ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    เล่มที่ 2 บทที่ 52 ฮองเฮาเสด็จ

            อยู่ๆ บรรยากาศก็แปลกไป

            หลินเมิ้งหยารีบชักมือกลับ สายตาพลันก้มลงมองปลายเท้าของตนเองเหตุใดเมื่อครู่นางจึงกระทำเช่นนั้น?

            หลินเมิ้งหยาที่กำลังนึกเสียใจกับการกระทำเมื่อครู่เพิ่งพบว่าตนเองไร้ซึ่งข้อแก้ตัว

            “หม่อม...หม่อมฉันไปทำงานก่อนนะเพคะ”

            หลินเมิ้งหยาเพิ่งเห็นว่านัยน์ตาของหลงเทียนอวี้ลุ่มลึกจนไม่อาจคาดเดา

            เมื่อต้องสบตากับดวงตาคู่นั้น นางรู้สึกว่าหัวใจของตนเองเกือบจะถูกดวงตาคู่นั้นกลืนกิน

            ไม่ได้!

            หลินเมิ้งหยาแอบหยิกท่อนขาของตนเองความเจ็บปวดทำให้น้ำตาของนางเกือบไหล

            “หลายวันมานี้ลำบากเจ้าแล้ว”บางทีอาจเพราะถูกบรรยากาศในเวลานี้ดึงดูด บางที...อาจเพราะความเห็นอกเห็นใจลูกน้องของตนเอง

            หลงเทียนอวี้จ้องมองใบหน้าเรียวเล็กรูปไข่ตรงหน้า สีหน้าสับสน

            เพียงเพราะต้องการสนองความต้องการของฮองเฮาเขาจึงฝืนตอบตกลงแต่งงานกับนาง

            ตอนนี้ นางกลายมาเป็นผู้ช่วยของเขา

            ไม่รู้ว่าหากฮองเฮาล่วงรู้เข้าจะเสียใจหรือไม่?

            “ไม่เป็นไรเพคะ จริงสิเพคะท่านอ๋องเหมือนช่วงนี้พระวรกายของพระสนมเต๋อเฟยจะไม่ดีนักหากมีเวลาท่านควรไปดูด้วยตนเองเพคะ”

            หลงเทียนอวี้พยักหน้าลง หลินเมิ้งหยาเป็นสะใภ้ที่รู้จักหน้าที่ของตนเองเป็นอย่างดี

            ไม่ว่าจะเข้าถวายคำนับหรือการจัดการทุกอย่างด้วยตนเองแม้แต่น้าจิ่นเยว่ยังชื่นชมนาง

            บรรยากาศรอบตัวของทั้งคู่จึงเปลี่ยนเป็นอบอุ่นขึ้นมาทว่าหลินเมิ้งหยากลับรู้สึกไม่คุ้นชิน

            “คือว่า...”

            อยู่ๆ ก็ส่งเสียง จากนั้นเงยหน้าขึ้นสบตา

            เพียงสายตาบรรจบก็สามารถเข้าใจความรู้สึกนึกคิดของอีกฝ่ายได้ในทันที

            การเคลื่อนไหวเป็นไปตามธรรมชาติและความเข้าใจแม้แต่หน้าที่หนาพอตัวอยู่แล้วของหลินเมิ้งหยาก็ร้อนผ่าวขึ้นมา

            ทั้งที่ความสัมพันธ์ระหว่างนางกับหลงเทียนอวี้ไม่ควรจะเป็นเช่นนี้

            เห็นได้ชัดว่าความอบอุ่นอันแสนคลุมเครือที่เกิดขึ้นด้านหลังสวนชั่วยามนี้มิได้ส่งผลต่อแขกฝ่ายหญิงภายในงาน

            ชายหญิงนั้นแตกต่างกันเหล่าคุณชายทั้งหลายต่างพากันพักผ่อนที่อีกฝั่ง

            เจียงหรูฉินพาสาวใช้ประจำตัวเดินกระแทกเท้ากลับไปยังบริเวณที่นั่งต้อนรับแขกฝ่ายหญิง

            ยัยคุณหนูของเจิ้นหนานโหวคนนั้นดูจะรับมือได้ยากมากจริงๆ

            ก่อนที่จะแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้น ท่านพี่อวี้ไม่เคยดุนางมากเท่านี้

            เป็นเพราะหลินเมิ้งหยาคนเดียว ถ้าไม่มีนาง ตำแหน่งพระชายาอวี้จะต้องเป็นของตนเอง

            ทว่าตอนนี้นางกลับกล้าแสดงความหยิ่งยโสต่อหน้าตนเองช่างน่าโมโจริงเชียว

            “คุณหนู อย่าโกรธไปเลยเจ้าค่ะหนู่ปี้คิดว่าท่านอ๋องยังคงเป็นห่วงเป็นใยคุณหนูอยู่ ท่านลองตรึกตรองดูสิเจ้าคะนอกจากท่านแล้วยังมีคุณหนูคนไหนสามารถเข้าไปภายในสวนฉินอู๋ได้อีก?”

            สาวใช้ประจำตัวของเจียงหรูฉินเอ่ยออกมาอย่างระมัดระวัง

            “จริงเหรอ?”เจียงหรูฉินเลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะเหล่มองสาวใช้

            “แน่นอนสิเจ้าคะ ชุ่ยเอ๋อร์จะกล้าหลอกคุณหนูได้อย่างไร”ชุ่ยเอ๋อร์ถูกสายตาของเจียงหรูฉินทำให้ตกใจจนตัวโยนแม้คุณหนูจะมีรูปร่างอ้อนแอ้นอรชร ทว่าเวลาอยู่ที่บ้านคุณหนูมักจะลงโทษพวกบ่าวไพร่อย่างไร้ความปรานี

            “ฮึ ขอให้เป็นอย่างนั้นก็แล้วกัน” เจียงหรูฉินจัดการอารมณ์ของตนเองได้อย่างรวดเร็วก่อนจะเยื้องย่างเข้าไปในบริเวณสถานที่ต้อนรับแขกฝ่ายหญิง

            แขกส่วนใหญ่ที่มาร่วมงานเลี้ยงฉลองวันเกิดของพระสนมเต๋อเฟย ล้วนเป็นญาติของท่านอ๋องอวี้หรือไม่ก็ข้าราชบริพารที่มีความสัมพันธ์อันดีกับพระสนมเต๋อเฟย

            ดังนั้นสองแม่ลูกแห่งบ้านสกุลหลินจึงถูกมองและแสดงท่าทีเย็นชาใส่

            ซ่างกวนฉิงคิดว่าตนเองสูงส่งกว่าผู้อื่นดังนั้นจึงไม่คิดลดตัวลงไปทำความรู้จักกับแขกคนอื่นๆ

            ดังนั้น แม้พวกนางจะเป็นญาติฝ่ายหญิงของพระชายา แต่กลับไม่มีใครให้ความสำคัญ

            “สวัสดีคุณหนูเจียง”

            เพียงเดินเข้าไปก็ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี เจียงหรูฉินแสดงท่าทางประหนึ่งคุณหนูผู้ดีและฉีกยิ้มสวยงามให้กับคนอื่น

            นางชำเลืองมองหญิงสาวสวมใส่เสื้อผ้าสีแดงเหล่านี้หาได้มีใครสามารถสง่าผ่าเผยได้เหมือนนาง

            ดังนั้นเจียงหรูฉินจึงรู้สึกว่าตนเองสูงส่งกว่าผู้อื่น

            “ดีใจอะไรกัน! ก็แค่ลูกสาวของข้าราชบริพารคนหนึ่งหากมิใช่พ่อของข้าคอยปกป้องประเทศชาติให้สงบสุข คิดหรือว่าพวกนางจะมีความสุขเช่นนั้น”

            หลินเมิ้งหวู่ยืนอยู่ท่ามกลางเหล่าลูกคุณหนูทั้งหลายท่าทางของนางประหนึ่งหงส์ในฝูงกา ฝีปากเอื้อนเอ่ยถ้อยคำหยาบคาย

            ดอกบัวสีขาวที่ผู้คนต่างมองว่าบริสุทธิ์ใสซื่อได้เจอะเจอเข้ากับศัตรูตัวฉกาจของตนเองเข้าเสียแล้ว

            “เจ้าคงเป็นน้องสาวของพระชายาสินะ เฮ้อคนหนึ่งงามสง่าและเป็นถึงพระชายาอวี้ ส่วนอีกคนกลับไม่มีใครต้องการช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน”

            สิ่งที่หลินเมิ้งหวู่เกลียดชังเป็นที่สุดคือโดนดูถูกเช่นนี้ดวงตาคู่สวยจ้องเจียงหรูฉินเขม็งด้วยความเกลียดชังนางเกลียดเสียจนอยากกลืนเจียงหรูฉินเข้าไปทั้งตัว!

            “ถวายคำนับฮูหยินทุกท่านและคุณหนูทุกคนขอให้ทุกท่านได้โปรดนั่งประจำที่ด้วยเจ้าค่ะ”

            ผอจื่อที่คอยดูแลงานถวายความเคารพต่อแขกผู้มีเกียรติอีกทั้งยังเอื้อนเอ่ยขอให้เหล่าคุณหนูนั่งประจำที่

            ปกติแล้วพระสนมเต๋อเฟยคุ้นชินกับการใช้ชีวิตในรั้วในวังแต่เมื่อกลับมาอยู่ที่บ้าน ใบหน้าของนางจึงเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มอันแสนอ่อนโยน

            หลินเมิ้งหยาและหลงเทียนอวี้นั่งคู่กันในที่นั่งถัดไป ฝ่ายชายหล่อเหลาดั่งเทพบุตรฝ่ายหญิงสวยงามดั่งเทพธิดา

            ขณะเดียวกันแขกเหรื่อล้วนตกตะลึง ทว่าหลินเมิ้งหวู่กับเจียงหรูฉินกลับรู้สึกอิจฉาตาร้อน

            โอ้ วันนี้แขกมาไม่น้อยเลย

            หลินเมิ้งหยาหยักยิ้มให้กับทุกคน

            มิรู้ว่านางคิดไปเองหรือไม่ เหตุใดนางจึงรู้สึกว่าเจียงหรูฉินและหลินเมิ้งหวู่มีความคลางแคลงใจต่อกัน

            น่าสนใจ หากนางจงใจยั่วยุสักหน่อยมิรู้ว่าดอกบัวสีขาวทั้งสองดอกนี้จะก่อเรื่องสนุกๆ อะไรได้บ้าง?

            “ท่านป้า ฉินเอ๋อร์ขอให้ท่านป้าอายุยืนยาวนี่คือของที่ท่านพ่อนำมามอบให้ ขอท่านป้าอย่าได้รังเกียจเพคะ”

            เจียงหรูฉินหยักยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะกล่าวอวยพรพระสนมเต๋อเฟย

            ได้เห็นของในมือของเจียงหรู๋ฉิน มันคือกล่องจิ่นหยุนภายในมีผ้าซับสีแดง ด้านบนผ้าคือหยกหยางจื่อหยู

            แม้ราคาจะไม่แพงมาก แต่กลับมีลักษณะโดดเด่นพระสนมเต๋อเฟยยิ้มแล้วพยักหน้าลง ก่อนจะสั่งให้เจียงหรูฉินนั่งลงข้างกายตนเอง

            “ก็แค่หยกมิใช่หรือ? มีดีแค่ไหนกันเชียว”

            หลินเมิ้งหวู่นั่งข้างกายมารดาของตนเอง สีหน้าไม่เป็นมิตรนัก

            ซ่างกวนฉิงถูกนางบังคับให้มาด้วย นางเพียงแต่แสร้งอวยพรตามมารยาท

            ดังนั้นเมื่อเทียบกับเจียงหรูฉินแล้ว นางจึงด้อยค่ากว่าหนึ่งเท่า

            สายตาพลันเหลือบมองขวากหนามขนาดใหญ่ข้างกายพระสนมเต๋อเฟยในใจพลันอยากกำจัดเจียงหรูฉินคนนั้นให้พ้นทาง หลินเมิ้งหวู่โมโหแทบขาดใจ

            “อย่าร้อนใจไป ให้พวกนางได้มีความสุขสักเล็กน้อยก่อนเถิด เจ้าน่ะเก็บอารมณ์ไม่เคยอยู่เลยจริงๆ”

            ซ่างกวนฉิงยกแก้วเหล้าขึ้นมาจิบเล็กน้อยดวงตาคมกริบจ้องมองครอบครัวที่กำลังอบอุ่นตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชา

            ตอนเช้า คนในวังมาส่งข่าวว่าหากไม่มีอะไรผิดพลาดงานเลี้ยงฉลองของพระสนมเต๋อเฟยจะไม่ใช่งานรื่นเริงอีกต่อไป

            หลินเมิ้งหยาเหลือบมองสายตาของซ่างกวนฉิง ดูท่าฮองเฮาเหนียงเหนียงคงคิดจะลงมือทำร้ายนางจริงๆ สินะ

            มือเล็กกำเข้าหากันแน่นหวังว่านางจะสามารถก้าวผ่านมรสุมในคราวนี้ได้!

            “ฮองเฮาเสด็จ...ไท่จื่อเสด็จ...”

            เสียงร้องของขันทีดังขึ้น ทุกคนรีบหยุดงานทุกอย่างในมือก่อนจะคุกเข่าลงบนพื้น

            หลินเมิ้งหยาพยุงพระสนมเต๋อเฟยเพื่อทำการถวายคำนับพร้อมกันห้องโถงที่เคยครึกครื้นเงียบลงในบัดดล

            ฮองเฮาสวมใส่ชุดสีม่วงสง่างาม ผมถูกเกล้าสูง ท่าทางน่าเกรงขามไท่จื่อสวมใส่ชุดสีเหลือง ศีรษะสวมมงกุฎ ใบหน้ายิ้มแย้มอ่อนโยน

            ทว่าดวงตามีเสน่ห์กลับเหลือบมองทางพระชายาอวี้

            พวกเขานับเป็นลูกพี่ลูกน้องกันในนามเมื่อก่อนเขาเคยเจอเด็กคนนี้ในจวนหลิน

            แต่ทุกครั้งที่เจอนางมักจะมีท่าทางเลอะเลือนอย่างน่ารังเกียจแต่พระชายาอวี้ที่อยู่ตรงหน้าตอนนี้ หากได้ฟังความจากหมู่โฮ้วพระองค์กล่าวว่านางฉลาดเฉลียวเป็นอย่างมาก

            “ลุกขึ้นเถิด น้องเต๋อเฟย วันนี้เป็นวันเกิดของเจ้าข้าและไท่จื่อมาร่วมอวยพร”

            ท่าทางหวาดกลัวเผยออกมาให้เห็นอย่างชัดเจนดูเหมือนว่าพระสนมเต๋อเฟยจะหวาดกลัวกับความหมายที่ฮองเฮาต้องการจะสื่อเป็นอย่างมาก

            ดวงตาคมกริบดั่งหงส์แฝงไว้ซึ่งการดูถูก

            นังแพศยาคนนี้มักจะแสดงท่าทางเช่นนี้ออกมาทุกครั้งที่อยู่ต่อหน้าฝ่าบาทนางหลอกลวงคนทั้งโลก

            หากมิใช่เพราะนางให้กำเนิดและเลี้ยงลูกชายที่ดีขึ้นมาเกรงว่าป่านนี้นังแพศยาคนนี้จะตายด้วยน้ำมือของนางไปตั้งนานแล้ว

            “ขอบพระทัยในความเมตตาของฮองเฮาเหนียงเหนียงเชิญเสด็จพี่ขึ้นประทับเถิดเพคะ” แม้พระสนมเต๋อเฟยจะเป็นเจ้าของงานแต่นางยังคงปฏิบัติต่อฮองเฮาด้วยความเคารพ

            ฮองเฮาและไท่จื่อนั่งประจำที่ งานเลี้ยงจึงดำเนินต่อไป

            ทั้งสองที่เป็นศัตรูกันมาครึ่งชีวิตเอ่ยทักทายพูดคุยอยู่ทางด้านบนส่วนไท่จื่อถือจอกเหล้าและเดินเข้ามาพูดคุยติดตลกกับหลงเทียนอวี้

            “น้องสามโชคดีเหลือเกิน ฮวงซง1ใช้สายตาเย็นชาเหลือบมองเจ้าพระชายาอวี้ของเจ้าล้วนโดดเด่นกว่าสาวงามคนใดในเมืองหลวงอีกทั้งยังรับตำแหน่งนั้นไว้โดยไม่อิดออดเลยแม้แต่น้อย”

            เมื่อเทียบกับสายตาเย็นชาดุจน้ำแข็งของหลงเทียนอวี้ สายตาของไท่จื่อดูสุภาพและซื่อสัตย์กว่าเล็กน้อย

            เพียงแค่...ดวงตาที่ดูเหมือนอ่อนโยนคู่นั้นกลับแฝงไว้ซึ่งพิษร้ายดุจงูพิษหลินเมิ้งหยาที่ได้เห็นรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย

            “ฮวงซงเอ่ยชมเกินไปแล้ว หยาเอ๋อร์เป็นคนที่ดีจริงๆแต่ถึงกระนั้นหม่อมฉันก็ต้องขอบพระทัยฮองเฮาที่เลือกคู่มาให้” หลงเทียนอวี้หยักยิ้มทว่าคำตอบกลับทำให้ไท่จื่อรู้สึกไม่สบายใจ

            พระชายาอวี้ตรงหน้างดงามอ่อนหวาน ท่วงท่าสง่างามดวงตามีเสน่ห์เย้ายวน

            แม้นางจะไม่ใช่คนสวยมากที่สุดในโลกแต่กลับทำให้คนที่จ้องมองไม่อาจละสายตาจากนางไปได้เลย

            เพราะดวงตามีเสน่ห์เย้ายวนคู่นี้ จึงดึงดูดสายตาของชายหนุ่มมากมายแม้นางจะนั่งอยู่เฉยๆ มิได้ขยับเขยื้อนก็ตาม

            เหตุใดคนสวยขนาดนี้จึงตกเป็นของน้องสาม!

            ร่องรอยแห่งความเย็นชาปรากฏขึ้นในดวงตาของไท่จื่อ

            ตั้งแต่เด็กจนโตไม่ว่าจะเป็นความรักความเอ็นดูจากเสด็จพ่อหรือคำชื่นชมจากเหล่าข้าราชบริพารทุกอย่างล้วนเป็นของน้องสามเท่านั้น!

            เขาต่างหากที่เป็นองค์รัชทายาทของประเทศนี้! เขาคือว่าที่ฮ่องเต้องค์ต่อไป!

            ทว่าเสด็จพ่อที่ใกล้จะสิ้นพระชนม์เต็มทีกลับมอบตราแผ่นดินให้กับน้องสามเหตุใดเขาที่เป็นว่าที่ฮ่องเต้จึงมิได้มันมาครอบครอง!

            ไม่ง่ายเลยตอนแรกคิดว่าหมู่โฮ้วจะให้เขาได้แต่งงานกับคนบ้าสติเลอะเลือนเพื่อกลายเป็นตัวตลก

            ทว่าตอนนี้หญิงบ้าสติเลอะเลือนคนนั้นกลับกลายเป็นหญิงสาวหน้าตาสวยงามฉลาดเฉลียวแล้วแบบนี้จะให้เขาทนต่อไปได้อย่างไร!

            เมืองต้าจิ้นต้องเป็นของเขา! ทุกสิ่งทุกอย่างใต้ผืนฟ้าจะต้องเป็นของเขาผู้เดียว!

            ดังนั้นเขาต้องกำจัดหนามยอกอกตรงหน้าทิ้งไป

            เหลือบมองพระชายาอวี้ ผู้หญิงคนนี้ไม่ว่าจะช้าหรือเร็วก็ต้องตกเป็นของเขา

            มิใช่เพราะความรัก แต่เพราะเขาจะแย่งทุกสิ่งทุกอย่างจากอ๋องอวี้และทำให้เขาต้องกลายเป็นเพียงเบี้ยล่างแทบเท้าของตนเอง

            “แน่นอนอยู่แล้ว หมู่โฮ้วต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมดที่มีเพื่อจัดการเรื่องงานแต่งให้เจ้าเชียวนะ!”

             

    **********************

    1 ฮวงซงสรรพนามแทนตัวของไท่จื่อ

    คล้ายกับเรื่องข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247