“ตื่นแล้วหรอ ลุกไหวไหม” หน้าของนทีในตอนเช้ามันชั่งเป็อะไรที่เซ็กซี่เหลือเกิน ใบหน้าที่งัวเงียผมที่ยุ่งเหยิงนิดหน่อยไหนจะแก้มขาวๆ น่าฟัดอีก แต่ต้องข่มใจไว้จากกิจกรรมเมื่อคืนร่างกายคงช้ำอยู่ไม่น้อย เราใช้เวลาอยู่พักใหญ่กว่าจะลุกออกมาหาอะไรกิน
มื้ออาหารของวันนี้เป็ของง่ายๆ คือบะหมีกึ่งสำเร็จรูปใส่ไข่ เพราะในห้องของผมวัตถุดิบไม่เหลืออะไรแล้ว และเราก็หิวเกินกว่าจะรออาหารมาส่ง ผมดูดเส้นมาม่าเข้าปากก่อนจะซดน้ำตาม
“รู้สึกไปเองหรือป่าวนะ แต่เหมือนมาม่าจะจืดมากเลย” ผมพูดกับนทีที่กำลังกินมาม่าอยู่ตรงข้ามผม
“ก็ใส่เครื่องปรุงครบนะ สงสัยเติมน้ำเยอะไป”
“ไม่ใช่หรอก พอดีเมื่อคืนเจอของที่เผ็ดกว่าไปแล้ว” สิ่งที่ผมพูดทำให้นทีเกือบสำลักมาม่าออกมา ก่อนที่แขนของผมจะโดนฝ่ามือของนทีตีเข้ามาอย่างเต็มแรง
โอ้ยยยย!!!
“วันหยุดนี้นทีมีแพลนไปไหนหรือป่าว”
“ไม่นะ นอกจากเครียร์เอกสารเตรียมสอนนิดหน่อย ทำไมหรอ”
“พอดีปราบจะพานทีไปหาแม่อะ” ผมเป็คนไม่มีความลับกับครอบครัวอยู่แล้วการพานทีไปก็เหมือนจะเป็การให้ความเชื่อใจกันทีด้วยว่าผมจริงจังขนาดไหน
“แค่ก....แค่ก” รอบนี้นทีสำลักหนักกว่ารอบที่แล้วอีกเพราะเส้นมาม่ามันเต็มหน้าของผมเลยละ
“ขอโทษ ขอโทษ” นทีรีบเอาทิชชู่มาเช็ดให้ผม
“มันไม่เร็วไปหน่อยหรอปราบ เราพึ่งคบกันเอง”
“ไม่หรอกเพราะเราอยากให้นทีมั่นใจว่าเราจริงจังกับนทีขนาดไหน อีกอย่างที่บ้านเราเขาก็คงอยากเจอตัวลูกสะใภ้ที่ทำให้ลูกชายเขาเป็คนที่ดีขึ้นได้มากขนาดนี้”
นที
บ้านไม้สองชั้นด้านหน้ามีรั้วไม่สูงมากด้านหลังของบ้านเป็ทะเล บริเวณข้างบ้านมีสวนดอกไม้และสนามหญ้าขนาดไม่ใหญ่มาก อากาศที่นี่ดีมากลมทะเลพัดตลอดทั้งวัน เราขับรถจากกรุงเทพใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงก็ถึงชลบุรี เรามาเยี่ยมแม่ของปราบท่านเป็คนรักสันโดษชอบอยู่กับงานศิลปะ ท่านดูต่างจากที่ผมคิดไว้มาก เพราะท่านเข้าใจทุกอย่างที่เราทั้งคู่เป็
ผมกับปราบเดินเข้าไปในห้องที่เต็มไปด้วยภาพวาดก่อนจะเจอกับแม่ของปราบที่กำลังนั่งมองตะกร้าผลไม้แล้วหันกลับมาเต็มสีลงบนเฟรมผ้าใบ
“อ่าวมาถึงกันแล้วหรอ” หญิงในชุดผ้ากันเปื้อนลุกขึ้นมาโอบกอดปราบอย่างรักใคร่ ก่อนจะหันมาทางผม
“นี่นทีครับแม่ ...แฟนปราบเอง” ปราบแนะนำผมให้แม่ของเขารู้จัก
“สวัสดีครับ”
เธอปล่อยอ้อมกอดจากปราม แล้วโอบมือเข้ามากอดตัวผมต่อ ผมรับรู้ได้ถึงความอบอุ่นในอ้อมกอดนี้ ชั่งเป็ความรู้สึกที่ดีและลดความประมาทได้เยอะมาก
“ขับรถกันนานไหม กินอะไรมากันหรือยัง” ปราบตรงเข้าไปอ้อนคนเป็แม่ทันที
“ยังเลยครับแม่ตั้งใจจะมากินกับข้าวฝีมือแม่เลยครับ” ผมเข้าใจแล้วว่านิสัยขี้อ้อนของปราบมาจากไหน เวลาที่ปราบอ้อนอะไรจากผมตัวแทบจะละลายไปกับพื้น ผู้ชายอะไรอ้อนเก่งได้ขนาดนี้ทั้งยังสายตาที่เหมือนลูกแมวน้อยๆ อีก
“โอ้ย ขี้อ้อนจริงๆ ลูกคนนี้ งั้นก็ได้เดี๋ยวแม่จะไปทำให้” ก่อนที่แม่จะเดินออกไปทำอาหารผมกับปราบก็เสนอตัวเข้าไปช่วยทำอาหารด้วย
“เดี๋ยวแม่ดูวัตถุดิบก่อนจะว่าพอจะทำอะไรได้บ้าง” เธอหันหน้าเข้าตู้เย็นหยิบปลาหมึก กุ้งออกมา
“นทีแพ้อาหารทะเลหรือป่าวลูก”
“ไม่แพ้ครับ ผมทานได้หมดเลย” ชั่งเอาใจใส่มากๆ คงเพราะปราบเป็คนขี้แพ้
“อยู่กับเ้าปราบแย่หน่อยนะ รายนั้นขี้แพ้ไปเกือบทุกอย่าง ตอนนี้นี่ถือว่าดีขึ้นมากแล้วนะ เมื่อก่อนกินอะไรแทบไม่ได้เลย” เธอส่งปลาหมึกกับกุ้งมาให้ผมล้าง
“โถแม่ถ้าปราบเลือกได้ก็ไม่อยากแพ้อะไรนักหรอก”
“เวลาที่เ้าปราบแพ้อะไรนะตาจะบวมเป็ลูกมะนาวเลยละ ปากก็ห้อย” แม่หันมาพูดกับผมพร้อมทำท่าประกอบให้ดู
เราสามคนช่วยกันทำกับข้าวจะใช้คำว่าเราก็ไม่ได้เพราะปราบนอกจากเป็ตัวป่วนแล้วก็แทบไม่ได้ช่วยอะไรเลยเ้าเด็กขี้เล่นเอย กับข้าวถูกจัดวางอยู่ในจานพร้อมเสริฟ เมนูวันนี้มีแต่อาหารทะเล ปลาหมึกผัดฉ่า ปูผัดผงกระหรี่ กุ้งเผา แล้วตบท้ายด้วยกะเพราทะเล ที่ต้องมีกะเพราเพราะปราบร้องงอแงเป็เด็กว่าจะกินให้ได้
พวกเราใช้เวลาบนโต๊ะอาหาร พูดคุยกันอย่างออกรสออกชาติ แม่ของปราบเป็คนอารมณ์ดีหัวเราะง่ายแล้วก็ค่อนข้างนิ่มนวล ชั่งต่างกับลูกชายที่แข็งกระด่างเมื่อเจอกันตอนครั้งแรก
“แล้วคืนนี้จะค้างที่นี่ไหมละ พรุ่งนี้พ่อเราจะมาหาแม่อยู่พอดี”
เราตกลงใช้เวลาใน่วันหยุดอยู่ที่นี่ แต่มันก็แอบกังวลใจอยู่เล็กน้อยว่าพ่อของปราบจะเป็คนยังไงเขาจะใจดีแบบแม่ไหมนะ แต่เราคงได้เจอกันไม่ช้าก็เร็วยังไงก็ต้องเจอ บ้านหลังนี้จะว่าเล็กก็ไม่เล็กเพราะมีถึงสามห้องนอน คืนนี้เราทั้งสองนอนห้องเดียวกันคือห้องของปราบ ของทุกอย่างในห้องไม่ค่อยมีอะไรมากนั้นเพราะเ้าตัวบอกว่านานๆ ทีจะกลับมาเพราะส่วนใหญ่จะอยู่ที่กรุงเทพฯ กับพ่อ แต่แม่ของปราบเป็คนรักสงบพ่อเลยซื้อบ้านหลังนี้ให้แม่ พอวันหยุดท่านทั้งสองก็จะมาใช้เวลาร่วมกันที่บ้านหลังนี้
“คิดอะไรอยู่หรอ” ปราบเดินเข้ามาโอบกอดผมจากด้านหลังเราทั้งคู่ยืนอยู่ที่หน้าต่างมองทะเลในยามค่ำคืน ที่แสนสงบ
“เปล่าหรอก” ปากพูดออกไปแบบนั้นแต่ในใจก็แอบกังวนไม่ได้ พรุ่งนี้จะเป็ยังไงนะ
“คุณพ่อท่านเป็คนแข็งนอกอ่อนใน เป็คนไม่ค่อยยอมคนแต่กับยอมคุณแม่ในทุกเื่” ดูๆ แล้วบ้านของปราบเป็บ้านที่อบอุ่นส่วนใหญ่คุยกันด้วยเหตุผล ปราบเองเวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่นเขาจะรู้ตัวหรือป่าวนะว่าเขามีความเป็ผู้นำสูง มีความตั้งใจในทุกๆ เื่ แต่เวลาอยู่กับผมกลับเหมือนลูกแมวขี้อ้อนมีมุมที่สมกับความเป็เด็กซ่อนอยู่ คงต้องยอมรับว่าหลงกลเ้าเด็กคนนี้เข้าเต็มๆ แล้วละ
“อยู่ใกล้ทะเลแล้วเหนียวตัว เราไปอาบน้ำกันดีกว่า” ปราบพูดขึ้นมาก่อนจะโอบลัดเอวของผมพาเดินไปยังห้องน้ำ ไอเด็กคนนี้มันร้ายจริงๆ ตอนแรกก็แค่จะอาบน้ำ แต่ร่างกายของผมมันแพ้ให้กับคนตัวใหญ่อยู่เสมอ
ผมตื่นเช้าขึ้นมาก็ไม่เห็นคนตัวสูงแล้ว เมื่อคืนสร้างเื่ไว้แล้วเช้านี้ยังมาหนีหายไปอีก ผมหอบร่างที่หมดเรียวแรงตรงมายังห้องน้ำก่อนจะจัดแจงทำธุระแต่งตัวลงมาด้านล่าง สายเห็นคุณแม่กำลังนั่งดื่มกาแฟอยู่
“ดื่มกาแฟไหมลูก” ท่านถามผมพร้อมรินกาแฟร้อนใส่แก้วแล้วยื่นให้ผม ผมรับกาแฟมาก่อนจะเป่าเบาๆ แล้วยกขึ้นดื่ม
“เมื่อคืนนอนหลับสบายไหม หรือเ้าปราบกวนทั้งคืน” กาแฟที่อยู่ในปากเกือสำลักออกมา จะบอกความจริงหรือเงียบไว้ดีนะ แต่มานั่งนึกเสียงของเราทั้งคู่ก็คงไม่เบาเหมือนกัน ผมยิ้มเขินๆ ตอบกลับคุณแม่กลับไป
“แล้วปราบไปไหนละครับ” แม่ชี้ไปทางสวนหน้าบ้าน
“โน้นแหละทะเลาะกันเื่ต้นไม้อีกตามเคย” ผมเดินออกมานอกบ้านตามเสียงทะเลาะของทั้งสองคน แต่ภาพที่เห็นในตอนนี้เหมือนมีปราบสองคนคือเหมือนถอดแบบกันออกมาเลยครับทั้งนิสัยและท่าทาง ต่างกันก็เพียง่อายุเท่านั้น ทั้งคู่เถียงกันแบบไม่มีใครยอมใคร
“ผมบอกว่ากระถางนี้มันต้องอยู่ตรงนี้เพราะมันเป็สีขาว”
“แต่ฉันว่ามันไม่เข้าเปลี่ยนเอากระถางใหม่ดีกว่า แกเชื่อสายตาฉันซิ”
ผมเดินเข้าไปด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ ก่อนจะมาหยุดที่ข้างๆ ปราบ พ่อของปราบมองยังผมด้วยสีหน้าใเล็กน้อย
“สวัสดีครับคุณพ่อ” ผมยกมือขึ้นไหว้ผู้ใหญ่ที่ยืนอยู่ตรงหน้า พ่อของปราบรับไหว้ผมก่อนจะหันไปหาปราบที่กำลังยกต้นไม้เปลี่ยนกระถาง
“พ่อครับนี่นทีแฟนผม” พูดง่ายๆ แบบนี้เลยหรอ ทุกอย่างดูปกติแบบสุดๆ ก่อนที่พ่อจะเอยขึ้นท่ามกลางความเงียบของเราทั้งสองคน
“เดี๋ยวนี้โลกมันไปไกลแล้วเื่แบบนี้พ่อไม่ว่าอะไรหรอก แต่มีแฟนเป็เ้าปราบก็เหนื่อยหน่อยนะลูก” คุณพ่อพูดจบก็ยกกระถามใบเดิมเปลี่ยนก่อนจะเดินเข้าบ้าน
“เป็อะไรทำไมทำหน้าแปลกใจ” ปราบหันมาถามผม
“ทำไมพ่อกับแม่ดูไม่ใที่เราคบกันเลย”
“มันก็ไม่ใช่เื่น่าแปลกนิหน่า คนเรารักกันไม่ว่าจะเพศไหนรักกันก็คือรัก ครอบครัวเราอยู่กันแบบเคารพการตัดสินใจของกันและกัน”
ผมโอบกอดคนตรงหน้าเข้าอย่างเต็มแรง ก่อนที่น้ำตาใสๆ จะไหลออกจากตา ผมไม่เคยรู้สึกอบอุ่นขนาดนี้มาก่อนเลย นี่คงเป็โชคดีของผมแล้วจริง ครอบครัวของปราบเหมือนมาช่วยปลดล็อคสิ่งที่อยู่ในใจของผมมาตลอด
“ขอบคุณนะ”