อลินตา... หมอผีข้ามภพ

    บทที่ 75

    อลินตาเพ่งพิจารณาผีแม่รูปจันทร์เงียบๆทำไมกำเนิดของผีตนนี้จึงมีแต่ภพภูมิที่ตกต่ำเช่นนรกภูมิในขุมอเวจีมหานรกกันนะแม่รูปจันทร์ไปทำกรรมหนักหนาอะไรไว้งั้นเหรอเมื่ออลินตาชำแรกกรรมของผีแม่รูปจันทร์เห็นแต่ภพภูมินรกหญิงสาวก็เตรียมจะหยิบกระเป๋าสะพายใบย่อมของตนเพื่อหาอุปกรณ์อะไรบางอย่างแต่จังหวะนั้น มือยาวๆ ของผีแม่รูปจันทร์ก็ยื่นทะลวงแทรกเข้ามาหมายจะบีบคออลินตาแต่คุณพระ...

                    “กรี๊ด!!” เพียงแค่มือประชิดตัวอลินตาแต่ยังไม่ถึงลำคอของอลินตามือของผีแม่รูปจันทร์ก็ถึงกับหดกลับเข้าไปที่เดิม เพิ่มเติมด้วยความแสบร้อนพร้อมกับกระเด็นไปปะทะหน้าห้องห้องหนึ่งอลินตายิ้มก่อนที่จะออกเดินไปยังห้องนั้นอย่างรวดเร็ว เมื่อหยุดตรงหน้าห้องนั้นหญิงสาวก็หันไปทางผีแม่รูปจันทร์ตอนนี้ผีแม่รูปจันทร์ทำหน้าเลิ่กลั่กเพราะไม่คิดว่าจะเจอของจริงเข้าให้แล้วนอกจากจะไม่มีความหวาดกลัววิญญาณของเธอแล้ว ผู้หญิงคนนี้ยังมีวิชาที่แข็งแกร่งทั้งยังทำเหมือนรู้อีกด้วยว่าในห้องนี้มันมีอะไรซ่อนอยู่!!

                    “ทุกข์ทรมานมากพอแล้วนะแต่ฉันอาจจะยังไม่ส่งเธอไปเกิดในตอนนี้” ผีสาวนามว่ารูปจันทร์ถลึงตาแดงใส่อลินตาอย่างข่มขู่ แต่อลินตาหาแคร์ไม่ หญิงสาวพูดต่อทันที

                    “พ่อของเธอคงให้หมอดูที่เข้มขลังสะกดวิญญาณของเธอเอาไว้ทำเหมือนกับเธอเป็นผีร้ายที่ต้องล่ามด้วยมนต์คาถาตลอดเวลาและอีกอย่างเธอเองก็ไม่อยากจะออกไปเผชิญกับความจริงที่ว่าเธอมิอาจครองคู่กับคนรักของเธอได้ซึ่งทั้งหมดมันก็คือ เธอไม่สามารถยอมรับความจริงที่เกิดขึ้นได้นั่นเองใจเธอยังยึดติดอยู่กับสิ่งที่มัดเธอไว้มานานแสนนาน แม่รูปจันทร์เธอจะทรมานตัวเองไปอีกนานเท่าไรกันเหรอ?”คราวนี้สีหน้าของผีแม่รูปจันทร์มีแววหม่นหมองอย่างเห็นได้ชัดขณะที่พูด ตาข่ายสีน้ำเงินก็ค่อยๆ วาบขึ้นเฉพาะต่อหน้าอลินตาหญิงสาวเอื้อมมือไปแตะที่ตาข่ายนั้น ก่อนจะดึงออกมาเป็นเชือกสีน้ำเงินจากนั้นอลินตาก็หันไปเปิดประตูห้องที่ผีสาวเพิ่งกระเด็นมากระแทกเมื่อสักครู่

                    และเมื่อเปิดประตูเข้าไปอลินตาก็ตกตะลึงกับภาพที่เห็นตรงหน้า ก่อนที่จะหันกลับไปมองทางผีแม่รูปจันทร์อย่างรวดเร็วภาพที่เห็นเบื้องหน้านั่นคือโครงกระดูกของมนุษย์ที่นอนอยู่บนเตียงนั่นโครงกระดูกของใครกันแต่จากเสื้อผ้าที่โครงกระดูกนั้นสวมอยู่ก็ทำให้อลินตาเอะใจทันทีอย่าบอกนะว่านั่นเป็นโครงกระดูกของคุณหลวงอภิมหาทองไพศาลพ่อแท้ๆของแม่รูปจันทร์!!!

                    และเมื่ออลินตาคิดมาถึงตรงนี้เสียงหัวเราะอันแสนจะสาแก่ใจของแม่รูปจันทร์ก็แผดขึ้นกึกก้องไปทั้งเรือน อลินตาไหวตัวทันรีบผลักสองลูกน้องเป๋าตุงและหมิงเต๋อออกไปให้ห่างตัวในจังหวะเพียงเสี้ยววินาทีที่เป๋าและหมิงกระเด็นออกไปแรงลมที่โหมพุ่งเข้ามาราวพายุก็โผนทะยานเข้าหาอลินตาอย่างรุนแรง แต่..

                    อลินตาหลบกลิ้งม้วนตัวหนีลมร้ายนั้นราวกับนักยิมนาสติกพร้อมม้วนต้วนกลิ้งหลุนๆ เข้าประชิดผีแม่รูปจันทร์ราวกับหายตัวได้และหายตัวเร็วยิ่งกว่าผีอย่างแม่รูปจันทร์เสียด้วยเมื่อถึงตัวแม่รูปจันทร์แล้วอลินตาก็ยืนขึ้นดวงตาสีน้ำเงินจัด แสยะยิ้มแล้วพูดด้วยน้ำเสียงช้าๆชัดเจนแต่ดุดัน

                    “แกนี่มัน... ผีห่าซาตานชัดๆ”ผีแม่รูปจันทร์ผงะหงายด้วยความตกใจหวาดกลัวกับลุคปีศาจของอลินตาและเร็วกว่าที่จะมีใครได้ทำอะไรอลินตาก็ใช้เชือกสีน้ำเงินที่ดึงออกมาจากตาข่ายตรงหน้าของเธอเมื่อสักครู่นี้คล้องไปที่ลำคอของผีแม่รูปจันทร์อย่างรวดเร็วก่อนจะพูดเสียงดังฟังชัด

                    “เล่ามาว่าเธอทำเลวอะไรไว้ที่เรือนหลังนี้ประวัติที่ฉันฟังมาเธอมันถูกกระทำ แต่ที่ตาฉันเห็นนั่นคือเธอเป็นฝ่ายกระทำคนอื่นโดยเฉพาะบุพการีของเธอ ตอนแรกฉันคิดว่าจะมาอย่างปรองดองแต่ตอนนี้ฉันควรส่งเธอไม่เกิดที่ขุมไหนดีนังผีอกตัญญู!!” อลินตาพูดเป็นฉากๆ เพราะภาพที่ส่งผ่านจากเจ้าของวิญญาณโครงกระดูกนั่นทอดกระแสมาที่เธอทั้งหมดราวกับว่ากำลังรอคอยใครสักคนมาช่วยปลดปล่อยอยู่นานแสนนาน...!

                    ผีแม่รูปจันทร์อึ้งไปกับสิ่งที่ได้ยินไม่คิดว่าอลินตาจะร้ายกาจและเฉลียวฉลาดได้ถึงเพียงนี้!และที่สำคัญ ผู้หญิงคนนี้ดูน่าสะพรึงราวกับเป็นปีศาจตัวจริงเสียงจริงมากกว่าผีอย่างเธอเสียอีก!!

                    เมื่อผีแม่รูปจันทร์เป็นฝ่ายถูกคุกคามหนักเข้าก็ยอมเปิดปากผีแม่รูปจันทร์เล่าให้ทุกคนฟังโดยให้ทุกคนเห็นภาพเป็นฉากๆเหมือนกำลังดูภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง จากกระแสวิญญาณที่ผีแม่รูปจันทร์ส่งมา

                    แม่รูปจันทร์ถูกส่งเข้าไปเป็นนางรำละครในตำหนักของเจ้านายพระองค์หนึ่งในปลายรัชสมัยของรัชการที่5 แม่รูปจันทร์เป็นคนงามรูปร่างอรชรอ้อนแอ้น บวกกับการร่ายรำที่สวยงามของเธอจึงทำให้มีหนุ่มๆพึงใจหญิงสาวอยู่ไม่น้อย แต่แม่รูปจันทร์นั้นกลับไม่พึงพอใจใครเลย เพราะแม่รูปจันทร์ดันไปพึงใจกับแม่เขียนข้าหลวงคนสนิทในตำหนักเดียวกัน แม่รูปจันทร์มารู้ภายหลังว่าแม่เขียนมีคู่หมายแล้วนั่นคือขุนตรีเทศ ชายหนุ่มใกล้เรือนกับแม่เขียนนั่นเอง

                   ด้วยความที่เป็นบุตรสาวคนเดียวของคุณหลวงอภิมหาทองไพศาลแม่รูปจันทร์ถูกเลี้ยงดูอย่างตามใจตลอดมา อยากได้อะไรก็ต้องได้เป็นคุณหนูของเรือนที่ไม่มีใครกล้าขัดใจเลยสักคนแต่สิ่งที่ไม่มีใครรู้นั่นคือแม่เขียนไม่ได้ชอบพอแม่รูปจันทร์แบบชู้สาวเลยสักนิดถึงแม้ว่าแม่เขียนจะดูมีลักษณะห้าวๆ คล้ายผู้ชาย และมีลักษณะเป็นผู้นำกว่าใคร ทำให้แม่เขียนถูกจับมารำละครเป็นตัวพระบ่อยๆแต่ถึงอย่างนั้นแม่เขียนก็ชอบพอขุนตรีเทศคู่หมายของตน มิได้ชอบผู้หญิงด้วยกัน

                   ทางแม่รูปจันทร์เองก็รู้เรื่องนี้นั่นจึงทำให้แม่รูปจันทร์ไม่ถูกชะตากับขุนตรีเทศเป็นอย่างยิ่ง เมื่อครั้งแม่รูปจันทร์ไปเที่ยวบ้านของแม่เขียนซึ่งขุนตรีเทศก็อยู่ด้วยครานั้นแม่รูปจันทร์ก็พูดประชดประชัน กระแนะกระแหนขุนตีเทศไปหลายคำแล้วก็ทำตัวสนิทสนามกับแม่เขียนจนเกินงามแต่มีรึที่การกระทำเช่นนี้ขุนตรีเทศจะรู้ไม่ทัน

                   ขุนตรีเทศจึงได้เข้าไปพูดคุยกับแม่เขียน และแม่เขียนก็รู้สึกกลุ้มใจอยู่ไม่น้อยเพราะแม่เขียนเห็นแม่รูปจันทร์เป็นเพียงเพื่อนสนิทคนหนึ่งเท่านั้นมิได้คิดเล่นเพื่อนกับแม่รูปจันทร์เลยสักนิด (การเล่นเพื่อนในสมัยนั้นก็คือการที่หญิงรักชอบกับหญิงด้วยกัน)และเมื่อแม่รูปจันทร์เริ่มรุกหนักถึงขั้นยุให้แม่เขียนชังขุนตรีเทศแต่แม่เขียนมิได้เอนเอียงไปทางแม่รูปจันทร์แต่อย่างใดแม่เขียนจึงได้นำเรื่องนี้ไปหารือกับพ่อและแม่ของเธอเป็นอันว่าเมื่อพ่อแม่ของแม่เขียนรู้เรื่องนี้ จึงทำให้เรื่องนี้ล่วงรู้ไปถึงหูของคุณหลวงอภิมหาทองไปศาลด้วย

                    เมื่อความรู้ไปถึงหูคุณหลวงอภิมหาทองไพศาลผู้เป็นพ่อของแม่รูปจันทร์คุณหลวงถึงกับอับอายและโกรธจนควันแทบจะทะลุออกจมูกจึงตัดสินใจในขณะนั้นว่าจะยกแม่รูปจันทร์ให้กับหมื่นตรีทบน้องชายคนเดียวของขุนตรีเทศและเมื่อแม่รูปจันทร์ได้รู้เรื่องก็ถึงกับทะเลาะกับคุณหลวงอภิมหาทองไพศาลเป็นการใหญ่เพราะนอกจากว่าเธอจะไม่ชอบผู้ชายแล้ว เธอยังได้หมั้นหมายกับหมื่นตรีทบนั่นก็เท่ากับว่ายศของว่าที่สามีเธอในอนาคตจะด้อยกว่าว่าที่สามีของแม่เขียน...

    คล้ายกับเรื่องอลินตา... หมอผีข้ามภพ ที่คุณอ่าน