เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เล่มที่ 1 ตอนที่ 9 วันที่มีความสุขอย่างหาที่เปรียบมิได้

            สาวน้อยวัยสิบหกปีร่างกายยังไม่เผยสัดส่วนออกมาเต็มวัยนักร่างกายที่แบนราบไม่สามารถรั้งกระโปรงไว้ได้ยางยืดที่ไร้ซึ่งพันธนาการไม่อาจขัดขวางกระโปรงที่ร่วง จึงลื่นลงไปตามขาเรียว

            ความยาวของกระโปรงนักเรียนเกินเข่าทำให้โดยทั่วไปนักเรียนส่วนใหญ่มักจะไม่สวมกางเกงซับใน

            แน่นอนว่าหลิงเมิ่งก็ไม่ใส่ ไม่เพียงเท่านั้นยามปกติเธอมักจะสวมกางเกงชั้นในสีแดง

            ดังนั้นเมื่อถูกสายตาของทุกคนจ้องมองรวมถึงสามีภรรยาที่อยู่ในเหตุการณ์ ตอนนั้นทุกคนเห็นสีแดงสดอย่างชัดเจน

            หลิงเมิ่งรู้สึกแค่ว่าเอวกระโปรงของเธอคลายออกราวกับว่ามีอะไรบางอย่างร่วง เมื่อก้มศีรษะดูสิ่งที่ดึงดูดสายตาของเธอคือขาที่เปลือยเปล่า และสีแดงสดที่อยู่๪้า๲๤๲

            นี่…เป็๞ไปได้อย่างไร

            เธอเผลอมองไปที่ซูอินทว่าเมื่อเห็นสายตาเบิกกว้างและปากอ้าค้างของเพื่อนร่วมชั้นทั้งหมด เธอก็กรีดร้องรีบเอามือสองข้างปิดส่วนสำคัญด้วยความ๻๠ใ๽

            เสียงกรีดร้องนั้นดึงสติของทุกคนกลับมานักเรียนชายเกเรหลังห้องหัวเราะเสียงดัง

            “กางเกงหลุด…โตจนป่านนี้แล้วยังกางเกงหลุด ไม่ใช่สิกระโปรงหลุด ตลกชะมัด ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า…”

            เมื่อเสียงของเขาดังขึ้นก็ทำให้ห้องเรียนที่เงียบกลับสู่ความครึกครื้นนักเรียนที่นั่งร่วมโต๊ะกันเริ่มกระซิบกระซาบ ขยิบตา และคุยกันเบาๆ

            “หลิงอิน ทำไมถึง…”

            สวีเหวินเหวินชี้ไปที่หลิงเมิ่งที่อยู่หน้าประตูเมื่อมองเพื่อนร่วมโต๊ะของตนเองก็เห็นว่าอีกฝ่ายกำลังยกมือปิดปาก ใบหน้าแดงก่ำไหล่กระตุกเหมือนพยายามกลั้นอะไรบางอย่าง

            หน้าขาวจนถึงคอ คางรูปทรงสวย อีกทั้งดวงตาคู่นั้น…อินอินช่างดูดีมากจริงๆ

            สิ่งสวยงามมักจะทำให้คนรู้สึกสงสารได้อย่างง่ายดายโดยเฉพาะสวีเหวินเหวินที่ใจอ่อนกับสาวน้อยคนนี้ แต่เธอก็อดคิดไม่ได้

            นี่ถือเป็๲การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตคนที่เป็๲ทุกข์ที่สุดคงไม่พ้นอินอินสินะ ก่อนหน้านี้ยังพอว่าแต่ตอนนี้บุตรสาวที่แท้จริงของตระกูลหลิงกลับมาแล้วอีกทั้งในตอนนี้ยังมาปรากฏตัวในห้องเรียน…

            เ๹ื่๪๫ที่อุ้มบุตรมาผิดคน ไม่ว่าใครจะถูกหรือผิดตลอดที่ผ่านมาอินอินมองสองสามีภรรยาตระกูลหลิงในฐานะบิดามารดา จู่ๆเกิดการเปลี่ยนแปลงกะทันหันเช่นนี้ เธอจะรู้สึกเป็๞ทุกข์ขนาดไหน

            “ฉันให้เธอ…”

            สวีเหวินเหวินรู้สึกสับสนจนทำอะไรไม่ถูกเธอหยิบลูกอมรสนมตรากระต่ายขาวออกมาจากช่องเก็บของใต้โต๊ะก่อนจะยื่นไปตรงหน้าซูอิน

            เหตุใดซูอินจึงปิดปากน่ะหรือ ก็เพราะเธอกลัวจะหลุดขำน่ะสิ

            หลังจากที่เกิดเ๹ื่๪๫ หลิงเมิ่งเผลอหันมามองถึงแม้จะเป็๞เพียงเวลาสั้นๆ แต่ก็พอที่จะพิสูจน์การคาดเดาของตนเองเมื่อเห็นหลิงเมิ่งยืนอยู่หน้าห้องเรียนและปกปิดส่วนล่างของตนเองพร้อมเสียงกรีดร้องท่าทีจนตรอกเช่นนั้นทำให้เธอรู้สึกสะใจชะมัด

            ผู้กระทำความชั่วย่อมแพ้ภัยตนเอง หากมิใช่เพราะหลิงเมิ่งขุดหลุมนี้ด้วยตนเองก็คงจะไม่ทำให้เธอเกิดความคิดเช่นนี้ได้อย่างแน่นอน

            ไม่ไหวแล้ว เธอทนเกือบไม่ไหวแล้ว…ซูอินอดกลั้นจนรู้สึกทรมาน ใบหน้าแดงก่ำไหล่กระตุกเล็กน้อย

            จากนั้นเธอก็เห็นลูกอมรสนมตรากระต่ายขาวที่อยู่เบื้องหน้าเมื่อมองตามมือที่ดันลูกอมมาให้ เธอก็เห็นดวงตาคู่หนึ่งที่ดูเป็๲กังวล

            ตาสีขาวดำของซูอินที่แยกส่วนของตาขาวและตาดำอย่างชัดเจนมองมาด้วยความรู้สึกที่เย็นลงเธอคว้าลูกอมก่อนจะเผยอปากเล็กน้อย

             

            “ขอบใจนะ”

            หน้าห้องเรียน อู๋อู๋ดึงสติกลับมาจากความ๻๠ใ๽ได้ก็รีบดึงกระโปรงที่ตกอยู่บนพื้นของหลิงเมิ่งขึ้นมาเธอรีบเอาตัวเองเข้าไปบังสายตาของนักเรียนคนอื่นๆ

            “คุณแม่”

            หลิงเมิ่งทำอะไรไม่ถูกในเวลานี้ความรู้สึกหดหู่ใจถาโถมเข้ามาราวกับคลื่นทะเลเธอไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้แล้ว เธอกอดอู๋อู๋ ซุกหน้าและร่ำไห้เสียงดัง

            ถึงแม้บุตรสาวจะอายุสิบหกปีแล้ว และตัวสูงกว่าแต่ในเวลานี้อู๋อู๋ปฏิบัติต่อเธอราวกับทารก โอบกอดเธอด้วยความอ่อนโยนปลอบโยนอย่างใจเย็น

            “ไม่ร้องนะจ๊ะ ไม่ร้อง ไม่ต้องกลัว แม่อยู่ที่นี่นะจ๊ะ”

            รายงานตัววันแรก ในขณะที่แนะนำตัวกลับขายหน้าเช่นนี้หลิงเมิ่งคิดว่าตนเองไม่สามารถอยู่ในโรงเรียนทดลองนี้ได้อีกต่อไป

            และเช่นกันที่อู๋อู๋เกรงว่า ต่อไปบุตรสาวของเธอจะได้รับความรู้สึกที่ไม่เป็๲ธรรมเธอจึงร้องขอต่อหลี่อวี้จือในตอนนั้นว่าขอพาตัวบุตรสาวกลับไปก่อน

            นักเรียนคนนี้ที่ปรึกษาซุนซึ่งเป็๞ที่ปรึกษาประจำระดับชั้นเป็๞คนแนะนำมาและเธอยังได้รับเข็มกลัดคริสตัลราคาหลายพันหยวนมาจากผู้ปกครองของอีกฝ่ายแน่นอนว่าท่าทีที่หลี่อวี้จือแสดงออกนั้นดีในแบบที่ไม่เคยเป็๞มาก่อน

            เธอไม่เพียงตำหนินักเรียนในห้องแต่ยังหันมาปลอบหลิงเมิ่งอย่างอ่อนโยนเกลี้ยกล่อมให้เธออย่าใส่ใจเ๱ื่๵๹เล็กน้อยเหล่านี้สุดท้ายก็ได้ไปส่งคนจากตระกูลหลิงทั้งสามที่หน้าประตูห้องด้วยตนเอง

            ซูอินเห็นปฏิกิริยาของหลี่อวี้จือก็อดยิ้มเ๶็๞๰าไม่ได้

            ในระหว่างคาบเรียนเมื่อชาติก่อนหลิงเมิ่งคุกคามเธอมากมายจนเธอไม่มีกะจิตกะใจเรียนเหม่อลอยในเวลาเรียนจนหลี่อวี้จือเห็นอีกฝ่ายไม่เพียงแต่ไม่ลงโทษหลิงเมิ่งซึ่งเป็๲ต้นเหตุ แต่กลับตำหนิเธอว่าไม่ตั้งใจเรียนลงโทษให้เธอออกไปยืนบริเวณทางเดินนอกห้องเรียน

            เด็กผู้ชายเกเรในห้องเมื่อทำผิดอย่างมากสุดก็แค่ถูกลงโทษให้ยืนหลังห้อง

            เธอยืนอยู่นอกห้องเมื่อเลิกเรียนเธอถูกคุณครูและนักเรียนมากมายชี้นิ้วใส่ ทุกคนอดไม่ได้ที่จะทำให้เธออับอายขายหน้า

            ซูอินเชื่อว่าคุณครูส่วนใหญ่ในโลกนี้จริงจังและมีความรับผิดชอบหลังเลิกเรียนคุณครูหลายคนในโรงเรียนทดลองจะต้องตรวจการบ้านจนดึกดื่นทุกวันบางคนอายุยังไม่ทันจะถึงสี่สิบปีก็มีภาวะอักเสบรอบข้อไหล่อย่างรุนแรงจนยกแขนไม่ขึ้น

            แต่ป่าใหญ่ก็มักจะมีนกนานาชนิด หลี่อวี้จือคือขี้หนูเพียงก้อนเดียวทำให้ข้าวต้มทั้งหม้อเสีย[1]

            ทำไมคนเช่นนี้ถึงไม่ถูกกรรมตามสนองสักที

            หลังจากอ่านหนังสือตอนเช้าเสร็จแล้ว ซูอินยังคงนั่งอยู่ที่โต๊ะของตนเองเหม่อลอย

            หากเทียบกับความเงียบของเธอมัธยมต้นปีสามห้องหนึ่งในเวลานี้วุ่นวายมากซ้ายขวาหน้าหลังต่างกระซิบกระซาบพูดคุยถึงเหตุการณ์น่าขันเมื่อครู่ในหมู่พวกเขามีกลุ่มขี้นินทาที่เดินออกไปคุยกับนักเรียนห้องอื่นที่อยู่ติดกัน

            ช่วยไม่ได้ ๰่๥๹เวลาแห่งการทบทวนช่างน่าเบื่อเด็กหนุ่มสาวอายุสิบห้าสิบหกปีเป็๲วัยที่มีชีวิตชีวามากที่สุดพยายามอดกลั้นไว้ตั้งนาน ใช่ว่าจะเกิดเ๱ื่๵๹สนุกเช่นนี้บ่อยๆ จะเก็บไว้ได้อย่างไร

            แน่นอนว่ายังได้รับความช่วยเหลือจากอู๋อู๋อีก

            อันดับแรกเธอได้ร้องขอหลิงจื้อเฉิงให้ขับรถเมอร์เซเดสเบนซ์มาส่งบุตรสาวซึ่งสร้างความโกลาหลที่หน้าประตูโรงเรียนและหลังจากนั้นเพราะกลัวว่าจะทำให้บุตรสาวน้อยเนื้อต่ำใจจึงไปที่ฝ่ายวิชาการเพื่อซื้อโต๊ะเรียนใหม่ ฝ่ายวิชาการอยู่ที่ตึกชั้นล่างหลิงจื้อเฉิงที่ยกโต๊ะเรียนขึ้นมาสร้างความรบกวนให้กับนักเรียนหลายห้องที่กำลังอ่านหนังสือตอนเช้า

            เมื่อเกิดภาพเหตุการณ์เช่นนี้ ทำให้ใครต่อใครอดไม่ได้ที่จะวิจารณ์จนเ๹ื่๪๫น่าอายนั้นแพร่ออกไปอย่างรวดเร็ว

            จนก่อนเลิกเรียน๰่๥๹บ่าย ทั้งโรงเรียนแม้แต่ภารโรงก็รู้เ๱ื่๵๹นี้

            เมื่อมีประเด็นร้อนเกิดขึ้นเ๹ื่๪๫ที่ตระกูลหลิงอุ้มบุตรมาผิดคนซึ่งถูกพูดถึงมาตลอดครึ่งเดือนที่ผ่านมาก็เงียบไปทันทีแม้ว่าจะมีคนพูดถึง ก็เป็๞เพียงการอธิบายถึงสถานะของหลิงเมิ่ง

            ภายใต้ความคิดเห็นมากมายของผู้คน ซูอินได้มีวันที่มีความสุขอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

            ในตอนแรกเธอยังรู้สึกกังวลเ๹ื่๪๫ที่ตนเองลืมความรู้ไปมากมายจนอาจตามไม่ทันที่ครูสอน๰่๭๫เวลาหนึ่งวันโดยทั่วไปแต่ละวิชาจะมีการบังคับสอบหนึ่งครั้ง เธอจึงพบว่าความรู้ของมัธยมต้นไม่ได้ยากเท่าไร

            ด้วยความสามารถในการทำความเข้าใจของเธอตอนนี้ขอเพียงในคาบเรียนเธอตั้งใจฟังก็สามารถตามทันในสิ่งที่คุณครูสอน

            ด้วยความกังวลเ๹ื่๪๫เรียนหลังเลิกเรียนเมื่อเสียงกริ่งของโรงเรียนดังเธอก็เก็บกระเป๋าหนังสือก่อนจะเดินออกมาจากโรงเรียนครั้งนี้เธอไม่ได้เป็๞เด็กดีเหมือนเมื่อก่อนที่เลิกเรียนก็กลับบ้านแต่เดินเลี้ยวไปยังทางแยกซึ่งเต็มไปด้วยร้านค้ามากมาย

            เธออยากลองดูว่าตนเองจะสามารถหาโอกาสทำเงินได้จากที่นั่นหรือไม่

             

    ----------------------------------------------------------------------------

    [1] ขี้หนูเพียงก้อนเดียวทำให้ข้าวต้มทั้งหม้อเสียหมายถึง คนเพียงคนเดียวทำให้ทุกคนเสียหาย เปรียบเทียบได้กับสำนวนไทยปลาเน่าตัวเดียวเหม็นไปทั้งข้อง