ผมกระชับกระบอกไฟฉายในมือหนาแ่า ก้าวเท้าเปล่าเหยียบลงบนบันไดไม้สักชั้นสองทีละขั้นทีละตอนท่ามกลางความมืดสลัวโพล้เพล้ของโถงชั้นล่าง เสียงลมพายุฝนภายนอกพัดกระแทกบานหน้าต่างไม้ดังตึงๆ เป็ระยะ เสียงเคาะประตูด้านนอกหน้าเฉลียงบ้านเดี่ยวบานใหญ่ดังขึ้นอีกระลอกหนาหูสั่นระฆังประสาท ชายชราก้าวเดินระมัดระวัง ข้อเข่าส่งเสียงลั่นเบาๆ ในความเงียบ ยิ่งเดินลงมาข้างล่างไอหนาวเหน็บจากน้ำฝนก็ยิ่งปะทะผิวกาย แสงฟ้าแลบแปลบปลาบสะท้อนลอดบานเกล็ดหน้าต่างไม้เผยให้เห็นเฟอร์นิเจอร์โซฟาในห้องโถงใหญ่คล้ายสัตว์ร้ายยืนหมอบนิ่งในความสลัวราง
"ปังๆๆ...! พี่ชาญ! พี่ชาญอยู่หรือเปล่าคะ! เปิดประตูให้สมศรีหน่อยค่ะ!" เสียงะโแหลมดังฝ่าสายฝนเข้ามา ผมถอนหายใจยาวโล่งอกไปเปลาะหนึ่งเมื่อจำได้ว่าเป็เสียงของป้าสมศรี เพื่อนบ้านฝั่งตรงข้ามที่ชอบสอดรู้สอดเห็นและเอาใจใส่เื่ชาวบ้านเป็พิเศษนั่นเอง ไม่ใช่เอกลูกชายของผมที่ขับรถย้อนกลับมาแต่อย่างใด
ผมรีบก้าวลงบันไดไปที่หน้าประตูไม้สักบานใหญ่ แง้มประตูออกเล็กน้อยพอมองเห็นร่างของป้าสมศรีที่ยืนกางร่มกระดาษน้ำมันสีดำเปียกปอนละอองฝน ตัวหล่อนลุยน้ำนองเจิ่งบนทางเท้าจนผ้าถุงเปียกชุ่ม ในมือข้างหนึ่งของหล่อนหิ้วปิ่นโตเคลือบสีเหลืองโบราณและถุงพลาสติกใส่สมุนไพรอะไรบางอย่างส่งกลิ่นสมุนไพรร้อนๆ โชยออกมาปนกลิ่นดินชื้นและกลิ่นละอองพายุ
"อ้าว... มีอะไรเหรอแม่สมศรี ลุยฝนตกหนักขนาดนี้ข้ามฝั่งมาเคาะเรียกกลางดึกมีเื่ด่วนอะไรหรือเปล่า" ผมพยายามปรับโทนเสียงและจังหวะหายใจให้ราบเรียบปกติที่สุด ทว่าหัวใจข้างในอกกว้างยังเต้นตึกตักด้วยความตระหนกกลัวความลับรั่วไหลเพราะรอยััของสะใภ้ยังเด่นชัดในใจของชายชรา
ป้าสมศรีเขย่งปลายเท้ามองลอดไหล่ผมเข้ามาในบ้านเดี่ยว ท่าทางสอดรู้สอดเห็นของหล่อนทำเอาผมใจสั่นสะท้านระคนระแวงรังแค "ก็สมศรีเห็นรถเก๋งของเอกมันเลี้ยวกลับเข้ามาส่งพี่ชาญกับหนูแก้มแป๊บๆ แล้วมันก็ขับบึ่งฝ่าพายุฝนออกไปคนเดียวตอนหัวค่ำนี่คะ... สมศรีเห็นไฟในบ้านปิดสลัวเกือบหมดแต่ห้องนอนใหญ่ข้างบนเปิดไฟสว่างโร่เลยเป็ห่วง กลัวว่าพายุเข้าลมแรงฝนสาดแล้วพี่ชาญจะอยู่กันยังไง สะใภ้ก็เป็ผู้หญิงกลัวจะกลัวฟ้าร้องน่ะค่ะ เลยต้มน้ำขิงร้อนๆ ใส่ปิ่นโตมาให้ทานแก้หวัดจ้ะ แล้วก็เอาพวกยาหอมยาลมมาเผื่อด้วยจ้า เห็นว่าน้ำในคลองท้ายซอยเริ่มเอ่อล้นขึ้นมาบ้างแล้วด้วยนะพี่ ทางกรรมการหมู่บ้านเขากำลังคุยกันว่าจะตั้งคันกั้นน้ำชั่วคราวเพราะกลัวไหลท่วมบ้านเรือนแถบนี้จ้ะ แถมอาทิตย์หน้าเขาจะเรียกประชุมลูกบ้านเก็บเงินส่วนกลางเพิ่มอีกห้าร้อยบาทเพื่อลอกท่อระบายน้ำขุดลอกโคลนตมที่สะสมมาหลายปี สมศรีล่ะเบื่อกรรมการชุดนี้จริงๆ เลย ส่วนสามีของสมศรีก็ไม่ได้ความเลย นอนกรนอุตุไม่สนใจอะไรในโลกเลย สมศรีล่ะเหนื่อยใจจริงๆ เลยต้มน้ำขิงข้ามมาคุยกับพี่ชาญนี่แหละจ้ะ"
"อ๋อ... ขอบใจมากนะแม่สมศรี เอกมันมีงานด่วนระบบฐานรากปูนทรุดตัวที่สระบุรีน่ะ มันเลยต้องรีบขับรถขึ้นเหนือไปคุมหน้างานกะทันหัน ทิ้งปิ่นโตไว้นี่แหละเดี๋ยวฉันจัดการเอง ส่วนไฟข้างบนนั่นพอดีหน้าต่างกระจกมันรั่วซึมฝนสาดน่ะ ฉันเลยขึ้นไปเช็ดถูและอุดรอยรั่วเพิ่งเสร็จ เหงื่อท่วมตัวเลยเนี่ย" ผมโกหกคำโตกลบเกลื่อนร่องรอยเหนื่อยหอบจากการร่วมรักร่วมเสน่หากับลูกสะใภ้ในห้องน้ำอุ่นเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนอย่างเนียนๆ
ป้าสมศรีทำตาโตจ้องจับผิดใบหน้าของผมที่ยังแดงซ่านและมีหยดน้ำเกาะตามไรผม (ซึ่งเกิดจากน้ำฝักบัวอาบน้ำอุ่นร่วมรัก) "อุ๊ย! หน้าพี่ชาญแดงกล่ำเชียวค่ะ ไข้จะจับหรือเปล่าคะนั่น ลุยฝนทำหน้าต่างล่ะสิ อย่าลืมทานน้ำขิงอุ่นๆ นะคะพี่ชาญ แล้วก็สมศรีอยากเตือนไว้หน่อยค่ะ ่พายุเข้าลมฝนแรงฟ้าผ่าแบบนี้ แว่วๆ ว่ามีพวกมิจฉาชีพสามคนขับรถตู้สีขาวป้ายทะเบียนต่างจังหวัดแอบย่องเบาเข้ามาขโมยของบ้านท้ายซอยนู่นเมื่อวันก่อน ล็อกประตูลูกบิดลงกลอนแน่นๆ นะพี่ชาญ สมศรีเป็ห่วงจ้ะ สองคนพ่อผัวลูกสะใภ้อยู่บ้านเดี่ยวหลังใหญ่กันตามลำพังมันอันตรายนะพี่ มีข่าวเื่คนแปลกหน้ามาวนเวียนแถวปากซอยด้วย"
"เออๆ... ฉันล็อกกลอนแ่าดีแล้วล่ะ ขอบใจแกมากนะแม่สมศรี รีบกลับเข้าบ้านเถอะฝนเริ่มหนาเม็ดขึ้นมาอีกระลอกแล้วขับลมแรงด้วย" ผมกล่าวรีบดึงปิดล็อกกุญแจประตูบานใหญ่ทันทีเพื่อตัดรำคาญป้องกันสมศรีส่องสายตาเข้ามามากกว่านี้
ผมยืนพิงบานประตูไม้สักสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ระงับความกังวลระคนระแวง ป้าสมศรีคงไม่ได้แอบจับพิรุธความสัมพันธ์ต้องห้ามของผมกับแก้มหรอกนะ... หล่อนชอบสอดส่องแต่คงคิดไม่ถึงว่าพ่อผัวกับลูกสะใภ้จะทำเื่บัดสีกันบนที่นอนใหม่ในบ้านเดี่ยวรังรักหลังนี้
ผมก้าวเดินถือปิ่นโตปิ่นโตน้ำขิงร้อนๆ ขึ้นบันไดกลับมาที่ห้องนอนใหญ่ แก้มที่สวมเสื้อนอนสายเดี่ยวสีอ่อนคลุมโปงอยู่บนเตียงนอนใหญ่พ้นผ้าห่มออกมารอคอยด้วยใบหน้ากังวลสุดชีวิต "คุณพ่อคะ... ป้าสมศรีเหรอคะ... หล่อนเห็นอะไรหรือเปล่าคะคุณพ่อแก้มกลัวจังเลยค่ะ... ถ้าหล่อนสงสัยขึ้นมาแก้มคงหนีหน้าคนในหมู่บ้านไม่พ้นแน่ๆ"
ผมทรุดตัวลงนอนข้างๆ ดึงร่างบางอวบอัดของสะใภ้เข้ามาโอบกอดรัดแ่า แกะฝาปิ่นโตตักน้ำขิงร้อนจัดสีเหลืองเข้มส่งกลิ่นเผ็ดร้อนโชยฟุ้งเทใส่ถ้วยเล็กส่งให้เธอดื่ม "ดื่มน้ำขิงอุ่นๆ ซะก่อนเถอะแก้มจ๋า ร่างกายจะได้อบอุ่นขึ้นมาบ้าง ป้าสมศรีหล่อนไม่ได้สงสัยอะไรหรอก หล่อนแค่เตือนเื่ขโมยขโจรและเอาปิ่นโตมาส่งเฉยๆ หล่อนไม่มีทางเดาความจริงในใจของเราได้หรอกคนดีของพ่อ"
แก้มรับถ้วยน้ำขิงไปดื่มทีละอึกช้าๆ ไอความร้อนและรสเผ็ดร้อนช่วยปลุกผิวเนื้อของเธอให้มีสีชมพูระเรื่อชวนมอง เธอยื่นถ้วยแบ่งให้ผมดื่มด้วยอารมณ์เสน่หาก่อนจะสะอื้นไห้ซบหน้าลงกับอกอุ่นกว้างของผม หยาดน้ำตาอุ่นไหลรินเปียกชื้นหน้าอกเรียวบางของพ่อยผัว "คุณพ่อคะ... แก้มรู้สึกผิดบาปต่อเอกเหลือเกินค่ะ เอกรักและดีกับแก้มมาก... แต่แก้มก็รักและเสพสมร่างกายของคุณพ่อจนขาดไม่ได้แล้วค่ะแก้มควรทำยังไงดี... ่เวลาที่เอกไม่อยู่เอาแต่ทำงานต่างจังหวัด ทิ้งให้แก้มเหงาเปล่าเปลี่ยว in บ้านหลังนี้ ต้องนั่งมองหน้าต่างดูสายฝนตกเปรอะกระจกคนเดียวอย่างโดดเดี่ยวประหนึ่งแม่หม้าย มีแต่คุณพ่อที่คอยดูแลซ่อมแซมสิ่งของและพูดคุยโอบอ้อมอารีกับแก้ม คอยซับน้ำตาซับเหงื่อให้แก้มจนแก้มใจอ่อนยอมตกเป็ของคุณพ่อ... ถ้าเอกรู้เื่นี้อนาคตเราสองคนพังพินาศแน่ๆ เลยค่ะคุณพ่อ... ทุกวันนี้แก้มมองสบตาเอกตรงๆ แทบไม่ได้เลยค่ะ มันมีความอึดอัดแน่นอยู่ในอกตลอดเวลา เหมือนแก้มทรยศคนรักที่ไว้ใจแก้มที่สุด"
ผมกระชับอ้อมแขนรัดสะโพกอวบกลมกลึงลูบไล้ไหล่มนเพื่อปลอบประโลม "พ่อเข้าใจแก้มดีนะลูก พ่อเองก็เป็คนผิดเต็มประตู พ่อทรยศลูกชายของตัวเองเพื่อกามตัณหาและสิเหน่หากับหนู แต่จะให้พ่อปล่อยมือจากแก้ม พ่อก็ทำไม่ได้แล้ว พ่อรักแก้มเหมือนเมียของพ่อคนหนึ่ง... ความผิดบาปทั้งหมดนี้ ขอให้พ่อเป็คนแบกรับมันไว้คนเดียวเถอะนะลูกแก้มจ๋า พ่อสัญญาจะไม่มีวันปล่อยให้เื่นี้ทำร้ายแก้มแน่นอน"
"ชู่ว... เงียบเถอะแก้มจ๋า... ตราบใดที่เราสองคนล็อกเก็บความลับตราบาปนี้ไว้ในส่วนลึกของสองเราจนวันตาย เอกไม่มีวันรู้เื่นี้แน่นอน พ่อจะปกป้องดูแลแก้มเองนะลูก นอนเถอะนะคนดี" ผมกระซิบปลอบประโลมจูบหน้าผากมลเบาๆ ประคองร่างบางกอดกระชับแน่นท่ามกลางสายฝนที่สาดหน้าต่างกระจกเปาะแปะชื้นเย็น แสงสว่างจางๆ จากฟ้าแลบสะท้อนลอดม่านมองเห็นคราบน้ำตาเปื้อนสองข้างแก้มของสะใภ้คนสวยชวนเสน่หายิ่งขึ้น
ทันใดนั้นเอง... ท่ามกลางเสียงพายุลมกระโชกแรงและเสียงฟ้าร้องะเิลั่นสนั่นกึกก้องฟ้าผ่าเปรี้ยงเสียงดังเลื่อนลั่นะเืปูนสังกะสีโรงรถอย่างรุนแรงน่ากลัว!
"เปรี้ยง... ครืนๆๆ... พรึบ!"
ไฟฟ้าภายในบ้านเดี่ยวสองชั้นหลังใหญ่ดับพรึบลงกะทันหัน ความมืดมิดดำมืดสนิทโอบคลุมกะทันหันไร้ซึ่งแสงสว่างใดๆ เครื่องปรับอากาศหยุดทำงานทันทีทิ้งไว้เพียงความเงียบและลมพายุฝนฟ้าคะนองที่กระหน่ำซัดสาดอยู่นอกหน้าต่างเหล็กดัด ความชื้นและไออ้าวจากภายนอกเริ่มคืบคลานเข้าห้องสลัว แก้มใสุดขีดอุทานร้องวายสะดุ้งสุดตัวลอยขึ้นมาเบียดกอดซบสะโพกแขนขาเกี่ยวรัดร่างหนาของผมไว้แ่าประหนึ่งเป็เกาะป้องกันภัยเพียงหนึ่งเดียวในโลกมืดมิดที่เหน็บหนาวและน่าเกรงขามยามนี้!
ผมเอื้อมมือเปิดสวิตช์ไฟฉายในมือ ลำแสงสีขาวพุ่งกระทบเพดานห้องนอนใหญ่สลัวๆ เกิดเงาทอดยาวเป็รูปกิ่งไม้ไหวตามแรงลมนอกหน้าต่าง บรรยากาศร้อนอบอ้าวชื้นปนความหนาวสั่นของสะใภ้ที่เนื้อตัวสั่นเทาอยู่ข้างตัว ชาญโอบประคองแผ่นหลังบอบบางของเธอ ร่างกายนุ่มชื้นเหงื่อระริกััเนื้อตัวของผมอีกครั้ง ค่ำคืนนี้ในความมืดที่ดับสนิทไม่มีใครรับรู้ ไม่มีกล้องวงจรปิด ไม่มีป้าสมศรีคอยจ้องมอง มีเพียงโลกส่วนตัวที่มีแค่พ่อผัวกับลูกสะใภ้สองคนเท่านั้น
"คุณพ่อคะ... ร้อนจังเลยค่ะ... แต่แก้มก็หนาวและกลัวเสียงฟ้าร้องด้วย..." แก้มกระซิบเบาแ่หวิวไหว ช้อนดวงตาฉ่ำวาวมองแสงไฟสะท้อนบนใบหน้าของเธอ อกคู่โตกระเพื่อมไหวเบียดชิดติดหน้าอกของผม
ความมืดสนิทและอารมณ์เสน่หาเย้ายวนปะทุขึ้นมาอีกระลอกใหญ่ บดบังความกลัวเื่ภัยพายุขโมยและเื่แบล็คเมล์ไปจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงแรงดึงดูดทางเพศที่ต้านทานไม่ได้ของคนสองคนที่ร่วมบาปเสน่หากลางดึกสงัดในบ้านหลังใหญ่หลังนี้!