บทที่ 13 โหดร้าย
ถังซานเม้มริมฝีปากแน่น ในชั่วขณะนั้น เขารู้สึกอยากจะพุ่งออกไปอย่างห้ามใจไม่อยู่ แต่การที่หวังเหยียนเฟิงขวางเอาไว้ ทำให้เืที่เดือดพล่านค่อย ๆ เย็นลง
เ้าเมืองหมาป่าวายุน่าจะมีวรยุทธ์ระดับห้าขึ้นไป ส่วนมหาปุโรหิตน่าจะอยู่ระดับหก หากเขาออกไปตอนนี้ นอกจากความตายแล้วก็ทำอะไรไม่ได้เลย แต่ถึงแม้ทาสมนุษย์ที่นี่จะถูกมองว่าไร้ิญญา แต่พวกเขาก็เป็เผ่าพันธุ์เดียวกับเขา!
ปีศาจหมาป่าฆ่ามนุษย์ราวกับฆ่าสัตว์เลี้ยง ในสายตาของพวกมัน มนุษย์ยังด้อยค่ากว่าสัตว์เลี้ยงเสียอีก
"นำเครื่องเซ่นไหว้มา!" เสียงของมหาปุโรหิตดังขึ้นอีกครั้ง
ถังซานขยับเท้าเล็กน้อยเพื่อหลบการบังของหวังเหยียนเฟิง มองออกไปด้านนอก หวังเหยียนเฟิงรู้สึกได้จึงหันมามองเขาด้วยคิ้วที่ขมวดเล็กน้อย
ขณะนี้ เด็กที่พลังสายเืตื่นขึ้นคนอื่น ๆ ต่างตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว เมื่อเห็นใบหน้าของถังซานก็แสดงท่าทางใเช่นกัน ทำให้หวังเหยียนเฟิงโล่งใจเมื่อเห็นสีหน้าของเขา จึงใช้มือขวาผลักเขากลับไปด้านหลังตัวเอง
แม้ถังซานจะไม่รู้ว่าคนผู้นี้มีตำแหน่งอะไรในตระกูลหมาป่าวายุ แต่จากการที่เขาทดสอบพวกตนก่อนหน้านี้ และการกระทำในตอนนี้ แสดงว่าเขายังมีใจเอนเอียงไปทางมนุษย์
ก่อนถูกผลักกลับไปด้านหลัง สิ่งที่เขาเห็นคือหญิงสาวมนุษย์เปลือยกายถูกหามขึ้นแท่นบูชา
ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่คือเครื่องเซ่นไหว้ที่มหาปุโรหิตพูดถึง
ร่างของถังซานสั่นเทา บัดนี้เขาไม่จำเป็ต้องแสร้งทำแม้แต่น้อย
แม้ว่าในเมืองหมาป่าวายุแห่งนี้ เขาจะเห็นการตายของมนุษย์มามากแล้ว แต่การสังหารหมู่ที่โหดร้ายเช่นนี้ เขาเพิ่งเคยเห็นเป็ครั้งแรก
แม้แต่ในชาติที่แล้ว เขาก็แทบไม่เคยรู้สึกโกรธเกรี้ยวเช่นนี้มาก่อน ในฐานะที่เคยเป็ราชันเทพ เขาเชื่อว่าตนควบคุมอารมณ์ได้ดี ทว่าในยามนี้ จะให้เขาสงบนิ่งได้อย่างไร?
"บรรพบุรุษผู้ยิ่งใหญ่! วันนี้ ลูกหลานของท่านขอถวายเืเนื้ออันหอมหวาน ขอท่านปกป้องลูกหลานตลอดไป ให้สายเืหมาป่าวายุเติบโตแข็งแกร่ง ขอถวายเครื่องเซ่นไหว้!"
พร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวนราวกับิญญาอาถรรพ์ของมหาปุโรหิต หญิงสาวมนุษย์ทั้งสิบที่ถูกนำขึ้นแท่นบูชาก็ถูกเชือดคอในทันที เืของพวกนางไหลนองย้อมแท่นบูชา เสียงหอนของหมาป่าดังก้องไปทั่วเมืองหมาป่าวายุ
สำหรับพวกมัน พีธีเซ่นไหว้คือ่เวลาแห่งความบ้าคลั่งตื่นเต้น
ตายแล้ว ตายไปอีกเก้าคน ถังซานหลับตาลงด้วยความเ็ป
ขณะนี้ ในใจของเขาไม่มีความลังเลอีกต่อไป เขาต้องเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ เปลี่ยนแปลงทุกสิ่งที่นี่ เขาจะทำให้มนุษย์ที่นี่ไม่ใช่เพียงสัตว์เลี้ยง ปลุกพลังของมนุษย์ ล้มล้างการปกครองของเผ่าปีศาจและเผ่าภูต
ไม่ว่าโลกใด ๆ ผู้อ่อนแอย่อมเป็เหยื่อของผู้ที่แข็งแกร่งกว่า มีเพียงการทำให้มนุษย์แข็งแกร่งขึ้นอย่างแท้จริงเท่านั้น จึงจะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งได้
พีธีเซ่นไหว้ยังคงดำเนินต่อไป กินเวลาหนึ่งก้านธูปจึงจบลง
ถังซานก้มหน้าตลอดเวลา ร่างกายสั่นเทาราวกับกลัว เขาไม่ได้มองไปทางแท่นบูชาอีก เพียงยืนนิ่งอยู่ด้านหลังหวังเหยียนเฟิง ในเวลานี้ จิตใจของเขาแน่วแน่อย่างที่สุด นอกจากการตามหาคนรักแล้ว ในดาวฝ่าหลานนี้ บนมหาพิภพภูตปีศาจนี้ เขามีภาระอันหนักอึ้งเพิ่มขึ้นอีกอย่าง!
เมื่อพิธีจบลง ปีศาจหมาป่าต่างแยกย้าย หวังเหยียนเฟิงหันมากล่าวกับถังซานและคนอื่น ๆ อีกสี่คนว่า "พวกเ้าตามข้ามา"
ทั้งห้าคนเดินตามเขาไปด้วยความหวาดกลัว ภายใต้การนำของหวังเหยียนเฟิง พวกเขาถูกพาไปยังบ้านหลังหนึ่งทางทิศประจิมของเมืองหมาป่าวายุ
บ้านเรือนที่นี่แตกต่างจากกระท่อมที่พวกเขาเคยอยู่ในหมู่บ้านราวฟ้ากับเหว
เป็บ้านที่สร้างด้วยไม้และหิน เป็ตึกสองชั้น หน้าบ้านมีลานที่ล้อมรอบด้วยรั้วที่ทำจากเสา พื้นที่ประมาณหนึ่งเฟิงครึ่ง*[1]
หวังเหยียนเฟิงผลักประตูรั้วพาทั้งห้าคนเข้าไปในลานบ้าน
ประตูบ้านสองชั้นเปิดออก มีสตรีรูปโฉมงดงามเดินออกมา เมื่อเห็นหวังเหยียนเฟิงกลับมา นางจึงรีบเดินเข้าไปหาพลางเอ่ยเสียงเบา "เสร็จแล้วหรือ?"
หวังเหยียนเฟิงถอนหายใจเบา ๆ "เสร็จแล้ว"
สตรีผู้นั้นก้มหน้าลง ดวงตาแดงก่ำ "รอบนี้มีคนแค่นี้เองหรือ?"
"อืม ยังมีอีกห้าคนที่ไม่ผ่าน"
สตรีผู้นั้นดูเหมือนจะรู้ว่าผลของการไม่ผ่านคืออะไร พลันก้มหน้าลงด้วยความผิดหวัง หวังเหยียนเฟิงจึงโอบนางเข้ามากอดเบา ๆ
"เข้ามาก่อนเถอะ" สตรีผู้นั้นกล่าวเสียงแ่ น้ำเสียงของนางแหบพร่าอย่างเห็นได้ชัด
ภายใต้การนำของหวังเหยียนเฟิงและสตรีผู้นั้น ผู้เยาว์ทั้งห้าก็ถูกพาเข้าไปในบ้าน
ภายในบ้านอบอุ่นมาก บนผนังมีเตาผิงที่กำลังลุกไหม้ แผ่กระจายความอบอุ่น การตกแต่งเรียบง่าย แต่มีโต๊ะเก้าอี้ม้านั่งครบครัน สองข้างมีห้องต่าง ๆ และมีบันไดขึ้นไปชั้นบน
เมื่อรู้สึกถึงความอบอุ่นภายในบ้าน แม้สี่คนที่มากับถังซานจะรู้สึกเก้อเขิน แต่เมื่อเทียบกับความหวาดกลัวก่อนหน้านี้ ก็ผ่อนคลายลงไปบ้าง
สตรีนางนั้นเดินไปด้านข้าง รินน้ำร้อนหลายถ้วยแจกให้พวกเขา
ถงซานถือถ้วยน้ำในมือ บัดนั้นพลันรู้สึกประหนึ่งได้เกิดใหม่ หลิงมู่เสวี่ยถึงกับกลั้นไม่อยู่ ร้องไห้ออกมาเบา ๆ
หวังเหยียนเฟิงถอนหายใจแล้วกล่าวว่า "พวกเ้าโชคดีแต่ก็โชคร้าย พวกเ้าถูกเลือก จึงได้ชีวิตใหม่ เด็ก ๆ นับจากวันนี้ ข้าก็คืออาจารย์ของพวกเ้า พวกเ้าต้องเรียนรู้บางสิ่งจากข้า เพียงแค่ตั้งใจเรียน ให้ตัวเองมีพลังปกป้องตนเอง พวกเ้าถึงจะมีชีวิตรอดอย่างแท้จริง
อีกสามปีจะมีการทดสอบอีกครั้ง พวกเ้าต้องเอาชนะปีศาจหมาป่ารุ่นราวคราวเดียวกัน จึงจะได้คุณสมบัติเป็บริวารอย่างแท้จริง มิเช่นนั้น พวกเ้าก็เห็นแล้วว่าเด็กพวกนั้นเป็อย่างไร"
พูดถึงตรงนี้เขาก็หยุดชั่วอาจารย์่ "ข้าไม่รู้ว่าพวกเ้าจะเข้าใจคำพูดของข้าหรือไม่ ข้าจะพยายามสอนพวกเ้า นับจากวันนี้ พวกเ้าจะอยู่ที่นี่ จนกว่าจะผ่านการทดสอบเป็บริวาร จึงจะมีบ้านเป็ของตัวเอง"
เขาหันไปทางสตรีข้างกาย กล่าวว่า "นี่คืออาจารย์แม่ของพวกเ้า นางชื่อชิวจิ้ง พวกเราเคยเป็เหมือนพวกเ้า เคยผ่านทุกอย่างในวันนี้ พวกเราอยู่รอดได้เพราะมีคุณสมบัติเป็บริวาร และในสามปีต่อจากนี้ พวกเ้าต้องพยายามให้ได้คุณสมบัตินี้ จึงจะไม่ต้องกลับไปเป็ทาสอีก
เอาล่ะ ไปพักผ่อนกันก่อน อาจารย์แม่จะพาพวกเ้าไปที่ห้อง เด็กชายสองคนอยู่ห้องเดียวกัน เด็กหญิงอยู่คนเดียวหนึ่งห้อง พรุ่งนี้ข้าจะเริ่มสอนพวกเ้า ป้ายนี้ให้พกติดตัวไว้ แขวนไว้บนร่างกาย หากพวกเ้าอยากออกไปเดินเล่น ต้องพกไว้ด้วย มีมันอยู่ พวกเ้าจะไม่ถูกมองว่าเป็ทาส"
หวังเหยียนเฟิงพูดพลางแจกป้ายไม้ให้พวกเขาคนละอัน บนป้ายไม้มีสลักลวดลาย และยังมีกระดูกคล้ายเขี้ยวหมาป่าฝังอยู่ แต่ไม่ใช่เขี้ยว
ห้องของพวกเขาอยู่ชั้นล่างทั้งหมด ซึ่งห้องน้ำของพวกเขานั้นเป็ห้องน้ำรวม
ถังซานถูกจัดแจงให้อยู่กับเด็กชายอายุราวสิบกว่าปี
ชิวจิ้งพาพวกเขาไปที่ห้อง ให้ทุกคนไปชำระร่างกายก่อนเป็อันดับแรก หลังล้างตัวสะอาด แต่ละคนจะได้รับเสื้อผ้าที่ทำมาจากผ้าป่านคนละชุด แม้ผ้าป่านจะหยาบ แต่ถือว่าหนาพอสมควร ให้ความอบอุ่นได้ดีทีเดียว
หลังล้างตัวสะอาด ทุกคนก็ไปรับประทานอาหารที่ชั้นล่างด้วยกัน
อาหารมื้อนี้เป็พืชหัวคล้ายรากไม้ นำมาต้มง่าย ๆ โดยใส่เนื้อที่ต้มสุกแล้วกับเกลือเล็กน้อย สำหรับทาสแล้วถือว่าหรูหรามาก
เมื่อได้ดื่มน้ำซุปเนื้อที่แม้จะไร้รสชาติทว่าหอมมาก อารมณ์ของทุกคนก็ผ่อนคลายลงมาก
แต่ถังซานสังเกตเห็นว่าหลิงมู่เสวี่ยดวงตาแดงก่ำและเหม่อลอยตลอด กินอาหารไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
หวังเหยียนเฟิงถามชื่อพวกเขา และในห้าคนนั้น นอกจากถังซานกับหลิงมู่เสวี่ยแล้ว อีกสามคนกลับไม่มีแม้แต่ชื่อ มีเพียงฉายาง่าย ๆ
[1] 100 ตารางเมตร