บทที่ 1
ข่าวลือ
ดินแดนเผ่าเทพฟื้นฟูกลับมาอีกครั้งหลังาสิ้นสุด นานนับร้อยปีที่ต้องเหนื่อยยากลำบากและต่อสู้ดิ้นรน จิ่วเหรินกลายเป็เซียนสาวงามสะพรั่ง จากตอนนั้นที่เป็เพียงเด็กสาวไม่รู้ความ เวลานี้นางปราดเปรื่องไปด้วยความรู้และความสามารถ ทว่าความลับของนางนั้นก็ยังถูกปกปิดเก็บซ่อนมาโดยตลอด ในเผ่าเทพต่างมองว่านางเป็เพียงเซียนทั่วไป
มีข่าวลือหนาหูเกี่ยวกับประมุขเผ่าปีศาจมากมาย สาธยายความโฉดชั่วยาวเป็หน้ากระดาษ
‘เขาฆ่าคนในหมู่บ้านไปเกือบหมด เพียงเพราะไม่ยอมก้มหัวให้!’
นั่นคือสิ่งที่ไป๋หลี่บอกมาหลังจากไปซุ่มดูสถานการณ์ เป็ซือเหยียนที่กลับมามีชีวิตใหม่ หลังจากสิ้นชีพในาครั้งนั้น เผ่าปีศาจยังคงกระหายอำนาจ และอยากทุกสิ่งอย่างไม่เปลี่ยน
‘เป็ความผิดของข้าเอง ข้าปลุกเขาจากความตาย นำพาหายนะมาสู่สรรพชีวิต’
เดิมทีจิ่วเหรินก็แค่คิดว่ากรรมนั้นจะมาตกที่นาง การที่นางยอมแลกก็เพื่อหวังให้ซือเหยียนที่รักมั่นในคุณธรรม ชีวิตเขาที่เพียรทำแต่ความดี กลับมามีลมหายใจในโลกใบนี้ก็เท่านั้น แต่ไม่คิดว่าเขาจะกลายเป็ประมุขเผ่าปีศาจ และเข่นฆ่าสรรพชีวิตโดยไม่กระพริบตา
“ซือเหยียนเปลี่ยนไปแล้ว เขาไม่สนว่าใครจะเป็หรือตาย!”
“ขอโทษนะไป๋หลี่”
“ใช่ว่าเ้าจะผิดไปเสียทุกอย่าง ใครจะไปคิดว่าชีวิตใหม่ของเขาคือประมุขเผ่าปีศาจ” เซียนสาวพ่นลมหายใจออกมาจนผมที่ปรกหน้าปลิว
“...”
“เดิมทีเขาก็เป็แม่ทัพปีศาจ เข่นฆ่าศัตรูอย่างบ้าคลั่ง ที่เขาตายก็เพราะฝ่าวงล้อมเพียงลำพัง ซือเหยียนใจกล้าไม่กลัวตาย พอมาเป็ปีศาจก็ยิ่งน่ากลัวเท่าทวี”
จิ่วเหรินมองเห็นสายลมที่พัดปลิว กว่าดินแดนเผ่าเทพจะกลับมาสงบสุขไม่ใช่เื่ง่าย และหากว่าซือเหยียนคิดกลับมารุกราน จิ่วเหรินคงไม่อาจทนมองการเข่นฆ่าโรมรันที่ไม่มีวันจบสิ้นได้อีก
“พูดก็พูดเถอะจิ่วเหริน หากแม่ทัพกู้เยี่ยรู้ว่าประมุขเผ่าปีศาจคนใหม่เป็ผู้ใด..”
“!!!”
จิ่วเหรินไม่อยากให้เผ่าเทพล่วงรู้ถึงการมีอยู่ของซือเหยียน โดยเฉพาะกู้เยี่ย แม่ทัพเผ่าเทพคนใหม่ที่หัวแข็งเหมือนหิน บ้าระห่ำเฉกเช่นเดียวกับซือเหยียน หากสองคนนี้พบกันคงมีแต่การนองเืเป็แน่แท้
“ข้าไม่อยากให้ใครล่วงรู้เื่ของประมุขเผ่าปีศาจ”
“หือ..”
“มันไม่ใช่ไป๋หลี่ ข้าไม่ได้อยากปกปิดอะไรแทนเขา เพียงแต่ดินแดนเผ่าเทพเพิ่งกลับมาสงบสุข เ้าอยากเห็นการนองเือีกหรือ?”
เซียนสาวหรี่สายตาจับผิดจิ่วเหริน ก่อนหน้านี้วิหคสีชาดก็ออกบินโฉบตามหาซือเหยียน ทว่าก็พบเพียงความว่างเปล่า ไป๋หลี่เองก็เห็นใจจิ่วเหรินไม่น้อย นางกับซือเหยียนนั้นมีสัมพันธ์ที่ดีและแน่นแฟ้นเสมือนคนในครอบครัว ก็ไม่แปลกที่นางจะร้อนรนยามที่ซือเหยียนทำเื่ไม่ดี
“งั้นคืนนี้เลยเป็อย่างไร?”
“หะ?”
“ข่าวว่าซือเหยียนจะไปเยือนเ้าสำนักหลิง ที่โรงเตี๊ยมในเมือง หากเ้าอยากไปชมใบหน้าที่ห่วงหามาโดยตลอด ข้าก็ไม่คิดขัดใจของเ้าหรอก”
“...”
“ทีนี้เ้าจะได้รู้ว่าซือเหยียนในตอนนี้ น่ากลัวกว่าพวกอสูรในนรกนั่นเสียอีก”
ไป๋หลี่ชำนาญการผจญภัยเกินกว่าจะเป็สตรี หนำซ้ำนางยังมีวรยุทธ์แก่กล้า เป็เทพที่ชื่นชอบการต่อสู้มากกว่าจะอยู่กับเหย้ากับเรือน และในตอนนี้จิ่วเหรินกับไป๋หลี่ก็มานั่งอยู่ในโรงเตี๊ยม ใจของนางเต้นรัวราวกับกลองศึก อันที่จริงข่าวของซือเหยียนเข้าหูจิ่วเหรินมาตลอด แต่ว่านางก็ไม่กล้าพอที่จะไปดูให้ชัดว่านั่นคือซือเหยียน
เพียงไม่นานก็ปรากฏร่างของเ้าสำนักหลิง น่าแปลกไม่น้อยที่สำนักหลิงยอมสุงสิงกับเผ่าปีศาจ
“เ้าว่ามันไม่แปลกไปหน่อยหรือ?”
“อะไร?”
จิ่วเหรินพยักหน้าไปทางโต๊ะที่เ้าสำนักหลิงนั่งอยู่ “เหตุใดซือเหยียนต้องอยากพบเ้าสำนักหลิงด้วยเล่า? เ้าก็รู้ว่าสำนักหลิงเก็บตัวมานาน ไม่พบปะสนทนาหรือยุ่งเกี่ยวกับผู้ใด”
คำถามของจิ่วเหรินยังไม่ได้รับคำตอบ ก็ปรากฏร่างของอีกฝ่ายเดินเข้ามา ท่าทีสุขุมเ็านั้นทำให้ทุกสิ่งรอบข้างไม่กล้าแม้แต่จะหายใจ ั์ตานั้นกวาดมองรอบข้างก่อนจะหย่อนกายนั่งลง จิ่วเหรินมองตาไม่กระพริบ หัวใจของนางเต้นแรงเหมือนว่ามันกำลังจะะเิ มือไม้เย็นเฉียบได้แต่กุมมันเอาไว้ นางกระวนกระวายจนไป๋หลี่ต้องลูบหลังให้นางใจเย็น
เป็ซือเหยียนอย่างแน่นอน นางมองเห็นโลหิตวิหคสีชาดหล่อเลี้ยงหัวใจของเขา
หยดน้ำตาของจิ่วเหรินเอ่อคลอ กว่าร้อยปีที่นางเพียรเฝ้าตามหาซือเหยียนอย่างคนบ้า ไม่คิดว่าตอนนี้จะมีโอกาสได้กลับมาพบเจออีก แต่แล้วดวงตาของนางก็เริ่มเบิกกว้าง เมื่อเด็กหนุ่มที่กำลังยกอาหารมาวางตรงหน้าเกิดหกล้ม เป็ผลให้มันเปรอะเปื้อนรองเท้าของซือเหยียน
สิ่งที่จิ่วเหรินเห็นในตอนนี้ ทำให้นางผุดลุกยืนแต่ก็โดนไป๋หลี่ฉุดรั้งให้กลับมานั่ง
เด็กคนนั้นคุกเข่าก้มหน้าแนบพื้น ซือเหยียนยกเท้าของตนวางบนหัวของเด็กคนนั้น ก่อนจะเหยียบลงไปจนเด็กหนุ่มส่งเสียงร้องโอดโอย
“ขออภัยขอรับ ข้าผิดไปแล้ว”
“หึหึ! เลียอาหารบนเท้าข้าให้หมด รวมถึงที่หล่นอยู่บนพื้นนั่นซะ!”
“ขอรับๆ ข้าจะเลียให้สะอาดเดี๋ยวนี้” ความกลัวตายทำให้เด็กหนุ่มยอมเลียอาหารที่หล่นพื้น ท่ามกลางเสียงหัวเราะชอบใจของซือเหยียน น้ำตาของจิ่วเหรินล่วงหล่น นางสะบัดมือจากไป๋หลี่และเดินตรงไปหาซือเหยียนทันที
“จิ่วเหริน!!”
“หยุดเดี๋ยวนี้ซือเหยียน!”
ประมุขเผ่าปีศาจหยุดการกระทำตามที่จิ่วเหรินสั่ง ทหารติดตามจ่ออาวุธมาทางนาง ส่วนเด็กหนุ่มนั่นก็วิ่งหายไปด้านในทันที จิ่วเหรินมองชายที่ตนเคยห่วงหา ชายที่ยอมสู้จนตัวตายเพื่อสรรพชีวิต มาบัดนี้ซือเหยียนกระทำการต่ำทรามไร้คุณธรรม
“เอ่อ.. ขออภัยท่านประมุข สหายของข้าเพิ่งออกมาข้างนอกครั้งแรก”
ไป๋หลี่กัดฟันเอ่ยคำขอโทษต่อซือเหยียน ทั้งที่ใจนางอยากซัดหน้าหล่อนั่นสักสองสามหมัด และอยากหยิกจิ่วเหรินที่วิ่งพรวดออกมาแบบนี้
“สหายเ้ากล้าเอ่ยนามข้าโดยไม่เคารพ นางก็เป็เพียงเซียนในเผ่าเทพต่ำต้อย”
“...”
จิ่วเหรินพ่นลมหายใจออกมาอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน ดวงตาของนางมองบนเพื่อกลั้นน้ำตา ซือเหยียนมีโลหิตของนางหล่อเลี้ยงลมหายใจ ทว่าเขากลับทำตนเป็เดนบ้าอำนาจ ที่สำคัญตอนนี้ในหัวของซือเหยียนไร้ความทรงจำก่อนหน้าจนหมดสิ้น
“ในเมื่อเ้ากล้าช่วยเด็กคนนั้น ก็มารับบาปเคราะห์แทนเ้าโสโครกนั่นเสีย!”
ข้อมือของจิ่วเหรินถูกกระชากให้ลงมาคุกเข่าอยู่หน้าซือเหยียน จนเสื้อผ้าของนางเปื้อนเศษอาหาร ไป๋หลี่จะเข้ามาช่วยก็ถูกพวกปีศาจคุมตัวเอาไว้ แววตาของนางมองเขาอย่างตัดพ้อ และเสียใจที่เห็นซือเหยียนเป็ได้ขนาดนี้
“มัวมองอะไรอยู่! ทำสิ ทำแบบที่เด็กนั่นมันทำ”
“...”
หยดน้ำตาของนางร่วงหล่นใส่รองเท้าของซือเหยียน ประมุขเผ่าปีศาจชักเท้าหนีในทันที เขาทุบโต๊ะเสียงดังไม่สบอารมณ์ เ้าสำนักหลิงปรายตามองและยกจอกสุราขึ้นดื่ม
“ปล่อยสหายข้านะ!!!”
“เงียบ!”
ไป๋หลี่ไม่อาจทนเห็นจิ่วเหรินร้องไห้ได้ นางจึงปล่อยวรยุทธ์ออกมาต่อสู้กับปีศาจ ทำเอาข้าวของกระจัดกระจายตกแตก ทุกความวุ่นวายนั้นกลับไม่ได้ทำให้ซือเหยียนสะทกสะท้าน เขามองใบหน้างดงามของจิ่วเหรินแล้วถอนหายใจ ผลักนางล้มลงแล้วเดินออกจากโรงเตี๊ยมหายไปในความมืด
ปีศาจบางตนก็เจ็บหนักวิ่งตามผู้เป็นายออกไป เ้าสำนักหลิงเห็นว่าไม่มีเื่ให้อยู่ต่อ ก็ลุกเดินออกจากโรงเตี๊ยมไปเช่นกัน ไป๋หลี่โยนทองในถุงให้เถ้าแก่เป็การชดใช้ค่าเสียหาย ก่อนที่นางจะวิ่งกลับมาพยุงสหายที่อาภรณ์สกปรกให้ลุกขึ้น
“จิ่วเหริน ข้าอยากหยิกเ้าให้เนื้อเขียวเสียจริง”
“...”
“เห็นหรือยังว่าซือเหยียนบ้าไปแล้ว เขาเป็ปีศาจที่โฉดชั่วเกินเยียวยา”
ไป๋หลี่ก่นด่าตามหลังอย่างไม่หวั่นเกรง หากว่านางไม่เกรงใจว่าเขาเคยเป็แม่ทัพของเผ่าเทพมาก่อน และยังเป็คนสำคัญของจิ่วเหริน ก็คงยอมเจ็บตัวต่อสู้สักสองสามกระบวนท่าให้หายแค้น
#พันธะโลหิตวิหคสีชาด