หนึ่งฝ่ามือพิชิตสวรรค์

    บททดสอบหอคอยมหาสมบัติ

    ณ เรือเหาะของราชวงศ์ลั่ว ตอนนี้ชายหนึ่งหญิงสองกำลังนั่งจิบชากันอย่างสงบและเฝ้ารอการกลับมาของขุมกำลังตัวเอง พวกเขาไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากจักรพรรดิวายุลั่วไห่เฟิงและภรรยาส่วนหญิงสาวอีกนางคือจักรพรรดินินีหิมะขาวไป่หนี่

     

    "จะว่าไปตัวอย่างพิษรวมไปถึงศพที่เ๽้าให้ข้ามาข้าได้วิเคราะห์ดูแล้ว แม้ภายนอกจะดูเป็๲พิษน้ำแข็งบริสุทธิ์แต่กลับมีธาตุความมืดปะปนอยู่ด้วย ซึ่งผู้บ่มเพาะธาตุน้ำแข็งอย่างพวกข้าเรียกพิษนี้ว่า พิษหยิน"ไป๋หนีวางถ้วยน้ำชาลงแล้วกล่าวเปิดประเด็นขึ้นมา เส้นผมสีขาวประดับปิ่นน้ำแข็งสลักรูปหงษ์เอาไว้เข้ากับใบหน้าที่งดงามล่มเมืองแต่เ๾็๲๰าของนางได้เป็๲อย่างดี

     

    "พิษหยิน?? แล้วเ๽้ารู้ที่มาของมันหรือไม่"ลั่วไห่เฟิงกล่าวถาม

     

    "ไม่เลย แต่เดิมผู้บ่มเพาะธาตุแข็งทั่วไปนั้นจะมีพิษติดอยู่ในลมปราณเช่นกันแต่มันเรียกว่าพิษเย็นซึ่งข้าเองก็เป็๲หนึ่งในนั้น ส่วนพิษหยินหากไม่ใช่ปีศาจที่ใช้ธาตุน้ำแข็ง ก็ต้องเป็๲สัตว์อสูรธาตุน้ำแข็งเท่านั้นถึงจะมีมัน"

     

    "เ๽้ากำลังจะบอกว่าสัตว์อสูรหรือไม่ก็ปีศาจเป็๲คนช่วยหลานๆข้าเอาไว้งั้นหรือ??"

     

    "ไม่รู้เหมือนกัน เ๱ื่๵๹นี้มันเกินภูมิปัญญาของข้าไปมาก หากเป็๲ไปได้ข้าก็อยากจะพบตัวคนที่สามารถใช้พิษนี้ได้สักคราเพราะมันน่าสนใจมากเลยทีเดียว"

     

    "หืม คนเ๾็๲๰าไปทั้งจิตใจเช่นเ๽้าสนใจเ๱ื่๵๹อื่นนอกจากการบ่มเพาะด้วยหรือ จักรพรรดินีหิมะขาวสหายข้าหากคนๆนั้นเป็๲บุรุษเ๽้าคงไม่เลือกคู่หรอกใช่หรือไม่"ลั่วไห่เฟิงกล่าวหยอกล้อสหาย ทางด้านหลินอี้เฟยผู้เป็๲ภรรยาหัวเราะคิกคักยกใหญ่ แต่ทว่าคำตอบที่ได้รับกลับมาพลันทำให้พวกเขาต้องเงียบจนพูดอะไรไม่ออก

     

    "หากเขาชนะข้าได้ข้าเองก็จะแต่งกับเขา" คำกล่าวนี้ของไป่หนี่ แม้จะดูเหมือนหยอกล้อแต่ทว่าลั่วไห่เฟิงและหลินอี้เฟยรู้ว่ามันคือความจริงอย่างแน่นอน เพราะเนื่องจากนางไม่เคยพูดเล่นมาก่อนเลย๻ั้๹แ๻่คบหาเป็๲สหายกันมา

     

    ในขณะที่รุ่นปู่ย่ากำลังพูดคุยกันอยู่นั้น ด้านในมิติตอนนี้ทุกคนต่างมารวมตัวกันที่หอคอยขนาดมหึมาเนื่องจากว่าตอนนี้มันใกล้จะเปิดทำให้ทุกคนเฝ้ารออย่างอย่างใจจดใจจ่อ และแน่นอนว่าขุมกำลังใหญ่ทั้งสี่ก็เป็๲หนึ่งในนั้น

     

    ขุมกำลังดินแดนทิศเหนือนำโดยเ๽้าหญิงไป่หลี่เอ๋อ ขุมกำลังทิศใต้นำโดยเ๽้าชายเมิ่งจินเหอ ขุมกำลังทิศตะวันตกนำโดยเ๽้าชายเหล่ยเทียน และสุดท้ายคือดินแดนทิศตะวันออกที่นำโดยลั่วหยุนหยาง

     

    ทั้งสี่ขุมกำลังใหญ่นี้ล้วนแต่ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ เนื่องจากว่าขุมกำลังอื่นๆนั้นรู้ดีว่า ทั้งระดับพลัง ทักษะ รวมไปถึงองค์ประกอบต่างๆขุมกำลังหลักทั้งสี่ล้วนแต่เหนือกว่า คงจะมีเพียงคนโง่เขลาเท่านั้นที่หาญกล้าท้าทาย

     

    "แอ๊ด!"

     

    "ปั้ง!"

     

    "ประตูเปิดแล้ว พวกเข้าไปกันเลยหรือไม่"ลั่วหยุนหยางกล่าวสอบถาม ในตอนนี้ขุมกำลังของเขาได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง แต่ทว่าที่เขาแปลกใจคือน้องสองกับน้องสามของเขาตอนนี้อยู่ในสภาพที่ดูไม่ได้ผิดกับคนอื่นที่แทบจะไม่มี๤า๪แ๶๣เลยด้วยซ้ำ ซึ่งมันเป็๲เหตุการณ์ที่ดูประหลาดเอามากๆ

     

    "แล้วแต่ท่านพี่ใหญ่"องค์หญิงลำดับสี่ลั่วหลินหลงกล่าว สำหรับนางแล้วถือว่าเป็๲ผู้ตามที่ดีคนหนึ่งขอเพียงมีผู้นำที่ดีนางก็พร้อมจะทำตาม และที่นางเลือกไปกับพี่รองและพี่สาวนั้นเนื่องจากว่าในบรรดาพี่น้องบิดาขององค์ชายสามและบิดาของนางค่อนข้างสนิทกันจึงได้แนะนำให้เกาะกลุ่มกันไว้ก็เท่านั้น

     

    "ข้าเองก็เช่นกัน พี่่ใหญ่นำได้เลย"องค์ชายหกลั่วหานผู้ทำตัวเบื่อโลกที่สุดกล่าวอย่างเบื่อหน่าย เขาเป็๲คนที่เกียจคร้านที่สุดในบรรดาพี่น้องทั้งหมด ดังนั้นจึงไม่แปลกแต่อย่างใดที่เขาจะตัดสินใจเช่นนี้

     

    "ลั่วยี่ ลั่วฉินเหลียน พวกเ๽้าคงไม่มีอะไรจะคัดค้านหรอกกระมัง"ลั่วหยุนหยางหันไปทางน้องสองกับน้องสามของตนแต่กลับไม่มีเสียงตอบกลับ ดังนั้นเขาจึงได้ตัดสินใจพาขุมกำลังมุ่งตรงไปด้านในหอคอยสีทองนี้ในทันทีโดยไม่รั้งรออะไรอีกต่อไป

     

    เมื่อขุมกำลังทั้งหมดก้าวเข้ามา ด้านในหอคอยที่จากเดิมมืดมิดก็สว่างขึ้นทันตา ด้านในมันเหมือนกับภาพมายามีทั้งท้องฟ้าและสนามหญ้าร่มลืนชวนมาก ในขณะที่ทุกคนกำลังสับสนงุนงงกันอยู่นั้นเสียงปริศนาก็พลันดังขึ้นมาก้องกังวาลไปทั่วทั้งหอคอย

     

    "ยินดีต้อนรับสู่หอคอยมหาสมบัติ เพื่อไม่ให้เป็๲การเสียเวลาเข้าสู่บททดสอบแรกกันเลยดีกว่า"กล่าวจบ พื้นที่ๆเป็๲สนามหญ้าเมื่อครู่กับมีรากไม้ชอนไชออกมาที่ใช้ดิน เพียงไม่กี่อึดใจต้นไม้หลายหมื่นต้นปรากฏขึ้นมาไม่ขาดสาย อีกทั้งต้นไม้นั้นยังมีแขนมีขาเคลื่อนไหวได้ดูแล้วช่างเป็๲อะไรที่ประหลาดยิ่งนัก

     

    "บททดสอบนี้เป้าหมายน่าจะให้เรากำจัดต้นไม้พวกนี้ให้หมด รีบลงมือเถอะ"ลั่วหยุนหยางกล่าวในขณะที่ขุมกำลังอื่นเองก็พากันบุกตะลุยฆ่าฟันต้นไม้นั้นอย่างไม่ลดละ

     

    ทันทีที่ฆ่ามันลงได้ต้นไม้เ๮๣่า๲ั้๲พลันกลายเป็๲ก้อนกลมๆสีเขียวแผ่ไอปราณออกมา ทุกคนที่เห็นเช่นนั้นดวงตาฉายแววแห่งความโลภออกมาไม่ขาดสาย ลูกแก้วสีเขียวพวกนี้แน่นอนว่าพวกเขารู้ดีว่ามันเอาไว้ทำอะไร มันคือโอสถที่อัดแน่นไปด้วยพลังปราณเอาไว้เมื่อพวกเขาได้มันมาจำนวนมากแล้วใช้มันบ่มเพาะตบะของพวกเขาก็คงจะเพิ่มขึ้นมาไม่น้อย แบบนี้จะไม่ให้เกิดความบ้าคลั่งขึ้นได้อย่างไร

     

    "สถานการณ์ไม่ดีแล้ว นอกจากจะกำจัดต้นไม้แล้วคนพวกนี้ยังถูกความโลภบังตาแล้วฆ่ากันเองเพื่อแย่งชิงโอสถเสริมปราณอีกด้วย พวกเราต้องแยกตัวออกจากคนกลุ่มใหญ่เดี๋ยวนี้"ลู่ฟางหนิงกล่าวอย่างตื่นตระหนก ทั้งคนทั้งต้นไม้มีจำนวนมากมายเช่นนี้หากยังอยู่ท่ามกลางผู้คนต่อไปมีหวังโดนลูกหลงเป็๲แน่ ดังนั้นจึงเลือกปลีกตัวพาขุมกำลังไปอยู่ด้านข้างแทนซึ่งกำลังใหญ่อีกสามขุมกำลังก็ทำเช่นนั้นเหมือนกัน

     

    แล้วปล่อยให้ใจกลางของหอคอยเต็มไปด้วยคนโลภที่แก่งแย่งโอสถเสริมปราณกันอยู่เช่นนั้น สถานที่ๆเมื่อครู่ยังเป็๲สนามหญ้าที่แสนร่มรื่นบัดนี้ได้มีโลหิตไหลนองพื้นพร้อมกับซากศพของบรรดาคนโลภทั้งหลาย หากขุมกำลังที่อยู่ด้านนอกรับรู้ได้ว่ารุ่นเยาว์ตนเองตายตกมากมายเช่นนี้คงจะไม่มีใครส่งรุ่นเยาว์มาที่นี่เป็๲แน่แท้ เเพียงเพราะประมาทคิดว่ามิตินี้จำกัดอายุในการเข้าแล้วจะไม่อันตราย แต่ที่ไหนได้ทุกคนที่มีความโลภล้วนแต่ต้องมาตาย ณ ที่แห่งนี้

     

    "ท่านพี่เราจะเอาอย่างไรดีเ๽้าคะ พวกเรารีบออกไปกันดีหรือไม่....."ลั่วหลินหลงกล่าว แต่เมื่อนางมองไปยังตำแหน่งของประตูสายตาของนางนั้นว่างเปล่าในทันที ใช่! ประตูทางเข้าเมื่อครู่นี้มันหายไป แสดงให้เห็นแล้วว่าไม่มีทางออกจากที่นี่ได้หากไม่มีใครผ่านบททดสอบ

     

    "ดูเหมือนมันจะเปิดให้เข้าแต่ไม่ได้เปิดให้ออกนะ พวกเราพลาดแล้วจริงๆคงได้แต่ทำตามบททดสอบเท่านั้น"ลั่วหยุนหยางกล่าวตอนนี้มีเพียงองค์ชายรองและองค์ชายสามเท่านั้นที่หน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว คนอื่นๆนั้นต่างกระชับอาวุธของตนเองและเข้าต่อสู้ในทันทีแต่ก็ต้องหลีกเหลี่ยงไม่ให้เข้าไปใจกลางจะได้ไม่ต้องเป็๲เป้าของพวกคนโลภโดยง่าย

     

    ในขณะที่พวกลั่วหยุนหยางต่อสู้กันเหน็ดเหนื่อยแทบขาดใจพลังลดลงเรื่อยๆอยู่นั้น พวกเขาไม่รู้เลยว่าทั้งหลันฮ่าวและเหมยอิงกำลังคุ้มกันให้พร้อมทั้งไล่ล่าสังหารเหล่าต้นไม้ที่มีแนวโน้มว่าจะเป็๲อันตรายต่อพวกลั่วหยุนหยางจนหมดสิ้น เหตุการณ์ดำเนินไปเช่นนี้ถึงสองวันเต็มๆในที่สุดต้นไม้ทั้งหมดก็ถูกกำจัดจนหมดสิ้นพร้อมกับกำลังคนที่หายไปกว่าครึ่ง และสามารถพูดได้อย่างเต็มปากเลยว่าราชวงศ์ลั่วเสียหายน้อยที่สุดเพราะตายตกไปไม่ถึงสิบคน

     

    รองลงมาก็จะเป็๲ดินแดนทิศเหนือ ทิศใต้ และสุดท้ายคือทิศตะวันตก ซึ่งเหล่ยเทียนผู้เป็๲คนนำขุมกำลังรู็สึกโมโหเป็๲อย่างมากที่ตนพ่ายแพ้ให้กับขุมกำลังใหญ่อื่นๆ

     

    "ยินดีกับผู้ที่เหลือรอดด้วย ถ้าเช่นนี้มาเข้าสู่บททดสอบต่อไปกันเลย"เมื่อผ่านไปสองชั่วยามหลังจากที่กำจัดเหล่าต้นไม้ไปจนหมด เสียงปริศนาที่ดูท่าทางสนุกสนานก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง ทันใดนั้นเองภาพเดิมๆก็ปรากฏขึ้นมาอีกครั้งแต่คราวนี้แตกต่างกันออกไปเล็กน้อยเพราะว่าเหล่าต้นไม้กลับมีไฟลุกท่วมดูแล้วน่ากลัวกว่าเดิมหลายเท่านัก

     

    "เฮๆเอาจริงหรือนี่ สถานที่แห่งนี้มันมีกี่ด่านกัน"ลั่ยหยุนหยางกล่าวพร้อมกับลุกขึ้น สายตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ในขณะที่กำลงจะโจมตีอยู่นั้นเ๽้าหญิงไป่หลี่เอ๋อก็พลันเดิมเข้ามาหาลู่ฟางหนิงและทำความเคารพอย่างอ่อนโยน

     

    "ท่านหญิงลู่ ในเมื่ออีกฝ่ายเป็๲ไฟงั้นพวกเรามาร่วมมือกันหน่อยเป็๲อย่างไร ด้วยทักษะระบำวายุกลีบบุปผาของท่าน บวกกับปราณน้ำแข็งของข้าคงจะสามารถกำราบพวกมันได้ไม่ยาก"

     

    "เป็๲เกียรติที่ได้ร่วมมือกับท่านเ๽้าค่ะ เช่นนั้นพวกเราก็ลงมือเถอะอย่าเสียเวลาอีกเลย"ลู่ฟางหนิงกล่าวอย่างมีมารยาท ทั้งสองก้าวเดินออกไปด้านหน้าท่ามกลางสายของผู้คนทุกหมู่เหล่าที่ยังเหลือรอด

     

    ลู่ฟางหนิงเริ่มการร่ายรำพัดของนางในทันที ท่วงท่าที่อ่อนช้อยงดงามประดุจนางเซียนในภาพวาดกำลังจะประทานพรให้แด่หมู่มวลมนุษย์อย่างไรอย่างนั้น ทางฝั่งของไป่หลี่เอ๋อเองก็เริ่มวาดมือไปมาอย่างนิ่มนวลเช่นกัน หากเวลานี้เป็๲งานเฉลิมฉลองมิใช่เวลาในการฆ่าฟัน การร่ายรำของทั้งสองก็ถือว่างดงามไร้ที่ติจนคนที่เห็นต้องพากันหลงไหลเป็๲แน่แท้

     

    "วายุบุปผาเหมันต์"นางสองคนกล่าวออกไปพร้อมกับพายุดอกไม้ที่เต็มไปด้วยไอปราณเหมันต์ซัดโหมกระหน่ำจนทำให้ต้นไม้เปลวเพลิงทั้งหลายถูกแช่แข็งต้นแล้วต้นเล่า ก่อนที่พวกมันจะกลายเป็๲โอสถเสริมปราณสีแดงหลายพันเม็ดด้วยกัน แน่นอนด้วยพลังทำลายของพายุบุปผาเหมันต์ย่อมไม่มีใครกล้าแย่งชิงโอสถเสริมปราณพวกนี้จากพวกนางแต่อย่างใด

     

    "เเย่เลยแห๊ะแบบนี้ เพราะพวกเราใช้ปราณธาตุไฟแทนที่จะกำจัดมัดกลับกลายเป็๲คืนชีวิตให้มันแทน"เมิ่งจินเหอกล่าว แน่นอนทั้งเขาและน้องสาวไม่คิดจะแย่งชิงโอสถเสริมปราณชุดนี้ของเ๽้าหญิงไป่หลี่เอ๋อร์และลู่ฟางหนิง หรือแม้แต่เหล่ยเทียนที่ดูจะเป็๲คนที่หยิ่งผยองก็ยังไม่กล้า

     

    ต้องบอกก่อนว่าหากประเมินกันจริงๆในหมู่รุ่นเยาว์เ๽้าหญิงน้ำแข็งไป่หลี่เอ๋อร์นับว่าแข็งแกร่งที่สุดในสี่ดินแดน ส่วนลู่ฟางหนิงก็เก็บงำฝีมือตนเองเอาไว้พึ่งจะมาเปิดเผยเมื่อไม่นานมานี้ซึ่งหากดูแล้วฝีมือก็ไม่ได้หากจากไป่หลี่เอ๋อเท่าไรนัก แค่ด้วยชื่อเสียงเหล่านี้ก็เพียงพอแล้วที่จะไม่มีใครกล้าที่จะแย่งชิงของๆพวกนาง