เตชินท์ทำเป็เหลือบตามองอีกฝ่ายอย่างไม่ไว้วางใจ แม้จะรู้สึกสงสัยว่าซานเชสเป็คนส่งชายคนนี้มาหรือเปล่า แต่เตชินท์มองไม่เห็นถึงความจำเป็ที่ซานเชสยัง้าเงินยี่สิบนัตคืนไปเลย หากเขา้า เขาบังคับยึดเอาิญญาอสูรจากเขาไปแบบฟรี ๆ แต่แรกก็ยังได้ ไม่เห็นมีความจำเป็ต้องเสียเวลามอบยี่สิบนัตให้กับเขาแล้วค่อยส่งคนมาเอาคืนเช่นนี้เลย
เมื่อเห็นเตชินท์ทำท่าทางไม่เชื่อสิ่งที่เขาพูด เขาจึงรีบแนะนำตัวเพื่อความน่าเชื่อถือว่า “ขอโทษด้วยที่ไม่ได้แนะนำตัวก่อน ฉันชื่อโอเว่น นายคงจำฉันได้ ฉันเป็ผู้ติดตามบอสซานเชส แต่ฉันไม่ได้มาในฐานะบอสซานเชสนะ ฉันมาของฉันเอง”
โอเว่นร่ายยาว และเตชินท์ก็รู้สึกได้ว่าเขาพูดความจริง เพียงแต่เตชินท์ยังไม่เชื่อใจในแผนที่ที่เขามาเสนอ เตชินท์ทำเป็ชูแผนที่ที่เขามีและกล่าวว่า “ไม่เป็ไร ฉันมีของฉันแล้ว”
“ไม่ ๆ อันนี้ดีกว่า ดูสิ” โอเว่นรีบคลี่ม้วนกระดาษให้ดู และก็จริงอย่างที่เขาว่า บนแผนที่ของโอเว่นระบุตำแหน่งสัตว์อสูรไว้อย่างชัดเจน ทั้งยังมีรายละเอียดว่าตรงไหนมีป่าเขาลำเนาไพรเช่นไรบ้าง เพียงแต่เตชินท์ไม่ทันได้จำอะไรได้ เนื่องจากโอเว่นเผยให้ดูเพียงชั่วครู่แล้วก็ม้วนกลับทันที เพราะเขาก็ฉลาดพอที่จะเก็บมันไว้ใช้ต่อรองให้ได้ในสิ่งที่เขา้า
เตชินท์สนใจมากแต่ก็ไม่มากพอที่จะยอมเสียเงินทั้งหมดที่เขามี เขาจึงต่อรองออกไปตรง ๆ ว่า “สิบนัต ฉันให้ได้แค่นี้”
แม้จะอยากได้ แต่ใช่ว่าแผนที่จะมีข้อมูลตรงเป๊ะไปเสียทุกอย่าง มันไม่ใช่แผนที่สมัยใหม่ที่ระบุตำแหน่งด้วยดาวเทียม มันเป็เพียงรูปวาดขึ้นมาเท่านั้น ทุกอย่างมันอาจเปลี่ยนแปลงไปแล้วจากที่วาดลงไปครั้งล่าสุด
เพราะฉะนั้นสำหรับเตชินท์แล้ว ขอแค่ให้เขารู้คร่าว ๆ ว่าเขากำลังอยู่ที่ใดและกลับหมู่บ้านทางไหนก็พอแล้ว ส่วนจะเจอกับสัตว์อสูรอะไรเขาไม่ได้ใส่ใจนัก เจอก็ล่าไม่เจอก็หาต่อ
“สิบห้านัตแล้วกัน ฉันคงลดให้นายไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว” โอเว่นยังพยายาม
ตอนนี้เตชินท์มั่นใจแล้วว่าโอเว่นมาด้วยความตั้งใจของตัวเองจริง ๆ และดูเหมือนเขาจะอยากได้เงินนัตมาก ๆ เพียงแต่เตชินท์คิดว่า ถึงแม้จะน้อย แต่มีติดไว้บ้างใช่เสียหาย เขาจึงยืนยันออกไปคำเดิมว่า “สิบนัต”
ทันทีที่เตชินท์พูดจบ เขาเริ่มออกตัวเดินอย่างไม่สนว่าจะได้ตามที่เขาเสนอหรือไม่ เพราะเขาไม่อยากเสียเวลาไปมากกว่านี้แล้ว
“ก็ได้ ก็ได้” ดูเหมือนเตชินท์จะเป็ฝ่ายชนะ โอเว่นยอมขายแผนที่ของเขาในราคาสิบนัต
แม้จะเจ็บใจที่ไม่ได้เงินยี่สิบนัตอย่างที่หวัง โอเว่นก็ยังรู้สึกพึงพอใจที่ได้มาสิบนัต เพราะแผนที่มันไม่ได้สำคัญต่อเขาอีกต่อไปแล้ว เงินนัตสิสำคัญต่อเขามากกว่า
ตะวันเริ่มเข้าใกล้กลางท้องฟ้าเต็มที เป็เวลาบ่งบอกว่าท้องเริ่มหิวอีกแล้ว แต่เตชินท์ยังคงยืนชั่งใจเลือกเป้าหมายอยู่กับที่ เนื่องจากแผนที่ทำออกมาได้ค่อนข้างดี จึงทำให้เขาโลเลว่าจะไปล่าด้วงั์เขาดาบตามเป้าหมายเดิมของเขา แต่บริเวณนั้นจะไม่มีสัตว์อสูรชนิดอื่นเลย หรืออีกฟากที่ดูแล้วเป็แหล่งสัตว์อสูรชุกชุมที่มีแม้แต่หมูป่าหนังกรอบระดับวิวัฒนาการอยู่ไม่ไกล
หลังคิดอยู่ไม่นาน เตชินท์เลือกไปทำตามเป้าหมายเดิม เขา้าหาดาบิญญาอสูรให้ได้เร็วที่สุด เพราะเขาคงจะใช้มีดพร้าไปตลอดไม่ได้ และอีกเหตุผล เขาไม่อยากบังเอิญเจอกับดาม็องและเบิร์ดอีกด้วย
แต่ดูเหมือนโชคชะตาช่างเล่นตลก ยิ่งหนีเหมือนยิ่งให้เจอ
ระหว่างทางเตชินท์เจอเข้ากับสายตาของดาม็องที่มองเตชินท์ราวกับจะจับผิดให้ได้ว่าเตชินท์ได้เงินมาเท่าไร แต่เตชินท์ทำเป็ไม่สนใจ เขาพยายามเดินฉีกหนีออกไปล่าทางอื่นแทน
ปัก!
เสียงใบมีดมีดพร้ากระแทกเข้ากับเปลือกตัวด้วงั์เขาดาบ โดยไม่ให้โอกาสที่สอง ด้วงั์เขาดาบกางปีกบินหนีเขาทันที
เตชินท์รู้สึกเซ็งและหงุดหงิดตัวเอง วิชาดาบของเขายังไม่ขึ้นสนิม เพียงแต่การเคลื่อนไหวของเขาไม่ต่างกับเต่า ด้วยแต้มพัฒนาที่เขามี เตชินท์รู้สึกอึดอัดและคิดว่าหากเขาไม่เร็วกว่านี้ คงเป็ไปไม่ได้เลยที่จะล่าด้วงั์เขาดาบ แม้จะเป็เพียงด้วงั์เขาดาบระดับสามัญก็ตาม
เตชินท์รู้มองออกว่าด้วงั์เขาดาบมีจุดอ่อนที่ใต้ท้องและหลังปีกกางออก แต่เขาจะโจมตีทั้งสองจุดได้อย่างไรหากไร้ซึ่งความเร็วเช่นนี้
ในตอนแรกเตชินท์้าไปล่าด้วงั์เขาดาบระดับวิวัฒนาการเพื่อดาบิญญาอสูรขั้นวิวัฒนาการมากกว่า เพราะในระยะยาว ิญญาอสูรขั้นวิวัฒนาการย่อมดีกว่าขั้นสามัญ แต่อย่างที่รู้ เขามีเพียงมีดพร้าเท่านั้น คงยากเกินไปที่จะเจาะทะลุเปลือกของด้วงั์เขาดาบระดับวิวัฒนาการได้
ดังนั้นเขาจึงปรับแผนมาตามล่าหาิญญาอสูรดาบจากด้วงั์เขาดาบระดับสามัญก่อน แล้วค่อยเลื่อนไปล่าหมูป่าหนังกรอบระดับวิวัฒนาการเป็ลำดับถัดไป เพราะถึงแม้เขาจะรักการใช้ดาบเป็ชีวิตจิตใจมากแค่ไหน แต่ด้วยประสบการณ์ยี่สิบปีที่ผ่านมา ทำให้เขารู้ว่าหากมีชุดเกราะที่ดี แม้จะไม่มีอาวุธที่ดีก็เอาชนะศัตรูได้
“ตัดขามันก่อน”
ในขณะที่กำลังลังเลว่าจะทำเช่นไรดีกับด้วงั์เขาดาบต่อดี หรือยอมเสียเวลาเดินไปอีกฟากของหมู่บ้านเพื่อล่าสัตว์อสูรชนิดอื่นแทน ทันใดนั้นก็มีเสียงคนคุ้นเคยดังขึ้นอีกครั้ง และก็พร้อมกับเสียงที่คุ้นเคยอีกเสียงที่ตามต่อว่าเช่นกัน “นี่จะบ้าเหรอเบิร์ด? จะไปบอกคนตอแหลแบบนั้นไปทำไม?”
ตอนนี้นอกจากหัวขโมยแย่งสัตว์อสูรแล้ว เตชินท์ได้กลายเป็คนโกหกปลิ้นปล้อนในสายตาดาม็องไปเรียบร้อย
“เอาน่า เขาเป็เพียงพวกมือใหม่เท่านั้น ช่วยนิดช่วยหน่อยจะเป็ไรไป” เบิร์ดยิ้มให้กับเตชินท์
เตชินท์กระตุกยิ้มให้เบิร์ดเล็กน้อยก่อนจะหันหน้าไปหาเป้าหมายต่อไปทันที เมื่อเห็นท่าทีของเตชินท์เช่นนั้น ดาม็องรีบเอ็ดตะโรออกมาทันทีว่า “ดูเอาสิ ขอบคุณสักคำก็ไม่มี แบบนี้ต่อให้เขากำลังจะโดนกระทืบตาย ฉันสาบานเลยว่าฉันจะไม่เข้าไปช่วยเด็กนี่เด็ดขาด”
แม้ปากจะไม่พูดขอบคุณออกไป แต่ในใจเตชินท์ได้ตอบกลับไปแล้วว่า ‘คุณนี่ไม่ว่าจะเมื่อก่อนหรือตอนนี้ก็ใจดีเสมอเลย แต่คงจะดีกว่านี้ถ้าตอนนั้นคุณไม่หักหลังขายฉันให้กับ...’
ฉับ! ฉึก!
เมื่อได้เคล็ดลับ เสียงโจมตีก็เปลี่ยนไป ความง่ายดายก็บังเกิดขึ้น และเสียงในหัวก็ดังขึ้นทันที
< ด้วงั์เขาดาบสามัญถูกสังหาร ไม่ได้รับิญญาอสูร เมื่อกินเนื้อของด้วงั์เขาดาบ คุณมีโอกาสได้รับแต้มพัฒนาขั้นสามัญ >
ไม่แปลกใจนักกับคำว่า ‘ไม่ได้รับิญญาอสูร’ เมื่อไม่ได้ก็ก้มหน้าก้มตาหากันต่อไป
ผ่านไปตัวแล้วตัวเล่า ยังคงมีแต่ประโยคไม่ได้รับิญญาอสูร แต่อย่างน้อยตอนนี้การล่าด้วงั์เขาดาบกลายเป็เื่ง่ายดายสำหรับเตชินท์ไปแล้ว แม้มีดพร้าของเขาจะไม่แข็งแกร่งพอจะทำอันตรายแก่เปลือกของมันได้ แต่ด้วยแต้มพัฒนาและทักษะดาบอันยอดเยี่ยมของเตชินท์ที่ผ่านการฝึกฝนและสมรภูมิจริงมานับสิบปี การฟันเข้าข้อต่อขาด้วงั์เขาดาบจึงไม่ใช่เื่ยากอะไร
การพยายามทำให้ตัวด้วงั์เขาดาบตายนั่นคือสิ่งที่ยากมากกว่า เนื่องจากมีดพร้าไม่ได้มีความคมเท่าสิ่งที่ถูกประดิษฐ์ออกมาเป็อาวุธโดยตรง การฆ่าด้วงั์เขาดาบตายจึงขึ้นอยู่กับพละกำลังของเตชินท์มากกว่าจากการใช้มีดพร้า แค่ ณ ตอนนี้มีดพร้ายังไม่แตกหัก เตชินท์ก็ขอบใจมันมากแล้ว
อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนการไล่ล่าด้วงั์เขาดาบของเตชินท์จะไปสะดุดตาของใครบางคนเข้า ใครคนนั้นไม่ใช่ใครอื่น
เบิร์ดได้เข้ามาหาเขาอีกครั้งพร้อมกับกล่าวว่า “ทักษะดาบของคุณดีมากเลย ไม่ทราบว่าไปเรียนมาจากไหนเหรอ? ช่วยสอนฉันหน่อยได้ไหม?”
เตชินท์ได้ยินเช่นนั้นเขาถึงกับยิ้มเหยเกออกมาพลางคิดในใจว่า ‘ก็คุณนั่นแหละเป็คนสอนฉันเอง’
อย่างไรก็ตามด้วยอดีตที่แสนเ็ป เตชินท์ตัดสินใจที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับเบิร์ดให้น้อยที่สุด อย่างน้อยถ้าเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย เขาจะได้ไม่รู้สึกปวดใจมากเท่าเดิม
เตชินท์ทำเป็ไม่สนใจเบิร์ดและเสียงเหน็บแนมจากดาม็องตามเดิม เขายังคงมุ่งหน้าล่าด้วงั์เขาดาบอีกตัวตามเพื่อให้ครบ 5 ตัวตามเป้าหมาย เพราะจำนวน 5 ตัวคือจำนวนสูงสุดที่เขาจะสามารถได้รับแต้มพัฒนาจากพวกมัน
แต่ในขณะที่เขากำลังจะเริ่มเผด็จศึกใส่ด้วงั์เขาดาบตัวที่ห้าหลังเขาได้ทำการเฉือนขามันทิ้งแล้ว จู่ ๆ ก็มีใครบางคนเดินผ่านตัดหน้าเขาไป ซึ่งนั่นทำให้เขาขุ่นเคืองคนที่เดินตัดผ่านหน้าไปเป็อย่างมาก
หากเป็การเดินผ่านทั่วไปเขาคงไม่ฉุนเฉียวขนาดนี้ แต่อีกฝ่ายดันทะลึ่งลงมือฆ่าด้วงั์เขาดาบที่ถูกตัดขาด้วยฝีมือเขาไปด้วย ซึ่งนั่นหมายความว่า เขาถูกแย่งการโจมตีครั้งสุดท้ายที่จะฆ่าด้วงั์เขาดาบตัวนี้ไป
“เฮ้ย! ทำไมทำงี้ว่ะ?” เตชินท์ตะคอกออกมาจากแข็งกร้าว เขาไม่สนว่าอีกฝ่ายเป็ใคร และคงไม่มีใครทนกับการกระทำของชายคนนี้ได้เช่นกัน
เมื่อเห็นอีกฝ่ายยังไม่ยอมหยุด เตชินท์จึงคิดจะเดินไล่ตามไปกระชากคอเสื้อของอีกฝ่าย แต่ไม่ทันที่เขาจะออกเดินได้ถึงสามก้าว ร่างกายของเขาก็ถูกหยุดไว้ด้วยเบิร์ดพร้อมกับพูดอ้อนวอนออกมาว่า “ปล่อยเขาไปเถอะครับ อย่าไปสนใจเขาเลย เขาคนนั้นคือขุนพลคู่ใจของบอสซานเชสเลยนะครับ”
“ตีกัน ตีกัน ตีกัน...” เบิร์ดหันไปทำตาดุใส่เสียงเชียร์เบา ๆ ที่ดังมาจากดาม็องอย่างไม่ต้องสงสัย
กดใจหรือคอมเมนต์เป็กำลังใจกันด้วยนะครับ