สนมรักของเจิ้นวันวันคิดแต่จะหาตังค์ [จบ]

    เล่มที่ 2 บทที่ 55 สัตว์ป่า

             หวังซื่อทนการถูกตบตีไม่ไหวอีกต่อไปนั่งลงที่พื้นเริ่มทำตัวงี่เง่าไร้เหตุผล นางกอดขาของหมิงเถี่ยจู้ไม่ปล่อย แต่ก็ช่วยให้พ้นจากการทุบตีไปได้สองสามที

             “นางหญิงสารเลว กล้าดีอย่างไรมาด่าข้า”

             หมิงเถี่ยจู้ได้ยินนางด่าว่าโง่เง่า ก็เงื้อมือจะตบตีอีกเขาดึงหวังซื่อออกจากขาของตนเอง โยนไปกระแทกกับพื้น

             “เจ้ามันก็แค่คนขี้ขลาดเท่านั้นแหละ เรื่องทุบตีข้าล่ะเก่งนักถ้ามีปัญญาก็ไปลงกับหมิงเป่าจูโน่น กล้าหรือไม่เล่า! เมื่อก่อนสู้น้องชายตนเองไม่ได้ตอนนี้ก็ยังสู้ไม่ได้เหมือนเดิม ไอ้ขี้แพ้” 

             หวังซื่อหน้าบวมจมูกเขียวช้ำก็ยังมิวายปากกล้ายั่วยุหมิงเถี่ยจู้สารพัดถ้อยคำ

             แต่สองสามประโยคนี้แทงใจดำหมิงเถี่ยจู้เข้าพอดีจริงๆความโกรธของเขารุนแรงจนลืมตบตีคนไปชั่วขณะ ลมหายใจถี่กระชั้นหน้าอกกระเพื่อมไม่หยุด

             ตั้งแต่เด็กบิดามารดาก็ภาคภูมิใจแต่น้องชายสุดประเสริฐของเขาผู้นั้นทั้งประพฤติตัวดี หน้าตาหล่อเหลา ได้รับคำชื่นชมจากคนทั้งหมู่บ้าน

             ตนเองมักเป็นคนถูกเปรียบเทียบเสมอ และไม่เคยได้รับความสำคัญเขาตั้งหน้าตั้งตารอที่จะโตเร็วๆ นึกว่าพอโตแล้วก็จะหลุดพ้นแต่ใครจะรู้ว่าจะเป็นเช่นนี้

             น้องชายชอบออกไปหาประสบการณ์ข้างนอกตอนที่ยังหนุ่มก็ออกจากบ้านไปหลายปีหลังจากเรียนรู้จนมีความสามารถกลับมาก็พาภรรยาโฉมงามกลับมาด้วยคนหนึ่งสามีภรรยารักใคร่กลมเกลียวกันดี

             ไม่ว่าจะขึ้นเขาล่าสัตว์ ลงน้ำจับปลาออกไปข้างนอกทำงานก็ทำได้ทุกอย่าง ไม่นานนักเขาก็สามารถปรับปรุงบ้านเก่าที่ทรุดโทรมให้กลายเป็นเรือนหลังใหญ่กว้างขวางซึ่งเป็นเพียงหลังเดียวในหมู่บ้านในเวลานั้น

             ส่วนตัวเขาเอง บิดามารดาอายุมากแล้ว เพราะน้องชายออกไปข้างนอกเขาจึงต้องอยู่บ้านดูแลผู้เฒ่าทั้งสองจวบจนทั้งคู่จากโลกนี้ไปตนเองก็อายุไม่น้อยแล้ว

             แม้แต่แม่สื่อที่มาพูดคุยเรื่องแต่งงานก็ยังมองแต่น้องชายคนรองที่โดดเด่นของตนเองแม้จะเป็นเช่นนี้ ท้ายที่สุดเขาก็ได้แต่งงานกับสตรีอย่างหวังซื่อ 

             ความไม่ยุติธรรมของสวรรค์มิได้มีเพียงเท่านี้ เขาให้กำเนิดบุตรชายส่วนน้องชายให้กำเนิดบุตรสาว ทำให้เขารู้สึกว่าในที่สุดก็มีเรื่องที่ตนเองอยู่เหนือกว่าน้องชายเสียที

             แต่ใครเล่าจะคิด บุตรชายของตนเองยิ่งเติบโตก็ยิ่งผิดปกติห้าขวบแล้วก็ยังพูดไม่ได้

             ตอนนั้นหมอประจำหมู่บ้านคนเก่าวินิจฉัยว่าอาฝูเป็นคนเขลาข่าวนี้เป็นเหมือนฟ้าผ่าตอนกลางวันที่ฟาดลงมาบนศีรษะของตนเองและหวังซื่อ

             ที่น่าขันยิ่งกว่าก็คือ ในปีเดียวกันน้องสะใภ้ก็ให้กำเนิดบุตรชายซ้ำยังมาปลอบอีกว่าพวกเขายังมีบุตรกันอีกได้ 

             แต่สิ่งที่นางไม่รู้ก็คือหลังจากหวังซื่อคลอดอาฝูร่างกายก็ถูกทำลายถึงแก่นราก ไม่สามารถมีบุตรได้อีกแล้ว

             ไม่คาดคิดว่าเพียงไม่กี่ปีต่อมาสวรรค์ก็มีตาเสียทีน้องชายกับน้องสาวเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตทั้งคู่ทันทีที่ได้ยินข่าวนี้เขาก็มีความสุขเป็นที่สุด

             เขาเข้าไปครองครองเรือนหลังใหญ่และเพื่อรักษาชื่อเสียงที่ดีงามจึงต้องรับดูแลเลือดชั่วที่น้องชายทิ้งไว้ซึ่งทำให้เขามีชื่อเสียงในหมู่บ้านเฉกเช่นน้ำขึ้นเรือย่อมสูงตาม 

             นี่เป็นเพียงสิ่งเดียวที่เขายอมรับได้อย่างมีความสุขแม้จะต้องพึงพาครอบครัวของน้องชายก็ตาม

             หวังซื่อพูดถูก ต้องโทษเจ้าเลือดชั่วสองคนนั้นโดยเฉพาะนางเด็กสารเลวหมิงเป่าจู นิสัยเหมือนบิดาที่ตายไปแล้วของนางไม่มีผิดชอบทำตัวโดดเด่น ทำให้ทุกคนต้องจดจ้องมาที่นางด้วยความสนใจ 

             หมิงเถี่ยจู้โยนความผิดทั้งหมดไปที่หมิงเป่าจูพริบตานั้นความคิดชั่วร้ายก็เข้าครอบงำ สีหน้าเผยความเหี้ยมเกรียมออกมาหวังซื่อเห็นแล้วก็ยังหวาดหวั่นพรั่นพรึง

             บังอาจให้เขาชดใช้เงิน ฮึ! เช่นนั้นก็ต้องคืนทั้งหมดมาให้เขาด้วย

             แต่หมิงเป่าจูไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทว่าถึงแม้จะรู้นางก็ไม่สนใจว่าหมิงเถี่ยจู้จะทำอะไรเพราะสิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือการมีชีวิตลงจากภูเขา

             เมื่อกลับมาถึงหมู่บ้านหมิงเป่าจูยังคงทุ่มความสนใจทั้งหมดไปที่พืชสมุนไพรจากหลังเขาย้ายมาปลูกในแปลงของตนเอง 

             วันนี้นางขุดหลุม ย้ายต้นไม้มาปลูก ถมดินและใส่ปุ๋ยตามปกติเหมือนทุกที ค่อยๆ ทำไปทีละต้นจนกระทั่งฟ้ามืดก็ยังไม่รู้สึกตัว 

             ก่อนออกมา นางคิดว่าตนเองอาจกลับมาช้าจึงบอกน้องชายกับหลี่ไหวฺอวี้ว่าให้กินข้าวได้เลยไม่ต้องรอ

             ไม่นึกว่าพระจันทร์ขึ้นมาครึ่งทางแล้ว สองคนนั้นก็ไม่ออกมาตามนางจริงๆ

             ฟ้ามืดแล้ว ยังมีงานอีกเล็กน้อยที่ยังไม่เสร็จแม้จะอาศัยแสงจันทร์ก็ยังเห็นไม่ชัดเจน หมิงเป่าจูครุ่นคิด แล้วตัดสินใจว่าจะทำถึงตรงนี้ก่อน 

             หลังเขายามราตรีแม้จะยื่นมือออกมาก็มองไม่เห็นนิ้วทั้งห้า หมิงเป่าจูต้องอาศัยความทรงจำคลำทางลงมา

             บัดนี้เข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงแล้ว อากาศก็เปลี่ยนเป็นหนาวเย็น

             สายลมฤดูใบไม้ร่วงในป่าเขายามค่ำคืนเย็นยะเยือกเสื้อผ้าของหมิงเป่าจูค่อนข้างบาง บัดนี้จึงหนาวจนตัวสั่นถูสองมือเข้าหากันเพื่อสร้างความอบอุ่น

             นึกถึงเสื้อผ้าที่สั่งตัดไว้ยังไม่ได้กลับไปเอาเสียทีวันไหนมีเวลาต้องไม่ลืมเป็นอันขาด ตนเองหนาวไม่เป็นไร แต่น้องชายต้องไอเย็นไม่ได้

             “ใครน่ะ!” ขณะที่หมิงเป่าจูจมดิ่งอยู่ในภวังค์ความคิดก็มีเงาดำสายหนึ่งแวบขึ้นมาจากตำแหน่งที่ไม่ไกลนึกว่าเป็นชาวบ้านจึงถามออกไปด้วยจิตใต้สำนึก

             มาย้อนนึกดู ค่ำขนาดนี้แล้วเป็นไปไม่ได้ที่จะมีใครขึ้นเขา

             อีกอย่าง หลังจากนางถามออกไปก็ไม่มีใครตอบกลับมา

             บรรยากาศอันน่าสะพรึงรายล้อมอยู่รอบตัวนางหมิงเป่าจูได้ยินเสียงลมหายใจหนักใกล้เข้ามาเรื่อยๆในกอหญ้าสูงครึ่งตัวคนเผยดวงตาคมวาวกระหายเลือด

             เป็นสัตว์ป่า!

             ฟ้ามืดเกินไป นางจึงแยกไม่ออกว่าเป็นหมาป่าหรือเสือแต่เป็นสัตว์ป่าแน่นอนมิต้องกังขา 

             นางรู้มาโดยตลอดว่าหลังเขาอันตราย แต่ปกตินางมักมาช่วงกลางวันนี่เป็นครั้งแรกที่โอ้เอ้จนถึงค่ำ และเจอกับสัตว์ป่าเป็นครั้งแรกเช่นกัน

             แกรบๆ เสียงกรงเล็บครูดกับใบหญ้า

             แกร๊ก!

             เสียงนางเหยียบกิ่งไม้หัก

             ทุกอย่างเกิดขึ้นฉับพลันท่ามกลางความมืดมิดที่เงียบสงัด

             หมิงเป่าจูหยุดชะงัก เงาดำก็หยุดตาม แต่พอนางเคลื่อนไหวมันก็เคลื่อนไหวตามมา

             แต่ครานี้พอหมิงเป่าจูหยุดอีกครั้ง มันกลับไม่หยุด

             หมิงเป่าจูเห็นดวงตาวับวาวคู่นั้นดูดุร้ายขึ้นอย่างฉับพลันก็หันหน้ากลับแล้ววิ่งอย่างสุดชีวิตนางยังไม่อยากนั่งรอความตายหรือเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่

             สัตว์ร้ายตามมาติดๆ ตลอดทาง สองเท้าจะวิ่งสู้สี่เท้าได้อย่างไรเสียงไล่กวดจากด้านหลังใกล้เข้ามาทุกที

             หมิงเป่าจูรู้สึกว่าหากนางยังวิ่งอยู่อย่างนี้ต่อไปหากไม่ตายก็ต้องตกใจจนหัวใจวาย

             วิ่งมาจนถึงเนินเขาเท้าของนางก็ไม่รู้ว่าถูกอะไรบางอย่างคว้าไว้ก่อนดึงอย่างแรงให้หมอบลงมา

             มือข้างหนึ่งยื่นออกมาจากความมืดอุดปากของนางไว้ก่อนที่จะกรีดร้องออกมา ส่วนมืออีกข้างก็รัดเอวของนางกดลงบนพื้นราบ

             หมิงเป่าจูตกใจแทบสิ้นสติ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวหัวใจเต้นแรงเหมือนจะหลุดจากอก 

             คนผู้นั้นแนบชิดกับตัวนาง เขากดศีรษะเข้ามาแนบที่ใบหูของนางแล้วกระซิบเสียงต่ำ“ชู่! อย่าส่งเสียง”

             ถึงอย่างไรก็อยู่ด้วยกันมาสักพัก ย่อมคุ้นเคยกับเสียงเป็นอย่างดีหมิงเป่าจูพยายามจะเอี้ยวศีรษะไปด้านหลังอาศัยแสงจันทร์สลัวรางพอจะเห็นเค้าโครงหน้าได้คร่าวๆ 

             เหนือศีรษะขึ้นไปมีเพียงเสียงลมหายใจของสัตว์ป่า เห็นได้ว่ามันตามมาถึงที่นี่แล้ว

             แต่เนื่องจากเป้าหมายหายไปกะทันหัน มันจึงสับสนอยู่เล็กน้อย

             อย่างไรก็ตาม การดักซุ่มคือแก่นแท้ของการล่าเหยื่อมันยืนอยู่บนเนินเขาด้วยความอดทน มองไปโดยรอบและคอยเงี่ยหูฟังเสียง พร้อมที่จะตะครุบเหยื่อทันทีที่เห็น

            คนสองคนที่อยู่ด้านล่างทางลาดไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงเพราะร่างกายแนบชิดกันมาก หลี่ไหวฺอวี้จึงสัมผัสได้ถึงความอ่อนแอและเนื้อตัวสั่นระริกที่อยู่ใต้ร่างมือที่โอบเอวของนางอยู่เลื่อนขึ้นมาด้านบนอย่างช้าๆ

             หมิงเป่าจูกลัวแทบตายอยู่แล้ว ตั้งใจฟังความเสียงจากด้านบนอย่างจดจ่อเฝ้าภาวนาให้สัตว์ร้ายรีบไปโดยเร็ว  

             ฝ่ามือใหญ่วางทาบลงบนหลังศีรษะแล้วลูบเรือนผมของนางอย่างอ่อนโยนราวกับจะปลอบโยนจิตวิญญาณที่กำลังหวาดกลัวของนาง

             แต่มันก็ได้ผลจริงๆ

             หลี่ไหวฺอวี้ค่อยๆ สัมผัสได้ว่านางไม่สั่นอีกต่อไปถึงหยุดความเคลื่อนไหว

    คล้ายกับเรื่องสนมรักของเจิ้นวันวันคิดแต่จะหาตังค์ [จบ] ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592