แสงตะเกียงเริ่มถูกจุดขึ้นทั่วหมู่บ้านชุนเทียนลามต่อมาตามเส้นทางสู่หุบเขา แต่ละิญญาเริ่มแยกออกจากร่าง และทุกคนกลับคืนรูปเดิม ใบหน้ายิ้มแย้มและเปี่ยมสุข บรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยชีวิตบรรยากาศที่ห้อมล้อมไปด้วยความปิติ เสียงหัวเราะ ความยินดี และเปี่ยมสุข เสียงสรวลเฮาฮาของผู้คนทั้งจากภพมนุษย์ภูติ ุ์ เดรัจฉานิญญา และอื่นๆ ที่ถูกคำสาปให้ติดอยู่ที่หมู่บ้านต้องสาปแห่งนี้เริ่มดังก้องเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความยินดีนี้
แสงสว่างและเสียงโห่ร้องสะกิดให้เ้าวั่งซูหยุดเป่าซวินดำสิบสองซุ่น และหันมาทาง ฮวาเฟยฟา “เฟยเฟยที่หมู่บ้านเริ่มสว่างหมดแล้ว ข้าได้ยินเสียงงานเลี้ยงเฉลิมฉลองข้าอยากไปเห็นผู้คนที่นั่น พวกเราไปกันเถอะ” เ้าวั่งซูเอ่ยชวนเร่งรีบ
ฮวาเฟยฟาหยุดนิ้วเรียวสวยและเงยหน้ามองเ้าวั่งซูยิ้มอ่อนโยน “สิ่งที่เ้าอยากไปชมที่สุดคงเป็สุราดอกซ่างฮัวหลัวสินะ”
“ฮ่าๆๆๆ!เ้าช่างรู้ใจข้า แม้สุราที่ดีที่สุดของข้าต้องเป็สุราจาก ดอกมฤตยูดำที่เรือนสกุลเ้าของข้าปลูก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้จริงๆว่าสุราที่ทำจากดอกซ่างฮัวหลัวที่กำเนิดในหมู่บ้านของพวกเรานั้น รสชาติสีสันม่วงอำพัน และคุณสมบัติในการกระตุ้นเร้าิญญาช่างน่าอัศจรรย์ เหมือนว่าตัวหลานหลี่เซ่อ คนบ่มสุรานั่นคือต้นไม้แห่งชีวิตของจริงเองยังไงยังงั้น”เ้าวั่งซูกล่าวปนสงสัยเล็กน้อย
“ข้าก็ไม่แน่ใจเื่ความเป็มาของเค้าส่วนสุราดอกซ่างฮัวหลัวนั้นทำมาจากดอกซ่างฮัวหลัวที่บานในฤดูน้ำค้าง่สั้นในยามที่เสียงสวดดังขึ้นของปี ดอกซ่างฮัวหลัวจะผลิบานรอเก็บไปวางเรียงที่แท่นสวดเพื่อรับไอพลังในการเยียวยาจากบทสวดโคลงเจี๋ยหยี่ และเมื่อเสียงสวดจบลงดอกซ่างฮัวหลัวที่ยามปกติเป็สีม่วงนั้นจะเปล่งประกายระยิบระยับเหมือนฉาบไปด้วยเรือนกากเพชร และมันจะถูกนำไปบรรจุลงในไหเติมน้ำจากแม่น้ำที่มีต้นสายมาจากต้นไม้แห่งชีวิต ที่ให้กำเนิดโดยหลานหลี่เซ่อและนำไปเพาะบ่มใต้ต้นไม้แห่งชีวิต ผู้รักษาจิติญญาแห่งป่าในกระจกพืชพันธุ์
ว่ากันว่าสถานที่ในกระจกถูกจำลองขึ้นเพื่อประสงค์ในการเรียนรู้ให้แก่ผู้ฝึกตนเป็การดึงภาพและสถานที่จำลองมาจากภพพืชพันธุ์ต้นไม้แห่งชีวิตคือใจกลางสำคัญในการให้กำเนิดพืชพันธุ์ทั้งภพว่ากันว่าต้นไม้แห่งชีวิตของจริงนี้มีสายรากแทรกกระจายชอนไชด้านล่างและให้กำเนิดทุกสรรพสิ่งในภพภูมิพืชพันธุ์ต้นไม้ใหญ่น้อยล้วนมีชีวิตมีิญญาตั้งอาศัยเป็เผ่าพันธุ์ที่ถูกใส่ิญญาโดยต้นไม้แห่งชีวิตแต่ในกระจกพืชพันธุ์นั้นไม่สามารถทำแบบจำมาลองให้ต้นไม้แห่งชีวิตมอบพลังงานให้สรรพสิ่งเพียงแต่เป็การทำให้สรรพสิ่งดูราวกับมีชีวิตด้วยพลังิญญาของปรมาจารย์กระจกพืชพันธุ์
หลานหลี่เซ่อผู้ที่ได้ชื่อว่าถือกำเนิดมาจากเมล็ดพันธุ์ต้นไม้แห่งชีวิตและถูกสลัดออกจากจากภพภูมิพืชพันธุ์กระเด็นกระดอนมายังภพภูมิมนุษย์ก็ด้วยแรงะเิครั้งนั้นแต่ไม่มีใครรู้ความจริงแน่ชัด เพียงแต่ว่าเขามีความสามารถในการชุบชีวิตให้ชีวิตแก่พืชพันธุ์ แค่นั้นก็ทำให้เค้าได้รับตำแหน่งปรมาจารย์ด้านนี้มาจนณ ตอนนี้
และหน้าที่อีกอย่างที่หลานหลี่เซ่อ ต้องทำคือนำไหสุราดอกซ่านฮัวหลัวที่ผ่านพิธีกรรมฝังลงใต้ต้นไม้แห่งชีวิตที่จำลองและตื่นด้วยพลังจักราในกายเค้าต้นไม้แห่งชีวิตจะเชื่อมเข้ากับสุราทุกไหที่ฝังลงดินและกักบ่มเพิ่มพลังแห่งชีวิตและธรรมชาตลงในสุราทุกไหเป็เวลาข้ามปีมาเหล่าสุรานั้นก็จะถูกลำเลียงออกแจกจ่ายแก่ผู้คนตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนแห่งการชะล้างและก็จะนำดอกซ่างฮัวหลัวที่ผลิออกใหม่ไปทำพิธีหมุนไปมาแบบนี้ทุกๆ ปี”ฮวาเฟยฟาเล่าประวัติยาว
“นั่นก็แสดงว่าพลังในการเร้าิญญาที่เกิดขึ้นในสุราดอกซ่านฮัวหลัวนั้นไม่ได้มาจากต้นไม้แห่งชีวิตแต่เป็พลังจักราที่ได้มาจากต้นไม้แห่งชีวิตใส่ลงไปสรุปเป็พลังต้นไม้แห่งชีวิต หรือ พลังจากหลานหลี่เซ่อ กันแน่” เ้าวั่งซูพูดเกาคางสงสัย
“แต่ช่างเถอะข้าว่าตอนนี้พวกเราไปหาหลานหลี่เซ่อและไปขอสุรานั่นมากินก่อนเลยดีไม๊ข้าไม่อยากรอจนกระทั่งมันถูกลำเลียงลงไปหมู่บ้านมันนานเกินไป” เ้าวั่งซูพูดพร้อมตวัดลิ้นที่ปาก เมื่อนึกถึงว่าเค้าจะได้เป็คนแรกของหมู่บ้านและปีนี้ที่จะได้ชิมสุราดอกซ่านฮัวหลัว
ฮวาเฟยฟาหันมองยิ้มอ่อนโยน และพยักหน้าตอบรับ ทั้งสองเดินต่อและแวะพักบริเวณสำนักพืชพันธุ์และเรียกหา ปรมาจารย์แห่งกระจกพืชพันธุ์
“ปรมาจารย์หลานหลี่เซ่อท่านอยู่ไม๊ ข้าเ้าวั่งซู และ ฮวาเฟยฟาจะมาขออนุญาตรับไฟสุราเพื่อนำไปแจกจ่ายที่หมู่บ้าน” เ้าวั่งซู พูดเ้าเล่ห์ และอมยิ้ม
ไม่มีเสียงตอบรับจากด้านในกลับออกมา
“งั้นข้าขอ.......”เ้าวั่งซูหยุดคิด หันมาหาฮวาเฟยฟาทำเอานิ้วป้องปากให้เงียบเสียง และจับมือลากดึงไป ฮวาเฟยฟาอ้าปากจะตักเตือนห้ามแต่ถูกวั่งซูจับมือกระชากเดินอ้อมไปด้านหลังสำนัก ตรงผ่านความสว่างของแสงตะเกียงแม้ที่นี่จะเงียบสงบและไร้ผู้คน แต่เสียงสวด เสียงผู้คนเฉลิมฉลองจากหมูบ้านก็ดังกระหึ่มมาทั่วหุบเขาเ้าวั่งซูจับมือฮวาเฟยฟาไม่ปล่อยและลากผ่านเส้นทางรกชัฏเข้าสู่ด้านหลัง และตรงไปเห็นถ้ำหินผาด้านหน้า
“ที่นี่ไง!ที่เก็บสุรา!” เ้าวั่งซูหันมาอมยิ้มดีใจให้เฟยฟา
“เรารีบไปกันเถอะ”พูดจบก็จับมือฮวาเฟยฟาแน่น และกระชากไปทางถ้ำม่านน้ำตก ฮวาเฟยฟาจะอ้าปากพูดก็ไม่ทันต่อแรงกระชากมือ และเดินตามไปจนถึงปากถ้ำ เมื่อทั้งสองเดินเข้าไปก็พบบ่อน้ำ ที่มีแสงสะท้อนวิบวับทำให้ภายในถ้ำนั้นสว่างบรรยากาศปกคลุมด้วยเถาวัลย์นานาพันธุ์ บริเวณกลางบ่อน้ำมีกระจกบานใหญ่ตั้งตระหง่าน
“นั่นไง!กระจกพืชพันธุ์ ทางเข้าสู่ต้นไม้แห่ง่ชีวิตและ และ.....” “
เ้าวั่งซูที่ยังไม่ปล่อยมือฮวาเฟยฟาแต่กลับกุมแน่นขึ้นหันมายิ้มเ้าเล่ห์และลากฮวาเฟยฟาไปต่อเพื่อเข้ากระจกไปดื่มสุราดอกซ่างฮัวหลัวไหแรกของปีนี้เมื่อทั้งสองผ่านกระจกเข้าไปก็พบโลกที่เปลี่ยนไปพืชไม้ดอกไม้นานาพันธุ์มากมายเรียงร้อยมีชีวิต
“โห!ที่นี่ช่างงดงามเกินกว่าจะบรรยาย” เ้าวั่งซูเอ่ยปากอ้าตาตะลึง
“เ้าคงไม่ถือถ้าข้าจะขอมือข้าคืน”ฮวาเฟยฟาเอ่ยสุภาพ
“มือ!!อ๋อ! เอ้ย! ได้สิ! ข้าไม่ตั้งใจ!” เ้าวั่งซูมองมือที่จับกันแน่นของตัวเอง และฮวาเฟยฟา ก็รีบส่งมือคืนให้ และแก้ตัวร้อนรน ฮวาเฟยฟาอมยิ้ม “ถ้าเ้ายังอยากจะเอามือข้าไปจับถือไว้อีกเมื่อไหร่ข้าก็ยินดีเสมอนะ” ฮวาเฟยฟา พูดแซวมองเ้าเล่ห์
“เอ่อ!ข้า! ข้า! ไม่!” เ้าวั่งซูเขิลจะปฏิเสธ
“ดูนั่นสิทางที่กลุ่มผีเสื้อบิน ข้าเคยได้ยินว่าเหนือต้นไม้และลำธารแห่งชีวิตจะมีผีเสื้อบินล้อมรอบมิขาด เพราะในเหล่าสรรพสิ่งผีเสื้อเป็หนึ่ง ที่ได้ชื่อว่าเป็ “ยมฑูติผู้นำทุกดวงิญญา”ดังนั้นข้าว่าตามพวกมันไป” พูดเสร็จ ฮวาเฟยฟาก็เหาะมุ่งตรงตามกลุ่มผีเสื้อที่บินไป
“ได้!รอข้าด้วย! เฟยเฟย อะไรกันคิดจะไปก็ไปคนเดียวไม่รอข้ารู้งี้ข้าจับมือไว้ให้มั่นไม่น่าปล่อยไป” พูดตัดพ้อเสร็จเ้าวั่งซูก็รีบเหาะตามไป
“นั่น!ตรงด้านหน้านั่น มีน้ำตก และ นั่น!ต้นไม้ใหญ่ที่เปล่งแสงอยู่ด้านหน้าม่านน้ำตกนั่น ต้องเป็” ฮวาเฟยฟามองไกล และะโบอกเ้าวั่งซูที่บอกตามมา ทั้งคู่ะโลงริมลำธารมองไปด้านหน้าเป็ต้นไม้ใหญ่โตที่สุดเท่าเคยเห็นมา ด้านหลังคือม่านน้ำตก และ..........
“นั่น!ดูนั่นสิ!” เ้าวั่งซู ชี้ลงไปใต้น้ำ เรียกให้ฮวาเฟยฟาดูเส้นสายรากจากต้นไม้แห่งชีวิตมากมายแตกแขนง สะท้อนแสงสีน้ำเงินเหมือนมันกำลังลำเลียงส่งพลังให้ทุกสิ่งในกระจกพืชพันธุ์แห่งนี้
“ไหนผู้คนว่าหลานหลี่เซ่อ สามารถแค่ทำให้เหล่าสรรพสิ่งในกระจกพืชพันธุ์นี้มีชีวิตแต่ไม่สามารถสร้างให้มันให้ชิวิตแก่กันได้ เหมือนต้นภพพืชพันธุ์จริงๆ แล้วนี่ทำไม”ฮวาเฟยฟาเอ่ยสงสัย “ถ้าเ้าจะเอาสุรา เ้าก็ไปเอาเถอะข้าเชื่อว่ามันถูกฝังกลบอยู่ใต้ดินลำธารน้ำตกแห่งนี้แหล่ะ” ฮวาเฟยฟาบอกเ้าวั่งซู
“ได้งั้นพวกเรารีบไปกันเถอะ” เ้าวั่งซู่ะโเตรียมพร้อมะโ หันไปทางฮวาเฟยฟากลับนั่งลงใต้ต้นไม้ริมน้ำต้นไม้ต้นนั้นใหญ่โตแผ่กิ่งก้านคล้ายต้นไม้แห่งขีวิตกลางน้ำนั่นแสดงว่าอาจจะเป็ลูกหลานที่แตกแขนงออกมา
“ที่นี่ คือที่ที่เราเคยมาด้วยกันที่ต้นไม้แห่งชีวิต ลำธารแห่งชีวิต และ สุราดอกซ่างฮัวหลัว”เสียงจากใครสักคนแวบมาในความคิดเ้าวั่งซู