รอบกายสตรีงามชุดเรียบคนนั้นมีแสงจ้าพลุ่งพล่านออกมาห่อหุ้มร่างของนางอยู่นางตั้งใจอยากรีบเข้าไปช่วยตู้เซ่าฝู่
ทุกอย่างที่เกิดขึ้นผ่านไปอย่างรวดเร็วมากพลังทำลายล้างที่เกิดทำให้ยอดเขาบริเวณในเทือกเขาอสุรกายรอบๆบริเวณนั้นเอนเอียงและหักพังลงมา พลังนี้กลืนกินสิ่งรอบๆ จนสูญสลายผืนปฐียังคงเกิดรอยแยกขึ้นเรื่อยๆ และแตกลึกลงไปราวกับจะยุบลงไปถึงอเวจี
เหยี่ยวั์ปีกทองและปีศาจหงส์เพลิงม่วงต่างเลือกที่จะะเิตัวเองพวกมันเลือกที่จะใช้ลมปราณเฮือกสุดท้ายในการสังหารอีกฝ่ายให้ตายไปร่วมกันด้วยสายเืและความฉลาดของอสูรั์ของสองตัวนั้นพวกมันต่างไม่อยากทิ้งร่างของตนให้ผู้อื่นมาย่ำยีใช้ประโยชน์จึงเลือกที่จะะเิตัวเองดีกว่าให้ผู้อื่นนำสิ่งล้ำค่าในตัวของมันไปใช้สกัดหรือหลอมเป็สมบัติต่างๆ นานาเช่นนั้นไม่ใช่เพียงแต่ทำให้ตนเองต้องอับอายแต่เป็การผิดต่อสายโลหิตของสายสกุลของมันด้วย ดังนั้นอสูรระดับสูงเมื่อพวกมันตระหนักได้ว่าตนเองกำลังจะดับสูบ มักจะเลือกที่จะะเิตัวเองเพี่อที่จะไม่ให้ผู้ใดมาคิดมิดีมิร้ายกับร่างของมัน
สตรีงามชุดเรียบเหาะลอยมาเหยียบบนผืนดินที่ถล่มเป็ซากพยายามมองหาตู้เซ่าฝู่แต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงา ชัดเจนว่าพลังทำลายล้างอันรุนแรงแสนสาหัสเมื่อสักครู่ วงรัศมีอยู่ใกล้ตู้เซ่าฝู่มากจนคิดว่าเขาไม่น่าสามารถต้านทานใดๆ ได้เลย เกรงว่าเขาคงะเิเป็ซากผุยผงพร้อมกับเหยี่ยวั์ปีกทองและปีศาจหงส์เพลิงม่วงไปแล้ว
“สุดท้ายเป็ข้าเองที่ทำให้เ้ามีจุดจบเช่นนี้ข้าเองคงไม่มีหน้าไปพบเขาแล้ว ช่างเถิด ที่แห่งนี้คงไม่ใช่ที่ที่เหมาะกับข้า”
สตรีงามชุดเรียบยื่นนิ่งสายตาเหม่อลอยมองดูพื้นที่ที่ว่างเปล่าไปทั้งแถบั์ตาของนางดูเศร้าหมอง ผ่านไปสักครู่ ชุดราบเรียบของนางก็เริ่มพลิ้วไหวเบาๆจากนั้นร่างก็เหินลอยบนเวหา จากนั้นก็หายวับไปในทันใด
ณที่ห่างไกล บนยอดของต้นไม้ที่สูงตระหง่านฟ้าต้นหนึ่งหญิงชราและสาวน้อยชุดนักสู้ที่ท่าทางดั่งพรายสาวมองลงมาดูเศษซากพื้นที่บริเวณนั้นกล่าวด้วยความเสียดาย “นึกไม่ถึงว่าเ้าเหยี่ยวั์ปีกทองกับเ้าปีศาจหงส์เพลิงม่วงต่างร้ายกาจเพียงนี้สุดท้ายเลือกที่จะะเิตัวเองพลีชีพไปด้วยกัน ทำให้ทุกอย่างพังทลายสูญสิ้นหากได้โลหิตสกัดและกระดูกหายากของเหยี่ยวั์ปีกทองกับปีศาจหงส์เพลิงม่วงมาพร้อมกันคงทำให้เ้ามีความสามารถเหนือชั้นและโดดเด่นกว่าใครๆ ในยุทธจักรน่าเสียดายที่ต้องพลาดโอกาสที่ดีเช่นนี้ไป”
เด็กสาวชุดนักสู้ท่าทางเหมือนพรายคนนั้นไม่ได้กล่าวอะไรตอบกลับไปดวงตาสองข้างเริ่มชุ่มด้วยหยาดน้ำตา จากนั้นสักครู่นางเอ่ยถามหญิงชราที่อยู่ข้างกายนางว่า “ท่านอาจารย์เด็กวัยรุ่นคนนั้นเขาตายแล้วหรือ?”
“แหงสิ ตายอย่างแน่นอนเหยี่ยวั์ปีกทองกับปีศาจหงส์เพลิงม่วงะเิตัวเองพลังทำลายล้างรุนแรงน่าสะพรึงกลัวเช่นนั้นอาจารย์ของเขาก็ช่วยเขาไว้ไม่ทัน” หญิงชราคนนั้นกล่าวเมื่อทราบว่าเหยี่ยวั์ปีกทองกับปีศาจหงส์เพลิงม่วงจะะเิตัวเองแม้กระทั่งตัวนางเองยังต้องรีบหนี ทว่าหญิงงามชุดเรียบนางนั้นยังกล้าพุ่งเข้าไปนี่ก็พิสูจน์ได้แล้วว่าจอมยุทธหญิงคนนั้นแข็งแกร่งกว่านางยิ่งไปกว่านั้นนางรู้สึกได้ก่อนหน้าแล้วว่าสตรีนางนั้นกำลังาเ็อยู่มิเช่นนั้นละก็ ตอนที่ประมือกันนางคงย่ำแย่ และไม่สามารถต่อกรได้เลย
“เขาช่วยชีวิตข้า มิเช่นนั้นเขาก็คงไม่ต้องตาย และข้าก็คงเอาชีวิตไม่รอด”หญิงสาวนางนั้นเอ่ยเบาๆ นางรู้ว่า หากเด็กหนุ่มคนนั้นไม่ช่วยนางคนที่ตอนนี้ไม่รอดต้องเป็นางแน่นอน
“พวกเราควรไปได้แล้ว”
หญิงชรานางนั้นไม่ได้พูดอะไรต่อหันไปมองบริเวณรกร้างจากพลังะเิอีกครั้งจากนั้นก็พาเด็กสาวที่เป็ศิษย์ของนางเหาะไปบนฟ้า
ณเมืองสือเฉิง ยามตะวันใกล้อัสดงทางทิศประจิมเกิดเป็แสงสีแสดราวกับนภาโชกด้วยโลหิต
ณบ้านสกุลตู้ ตู้เจิ้นอู่เดินวนไปวนมาด้วยท่าทางร้อนใจ สีหน้าเคร่งเครียดจนสุดท้ายเขาก็หยุดเดิน มองหน้าตู้จื้อสยงพลันกล่าวว่า “นี่ก็หลายวันมาแล้วเหตุใดจึงยังไม่ได้ข่าวคราวใดๆ ของเซ่าฝู่เลย ไม่มีเบาะแสใดๆ เกี่ยวกับเขาเลยหรือ?”
ตู้จื้อสยงสีหน้าซีดดูอ่อนแรงราวกับว่าไม่ได้พักผ่อนมาหลายวัน เขาตอบตู้จื้อสยงกลับไปว่า“พยายามสืบเสาะอย่างเต็มที่แล้ว ยังคงไม่ได้รับข่าวคราวใดๆบ้านสกุลอื่น่นี้ก็ไม่ได้ติดต่ออะไรกับบุคคลภายนอกเมืองยิ่งไปกว่านั้น่นี้ที่เขาอสุรกายเกิดขบวนอสูรออกมาอาละวาดถึงสองครั้งกลุ่มนักล่าอสูรหลายกลุ่มประสบภัยร้ายที่ไม่คาดคิดคนที่เหลือรอดได้ก็ทยอยหนีเข้ามาในเมืองกันอยู่ ่เวลานี้ไม่มีผู้ใดกล้าย่างกรายเข้าไปในบริเวณเทือกเขาอสุรกายหรอก”
“เื่ของเทือกเขาอสุรกาย่นี้ก็ปล่อยไปก่อนที่สำคัญในขณะนี้คือการหาเซ่าฝู่ให้พบ”
ตู้เจิ้นอู่ขมวดคิ้วจากนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย แล้วกล่าวว่า“เื่ขบวนอสูรในแนวเขาอสุรกายที่เกิดขึ้นถือเป็เื่ไม่ปกติอาจเพราะมีการแย่งชิงสมบัติกัน ท่านก็ระวังเื่นี้ไว้สักหน่อยด้วยอย่างน้อยพวกเราก็ไม่ควรปล่อยให้บ้านสกุลอื่นฉวยโอกาสจากมันไปได้ ”
“ข้าเข้าใจ ส่งคนไปตรวจสอบและเฝ้าระวังไว้แล้ว” ตู้จื้อสยงพยักหน้าจากนั้นเอ่ยว่า “เมื่อคืนขบวนอสูรออกมาเพ่นพ่านใกล้เมืองสือเฉิงแต่ดีที่ท่านนั้นคำรามส่งเสียงสนั่นออกมาขู่ไล่ขบวนอสูรที่จะมาเข้าใกล้ดังนั้นขบวนอสูรจึงไม่บุกเข้ามาอาละวาดทำลายเมืองสือเฉิงมิเช่นนั้นขณะนี้คงเกิดภัยร้ายอันรุนแรงเป็อย่างแน่”
“ท่านนั้นในตำนานช่วยปกปักรักษาเมืองสือเฉิงมานานแล้วหากไม่มีบารมีความน่าเกรงขามของท่านนั้นช่วยคุ้มครองพวกบ้านสกุลนั้นคงเริ่มเคลื่อนไหวอะไรนานแล้วหากท่านนั้นของเมืองพวกเราไม่อยู่แล้ว ทั้งเมืองสือเฉิงคงไม่สงบบ้านสกุลเยี่ยคงประสบปัญหาก่อนเป็กลุ่มแรก”
ตู้เจิ้นอู่ขมวดคิ้วเล็กน้อยจากนั้นเอ่ยเสียงเบาว่า“ได้ยินว่านางหนูของบ้านสกุลเยี่ยคนนั้น่นี้มาสนิทกับลูกหลานของหลายบ้านสกุล รวมถึงเด็กๆของบ้านสกูลตู้ของพวกเราด้วย เป้าหมายที่แท้จริง น่าจะคือการหาพรรคพวกหากในเมืองเกิดภัยร้ายขึ้น บ้านสกุลเยี่ยก็้าสหายมาเป็พันธมิตร”
“พี่ใหญ่ เช่นนั้นพวกเราควรทำอย่างไรดี?” ตู้จื้อสยงกล่าว
“จับตาเฝ้าดูเหตุการณ์ว่าจะเป็อย่างไรค่อยว่ากัน”
ตู้เจิ้นอู่มองตู้จื้อสยงจู่ๆ ก็เปลี่ยนหัวข้อสนทนา เอ่ยถามว่า “เื่ของเซ่าฝู่แจ้งไปทางน้องสามแล้วหรือยัง?”
ตู้จื้อสยงส่ายหน้าพร้อมกล่าวว่า “หลายวันมานี้ไม่เห็นน้องสามเลยคาดว่าคงหนีไปเตร็ดเตร่หาอะไรทำแก้เครียดที่ไหนแล้ว”
“ไม่รู้ว่าเมื่อปีนั้นที่ตระกูลหลักเกิดเหตุการณ์อันใดขึ้นจึงทำให้น้องสามที่เคยสง่าและองอาจกลายเป็สภาพเช่นนี้ข้าที่เป็พี่ใหญ่ช่างไม่ได้เื่เลยเสียจริง ไม่สามารถช่วยอะไรเขาได้เลย ตอนนี้แม้กระทั่งบุตรชายของเขาข้าก็ยังดูแลให้ดีไม่ได้”ตู้เจิ้นอู่พูดไปพร้อมกับมีน้ำตาจางๆ คลอเบ้า
“พี่ใหญ่ ท่านอย่าโทษตัวเองเลย ข้าจะพยายามหาเซ่าฝู่สุดความสามารถ”ตู้จื้อสยงเองก็รู้สึกผิด เขาได้พยายามหาสุดกำลังแล้วทว่าก็ไม่พบร่องรอยใดๆ ผลลัพธ์ของการหาต่อจากนี้ เขาเองก็รู้สึกกังวลใจอย่างมาก
ความหวาดกลัวกำลังแผ่คลุมไปทั้งเมืองสือเฉิงขบวนอสูรที่ใกล้เข้ามา อีกนิดเดียวก็จะถึงเมืองสือเฉิงแล้วทำให้คนในเมืองต่างเป็ห่วงร้อนใจกันอย่างมาก
กลุ่มนักล่าอสูรที่เดิมเคยไล่ล่าอสูรในหุบเขาอสุรกายเป็กิจวัตรขณะนี้ต่างรีบร้อนหนีเข้ามาหลบภัยในเมืองสือเฉิงกันอย่างฉุกละหุกต่างไม่กล้าเข้าใกล้เทือกเขาอสุรกายแม้แต่นิดเดียวว่ากันว่าขบวนอสูรสองครั้งที่ผ่านมากลุ่มนักล่าอสูรและนักบุกเบิกเสียชีพเพราะมันไปแล้วไม่รู้ตั้งเท่าไร
“ในเทือกเขาอสุรกายเกิดขบวนอสูร หรือว่ามีมหาสมบัติใดๆ เกิดขึ้นในนั้นหรือ?”
“เมื่อคืนเห็นแสงเพลิงจ้าในเทือกเขาอสุรกายมาแต่ไกลๆราวกับมีก้อนตะวันฉายแสง หรือว่าจะเกิดสมบัติล้ำค่าแห่งฟ้าดินแล้วจริงๆ”
“ต่อให้เป็มหาสมบัติที่ล้ำค่าจริงต้องไปนำมากลับมาได้พร้อมกับชีวิตถึงคุ้ม”
“...”
ในตรอกเล็กๆตามถนนหนทางในเมืองสือเฉิง ผู้คนถกเถียงซุบซิบกันไปทั่ว่นี้ต่างคุยเกี่ยวกับเื่การเปลี่ยนแปลงในเขาอสุรกายคนส่วนใหญ่คาดการณ์กันว่ามีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในเทือกเขาและคาดว่ามีสมบัติล้ำค่าปรากฏขึ้นบนโลกนี้แล้ว ข่าวสารนี้ทำให้ผู้ที่ทราบต่างตาเป็ประกายมีบางคนตื่นเต้นอยากลองเข้าไปดูสักตั้ง หากได้สมบัตินั้นมาคงร่ำรวยเป็กอบเป็กำอย่างแน่นอน
“เจ็บ เจ็บจังเลย”
เมื่อตู้เซ่าฝู่ฟื้นได้สติเขาก็รู้สึกถึงเพลิงมอดไหม้อยู่กลางอก และแสบเ็ปตรงหัวใจอย่างรุนแรงความเ็ปโดยตรงจากหัวใจนี้ ปวดจนถึงขั้วหัวใจ ทรมานมากจนไม่รู้จะบรรยายอย่างไร
ตู้เซ่าฝู่รับรู้ได้เองลึกๆว่า ขณะนี้ที่บริเวณหัวใจของเขามีกระดูกหักกลางอกและมีบางส่วนถูกต่อสมานเข้าด้วยกันเป็สองสิ่งที่ไม่อาจอยู่ร่วมกันได้ ราวกับวารีและอัคคีที่เป็ธาตุตรงข้ามกันมิอาจผสานรวมกันได้
เกิดความเ็ปรุนแรงอยู่ทั่วร่างกระดูกหักถูกบังคับให้ต่อประสานราวกับมีก้อนเพลิงดั่งตะวันที่เป็ประกายสีทองอร่ามมีหยาดโลหิตสีทองพิเศษไหลออกมา โลหิตสีทองนี้ไหลซึมออกมาจากกระดูกหักจากนั้นไหลเวียนไปที่หัวใจ เส้นเื เส้นลมปราณ เนื้อหนัง กล้ามเนื้อทุกๆส่วนของร่างกาย หลอมรวมประสานกับกระดูกทุกส่วนในร่าง