น่านน้ำ หญิงสาววัยยี่สิบสามปี ชีวิตของเธอทุกลมหายใจเข้าออกล้วนมีแต่คำว่าเงิน อะไรที่ทำแล้วได้เงิน เธอก็รีบคว้าไว้ทั้งหมด หลังจากเรียนจบออกมา นอกจากงานประจำแล้ว หลังเลิกงานหญิงสาวก็ออกไปทำงานพาร์ตไทม์ต่ออีกสองที่ กว่าจะได้พักผ่อนจริงๆ จังๆ ก็เกือบตีหนึ่งตีสองได้
หลังจากทำงานหนักติดต่อมาหลายเดือน ตอนนี้ร่างกายอันบอบบางและไม่ค่อยได้รับการดูแลที่ดีจากผู้เป็เ้าของก็กำลังส่งสัญญาณให้ได้รู้เป็นัย ๆ แล้วว่าหากยังฝืนต่อไป ร่างกายที่ไม่ใช่เครื่องยนต์นี้ก็จะทรุดลงในไม่ช้า แต่ถึงเธอจะรับรู้ได้ กระนั้นหญิงสาวก็ยังดันทุรังออกไปทำพาร์ตไทม์ที่ร้านอาหารของคนรู้จักอยู่ดี
แม้ตอนแรกเ้าของร้านจะบอกให้เธอกลับไปพัก แถมยังให้เงินของวันนั้นด้วย น่านน้ำก็เลือกที่จะปฏิเสธรับเงินนั้นและขออยู่ทำงานต่อ เพราะนี่ก็เป็งานสุดท้ายของคืนนี้แล้ว เมื่อเขาเห็นสีหน้ามุ่งมั่นของเธอ เ้าของร้านก็ทำได้เพียงถอนหายใจกับความดื้อดึงของเธอและยอมให้ทำงานต่อไป
"สู้ ๆ น่านน้ำ อีกไม่นานแกก็จะได้เงินซื้อที่สร้างบ้านให้ตากับยายแล้ว" หญิงสาวให้กำลังใจตัวเอง ก่อนจะยกยิ้มให้กับภาพสะท้อนตัวเองในกระจก เสร็จแล้วเธอก็เดินออกจากห้องพักพนักงานเพื่อไปทำงานที่เธอรักต่อ
แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้าเพียงใด แต่เมื่อเดินเข้าไปในร้านแล้วทุกคนก็มักจะได้รับรอยยิ้มจากหญิงสาวเสมอ นี่จึงไม่แปลกที่ทุกคนจะพากันเอ็นดูและชอบเธอที่มีความเป็กันเองและขยันทำงาน
"พี่น่านน้ำไปนั่งพักก่อนก็ได้นะคะ เดี๋ยวโต๊ะพวกนี้ฝนกับพี่แพนจะช่วยกันเก็บเอง" น้ำฝนพนักงานน้องเล็กประจำร้านเดินเข้ามาบอกเธอ ขณะกำลังตั้งหน้าตั้งตาเช็ดโต๊ะอยู่ หลังจากลูกค้ากลุ่มสุดท้ายลุกออกไป
"ขอบคุณนะ แต่พี่ว่าเราช่วยกันหลาย ๆ คนดีกว่า พวกเราจะได้กลับไปพักกันเร็ว ๆ" เจอประโยคนี้เข้าไป คนเป็ห่วงอย่างน้ำฝนก็ต้องพ่ายไป แล้วรีบกลับไปจัดการกับโต๊ะตัวอื่นทันที
หลังจากทำงานเสร็จ แพนกับน้ำฝนก็อาสามาส่งเธอที่ห้องพัก ด้วยดูจากสภาพแล้วหากปล่อยให้เดินกลับเองก็เกรงว่าพี่สาวคนแกร่งของพวกเธอจะพาร่างกายกลับไปไม่ถึงห้องได้
"ขอบคุณทั้งสองคนมาก เอาไว้พรุ่งนี้พี่จะซื้อขนมไปให้กินนะ" น่านน้ำว่า ก่อนจะโบกมือลาให้กับน้อง ๆ ที่ใจดีมาส่งเธอถึงหน้าที่พัก
เมื่อยืนมองจนรถของแพนลับตาไปแล้ว น่านน้ำก็หันหลังเดินขึ้นตึกไปหาห้องพักตัวเองทันที
ขณะกำลังเดินขึ้นไปบนชั้นสามอยู่นั้น จู่ ๆ โลกทั้งใบของเธอก็เกิดหมุนเคว้ง ยังไม่ทันจะได้คว้าราวบันได ร่างผอมแห้งของน่านน้ำก็วูบดับลง และกลิ้งตกบันไดจนหัวฟาดพื้นแตก
ช่างเป็เื่น่าเศร้าของน่านน้ำเพราะในเวลานี้คนที่พักอยู่ตึกนี้ก็ต่างเข้าพักกันหมดแล้ว ทำให้ไม่มีใครมาช่วยร่างที่นอนจมกองเืได้ทัน
สุดท้ายน่านน้ำคนขยัน และเอาเงินเป็หัวใจสำคัญในการใช้ชีวิตก็ต้องจากโลกนี้ไปในที่สุด.....โดยไม่มีโอกาสได้ใช้เงินที่เก็บจากน้ำพักน้ำแรงของตัวเองเลยสักแดงเดียว
"นางหนู นางหนู" น่านน้ำค่อย ๆ ลืมตาขึ้นตามเสียงเรียกของใครบางคน ก่อนเธอจะรีบดีดตัวลงขึ้นด้วยความใ ที่จู่ ๆ ก็มีชายชราหัวงอกมายืนก้มหน้ามองเธอแบบกระชั้นชิด ชนิดที่ว่าเธอสามารถััได้ถึงลมหายใจของอีกคนได้เลยก็ว่าได้ แต่แล้วเธอก็ต้องใหนักเข้าไปอีก เมื่อตาสุกใสของชายชราผู้นี้เปลี่ยนเป็สีเพลิงจนน่าชวนผวา
สุดท้ายคนเพิ่งตื่นขึ้นมาก็สงบหมดสติลงไปอีกครั้ง ชายชราเห็นเช่นนั้นก็ได้แต่ส่ายหัวและถอนหายใจให้กับเธอ "ขวัญอ่อนไม่เบา" ชายชราพึมพำกับตัวเองขณะมองร่างโปร่งแสงของหญิงสาว
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ
มาเป็กำลังใจน่านน้ำกันค่ะ ^^