ตอน ติดใจคุณลุง
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าที่ลอดผ่านผ้าม่านโปร่งแสงในห้องนอนไม่ได้ช่วยให้ใจของฉันสงบลงเลยแม้แต่น้อย ร่างเพรียวบางของฉันนอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม ความรู้สึกวูบวาบที่กึ่งกลางกายสาวยังคงหลงเหลืออยู่จากเหตุการณ์บนเคาน์เตอร์ครัวเมื่อคืน ััจากลิ้นที่ร้ายกาจของลุงอนันต์ยังคงตราตรึงจนฉันเผลอขมิบตอดทุกครั้งที่นึกถึง
ฉันตื่นมาด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความเคารพรักที่เคยมีให้ลุงอนันต์ในฐานะญาติผู้ใหญ่บัดนี้มันมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัวที่ระคนไปด้วยความโหยหาอย่างบ้าคลั่ง ฉันกลัวเขา แต่ในขณะเดียวกันร่างกายของฉันกลับร่ำร้องััที่รุนแรงกว่าเดิม
"แตงกวา ตื่นหรือยังลูก ลงมาทานข้าวได้แล้วนะ" เสียงน้าอระโเรียกจากข้างล่าง
ฉันสะดุ้งสุดตัว รีบลุกขึ้นจัดการตัวเอง กระจกเงาสะท้อนภาพเด็กสาววัยยี่สิบที่มีแววตาหม่นแสงและเต็มไปด้วยความลับ ฉันจงใจสวมเสื้อคอเต่าแขนยาวเพื่อปิดบังรอยช้ำที่ซอกคอและรอยนิ้วมือที่อาจจะหลงเหลืออยู่ตามร่างกาย
ที่โต๊ะอาหาร บรรยากาศดูปกติจนน่าใจหาย อันนานั่งไถมือถือพลางเคี้ยวขนมปัง น้าอรกำลังตักข้าวต้มให้ลุงอนันต์ ส่วนลุงอนันต์ เขานั่งจิบกาแฟอย่างสง่าผ่าเผยในชุดสูททำงานสีเทาเข้ม เขาดูภูมิฐานและเป็สุภาพบุรุษเสียจนฉันแทบไม่อยากเชื่อว่าชายคนนี้คือคนที่เพิ่งใช้ลิ้นปรนเปรอฉันจนเสร็จสมในห้องครัวเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน
"อ้าว! แตงกวา ทำไมใส่เสื้อคอเต่าล่ะลูก อากาศข้างนอกร้อนจะตาย" น้าอรทักด้วยความสงสัย
"พอดี เมื่อคืนแตงกวารู้สึกหนาวๆ เหมือนจะมีไข้น่ะค่ะน้าอร เลยอยากใส่เสื้อผ้าหนาๆ หน่อย"
ฉันโกหกคำโตอีกครั้ง พลางเหลือบมองลุงอนันต์
เขาเงยหน้าขึ้นมาสบตาฉันช้าๆ มุมปากหยักได้รูปกระตุกยิ้มเพียงนิดเดียว เป็รอยยิ้มที่สื่อความหมายว่าเขารู้ความลับใต้เสื้อผ้านั้นดีกว่าใคร
"ดูแลตัวเองหน่อยนะแตงกวา ่นี้เรียนหนัก งานพิเศษก็เยอะ ลุงเป็ห่วงนะ ถ้าไม่ไหวก็พักบ้าง"
คำว่าเป็ห่วงของเขาทำเอาฉันรู้สึก ตึงเปรี๊ยะไปทั้งอก มันคือคำห่วงใยที่แฝงไปด้วยคำสั่งและการครอบงำ ฉันก้มหน้ากินมื้อเช้าอย่างเงียบเชียบที่สุด หัวใจเต้นแรงจนแทบจะสำลักข้าว
ใน่บ่าย น้าอรมีธุระต้องไปเตรียมงานโปรโมทที่สาขาในห้างดัง ส่วนอันนาก็ออกไปซ้อมเชียร์ลีดเดอร์ที่มหาวิทยาลัย บ้านหลังใหญ่ตกอยู่ในความเงียบงัดอีกครั้ง ฉันพยายามหมกตัวอยู่ในห้องนอน ปั่นงานบัญชีที่ค้างไว้เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับลุงอนันต์
แต่แล้ว เสียงข้อความจากมือถือก็ดังขึ้น
"แตงกวา ลุงมีเอกสารสำคัญอยากให้เราช่วยแปลหน่อย ลุงวางไว้บนโต๊ะในห้องทำงานนะ ถ้าว่างแล้วเข้ามาหาลุงหน่อยนะจ๊ะ"
ฉันจ้องหน้าจอมือถือด้วยมือที่สั่นเทา ฉันรู้ดีว่านี่คือคำสั่ง ไม่ใช่คำชวน ใจหนึ่งอยากจะเพิกเฉยแต่อีกใจหนึ่งกลับกระสับกระส่าย ความโหยหาที่เขาจุดขึ้นในครัวมันเริ่มทำงานของมันอย่างซื่อสัตย์ ร่างกายของฉันเริ่มร้อนรุ่มและเปียกชื้นที่กึ่งร่องสาวเพียงแค่จินตนาการถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในห้องทำงานนั้น
ฉันค่อยๆ ก้าวเท้าออกจากห้องนอน เดินผ่านโถงทางเดินที่เงียบสงบไปหยุดอยู่ที่หน้าประตูไม้สักบานั์ของห้องทำงานส่วนตัวลุงอนันต์ ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเคาะประตูเบาๆ
"เข้ามาสิแตงกวา ประตูไม่ได้ล็อก" เสียงทุ้มต่ำดังลอดออกมา
ฉันเปิดประตูเข้าไป กลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นน้ำหอมเย็นๆ ของเขาอบอวลไปทั่วห้อง ลุงอนันต์นั่งอยู่ที่เก้าอี้หนังตัวใหญ่ด้านหลังโต๊ะทำงานทรงคลาสสิก แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านม่านมู่ลี่ไม้ทำให้ห้องนี้ดูสลัวและลึกลับเขายังอยู่ในชุดทำงาน แต่ปลดเนกไทออกและปลดกระดุมเม็ดบนเผยให้เห็นแผงอกที่มีไรขนดูดุดัน
"มานั่งตรงนี้สิลูก" เขาตบที่หน้าขาแกร่งของเขาเหมือนทุกครั้ง
ฉันเดินเข้าไปหาเขาอย่างว่าง่ายราวกับถูกมนต์สะกด ฉันไม่ได้ถามถึงเอกสารที่จะให้แปล เพราะรู้อยู่แก่ใจว่ามันไม่มีจริง ฉันทรุดตัวลงนั่งบนตักของเขา ััจากกางเกงสแล็คเนื้อดีที่หน้าขาทำให้ฉันรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟแล่นแปล๊บขึ้นมาถึงหน้าอก
"แตงกวารู้ไหมอะไรไหม" ลุงอนันต์กระซิบข้างหูพลางรวบเอวฉันเข้ามาแนบชิด
"ลุงรอเวลานี้มาทั้งวัน ั้แ่เห็นเราใส่เสื้อคอเต่าปิดบังผลงานของลุง ลุงก็ยิ่งอยากจะเปิดมันออกดูเหลือเกิน"
มือหนาของเขาเริ่มล่วงล้ำเข้ามาใต้เสื้อคอเต่าผ้าเนื้อบาง ััจากปลายนิ้วที่หยาบกร้านแต่ร้อนรุ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนละเอียดก่อนจะเลื่อนมาบีบเค้นที่ทรวงอกอวบอัดของฉันอย่างหนักหน่วง เขาไม่สนใจบราลายลูกไม้ที่ฉันสวมอยู่ แต่ใช้นิ้วหัวแม่มือบดขยี้ที่ยอดถันผ่านเนื้อผ้าจนมันชูชันแข็งขืน
"อื้อออ! ลุงขา!" ฉันครางเครือในลำคอ พิงศีรษะลงบนบ่ากว้างของเขา
ลุงอนันต์ไม่ปล่อยให้ฉันได้ตั้งตัว เขาจับใบหน้าของฉันให้หันไปรับจุมพิตที่รุนแรงและป่าเถื่อนกว่าทุกครั้ง ลิ้นหนาสอดแทรกเข้ามาพัวพันกับลิ้นของฉันอย่างหิวกระหาย รสชาติของกาแฟจางๆ ในปากของเขาผสมปนเปไปกับตัณหาที่พุ่งพล่าน ฉันจูบตอบเขาอย่างลืมตัว มือทั้งสองข้างขยุ้มกลุ่มผมสีดอกเลาของเขาแน่น
เขาอุ้มร่างเพรียวบางของฉันขึ้นไปวางบนโต๊ะทำงานไม้สักตัวใหญ่ ปัดเอกสารและโน้ตบุ๊กออกไปอย่างไม่ใยดี ฉันนอนราบไปกับความเย็นของไม้ในท่าที่ขาทั้งสองข้างแยกออกกว้าง ลุงอนันต์แทรกตัวเข้ามาอยู่ตรงกลาง เขากระชากเสื้อคอเต่าของฉันขึ้นไปกองที่อก เผยให้เห็นเนินอกขาวผ่องที่สั่นกระเพื่อมตามแรงหายใจที่หอบถี่
"สวยเหลือเกิน เพชรเม็ดงามของลุง"
เขาโน้มตัวลงมาซุกไซ้ซอกคอและนวลแก้มของฉันอย่างมัวเมา ก่อนจะเลื่อนต่ำลงมาครอบอมยอดอกข้างหนึ่งเข้าปากไปอย่างแรง เขาดูดทึ้งและใช้ลิ้นตวัดวนจนฉันต้องแอ่นอกรับด้วยความเสียวกระสัน ร่างกายสาววัยยี่สิบของฉันบิดเร่าอยู่บนโต๊ะทำงานภายใต้เงื้อมมือของชายวัยสี่สิบที่เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์
มือหนาของเขารูดกางเกงของฉันลงไปกองที่ปลายเท้า ตามด้วยการเกี่ยวกางเกงในลูกไม้สีดำตัวจิ๋วออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นกุหลาบงามที่ฉ่ำเยิ้มไปด้วยน้ำหวานสีใส ลุงอนันต์มองผลงานตรงหน้าด้วยสายตาที่ลุกโชนไปด้วยไฟราคะ
เขาไม่ได้ใช้ปากเหมือนเมื่อคืน แต่คราวนี้เขาปลดเข็มขัดและรูดซิปกางเกงสแล็คของตัวเองลง งัดเอาความแข็งขึงที่ยิ่งใหญ่และปูดโปนไปด้วยเส้นเืออกมา มันชี้ชันสั่นระริกท้าทายสายตาของฉัน
"แตงกวา เป็ของลุงนะลูก เป็ของลุงคนเดียวก็พอ"
เขาจับแท่งเอ็นร้อนฉ่าจ่อที่ปากทางรักของฉันแล้วกดแทรกเข้ามาในรวดเดียวมิดด้าม
"อ๊ายยยย! ลุง! เจ็บ! หนูเจ็บ!" ฉันหวีดร้องออกมาเมื่อความยิ่งใหญ่ล่วงล้ำเข้ามาในร่างกายที่ยังไม่ประสีประสา น้ำตาคลอหน่วยด้วยความจุกเสียดผสมไปกับความเสียวซ่านที่รุนแรงอย่างที่ไม่เคยัั
"ชู่วววว! เด็กดี เดี๋ยวก็หายเจ็บนะ ลุงจะทำให้เบาที่สุด"