6:00น.
ภูเมฆ:
วันนี้ผมมีธุระต้องไปประชุมงานที่โรงแรม แถวระยอง ต้องพามีซอลไปด้วย ไปจดนั่งบันทึกและพิมพ์รายการประชุมให้ผม โรงแรมนั้นมีชื่อ โรงแรมภูมินทร์ เป็ของพ่อผมเองครับ ที่นั่นท่านให้น้องชายท่านดูแล(รุ่นน้องที่เคยเรียนมาด้วยกัน) กลายเป็ว่าผมต้องไปง้อเธอ นี่ก็แปดโมงแล้ว เธอไม่คิดจะออกจากห้องพักเลยหรือไง
ก๊อก ก๊อก
ภูเมฆ: มีซอล เธออยู่ในห้องหรือเปล่า... เงียบ ..ถ้าเธอยังเงียบอยู่ฉันโกรธเธอจริงๆนะ
มีซอล: คะ
ภูเมฆ : ทำไมเป็แบบนี้ล่ะ
มีซอล: เดี๋ยวฉันไปแต่งตัวก่อนนะคะ
ภูเมฆ: รู้ทั้งรู้ว่าตัวเองโดนอากาศเย็นไม่ได้ ยังปล่อยให้ตัวเองป่วยจนได้
มีซอล: เรียบร้อยแล้ว
ภูเมฆ: ไปรอผมที่รถก่อน เดี๋ยวผมตามไป
มีซอล: ค่ะ
ภูเมฆ: ผมขึ้นมาบนห้อง เอายาลดไข้ แล้วก็หยิบนมกับขนมปังไปให้เธอลองท้องไปก่อน
ภูเมฆ: เอานี่ ของเธอ
มีซอล: ขอบคุณค่ะ
ตลอดทางที่อยู่บนรถ ผมกับมีซอล เราไม่ได้คุยกันเลย เธอเงียบมาตลอดทาง จนผมทนไม่ไหวเป็ฝ่ายพูดกับเธอเองปกติเวลาเธออยู่บนรถจะเป็ฝ่ายพูดตลอดเวลา
ภูเมฆ: มีซอล เธอไหวไหม
มีซอล: ไหวค่ะ
ภูเมฆ: ถ้าไม่ไหว ผมจะให้ปัน ทำรายงานการประชุมแทนเธอ ส่วนเธอไปนอนโรงพยาบาล
มีซอล: ฉันดีขึ้นแล้วค่ะ ว่าแต่รีสอร์ทแถวนี้สวยจัง
ปันปัน: เธอพูดเหมือนไม่เคยมาพักรีสอร์ท
มีซอล: ก็เคยน่ะ
ณ.โรงแรมภูมินทร์
ลิฟต์อีกแล้วสินะ..
ภูเมฆ: จับมือฉันสิ
มีซอล: ขอบคุณค่ะ
ภูเมฆ: ตัวเธอยังร้อนอยู่เลย
มีซอล: แต่อาการดีขึ้นกว่าเมื่อคืนเยอะค่ะ
ฉันว่าฉันต้องเล่าเื่บ้านให้ ภูเมฆ ฟังแล้วแหละ เพราะรู้สึกผิดขึ้นมาทันที เขาเป็คนเดียวที่ดูแลฉัน เป็ห่วงฉัน ถึงแม้ตอนนี้ดูเขายังโกรธฉันก็เถอะ
2 ชั่วโมงผ่านมา
การประชุมเสร็จสิ้นแล้ว
ฉันลุกออกจากที่ประชุม ไปรอเขาที่หน้าห้องซึ่ง ภูเมฆ พูดคุยกับผู้บริหารท่านอื่นอยู่
มีซอล: ฉันส่งรายงานให้คืนนี้ค่ะ
ภูเมฆ: งานนี้ไม่รีบ
มีซอล: ค่ะ
ภูเมฆ: วันนี้เราไปพักกันที่รีสอร์ท พรุ่งนี้เช้าค่อยกลับบ้านด้วยกัน
มีซอล: ไปพักรีสอร์ทจริงๆเหรอคะ
ภูเมฆ: จริงสิ
มีซอล: ดีใจจัง จะได้พักผ่อนไปในตัว
ภูเมฆ: เรามาทำงานกันนะครับ
มีซอล: ฉันรู้แล้วค่ะ เราก็ทำให้ดูเหมือนมาเที่ยวด้วยกันสิ
ภูเมฆ: เที่ยวด้วยกันงั้นเหรอ
มีซอล: ประมาณนั้นค่ะ
เราก็เดินทางมาถึงที่พัก รีสอร์ท ตัวบ้านสร้างด้วยไม้ทั้งหลัง โอบล้อมด้วยต้นไม้ ในยามค่ำไฟที่เปิดไว้ก็จะเป็ไฟส้มทั้งหมด จนฉันชอบมากและไม่อยากกลับบ้านเลยแหละ
ภูเมฆ: ห้องเธออยู่ข้างๆฉัน เข้าไปพักผ่อนได้เลย
มีซอล: ค่ะ
ภูเมฆ : ฉันขอตัวไปพักผ่อนก่อนนะ พรุ่งนี้เจอกันนะครับ
มีซอล: ฝันดีนะคะ
---
6:00 น.
หลังจากกินข้าวเช้ากันเรียบร้อย ฉันกับภูเมฆ เราก็จะกลับคฤหาสน์กันแล้ว เพราะเขายังมีงานที่ต้องทำ ส่วนฉันเมื่อคืนได้ทำสรุปรายการประชุมเสร็จเรียบร้อยแล้ว
มีซอล: ฉันส่งรายการประชุมในเมลให้เรียบร้อยแล้วนะคะ
ภูเมฆ: ขอบคุณครับ
มีซอล: ฉันขอตัวไปเก็บข้าวของก่อนนะคะ
ภูเมฆ: มีซอล เธออยากเล่าอะไรให้ฉันฟังหรือเปล่า
มีซอล: สุดท้ายแล้ว ฉันก็ไม่อยากเล่าเื่บ้านให้เขาฟังอยู่ดี "ไม่มีค่ะ "
ภูเมฆ: งั้นตามสบายนะ แปดโมงเราไปเจอกันที่รถ
มีซอล: ค่ะ
ท่าทางเขายังไม่หายโกรธฉันแน่ๆ ช่างเถอะ!! ปัญหาของฉัน ๆ แก้มันเองได้
---
ณ. คฤหาสน์
ทำความสะอาดห้องพักหน่อยดีกว่า อีกอย่างต้องเอาเสื้อผ้าออกไปซักที่หลังบ้านด้วย หลังจากงานห้องพักเสร็จหมดแล้ว ฉันว่าจะจัดขนม น้ำ ออกไปปิคนิคบริเวณบ่อริมน้ำซะหน่อย เพราะฉันเห็นแม่บ้านนำอาหารสด ขนม ผลไม้ มาตุนไว้เพียบเลย
1 ชั่วโมงผ่านมา
ฉันเดินมายังที่ครัว ทำขนมปังออกทาเนย ชงน้ำชาเขียวเย็นใส่กระติกน้ำไว้ แล้วก็ผลไม้วันนี้เป็ส้ม เรียงใส่กล่องให้เรียบร้อย เอาเท่านี้ก่อนดีกว่า ได้เวลาออกไปนั่งเล่นที่ริมน้ำบ่อปลาแล้ว
มีซอล: รอบนี้ปลาดูเยอะกว่าเดิมอีก นี่มันเพิ่งตอนเที่ยงเองนะ ทำไมอากาศเย็นเร็วแบบนี้ล่ะ ... กินต่อดีกว่า ขนมปังทาเนย อร่อยจัง สำหรับฉันของกินอร่อยทุกอย่าง ส้มหวานมาก ผักอบกรอบของฉันเริ่มเหนียวแล้ว รอบนี้กินให้หมดไปเลย
ภูเมฆ: อากาศเย็นแบบนี้เดี๋ยวก็ไม่สบายอีกหรอก
มีซอล: นายตามฉันมาเหรอ
ภูเมฆ: ฉันมาเดินดูความเรียบร้อยตรงนี้ทุกวัน เธออ่ะตามฉันมา
มีซอล: เปล่าซะหน่อย
ภูเมฆ: ไหนๆเธอก็มาแล้ว มีขนมอะไรบ้างวันนี้
มีซอล: มีแค่ขนมปังทาเนย กับ ส้ม นายเลือกเลย
ภูเมฆ: ผลไม้ของฉันอีกแล้วสินะ มิน่าสองสามวันนี้ แม่บ้านเบิกเงินทุกวันไปซื้อผลไม้เพิ่มตลอด
มีซอล: ห๊ะ ผลไม้ของนายคนเดียวเหรอ
ภูเมฆ: ใช่ครับ ส่วนแม่บ้านหรือบอดี้การ์ดคนอื่นเขาจะซื้อกินกันเองครับ
มีซอล: ฉันขอโทษ ป้าแจ่มเคยเตือนฉันแล้ว แต่ก็ยังเอามากิน
ภูเมฆ: ฉันไม่ได้ว่าอะไรนิ ที่จริงใครจะกินก็ได้
มีซอล: ภูเมฆ นายไม่โกรธฉันแล้วใช่ไหม
ภูเมฆ: โกรธอยู่ครับ
มีซอล: คืนดีกันนะคะ
ภูเมฆ: เขาง้อกันแบบนี้เหรอครับ
มีซอล: ฮ่าๆๆ ค่ะ
ภูเมฆ: เก็บของเข้าบ้านเถอะครับ เริ่มหนาวแล้ว
มีซอล: ค่ะ ภูเมฆ นายเอาตะกร้ามาเลย ฉันถือเข้าไปเองได้
ภูเมฆ: ไม่เป็ไร เรากินด้วยกันต้องช่วยกันเก็บสิ
มีซอล: แม่บ้านจะมาบ่นฉันอ่ะสิ
ภูเมฆ: ป่ะ เข้าบ้านเถอะ
อันที่จริง ผมไม่ได้โกรธอะไรเธอหรอก ผมอาจจะแค่น้อยใจก็ได้ ที่เธอทำอะไรแล้วไม่ยอมบอกผม ๆให้คนไปสืบเื่เธอมาหมดแล้วล่ะครับ เลยได้มาดักรอง้อเธอที่ริมบ่อน้ำ... บ้านหลังที่โดนขายไปเื่นี้ผมช่วยไม่ได้จริงๆ เพราะทางคนซื้อเข้าไปอยู่เรียบร้อยแล้วครับ ไว้ผมเคลียร์งานต่างๆเสร็จ ผมจะพาเธอไปดูบ้านและซื้อบ้านให้เธอเองครับ