KIN TALK
ผมรีบขับรถมาที่บริษัท เพื่อจัดการปัญหาที่เกิดขึ้น บ่อยครั้งที่แม่ทำแบบนี้กับผมเพียงเพราะแค่อยากให้ผมมารับรู้งานของแม่ มารับผิดชอบงานของบริษัทซึ่งผมยืนยันกับท่านไปแล้วว่าผมไม่ขอยุ่งเกี่ยวด้วย จะมีประโยชน์อะไรถ้าภายนอก คนอื่นมองว่าผมเพียบพร้อมทุกอย่าง บ้านรวย มีธุรกิจใหญ่โตจนต้องขยายไปเปิดที่ต่างประเทศ แต่ภายในใจผมไม่เคยมีความสุขเลย ผมไม่เคยได้รับความรู้สึกอบอุ่นจากคนในครอบครัว แต่ความรู้สึกนี้มันเริ่มจางหายไปเมื่อปีที่แล้วตอนเรียนปีสุดท้าย ผมได้พบกับใครคนหนึ่ง แค่เห็นหน้าครั้งแรก แค่เพียงเห็นหน้าเท่านั้น ผมก็ตกหลุมรักเธออย่างแปลกประหลาด เธอเป็น้องสาวของไอ้พีม เพื่อนร่วมคณะเดียวกับผม ผมกับมันไม่ค่อยถูกชะตากันเท่าไหร่ หรือจะเรียกว่าคู่อริก็ได้ เพราะผมเคยชอบผู้หญิงคนเดียวกันกับมัน เธอชื่อลิซ เป็ดาวคณะนิเทศ แล้วผมก็ได้เธอมา ไอ้พีมมันเลยแค้นฝั่งหุ่น แต่นั่นแหละเมื่อผมได้เจอกับน้องสาวมัน อะไรๆ ก็เปลี่ยน ผมไม่เคยมองผู้หญิงคนไหนเลยนอกจากเธอ ผมเริ่มตีตัวออกห่างจากลิซ ผมอาจจะดูเลวในสายตาคนอื่น แต่ผมปล่อยผู้หญิงคนนั้นไปไม่ได้จริงๆ หนึ่งปีที่ผมเฝ้าดูเธอตลอดจนถึงตอนนี้ และแล้วก็มีเหตุการณ์ที่เป็โอกาสที่ผมจะได้ตัวเธอมา
[มึงโทรมาทำไม] นี่คือประโยคแรกที่มันทักทายผม หลังจากมันรู้ว่าคนที่มันกำลังคุยด้วยคนที่มันเกลียดที่สุด
[กูอยากคุยกับมึงไง กูถึงได้โทรมา บางทีกูอาจจะคิดถึงมึงก็ได้] นี่คือประโยคที่ผมตอบมันไป อยากได้น้องมันใจจะขาดแต่ปากก็พลาดกวนตีนไม่เลิก
[ไอ้คิน มึงยังไม่จบใช่มั้ย มึงอยากจะแย่งลิซไปจากกูอีกใช่มั้ย]
[ของเคยกิน กูไม่อยากกินซ้ำวะ]
[ไอ้คิน มึง]
[เงินสามแสน กูใช้คืนแทนมึงแล้ว เ้าหนี้ของมึงเปลี่ยนจากไอ้วามาเป็กู]
[มึงโกหก กูเพิ่งจะคุยกับไอ้วา ทำไมมันไม่บอกกู]
[ถ้ามึงไม่เชื่อ ก็โทรถามมันได้ เอาน่า อย่างน้อยน้องสาวมึงมาอยู่กับกูก็ดีกว่าอยู่กับไอ้วาไม่ใช่เหรอ] ผมบอกกับไอ้พีมไปแบบนั้น แน่ล่ะผมไม่มีทางปล่อยให้ยัยนั่นไปอยู่กับไอ้วาแน่นอน ปลายสายเงียบไปแป๊บนึง ผมจึงยื่นข้อเสนอไปอีกเพื่อให้มันตัดสินใจง่ายขึ้น
[เอาอย่างนี้ หนี้ของมึงทั้งหมดกูเคลียให้ แถมรถใช้ส่วนตัวอีกหนึ่งคัน บ้านอีกหนึ่งหลัง เงินสดอีกห้าล้าน]
[กูไม่อยากได้ของ ๆ มึง]
[หึ พูดผิด พูดใหม่ได้นะ กูรู้ว่าพ่อแม่ของลิซ เขาไม่ชอบมึง แต่ถ้ามึงมีทุกอย่างให้ลูกสาวเขาได้ เขาต้องยอมให้ลิซคบกับมึงแน่] ผมพูดแทงใจไอ้พีมเื่พ่อแม่ลิซ แหงล่ะว่าหมอนั่นไม่มีทางเลือก ระหว่างน้องสาวกับแฟน มันต้องเลือกแฟนมันแน่นอน มันรักลิซยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด
[ก็ได้ กูตกลงตามนั้น อย่าลืมที่มึงพูดแล้วกัน]
[ไอ้เทรย์กำลังไปหามึง ทุกอย่างที่กูพูด จะเกิดขึ้นหลังจากที่กูได้น้องสาวมึงมาแล้ว]
[เออ แต่แค่สามเดือนเท่านั้น ครบสามเดือนกูจะไปรับน้องกูกลับมา]
[อืม ตามนั้น แต่ถ้าเกิดยัยนั่นติดใจกู อ่อ ไม่ใช่สิ ถ้ากูติดใจยัยนั่นขึ้นมาละก็]
[ไอ้คิน มึง…] ผมกดวางสายไปทันทีไม่ปล่อยโอกาสให้มันโต้ตอบกลับมา เป็การยั่วประสาทเบา ๆ เพราะยังไงผมก็ได้เธอมาแน่นอน
หลังจากนอนหลับไปหลายชั่วโมง ฉันตื่นมาอีกทีก็ปาไปสี่โมงเย็นแล้ว แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับสิ่งที่ปลุกให้ฉันตื่นขึ้นมาในสภาพงัวเงีย ณ เวลานี้ เสียงเคาะประตูดังรัวๆ อย่างกับกลองศึก ฉันรีบถ่อสังขารของตัวเองเดินไปหน้าประตู
แอ๊ด
“มีอะไรคะป้าแมว” ฉันพูดในขณะที่ยังกึ่งหลับกึ่งตื่น ตายังปิดสนิทไม่ได้มองคนตรงหน้า แต่หูก็ได้ยินเสียงโหวกเหวกโวยวายของคนหลายคนดังมาจากห้องรับแขกชั้นล่างของบ้าน
“ตื่นหรือยังเนี่ย” เสียงที่ฟังไม่คุ้นชินทำให้ฉันต้องตื่นจากอาการหลับใน
“พี่ธาม”
“ไงเรา ยังไม่ตื่นเหรอ” พี่ธามเอามือมาขยี้หัวฉันเบาๆ ว่าแต่เขาขึ้นมาได้ยังไง หรือว่าพี่คินจะกลับมาแล้ว
“มองหาไอ้คินเหรอ มันกลับมาแล้วนะ พี่กับไอ้เทรย์ขับรถตามมันมา พู่ไปนั่งคุยกับพวกพี่ดีกว่า” พี่ธามเดินนำหน้าฉันลงไปด้านล่าง ฉันก็เดินตามลงไปแบบงง ๆ
ทุกสายตาที่นั่งอยู่ตรงห้องรับแขกด้านล่าง มองมาที่ฉันกับพี่ธามเป็สายตาเดียว และฉันเห็นว่าพี่คินแสดงสีหน้าไม่พอใจออกมาแวบหนึ่ง ก่อนจะปรับสีหน้าเป็ปกติ
“เฮ้ย ทำไมเดินมาพร้อมกันได้วะ ไหนมึงบอกว่าจะไปหาป้าแมวไง เออ แล้วมึงมีธุระอะไรกับป้าแมว” พี่เทรย์เอ่ยทักขึ้นมาในขณะที่ธามเดินไปนั่งโซฟาตรงข้ามพี่คิน ส่วนฉันก็เดินไปนั่งข้างพี่ธาม รังสีความเ็าของคนตรงข้ามแผ่งมองมาที่ฉันจนฉันต้องหลบสายตา
“ที่กูไปหาป้าแมว เพราะกูจะถามว่าพู่นอนอยู่ห้องไหน ตอนแรกกูก็นึกว่าพู่จะนอนอยู่ในห้องไอ้คินซะอีก” พอพี่ธามพูดจบพี่คินก็จ้องมาที่ฉันทันที อย่างกับว่าเขาจะคิดบัญชีกับฉันแน่ๆ
“อะไรวะไอ้คิน แยกห้องนอนกัน อย่างนี้เมื่อคืนมึงก็อดดิ กูนึกว่าจัดหนักซะอีก”
“พี่คิน คือพู่”
“เดี๋ยวนะคะทุกคน ช่วยยืนยันกับข้าวฟ่างทีว่ายัยหน้าจืดนี่เหรอที่พี่คินควงมานอนด้วย พี่คินเปลี่ยนสเปคั้แ่เมื่อไหร่ อย่างพี่คินต้องลุคคุณหนูสวยหวานอย่างพี่ลิ…
“เงียบ” พี่คินพูดออกมาน้ำเสียงเบา แต่เยือกเย็นแปลกประหลาด พอจะทำให้ผู้หญิงคนนั้นหยุดพูดได้ ว่าแต่ผู้หญิงสองคนนี้ที่ชื่อข้าวฟ่างกับผู้หญิงอีกคนเป็ใคร ฉันก็มัวแต่คิดเื่พี่คินจนไม่ทันสังเกตว่าพวกเธอนั่งอยู่ด้วย
“เอ่อ เออใช่ น้องพู่ยังไม่รู้จักกับสองคนนี้นิ นี่ข้าวฟ่างกับนุ่นเป็รุ่นน้องที่เรียนมหาลัยเดียวกับพวกพี่” ยัยสองคนนั้นเชิดใส่ฉันทันทีหลังจากพี่เทรย์พูดจบ และถ้าให้เดาสองคนนั้นก็คงเป็บรรดาเด็กๆ ของพี่เทรย์แน่นอน
“พี่คินคะ เพื่อนของพวกเราอยากรู้เจอพี่คินค่ะ” ยัยข้าวฟ่างหันไปพูดกับผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงข้ามฉัน
“ใช่ค่ะ ริสาอยากเจอพี่คินมากเลยนะคะ นุ่นก็เลยนัดให้ริสามาที่บาร์คืนนี้ พี่คินต้องไปนะคะ ริสาเขาเป็ดาวมหาลัยเลยนะคะ”
“มหาลัย PU ใช่มั้ย” พี่ธามถามสองคนนั้น
“ใช่ค่ะ”
“ใช่ที่พู่เรียนอยู่หรือเปล่า” พี่ธามหันมาถามฉัน
“ค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้น เธอก็ต้องรู้จักริสาดีเลยใช่มั้ยล่ะ เพื่อนฉันเป็ถึงดาวมหาลัย หน้าตาดี หุ่นนางแบบ ฐานะก็ดี เหมาะสมกับพี่คินทุกอย่าง คนอื่นเทียบไม่ติดเลยล่ะ” ข้าวฟ่างพูดแล้วมองฉันเหยียดๆ
“ฉันไม่มีเวลาไปสนใจ ว่าใครสวยใครเด่นหรอกนะ แล้วใครจะเหมาะกับใครก็ไม่เกี่ยวกับฉัน”
“ไม่เกี่ยวเลยเหรอ” พี่คินเอ่ยออกมาเสียงเรียบ ดวงตาคู่นั้นมองฉันอย่างผิดหวัง แต่ฉันก็ไม่ได้ไยดีอะไรอยู่แล้วนี่ จะคิดมากทำไมยัยพู่กัน ฉันหลบสายตาจากพี่คินเพื่อดึงสติตัวเองกลับมา พี่คินลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง เขาหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบ
“บอกเพื่อนเธอว่าฉันจะไปหาคืนนี้”
“ได้เลยค่ะ พี่คิน”
“พู่จะไปมั้ย “พี่ธามถามฉัน
“เอ่อ”
“ก็ตอบไปซิ รอไรอยู่ล่ะ “เ้าของเสียงที่ยืนพิงหน้าต่างมองมาที่ฉันแล้วยิ้มมุมปาก
“พี่จะมารับพู่สามทุ่ม ตกลงตามนี้ แต่ตอนนี้พี่หิวแล้วออกไปหาไรกินกันดีกว่า กูขอควงพู่วันนึงนะไอ้คิน” พี่ธามพูดแล้วก็จูงมือฉันให้เดินตามเขาออกไป ฉันหันกลับไปมองพี่คินที่ยืนอยู่ เหมือนเขาจะดูอึ้งกับคำพูดของพี่ธาม พี่เทรย์เองก็มองพี่ธามกับพี่คินสลับกันไปมาอย่างงง ๆ
.
KIN&TRAY
“ข้างฟ่าง นุ่น ออกไปรอพี่ที่รถก่อน เดี๋ยวพี่ตามออกไป” สองสาวทำตามที่เทรย์บอก พวกหล่อนเดินออกไปรอที่รถ ตอนนี้ทั้งห้องก็เหลือแค่คินกับเทรย์ เทรย์มองหน้าเพื่อนรักที่ตอนนี้ดูกังวลสูบบุหรี่จนจะหมดซองแล้ว
“กูถามอะไรมึงหน่อย มึงคิดจริงจังกับน้องพู่หรอวะ” คินไม่ตอบแต่เขาหยิบบางอย่างออกมาจากกระเป๋ามันเป็กล่องใส่แหวน
“กูจะขอพู่แต่งงาน”
“เฮ้ย เดี๋ยวนะ มึงพูดอีกที”
“แม่กูจะให้กูแต่งงานกับลูกพี่ลูกน้องของพี่ริว เพื่อสัมพันธ์ทางธุรกิจที่ญี่ปุ่น กูเลยจะหาลูกสะใภ้ให้แม่ก่อน เขาได้ไม่ต้องมาบังคับกูอีก”
“พี่ริว พี่เขยมึงน่ะเหรอ”
“อืม”
“มีเื่อย่างนี้ด้วยหรือวะ แสดงว่ามึงก็ไม่ได้รักน้องพู่จริงใช่มั้ย”
“มึงคิดว่าที่กูไปท้าแข่งเดิมพันกับไอ้วาเพราะอะไรล่ะ”
“เพราะมึงอยากหยามศักดิ์ศรีไอ้พีมไง เื่น้องพู่แค่ผลพลอยได้”
“ไม่ใช่ กูรักน้องมัน กูรักมานานแล้ว”
“กูว่าแล้ว ทำไม่มึงมองไอ้ธามอย่างกับจะกินเืกินเนื้อ โรคหึงนี่เอง”
“ไอ้ธามมันรู้ั้แ่แรกว่ากูคิดยังไงกับพู่ มันยัง.”
“ไอ้คิน มึงอย่าให้ความเป็เพื่อนต้องจบเพราะผู้หญิงคนเดียวเลยกูขอ ไอ้ธามมันไม่แย่งของมึงหรอก มันก็เทคแคร์ ผู้หญิง เด็ก คนชรา ตามสไตล์คุณชายของมันนั่นแหละ” คินไม่โต้ตอบเขาหยิบกล่องใส่แหวนขึ้นมามองดูมันอีกครั้งอย่างมีความหวัง หวังว่าพู่กันจะไม่เผลอใจไปกับธามเสียก่อน