เช้าวันที่สดใสหลังจากผ่านความเหน็ดเหนื่อยในวันประลอง วันนี้เฟิ่งเซียนและตัวแทนแคว้นฉีทั้งยี่สิบคน ได้รับเทียบเชิญจากองค์ฮ่องเต้ที่้าจะจัดงานเลี้ยงให้กับพวกเขา
โดยงานจะจัดขึ้นในยามซวี เพราะฉะนั้นผู้ร่วมงานจึงจำเป็จะต้องเดินทางเพื่อเข้าร่วมงานในยามโหย่ว
เฟิ่งเซียนที่ในยามปกตินั้นมีเพียงแค่อาภรณ์สีดำ ของเหล่าจอมยุทธแม้ว่านางจะเคยเป็นักฆ่ามาก่อน แต่เื่กาลเทศะนั้นนางย่อมมี ในครั้งโลกเดิมของนางนั้นหลายครั้งที่ต้องได้รับภารกิจที่ต้องแฝงตัวเข้าไปในคนหมู่มาก
และหลายครั้งมักจะเป็งานเลี้ยงสังสรรค์ของเหล่าผู้มีอันจะกิน ดังนั้นวิธีการวางตัวหรือควรแต่งตัวเช่นไรถึงจะถูกกาลเทศะนั้น จึงเป็สิ่งที่จำเป็มาก
เฟิ่งเซียนที่ในตอนนี้มีจูเชวี่ยที่ออกมาจากมิติซ้ำยังแปลงกายเป็มนุษย์อยู่ข้างตน จูเชวี่ยนั้น้าที่จะพาผู้เป็นายไปเลือกซื้อชุดเพื่อที่จะใช้ไปงานเลี้ยงในวังหลวงคืนนี้ วังหลวงเป็สถานที่เช่นไร
วังหลวงในยามปกตินั้นจะไม่ให้คนธรรมดาเฉกเช่นนางเข้าไปโดยง่ายมีเพียงเหล่าขุนนางเท่านั้นที่จะสามารถเข้าไปเพื่อประชุมหรือหารือเื่บ้านเมืองเพียงเท่านั้น แม้แต่เหล่าองค์ชายเมื่อมีอายุครบสิบห้าชันษา ก็ต้องออกจากวังเพื่อสร้างตำหนักของตนแล้ว
วังหลวงเป็สถานที่ที่ผู้คนมากมายต่างใฝ่ฝันเข้าไปอยู่สักครั้ง สถานที่คนภายนอกอยากเข้าไปเพราะ้าความสุขสบาย ้าทรัพย์สินเงินทอง ชื่อเสียงเกียรติยศ แต่สถานที่เช่นนี้กลับทำให้คนดีๆ เปลี่ยนไปมานักต่อนักแล้ว
เช้ายามเหม่ามีขันทีเข้ามามอบเทียบเชิญให้นางถึงหน้าจวน หลังจากที่ขันทีผู้นั้นกลับไปได้ไม่นานนักจูเชวี่ยก็ออกมาจากมิติ และเร่งรัดให้นางไปซื้ออาภรณ์ที่จะใช้สวมใส่ในงานเลี้ยงคืนนี้
ตัวของเฟิ่งเซียนนั้นได้แต่ขมวดคิ้ว ไม่ใช่ว่านางไม่คิดจะซื้ออาภรณ์ชุดใหม่แต่นี่มันไม่เร็วไปหรือ สุดท้ายเฟิ่งเซียนก็โดนจูเชวี่ยลากออกจากจวนเพื่อที่จะไปยังร้านผ้าที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวง
เมื่อมาถึงร้านผ้าจูเชวี่ยก็พานางเข้าไปในร้านทันที เพียงแค่งานเลี้ยงในวังเพียงเท่านั้น เหตุใดจูเชวี่ยถึงได้ตื่นเต้นนัก
"คุณหนูของข้าต้องอาภรณ์ที่สร้างจากไหมที่ดีที่สุดของร้าน "
เสียงของจูเชวี่ยกล่าวกับหลงจู๊ของร้านผ้าขณะที่นางและเขาเพิ่งเดินเข้ามาถึงภายในร้าน
"เชิญลูกค้าทั้งสองเข้าไปนั่งรอภายในร้านก่อนขอรับ ข้าจะไปเรียกเถ้าแก่เพื่อมาคุยกับพวกท่าน"
เมื่อนำนางทั้งสองมายังห้องรับแขกภายในร้าน หลงจู๊ผู้นี้ก็รีบเร่งเดินไปหาเถ้าแก่ของร้านในทันที สตรีที่ดูสูงศักดิ์สองคนนี้หากตนดูแลไม่ดี อาจมีผลกระทบไปถึงร้านก็เป็ได้
"เถ้าแก่ขอรับมีลูกค้าสองท่าน้าซื้ออาภรณ์ที่ดีที่สุดของร้านขอรับ แลดูคล้ายจะไม่ใช่คนในเมืองหลวงแต่กลับมีกลิ่นอายสูงศักดิ์เหลือเกิน"
หลงจู๊กล่าวบอกผู้เป็นายของตนก่อนที่ตนและเถ้าแก่ของร้านจะรีบตรงไปที่ห้องรับแขก
"ขออภัยลูกค้าทั้งสอง ตัวข้ามีนามว่าเซียวเซี่ยวเจ่อเป็เถ้าแก่ของร้านนี้ขอรับ ได้ฟังมาจากหลงจู๊บ้างแล้วว่าท่าน้าอาภรณ์ที่ตัดเย็บจากไหมที่ดีที่สุดของร้าน
ไม่ทราบว่า้าตัดใหม่เลยหรือว่าที่ทางร้านมีอยู่แล้วขอรับ"
เสียงของเถ้าแก่เซียวดังขึ้น สตรีทั้งสองนางนี้ดูสูงศักดิ์เช่นที่หลงจู๊บอกจริงๆ เขาที่เคยต้อนรับคนจากราชวงศ์มามากมาย แต่กลับไม่มีผู้ใดมีกลิ่นอายสูงส่งเช่นนี้เลย
"เ้าคงทราบเื่ที่จะมีงานเลี้ยงขอเหล่าอัจฉริยะตัวแทนของแคว้นฉีที่วังหลวงคืนนี้กระมัง คุณหนูของข้านั้นเป็หนึ่งในตัวแทนและได้รับเทียบเชิญในครั้งนี้ด้วย เ้าคิดว่ามีอาภรณ์ชุดใดที่เหมาะสมหรือไม่ เอาออกมาให้คุณหนูข้าเลือกสักหน่อยเถิด เื่เงินนั้นไม่ใช่ปัญหาแม้แต่น้อย"
เถ้าแก่เซียวที่เริ่มแรกก็ตระหนักรู้ถึงความสูงศักดิ์ของคนทั้งสองแล้ว เมื่อรู้ว่าหนึ่งในสตรีสองคนนี้เป็ถึงผู้ชนะที่ได้เป็ตัวแทนแคว้นยิ่งรู้สึกนับถือขึ้นมาจากใจ
สตรีที่มองภายนอกคงยังไม่พ้นวัยปักปิ่นเป็แน่ แต่กลับสามารถเป็หนึ่งในตัวแทนได้ ซ้ำในปีนี้นั้นเป็ปีของเหล่าอัจฉริยะอย่างแท้จริง
เถ้าแก่สั่งให้คนของตนนำชุดที่ดีที่สุดของร้านออกมาทั้งหมด เดิมทีชุดเหล่านี้ถูกออกแบบและตัดออกมาจากผ้าไหมชั้นดีที่หาได้ยาก แต่ราคาค่างวดนั้นแพงแสนแพงจนไม่มีผู้ใดสามารถซื้อมันไปได้
เฟิ่งเซียนมองอาภรณ์ทั้งสามชุดที่ถูกตัดและออกแบบอย่างประณีตทีละชุด อาภรณ์สามชุดนี้สามสีที่แตกต่างกันออกไป ชุดแรกนั้นเป็อาภรณ์ที่ตัดขึ้นจากไหมของหนอนไหมเหมันต์มีสีขาวบริสุทธิ์ไล่สีลงมาเรื่อยๆ โดยบริเวณล่างชุดนั้นจะมีสีฟ้าจางๆ มีลวดลายของดอกฉูจู๋ร์หรือดอกเดซี่ ดูงดงามบริสุทธิ์ไร้เดียงสา แต่กลับแฝงด้วยความสูงส่ง
ชุดที่สองเป็อาภรณ์สีฟ้าไล่ระดับสีเข้มลงมา อาภรณ์ชุดนี้ตัดขึ้นจากไหมของหนอนไหมเหมันต์เช่นเดียวกันเมื่อกอรปกับลวดลายของดอกไป่เหอฮวาสีขาวฟ้าแล้ว แลดูงดงามเป็อย่างยิ่ง
อาภรณ์ชุดที่สามนั้นเป็อาภรณ์สีชมพูสดใส ไล่ระดับความงามของสีเฉกเช่นเดียวกับสองชุดที่ผ่านมา อาภรณ์นี้ตัดขึ้นจากไหมของหนอนไหมวายุ เป็หนอนไหมที่หาได้ยากอีกชนิดหนึ่ง
มีราคาค่างวดแพงแสนแพงไม่ต่างจากไหมเหมันต์แม้แต่น้อยราคาต่อพับอาจสูงมากกว่าหมื่นตำลึงเลยทีเดียว ชุดที่ตัดออกมานั้นแลดูงดงามอ่อนหวาน เหมาะกับคุณหนูในห้องหอที่มีความอ่อนหวานและอ่อนโยนเป็ที่สุด
เฟิ่งเซียนนั้นมองดูชุดทั้งหมดแล้วค่อนข้างถูกใจอาภรณ์ชุดแรกเป็พิเศษ
"คุณหนู้าณ์อาภรณ์ชุดใดใส่ไปงานคืนนี้เ้าคะ"
เสียงจูเชวี่ยดังขึ้นมาอย่างตื่นเต้น ตัวนางนั้นอยากเเต่งกายให้ผู้เป็นายยิ่งนัก นางมั่นใจเหลือเกินว่าต้องมีมีผู้ใดงดงามเกินกว่าผู้เป็นายของตนแน่
"ข้า้าอาภรณ์ชุดสีขาว "
"คุณหนูชุดเหล่านี้เหมาะกับคุณหนูทุกชุดเลยนะเ้าคะ ซื้อหมดเถิดเ้าค่ะ"
ิเซียนชะงักค้างนางเพียงแค่้าชุดที่ใส่ไปงานเลี้ยงคืนนี้เท่านั้นเหตุใดต้องซื้อมากมายเล่า แต่หากนี้เป็ความ้าของจูเชวี่ย ตัวนางก็ไม่คิดจะขัดอันใด
"เอาตามที่เ้าว่าก็แล้วกัน"
เถ้าแก่เซียวที่ตอนนี้ใเป็อย่างมาก อาภรณ์ทั้งสามนี้ เป็อาภรณ์ที่งดงามซ้ำยังสร้างชื่อเสียงให้กับร้าน แต่กระนั้นด้วยราคาค่างวดของมันที่แพงแสนแพง กลับไม่มีผู้ใดกล้าที่จะซื้อออกไปเลยสักคน แต่คนผู้นี้กลับคิดจะซื้อมันไว้ทั้งหมด
"ลูกค้าขอรับเดิมทีเรายังมีอาถรณ์อีกชุดหนึ่ง ที่ตัดขึ้นมาจากเส้นไหมของไหมรัตติกาลทมิฬ เป็เส้นไหมที่มีสีดำงดงาม ซ้ำยังมีความแข็งแกร่ง เส้นไหมนี้แม้แต่ผู้ที่มีพลังยุทธ์อยู่ที่ระดับแม่ทัพขั้นต้นก็ไม่สามารถทำอันใดกับมันได้ แต่ไหมชนิดนี้นั้นหายากยิ่งนัก
ตลอดยี่สิบปีที่ผ่านมามีออกมาวางขายเพียงหนึ่งพับเท่านั้น และร้านของเราได้ตัดเย็บเป็ที่เรียบร้อย หากลูกค้าสนใจข้าจะให้คนนำออกมาให้ชม"
เถ้าแก่เซียวเมื่อรู้ว่าคนผู้นี้ที่สามารถซื้ออาภรณ์ของตนในราคาแพงเช่นนี้ได้ จึงได้ตัดสินใจกล่าวออกไป ซ้ำสตรีผู้นี้นั้นคล้ายจะชอบสวมใส่สีดำตนจึงรีบเสนอขึ้นมาทันที
เถ้าแก่เซียวเมื่อเห็นว่าคนตรงข้ามนั้นพยักหน้าตกลงจึงได้สั่งให้คนนำออกมาในทันที ชุดที่สร้างไหมรัตติกาลทมิฬนี้มีราคาค่างวดมากกว่าสามชุดนั้นรวมกันเสียอีกไม่เเปลกที่ตลอดมาจะไม่มีผู้ใดซื้อมันไปได้เลย
อาภรณ์ชุดสีดำถูกนำมาวางตรงหน้าของเฟิ่งเซียนโดยที่ชุดนี้ยังสวมใส่อยู่ที่หุ่นไม้ของร้าน ไหมสีดำสนิทงดงามซ้ำยังมีความมันวาวบ่งบอกถึงสูงส่งของตัวมัน
สีดำที่ทำให้ผู้มองสามารถตกเข้าไปในห้วงรัตติกาลของผู้สวมใส่ ซ้ำความน่ากลัวปนเกรงขามก็ไม่ใช่สิ่งที่จะดูเบาได้
เมื่อกอปรกับองค์ประกอบต่างๆ ภายในชุดคล้ายกับว่าอาภรณ์ชุดนี้ถูกสร้างมาเพื่อเฟิ่งเซียนก็ไม่ปาน
"ข้าเอาชุดนี้ด้วย หากยังมีผ้าไหมของไหมชนิดนี้ก็นำออกมาให้ข้าเถิด"
"เรียนลูกค้าตามตรงขอรับ ไหมชนิดนี้ไม่มีผู้ใดนำมาวางขายนานกว่ายี่สิบปีแล้ว ในแคว้นฉีคงเหลือเพียงชุดนี้ชุดเดียว"
เมื่อตกลงราคากันเรียบร้อยเฟิ่งเซียนที่วันนี้้าอาภรณ์เพียงหนึ่งชุดแต่กลับได้มาถึงสี่ ซ้ำราคาก็แพงถึงหนึ่งแสนห้าหมื่นตำลึงทอง
ราคาที่มากมายเพียงนี้สามารถใช้ในการบริการจัดการแคว้นๆ หนึ่งตลอดหนึ่งปีได้เลยทีเดียว อาภรณ์สามชุดแรกนั้นมีราคาค่างวดอยู่ที่สองหมื่นตำลึงทองต่อชุด ส่วนชุดจากไหมรัตติกาลทมิฬนั้นมีราคาถึงเก้าหมื่นสองพันตำลึง โดยเถ้าแก่เซียวนั้นลดให้ถึงสองพันตำลึงเลยทีเดียว
จะว่าแพงก็ไม่แพงจะว่าถูกก็ไม่ถูกต้องนัก แต่ราคาค่างวดนี้แลกมาด้วยคุณสมบัติของมัน อาภรณ์ที่สามารถเป็เกาะป้องกันชั้นดีให้กับผู้สวมใส่ ซ้ำยังมาความคงทนแข็งแรงแม้กาลเวลาจะผ่านไปหลายสิบปีแต่อาภรณ์นี้กลับไม่เปลี่ยนไปตามกาลเวลาแม้แต่น้อย
ตัวเฟิ่งเซียนนั้นคิดถึงจุดนี้ก่อนที่จะซื้อสิ่งใดเสมอ หากมีราคาที่แพงคุณค่าของมันต้องไม่ด้อยไปกว่าราคานั้นเป็แน่
******