันเหรียญต่อกิโล ทหารพวกนี้ทำงานเพื่อชาติเพื่อประชาชนลดให้หน่อยแล้วกัน” สตีฟพูดออกมา

    “ผมขายที่นี่ก็ได้ครับ แต่เนื้อพวกนี้เป็นเนื้อเลเวลสูงดังนั้นจึงขายถูกๆไม่ได้หรอกนะครับเพราะถ้าผมนำไปขายเองจะได้ราคาค่อยข้างสูงเลย” สตีฟพูดออกมา

    “ได้ครับผมจะใช้เงินตัวเองซื้อไปก่อน เป็นข้าราชการมาตั้งหลายปีผมพอจะมีเงินเก็บอยู่บ้าง ว่าแต่ราคาอยู่ที่เท่าไหร่ครับ” ผู้กองถาม

    “ราคาเนื้อสัตว์กลายพันธ์ที่พวกเลเวลประมาณหกสิบกว่าๆพวกนี้น่าจะราคาประมาณกิโลกรัมละ สามพันเหรียญครับ” สตีฟพูดออกมาทำให้ผู้กองกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่เพราะเขานึกว่าราคามันจะประมาณพันเหรียญซะอีก เขานั้นไม่ค่อยรู้ราคาพวกนี้มากเท่าไหร่

    “อืมทั้งหมดมีห้าร้อยกิโลกรัมถ้าผู้กองเหมาหมดผมจะลดให้เหลือกิโลกรัมละ สองพันเก้าร้อยห้าสิบเหรียญเป็นไงครับ” สตีฟพูดออกมา

    “โคตรเค็ม !!!! ลดให้ตรูตั้งห้าสิบเหรียญต่อกิโล” ผู้กองเผลอพูดออกมา

    “หือแพงไปงั้นเหรอครับ งั้นผมลดให้อีกยี่สิบเหรียญก็ได้เพราะเห็นว่าพวกผู้กองทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองนะครับเนี่ย” สตีฟยิ้มออกมาพลางพูดอย่างใจกว้าง

    “ลดอีกหน่อยไม่ได้เหรอครับ ผมต้องทำเรื่องเบิกอีกนะครับ เงินเก็บผมเองก็ไม่ได้มีมากขนาดนั้น ตั้งแต่เป็นทหารมาตั้งแต่ก่อนโลกจะเข้าสู่ยุคนี้ผมมีเงินเก็บไม่มากขนาดนั้นหรอกครับ” ผู้กองพูดโน้มน้าวขอต่อราคา

    จากนั้นการต่อราคาของผู้กองและสตีฟก็ดำเนินต่อไปอีกยี่สิบนาทีจนสตีฟตัดสินใจขายไปที่ราคา สองพันแปดร้อยเหรียญผู้กองรีบโอนเงินเข้าบัญชีสตีฟทันทีเพราะกลัวสตีฟจะเปลี่ยนใจ

    เมื่อสตีฟเห็นเงินเข้าบัญชีถึงหนึ่งล้านสี่แสนเหรียญก็ยิ้มออกมา

    “เมื่อซื้อขายเสร็จเรียบร้อยแล้วถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนนะครับต้องรีบกลับไปที่สมาคมฮีโร่อีกเดี๋ยวจะมืดซะก่อน” สตีฟพูดก่อนจะหยิบเอารถเวสป้าสีแดงของเขาออกมาจากกระเป๋ามิติ

    บรื๋น !! แต่ก !! แต่ก !! แต่ก !! แต่ก !! แต่ก !! แต่ก !! ฟิ้ว !! สตีฟสตาร์ทรถทันทีก่อนจะขับออกไปอย่างรวดเร็วพร้อมวิ่งผ่านทหารนายหนึ่งที่พึ่งจะขับรถกลับมาจากการลาดตระเวร

    “หือนั่นคุณพ่อบ้านนี่ เข้าไปได้สองวันเองงั้นเหรอสงสัยคงไม่ไหวแล้วมั้งเพราะโซโล่นี่เนอะ” ทหารคนนี้พูดออกมาเขาคือทหารที่เจอกับสตีฟเมื่อสองวันก่อนนั่นเอง

    กลับมาที่สตีฟ

    สตีฟใช้เวลาขับรถมาเกือบสองชั่วโมงก็ถึงสมาคมฮีโร่ในที่สุดเขารีบไปจัดการเรื่องภารกิจทันทีซึ่งได้เงินมาถึงเจ็ดล้านนิดๆ ซึ่งในระบบนั้นเขียนเอาไว้ว่าสตีฟจัดการสัตว์กลายพันธ์ไปถึงร้อยสี่สิบสามตัว

    ซึ่งคนที่รับขึ้นเงินให้ภารกิจของสตีฟนั้นไม่ได้สงสัยอะไรเพราะพึ่งเคยเจอสตีฟเป็นครั้งแรก และเมื่อเขาตรวจสอบก็เห็นเลเวลที่มากถึงแปดสิบห้าของสตีฟจึงไม่แปลกที่จะจัดการฆ่าพวกเลเวลหกสิบกว่าๆด้วยตัวคนเดียวทั้งหมด แต่ที่เขาไม่เข้าใจคือสตีฟจะล่าพวกเลเวลน้อยกว่าตัวเองไปทำไมเพราะไม่ได้ค่าประสบการณ์จะบอกว่าร้อนเงินก็ไม่น่าจะใช่ เพราะศพสัตว์กลายพันธ์เลเวลสูงๆที่เลเวลพอๆกับสตีฟสักศพนึงก็ขายได้หลายแสน บางตัวก็เป็นล้านขึ้นอยู่กับว่าศพของสัตว์กลายพันธ์ตัวนั้นเอามาใช้ประโยชน์ต่อได้มากแค่ไหน

    (เจ้าหน้าที่ที่เจอสตีฟแต่ละคน ไม่ได้เจอสตีฟซ้ำๆกันจึงยังไม่สังเกตุเห็นว่าสตีฟนั้นเป็นมือใหม่ครับพวกเขานึกว่าสตีฟเป็นฮีโร่ระดับสูงๆอยู่แล้ว)

    หลังจากสตีฟจัดการรับเงินจากภารกิจเขาก็ไปจัดการขายซากสัตว์กลายพันธ์จากการชำแหละต่อ ซึ่งพวกหนังและกระดูกรวมถึงชิ้นส่วนอื่นๆนั้นสตีฟขายได้เงินมาถึงสี่ล้านเหรียญเลยทีเดียว

    “อ๊ะผมยังมีอีกตัวครับ แต่มีเนื้อที่กว้างๆมั้ยครับตัวมันใหญ่มากผมไม่ได้ชำแหละมา” สตีฟพูดกับพนักงาน

    “มีค่ะเชิญตามมาด้านหลังเลยค่ะ” พนักงานสาวพูดก่อนจะพาสตีฟไปอีกห้องหนึ่งซึ่งเป็นห้องโล่งๆ

    “ห้องขนาดนี้พอมั้ยคะ” เธอถาม

    “พอครับ” สตีฟพยักหน้าถึงแม้เพดานจะสูงไม่มากแต่สตีฟไม่ได้เอาศพมันมาตั้งซักหน่อยเขาจะเอามันมานอนไว้กับพื้นเลยไม่เป็นปัญหา

    วู่บ !! ตึง !!! เสียงเจ้าไซครอปถูกดึงออกมาจากกระเป๋ามิติก่อนจะกระแทกพื้นห้องอย่างรุนแรงจนห้องสั่นไปหมด ส่วนพนักงานสาวที่เห็นสตีฟเอาตัวอะไรออกมาก็อ้าปากค้างทันทีเพราะนี่เป็นครั้งแรกของเธอที่เห็นสัตว์กลายพันธ์เลเวลสูงขนาดนี้

    “นะ นะ นี่มันคุณพ่อบ้านล่ามาเองเหรอคะ” เธอถามเพื่อความแน่ใจ

    “ใช่ครับ ในระบบผมยังมีเขียนบอกสัตว์กลายพันธ์ที่ฆ่าเอาไว้อยู่เลย เจ้านี่มันร้ายกาจมากเลยนะครับ” สตีฟพูดพลางคิดถึงความร้ายกาจของมันที่เกือบทำให้กระเป๋ามิติเขาเป็นรูไปซะแล้ว

    “ว่าแต่ได้ราคาเท่าไหร่เหรอครับ” สตีฟถามคุณพนักงาน

    “สักครู่นะคะ ขอไปเรียกคนที่จะตัดสินใจได้มาก่อนค่ะเพราะดิฉันไม่เคยเจอสัตว์กลายพันธ์ที่เลเวลสูงขนาดนี้มาก่อนจึงไม่สามารถตีราคาได้” เธอพูดก่อนจะวิ่งออกไปตามคนที่จะตัดสินใจได้มา

    สตีฟรอไม่นานพนักงานสาวก็วิ่งกลับมาพร้อมกับคนๆหนึ่งที่ซึ่งสตีฟรู้จัก

    “อ้าวคุณ............”

    จบ...

    ปล. รบกวนกดติดตาม กดใส่ชั้นหนังสือ และรีวิวเรื่องสุดยอดพ่อบ้าน HERO กู้โลกเพื่อเป็นกำลังใจแก่นักเขียนในการเขียนตอนต่อๆไปด้วยนะครับ ขอบคุณครับ