เจ๋อิหลั่งธารขุ่นไว้ในกายนายหญิงหว่านหรงแทบจะหลับไปทันที นางครางจนเสียงแหบแห้ง สุขสมจนล้นปรี่เจ๋อิดึงแท่งหยกออกมา เขาลุกขึ้นลงจากเตียง หว่านหรงเห็นแท่งหยกของเขามันเป็สีน้ำตาลอ่อน น่าจะยาวเกินคืบนิ้วมือของนาง ขนาดมันใหญ่เกือบๆเท่าข้อมือนาง นางมองแท่งหยกนั้นอย่างตกตะลึง สิ่งนั้นน่ะหรือที่เข้าไปในตัวนาง!
นางไม่รู้ว่าแท่งหยกของบุรุษคนอื่นเป็อย่างไรนางเห็นแท่งหยกของสามี ถ้าเทียบกับแท่งหยกของเจ๋อิแล้วของสามีมันดูกุดๆ ด้วนๆส่วนแท่งหยกของเจ๋อิก็ตามขนาดที่เห็นนั่นแหละ นางมองจ้องแท่งหยกของเจ๋อินึกถึงความเสียวที่ได้รับ ก็รู้สึกตะขิดตะขวงใจ นางชอบความเสียวนั้น แต่นางก็เกลียดเขาโกรธเขา แล้วก็เกลียดสามี โกรธสามีด้วย “อึก...อึก...”
น้ำตานางคลอในดวงตาหนานกงเยี่ยนได้ยินเสียงนั้นเขาเงยหน้าจากเนินอกนางเห็นนางน้ำตาคลอเขาก็ร้อนรนแล้ว “ไอหยา!ๆ หรงเอ๋อร์อย่าร้องอย่าร้อง”
“อึก...อึก...อึก...”หว่านหรงเม้มปากกลั้นน้ำตาเอาไว้ นางเบือนหน้าไปด้านข้างไม่อยากให้ใครเห็นน้ำตาของนาง หนานกงเยี่ยนไม่รู้จะปลอบนางอย่างไรดี เขาไม่ถนัดปลอบใจสตรีร้องไห้จริงๆเขามองเจ๋อิ “เ้าช่วยข้าหน่อยซิ”
เจ๋อิจึงก้าวขึ้นเตียงเขาแก้เชือกที่มัดข้อมือนายหญิงออก ทันทีที่เชือกหลุดออกหว่านหรงก็ลุกขึ้นกระถดตัวหนีพลางตวาดใส่พวกเขาอย่างโกรธเคือง “พวกเ้าทำเช่นนี้กับข้าได้อย่างไร!? ท่านพี่! ท่านทำอย่างนี้กับข้าได้อย่างไร!? ข้าเกลียดท่าน!”
เจ๋อิดึงนายหญิงเข้ามากอดรัดแน่นหว่านหรงทุบตีเขาปึก! ปัก! “ปล่อยข้า! เ้าปล่อยข้านะ!”
เจ๋อิไม่ปล่อยเขากอดนางแน่น ปล่อยให้นางทุบตีเขาระบายอารมณ์ไป หว่านหรงทุบปึกปักๆ... “ปล่อยข้า! ข้าบอกให้ปล่อย!”
นางทุบเขาปึกปักๆจนนางเจ็บมือ นางร้องไห้ออกมา “ฮือๆๆๆ...ปล่อยข้าซิ ข้าบอกให้ปล่อย! ฮือๆๆๆ...”
นางทุบเขาอีกสองสามทีแล้วก็รามือพลางร้องไห้สะอึกสะอื้น“ฮือๆๆๆ...”
“หรงเอ๋อร์”หนานกงเยี่ยนยื่นมือไปจับไหล่นาง หว่านหรงสะบัดไหล่ออก หันไปมองสามีตาขุ่น“อึก...อึก...”
“นายหญิงท่านรังเกียจข้ารึ?” เจ๋อิถามหลังจากที่เห็นนางไม่ร้องไห้ฮือๆ แล้วหว่านหรงหันไปมองเจ๋อิ รังเกียจหรือ?
ไม่นางไม่ได้รังเกียจเขา นางโกรธเขา เกลียดเขา เกลียดที่เขาทำตามคำสั่งของสามีนางต่างหาก
“นายหญิงข้าดีใจที่ท่านเป็นายหญิงของข้า หากว่าเปลี่ยนเป็แม่นางหว่านหรูอี้ข้าคงเสพสมกับนางไม่ลง” เจ๋อิพูดขึ้นมา หว่านหรงกะพริบตาปริบๆ มองเขา“ไยเ้าจึงจะเสพสมกับนางไม่ลง?”
“นางน่าเกลียด”เจ๋อิบอก หว่านหรงอึ้งงันไป พี่สาวต่างมารดาของนางออกจะงดงามปานนั้นกลับถูกบ่าวคนหนึ่งบอกว่า ‘น่าเกลียด’ งั้นรึ!?
“นางงดงามถึงเพียงนั้นเ้าบอกว่านางน่าเกลียดได้อย่างไร?เ้าตาบอดแล้วกระมัง?” นางถามพลางจ้องเจ๋อิ เจ๋อิมองนายหญิง เอ่ยว่า “ถ้าเทียบกับสตรีทั่วไปนางก็ถือว่างดงามอยู่ แต่ถ้าเทียบกับท่าน นางน่าเกลียดโดยเฉพาะจิตใจนางยิ่งน่าเกลียด นางจิตใจชั่วช้าหาความดีงามไม่เจอข้าดีใจที่ท่านเป็นายหญิงของข้า หากว่าเป็นางต่อให้นายท่านจะฆ่าข้าให้ตายข้าก็ไม่มีวันเสพสมกับนาง”
หว่านหรงฟังแล้วรู้สึกหัวใจชุ่มฉ่ำอย่างประหลาดความรู้สึกนี้ทำให้นางเกลียดเขาน้อยลงนิดหนึ่งกระมัง
“หากนายหญิงรังเกียจข้าท่านก็ตัดแท่งหยกของข้าเลยซิ” เจ๋อิบอก พลางจับมือนายหญิงไปจับแท่งหยกของเขาหว่านหรงอึ้งงันไป นางมองมือตัวเองที่ทาบอยู่บนแท่งหยกแท่งนั้น มันนุ่มๆทำให้นางเผลอจับๆ คล้ายกับอยากรู้อยากเห็น พลัน! มันเหยียดขยายออก
นางมองมันอย่างอึ้งๆนางจับๆ แตะๆ สงสัยว่ามันโตขึ้นได้อย่างไร? “นี่?”
เจ๋อิจับมือนายหญิงกำรอบแท่งหยกรูดขึ้นรูดลง ทำให้แท่งหยกเหยียดขยายใหญ่ขึ้นอีก หว่านหรงมองอย่างสงสัยใคร่รู้“มันโตขึ้น!”
เจ๋อิทำหน้าเฉยในดวงตามีแววอมยิ้ม นายหญิงเป็สาวน้อยที่ไม่เคยรู้เื่ร่างกายของบุรุษนางก็เหมือนเด็กน้อยที่อยากรู้อยากเห็นนั่นแหละ “มันโตขึ้นเพราะท่านมันอยากทำให้ท่านมีความสุข”
หว่านหรงกำลังสนใจแท่งหยกนางจึงไม่เห็นสายตาของเจ๋อิที่ส่งสายตากับสามีของนางพวกเขาสองคนส่งสายตากันไปส่งสายตากันมาครู่หนึ่งพลางขยับปากไร้เสียงพูด
“มันทำให้ท่านเสียวไหมขอรับ?”เจ๋อิถามพลางจับมือนางรูดขึ้นรูดลง มือนางช่างนุ่มมาก ทำให้เขารู้สึกดีมากมือเล็กๆ ของนางเทียบกับมือเขาแล้วมือเขาใหญ่กว่ามือนางเท่าตัวเลยทีเดียว
“อื้ม เสียว”หว่านหรงตอบอย่างหลุดปาก นางกำลังสนใจว่าแท่งหยกโตได้อย่างไร?
มันนุ่มๆ แข็งๆและอุ่นมาก นางเห็นตรงปลายมีรูเล็กๆ มีน้ำใสๆ นิดหนึ่งอยู่ตรงรูนั้นนางมองอย่างสงสัยใคร่รู้
“นายหญิงข้าอยากใส่มันเข้าไปในตัวท่านอีกครั้ง” เจ๋อิบอก หว่านหรงชะงักงันไปนางจ้องมองแท่งหยกแท่งนั้นเขม็ง “ใส่เข้ามาอีกหรือ?”
นางคิดถึงตอนที่มันอยู่ในตัวนางก็รู้สึกเสียววูบวาบขึ้นมารางๆ เจ๋อิค่อยๆ ลูบแผ่นหลังนางแ่เบาหว่านหรงยังคงจ้องมองแท่งหยกคล้ายกับกำลังคิด จะยอมให้ใส่เข้าไปหรือไม่ยอม?
ขณะที่นางกำลังคิดเจ๋อิก็ลูบไล้แผ่นหลังของนางพลางส่งสายตากับนายท่าน หนานกงเยี่ยนขยับเข้าไปด้านหลังนางค่อยๆ ยื่นมือไปด้านหน้านางอย่างแ่เบา ลูบไล้ดอกบัวตูมคู่นั้นอย่างแ่เบายิ่งหว่านหรงรู้สึกเสียววูบวาบ นางละสายตาจากแท่งหยกมองดอกบัวของนางเห็นมือคู่หนึ่งกำลังลูบดอกบัวคู่นั้นนางหันไปมองด้านหลังก็พบว่าสามีเข้ามาประชิดตัวั้แ่เมื่อไหร่ไม่รู้ “ฮื้อ! ท่านพี่!”
หนานกงเยี่ยนจับใบหน้านางประกบจูบหว่านหรงอยากจะผลักเขาออกแต่ว่านางก็ลังเล ลิ้นอุ่นแทรกเข้ามาในปากนางพัวพันกับลิ้นนางไปมา เจ๋อิก็เลื่อนมือไปจับดอกไม้งามคลึงบี้ หว่านหรงเสียววาบนางหน้าแดงระเรื่อ ส่งเสียงอือๆ อยู่ในปาก
หนานกงเยี่ยนจูบอยู่พักใหญ่ก็ดันตัวนางลงนอนตัวเขาเองก็ขยับไปด้านข้าง แล้วก้มลงไปดูดดอกบัวตูม หว่านหรงส่งเสียงคล้ายประท้วง“อื้อ!”
เจ๋อิลูบคลึงดอกไม้งามเขามองดูนางที่ยังมีท่าทีขัดขืน เขาบี้เกสรเบาๆ ไม่ได้สอดนิ้วเข้ารูเขา้าให้นางเป็คนร้องขอเอง เมื่อนางร้องขอเอง นางก็จะเลิกขัดขืน หึๆๆๆ...
ใช่นี่คือแผนของพวกเขา ต้องทำให้นางอ้อนวอนขอร้องพวกเขา ฮี่ๆๆๆ...
หนานกงเยี่ยนปลุกเร้า้าเจ๋อิปลุกเร้าด้านล่าง นางจะทนไปได้นานสักเท่าไหร่เชียว ฮี่ๆๆๆ...
“อื้อ...”หว่านหรงครางออกมา นางเสียวซ่าน รู้สึก้ามากกว่านี้แต่ว่าพวกเขาไม่ได้ทำให้นางแตะขอบ์เลย นางเหมือนกำลังลอยคออยู่กลางน้ำยังไปไม่ถึงฝั่ง พวกเขาทำให้นางเสียวซ่านแต่ว่ามันไม่มากพอที่จะทำให้นางสุขสมแตะขอบ์!
“อื้อ...ท่านพี่...”นางครางเรียกเขา
“หืม?” หนานกงเยี่ยนส่งเสียงตอบหว่านหรงจับแขนเขาเขย่าเบาๆ “อื้อ...ท่านพี่...”
หนานกงเยี่ยนผละจากดอกบัวยืดตัวขึ้นมองหน้านาง “หรงเอ๋อร์ ้าอะไรรึ?”
“ฮื้อ!” หว่านหรงส่งเสียงสูงคล้ายขัดอกขัดใจ หนานกงเยี่ยนทำไม่รู้ไม่ชี้เขา้าให้นางเป็ฝ่ายร้องขอ ดังนั้นก็ต้องให้นางพูดออกมาซิ! ฮี่ๆๆๆ...
“ท่านพี่ ฮื้อ!” หว่านหรงเรียกเสียงสูงอย่างขัดอกขัดใจ หนานกงเยี่ยนบอก“เ้า้าอะไรก็บอกซิ ข้าทำให้เ้าทุกอย่างนั่นแหละ”
หว่านหรงหน้าแดงไม่กล้าบอกนางส่งเสียงขัดอกขัดใจ “ฮื้อ!”
“เ้าไม่บอกข้าก็ไม่รู้” หนานกงเยี่ยนบอกอย่างแกล้งโง่ หว่านหรงโมโหจึงพูดโพล่งว่า“ข้าอยากให้ท่านทำให้ข้ามีความสุข!”
“ทำให้เ้ามีความสุข?”หนานกงเยี่ยนแกล้งโง่ต่อไป “ข้าควรจะทำแบบไหนล่ะ?”
“ท่านพี่น่ะ!” หว่านหรงโมโหจนทุบเขาไปทีหนึ่ง ปึก!
“โอ๊ย!” หนานกงเยี่ยนแกล้งร้อง “หรงเอ๋อร์ เ้า้าให้ข้าทำอย่างไร เ้าก็พูดออกมาซิเ้าไม่บอกแล้วข้าจะรู้ได้อย่างไรล่ะ”
“ข้า้าแท่งหยกของเขาใส่เข้ามาในตัวข้า!” หว่านหรงแทบจะะโบอกอย่างโมโห หนานกงเยี่ยนยิ้มสมใจ “ได้ซิหรงเอ๋อร์้า ข้าทำให้เ้าทุกอย่างเลย”
เจ๋อิที่รอจนแท่งหยดปวดหนึบจึงรีบจับแท่งหยกดันเข้ารูนุ่มทันทีหว่านหรงส่งเสียง “อือ...”
หนานกงเยี่ยนก้มลงไปดูดดอกบัวต่อมือเขาก็ลูบไล้ตัวนางไปด้วย เจ๋อิดันแท่งหยกเข้าไปแล้วเริ่มต้นกระแทกกระทั้นถี่ๆหว่านหรงคราง “อื้อ...อื้อ...”
นางเสียวจนแอ่นสะโพกรับจังหวะเขาเนื้อกระทบเนื้อจนส่งเสียงดัง ตับๆๆๆๆ...
บุรุษทั้งสองช่วยกันปรนเปรอนางจนนางครางเสียงแหบเสียงแห้งอีกครา กว่าเจ๋อิจะสุขสมเขาก็ทำให้นายหญิงแตะขอบ์ไปหลายหนหลังจากหลั่งธารขุ่นอีกครั้งเจ๋อิก็ถอนแท่งหยกออกมาแล้วล้มตัวลงนอนกอดนายหญิงเอาไว้หนานกงเยี่ยนก็กอดฮูหยินของเขาเอาไว้เช่นกัน บุรุษทั้งสองนอนขนาบข้างหว่านหรงหว่านหรงนอนตรงกลางระหว่างพวกเขา ทั้ง 3 คนหลับไปด้วยกัน
จวบจนเกือบเที่ยงวัน เจ๋อิก็ลืมตาตื่น เขายังไม่ขยับตัว เขามองนายหญิงที่นอนตะแคงหันหลังให้เขาเส้นผมนุ่มลื่นของนางระใบหน้าเขา เขาเกี่ยวเส้นผมปอยหนึ่งมาสูดดม หนานกงเยี่ยนลืมตาตื่นเขามองเห็นหน้าเจ๋อิก็เกือบจะร้องออกมา ดีที่เขากลั้นไว้ทัน เขาจำได้ว่าเมื่อคืนนี้เจ๋อิไม่ได้กลับออกไปเขารู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ เป่าที่อกเขาก้มลงดูจึงเห็นศีรษะดำมันเงาของฮูหยินซุกอยู่กับอกเขา ทำเขายิ้มบางๆ
“อือ...”หว่านหรงส่งเสียงงัวเงีย นางลืมตาตื่นอย่างสะลึมสะลือรู้สึกถึงน้ำหนักที่พาดอยู่บนต้นแขนกับเอว นางจึงเหลือบมอง เห็นท่อนแขน 2ท่อนพาดอยู่บนตัวนาง นางกะพริบตาปริบๆครั้นจำได้ว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อคืนนางก็หน้าแดงแปร๊ด อีกทั้งนางยังไม่ได้สวมอาภรณ์นางรีบลุกขึ้น ลงจากเตียงแบบคลานข้ามตัวสามีไป นางเห็นอาภรณ์ชุดหนึ่งพับวางอยู่บนชั้นข้างผนังนางรีบก้าวเร็วๆ ไปคว้าอาภรณ์ชุดนั้นมาสวมอย่างเร่งรีบหนานกงเยี่ยนมองฮูหยินตาปริบๆ เขาหันไปมองเจ๋อิแล้วทำหน้าผวา “เย้ยยยย...”
นอนร่วมเตียงกับบุรุษด้วยกันเองทำให้เขาขนลุกขนพองขึ้นมาเขารีบก้าวลงจากเตียงไปทันที คว้ากางเกงมาใส่พลางหันไปไล่เจ๋อิ “เ้าไปได้แล้ว”
เจ๋อิทำหน้าเซ็งเขาก็ไม่ได้อยากนอนร่วมเตียงกับบุรุษเช่นกัน เขาอยากนอนกอดนายหญิงต่างหากเขาลุกออกจากเตียง คว้าอาภรณ์ของตัวเองที่กองอยู่ตรงพื้นข้างหัวเตียงขึ้นมาใส่จากนั้นก็เปิดประตูห้องเดินออกไป
หว่านหรงมองตามเจ๋อิไปอย่างรู้สึกกระอักกระอ่วนใจนางยังทำใจยอมรับเื่นั้นไม่ได้
แต่ว่าเมื่อคืนเป็นางที่เอ่ยปากให้เขาทำนางได้แต่ด่าตัวเองในใจ ‘ไม่น่าปล่อยให้ตัณหาครอบงำเลยจริงๆ’
“หรงเอ๋อร์”หนานกงเยี่ยนเดินไปกอดฮูหยิน หว่านหรงมองเขาอย่างยังรู้สึกโกรธเคือง นางดันเขาออกมือหนึ่งก็จับสาบเสื้อเอาไว้ เพราะว่าเสื้อตัวนี้น่าจะเป็ของสามีกระมังเมื่อสวมอยู่บนตัวนางมันจึงหลวมโพรก คอเสื้อตกไปถึงไหล่เลยทีเดียว สามีนางรูปร่างสูงใหญ่พอๆกับเจ๋อินั่นแหละ ตัวนางเมื่อเทียบกับพวกเขาแล้วต่างกันเกือบเท่าตัวเลยนางสูงแค่อกพวกเขาเอง
“หรงเอ๋อร์” หนานกงเยี่ยนเรียกเสียงนุ่มเขาพยายามง้อนาง หว่านหรงถลึงตามองเขา “ข้าจะไปอาบน้ำ ท่านไม่ต้องตามมานะ”
“หรงเอ๋อร์”หนานกงเยี่ยนเรียกอีก หว่านหรงเดินไปที่ประตูแล้วเปิดประตูเดินออกไปนางเดินไปทางบ่อน้ำร้อนเมื่อคืนนี้ หนานกงเยี่ยนเดินตามนางไปห่างๆเมื่อนางหันกลับมามองเขาทีไรเขาก็จะหยุดก้าวเดินแล้วหันหน้าไปทำเป็มองต้นไม้ใบหญ้าหว่านหรงโกรธเคืองจนแทบอยากจะหาอะไรขว้างเขาจริงๆแต่ว่าในบริเวณนั้นไม่มีสิ่งของอะไรพอให้หยิบมาขว้างได้เลยมีแต่กระถางต้นไม้ที่เป็กระถางลายครามใบใหญ่มาก นางยกไม่ไหวหรอกหากว่ายกไหวนางคงยกทุ่มใส่สามีสักที ฮึ่ม!
“ฮึ!” นางค้อนขวับๆ แล้วเดินต่อไป
เมื่อไปถึงบ่อน้ำร้อน นางหันไปมองสามีทีหนึ่ง แล้วปล่อยอาภรณ์ให้หลุดจากตัวอาภรณ์เลื่อนลงไปกองกับพื้น ตัวนางเปลือยเปล่า ก้าวลงบ่อน้ำร้อนหนานกงเยี่ยนมองฮูหยินแล้วรู้สึกอารมณ์พลุ่งพล่านขึ้นมา อยากจะพุ่งไปกอดจูบนางเสียเดี๋ยวนั้นหว่านหรงลงไปนั่งในบ่อน้ำร้อนแล้วหันไปมองสามีพลางบอก “ข้าไม่มีอาภรณ์จะใส่”
“อ่า...”หนานกงเยี่ยนอึ้งงันไป ครู่ต่อมาเขาก็ร้องเรียก “เจ๋อิ ไปหาอาภรณ์มาให้นายหญิง”
“ขอรับ”เสียงเจ๋อิดังมาจากทางด้านหนึ่ง หว่านหรงสะดุ้ง “อ่ะ!”
นางหันมองไปตามเสียงแล้วก็เห็นเจ๋อิยืนอยู่ตรงสุดทางเดินบนระเบียงเรือน ทำนางหน้าแดงฉ่า! เขายืนอยู่ตรงนั้นั้แ่เมื่อไหร่? หากว่าั้แ่ก่อนนางจะลงมาในบ่อเช่นนั้นเขาก็ย่อมเห็นนางเปลือยน่ะซิ!
นางหดตัวลงไปจนคางปริ่มน้ำอายแสนอาย ครั้นคิดๆ อีกที เขาก็เคยเห็นนางเปลือยแล้วนี่ นางยังจะต้องอายอะไรอีกแต่ว่านางก็รู้สึกอายอยู่ดีนั่นแหละ ฉ่า!
หนานกงเยี่ยนก้าวไปกำลังจะลงจากระเบียงทางเดินหว่านหรงเห็นเช่นนั้นจึงตวาดว่า “ท่านไม่ต้องมาใกล้ข้าเลยนะ!ข้าเกลียดท่าน!”
“หรงเอ๋อร์”หนานกงเยี่ยนเรียกเสียงอ่อน เท้าชะงักหยุดกึกอยู่ตรงนั้น แล้วโอดครวญว่า “ข้าจะอาบน้ำเ้าไม่ให้ข้าลงบ่อแล้วข้าจะอาบน้ำได้อย่างไร”
เขาก้าวเท้าไป 1ก้าว มองสีหน้านาง หว่านหรงสะบัดหน้าไปอย่างโกรธเคือง นางรีบๆถูเนื้อตัวแล้วขึ้นจากบ่อ หยิบเสื้อมาสวมคลุมตัวแล้วเดินเลี่ยงไปขึ้นระเบียงทางเดินอีกด้านหนึ่งหนานกงเยี่ยนทำหน้าอ่อนอกอ่อนใจ “เฮ้อ...”
เขารีบถอดกางเกงแล้วก้าวลงบ่อน้ำร้อนไปรีบขัดๆ ถูๆ ตัวแล้วก็รีบขึ้นไปสวมกางเกง จากนั้นก็รีบเดินตามนางไป นางเดินเข้าห้องนอนไปแล้วซ้ำยังขัดกลอนประตูเอาไว้ เขายืนเรียกนางอยู่หน้าประตู “หรงเอ๋อร์ข้าต้องใส่อาภรณ์ เ้าปิดประตูเช่นนี้ ข้าจะเอาอาภรณ์ที่ไหนใส่ล่ะ”
หว่านหรงเดินไปที่หีบใส่ของนางเปิดหีบดู เห็นอาภรณ์บุรุษพับเรียงอยู่ในหีบนางจึงหยิบออกมาชุดหนึ่งแล้วเดินไปแง้มประตูยื่นอาภรณ์ให้เขา “อื้อ!”
หนานกงเยี่ยนรับอาภรณ์มาหว่านหรงปิดประตูทันที หนานกงเยี่ยนมองประตู หากว่าเขาคิดจะผลักเข้าไปเขาก็ทำได้แต่ว่าเขาไม่อยากให้นางโกรธเกลียดเขาไปมากกว่านี้รอให้นางอารมณ์ดีกว่านี้หน่อยแล้วค่อย ‘กล่อม’ นางให้เชื่องเชื่อ ฮี่ๆๆๆ...
เขากับนางเป็สามีภรรยากันแล้วนางจะโกรธเกลียดเขาไปได้นานสักเท่าไหร่เชียวเขาแต่งตัวแล้วเดินไปทางห้องโถงด้านหน้าแน่นอนว่าบ่าวถูกสั่งห้ามไม่ให้เข้าใกล้เรือนใหญ่ดังนั้นในบริเวณนี้จึงไม่มีใครเลย เขาจึงเดินออกจากเรือนใหญ่ ไปทางเรือนด้านหน้าจนเจอกับบ่าวไพร่ เขาจึงสั่ง “ยกอาหารไปที่เรือนใหญ่ ข้าหิวแล้ว”
“ขอรับ”บ่าวรับคำสั่ง หนานกงเยี่ยนเดินกลับไปที่เรือนใหญ่ เขานั่งรอที่เก้าอี้สักพักใหญ่พวกบ่าวก็ยกอาหารมา “นายท่านขอรับ”
“อืม” หนานกงเยี่ยนหลิ่วตาสั่งพวกบ่าวจึงเดินเข้าไปวางอาหารแล้วถอยออกไป พวกเขากลับไปที่เรือนด้านหน้าทำงานต่อเพราะพวกเขาถูกสั่งห้ามไม่ให้เข้าใกล้เรือนใหญ่หากว่านายท่านไม่ได้เรียกหาพวกเขาพอจะเข้าใจคำสั่งเช่นนี้ นายท่านเพิ่งจะแต่งงานได้ไม่กี่วันนายท่านพานายหญิงมาที่นี่ แน่นอนว่านายท่านย่อมไม่้าให้ใครเข้าไปได้ยินเสียงที่ไม่ควรได้ยินฮี่ๆๆๆ...
หนานกงเยี่ยนมองอาหารแล้วลุกขึ้นเดินไปที่ห้องนอนร้องเรียกอยู่หน้าประตู “หรงเอ๋อร์ ออกมากินข้าวเถอะ ข้าให้คนทำกับข้าวที่เ้าชอบทั้งนั้นเลยนะ”
หว่านหรงอยากจะปฏิเสธแต่ว่านางรู้สึกหิวแล้ว นางจะไม่ออกไปกินข้าวก็ไม่อาจทนความหิวไหว นางเคยอด เคยหิวรู้ดีว่าความหิวมันโหดร้าย ทรมานเพียงใด ดังนั้นออกไปกินข้าวก่อนเถอะ ส่วนสามีนางไม่พูดกับเขาก็ได้ ไม่ต้องมองเขาก็ได้ ฮึ!
นางเปิดประตูเดินออกไปหนานกงเยี่ยนยิ้มแย้ม “มาๆ”
เขาคว้าข้อมือนางหว่านหรงดึงมือหลบ พลางก้าวถอยหลัง “อย่ามาจับข้านะ!”
“เอ่อ...”หนานกงเยี่ยนชะงักไป เขากลัวนางจะหนีเข้าห้องไม่ยอมออกไปกินข้าว เขาจึงหมุนตัวเดินนำหน้าไปหว่านหรงเดินตามไปห่างๆ หนานกงเยี่ยนหยุดก้าว หันไปมองฮูหยินหว่านหรงก็หยุดก้าวเหมือนกัน นางมองเขาอย่างระวังตัวถ้าเขาก้าวมาหานางเมื่อไหร่นางจะวิ่งกลับเข้าห้องนอนไปทันทีหนานกงเยี่ยนหันหน้าไปแล้วเดินต่อ หว่านหรงถอนหายใจโล่งอก “เฮ้อ...”
นางเดินตามเขาไปรักษาระยะห่างจากเขา หนานกงเยี่ยนหยุดเดิน เขาเหล่มองนางแล้วก้าวถอยหลังหว่านหรงสะดุ้งผวา นางก้าวถอยหลังไปทันที หนานกงเยี่ยนยิ้มขำเขาหยุดก้าวถอยหลังแล้วเดินไปข้างหน้าต่อ หว่านหรงมองสามี มองเขาเดินห่างออกไปนางเดินตามเขาไป รักษาระยะห่างจากเขา หนานกงเยี่ยนเดินไปได้นิดหนึ่งก็หยุดเท้าก้าวถอยหลังอีก หว่านหรงผวา! นางก้าวถอยหลังทันทีหนานกงเยี่ยนหยุดเท้า เหล่มองนาง ยิ้มขำจนแทบจะหัวเราะออกมาเขาเดินก้าวไปข้างหน้าต่อ
หากบ่าวไพร่ได้มาเห็นภาพนี้พวกเขาคงประหลาดใจแน่ คนหนึ่งเดินนำหน้า เดี๋ยวหยุด เดี๋ยวถอยหลังอีกคนเดินตามเดี๋ยวหยุดเดี๋ยวถอยเช่นกัน ‘ไม่รู้ว่านายท่านกับนายหญิงเล่นอะไรกัน’ แต่คนที่คิดเช่นนี้ก็คือเจ๋อิที่นำอาภรณ์สตรีกลับมาจากด้านนอกเขาออกไปนำอาภรณ์มาให้นายหญิง กลับมาก็เห็นภาพเช่นนั้นช่างชวนให้สงสัยใคร่รู้จริงๆ เขาเห็นนายหญิงสวมอาภรณ์ของนายท่านชายเสื้อยาวลากพื้น แขนเสื้อก็ยาวเลยมือนายหญิงไปเยอะ เขาเห็นขากางเกงดูเหมือนจะถูกพับขึ้นไปทำให้นายหญิงดูเหมือนเด็กเล็กๆ ที่เอาอาภรณ์ของผู้ใหญ่ไปใส่อย่างไรอย่างนั้นช่างดูน่ารักน่ากอดมากทีเดียว เขามองนายหญิงครู่หนึ่งแล้วนำอาภรณ์นายหญิงไปไว้ในห้องนอน
หนานกงเยี่ยนเดินอมยิ้มไปจนถึงห้องโถงเขานั่งลงพลางหยิบตะเกียบมาคีบกับใส่ชามข้าวของนาง “มาๆ หรงเอ๋อร์”
หว่านหรงคว้าชามข้าวแล้วไปนั่งเสียห่างจากสามีมากนักนางนั่งลงกินข้าว รีบเคี้ยวรีบกลืน เพื่อที่จะได้รีบกลับห้องนอนไปไม่ต้องเห็นหน้าสามี ฮึ!
หนานกงเยี่ยนบอก “ค่อยๆกินก็ได้ ไม่มีใครแย่งเ้าหรอก”
“ข้าไม่ได้กลัวใครแย่งข้าไม่อยากเห็นหน้าท่านต่างหากล่ะ ฮึ!” หว่านหรงพูดแล้วคีบกับพุ้ยข้าวกินตุ้ยๆหนานกงเยี่ยนยิ้มอ่อนๆ ฮูหยินของเขาช่างน่าสนใจจริงๆ หึๆๆๆ...
Donate
เชิญบริจาคให้ไรท์ได้ทาง บัญชี ธ.กสิกรไทย
เลขบัญชี 084-3-79715-6
ชื่อบัญชี น.ส.แสงแข ช้วนใย
หรือทาง True Money wallet :098-651-1489
จะบริจาค 1 บาท 2 บาทก็ได้ค่ะ
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรท์เตอร์ได้ทาง
เพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : https://lin.ee/qEBuZvK
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ