ตอน1.3 เมืองเมเดส ในโลกิญญา (Spirit World : สปิริตเวิลด์)
แสงสว่างอันเจิดจ้านี้ ดำรงอยู่ได้ไม่นาน ก่อนจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว
ตอนนี้แมนก็กำลังตาค้าง! อ้าปากกว้าง เพราะว่าแมนกับหนิงไม่ได้อยู่ในรถยนต์อีกแล้ว แต่กำลังยืนอยู่บนสถานที่แปลกประหลาด ไม่ซิ ไม่ใช่ยืน! เพราะเท้าของแมนกับหนิงไม่ได้เหยียบพื้นอยู่ ตอนนี้พวกเขากำลังลอยอยู่เหนือพื้นดินนับร้อยเมตร! แม้ว่าพวกเขาจะยังอยู่ในชุดเดิมในรถเมื่อครู่ แต่สภาพร่างกายของพวกเขาก็ดูจางๆ แปลกๆ
นี่มัน! .. นี่ใช่สภาวะิญญา? ในแบบละคร หรือการ์ตูน ใช่หรือเปล่า!?
สถานที่นี่ ดูคล้ายซากโบราณสถาน แต่มันก็ไม่ได้ดูเก่าแก่นานปี ท้องฟ้าดูมืดครึ้ม ด้วยมีเมฆสีแดงหม่นหมองปกคลุมอยู่อย่างหนาแน่น ในแผ่นเมฆที่แทบจะปกคลุมทั่วท้องฟ้า มาแสงสายฟ้าแลบสีทองเคลื่อนที่ไปมาอยู่ตลอดเวลา ดูคล้ายฝูงปลา หรือฝูงงูตัวเล็กๆ ที่แหวกว่ายไปมาอยู่ในเมฆสีแดง แต่ก็ไร้ซึ่งเสียงฟ้าร้องใดๆ และแทบจะไม่เห็นแสงกระพริบเลย ดูไปแล้ว แสงสว่างที่สาดส่องลงมาให้เห็นบริเวณโดยรอบเหมือนกับเวลากลางวันที่มีร่ม เพราะมีเมฆสีขาวหนาซักหน่อย(แมนเปรียบเทียบกับโลกเดิม) คงเป็เพราะสายฟ้าสีทองเหล่านี้ ทำหน้าที่เป็แผงไฟสว่างขนาดใหญ่! จึงให้แสงสว่างไปทั่วบริเวณพื้นดิน
ภาพทิวทัศน์ของซากโบราณสถานนี้ จุดเด่นที่สุดก็คือหอคอยที่สูงชะลูดฟ้า ลักษณะของมันแวบแรก แมนก็คิดถึงหอเอนเมืองปิซ่า! แต่ว่านี่เป็ซากหอสูงทรงกระบอกที่ตั้งตรง และกะความสูงแล้วก็คงราว500เมตร และดูมีท่าหอสูงนี้จะมีจำนวนชั้นหลายสิบชั้น ไม่ได้สูงแค่8ชั้น และสูงแค่183.3ฟุต .. จุดเด่นรองลงมา คือ ก้อนหินขนาดใหญ่ที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าหลายก้อน! ดูคล้ายเป็ซากป้อมปราการลอยฟ้าคุ้มกันเมือง แต่เดี๋ยวก่อน นี่มันเป็ูเาลอยฟ้าในรูปแบบละครจีนแบบเมืองเทพเซียนใช่ไหม?
จุดเด่นถัดมาทิวทัศน์ ที่หนุ่มแมนมองดูคล้ายเป็เมืองป้อมปราการเก่า เพราะบริเวณนี้มีแนวเทือกเขาล้อมรอบ3ทิศทาง มีทิศทางเดียวที่เปิดกว้าง แต่ก็พอจะบอกได้ว่าในอดีตได้เคยมีกำแพงเมืองขนาดใหญ่อยู่ นอกจากซากอาคารบ้านเรือนแล้ว แนวห่างออกไปสุดขอบซากนี้ สามารถมองเห็นเป็ซากของฐานของกำแพงเมืองเป็แนวยาวจากแนวูเาหนึ่งไปยังอีกูเาหนึ่งเท่านั้น ที่แมนเดาว่ากำแพงนี้น่าจะยาวนับสิบกิโลเมตร ประกอบกับซากพื้นที่ของเมืองนี้ที่ถูกทำลายไป ก็มีซากอาคารสูงหลายชั้นอยู่ด้วย ดูท่าว่าเมืองนี้จะเคยรุ่งเรืองเฟืองฟู้งอย่างเมืองในอดีต แมนเดาว่ามั่วๆ ว่าขนาดพื้นที่ของเมืองนี้ น่าจะกว้างใหญ่พอๆ กับอำเภอเมืองจังหวัดKN ที่มีพื้นที่ราว950ตารางกิโลเมตร กะคร่าวๆ ว่ากว้าง30km. ยาว30km. นี่แหละ แม้มันจะไม่ได้เป็สี่เหลี่ยมจตุรัส ที่ในปัจจุบันมีประชากรอยู่กว่า4แสนคนเลยทีเดียว(ตามข้อมูลจากหน่วยงานจังหวัด ปีพศ.2593)
ระหว่างที่แมนตะลึงกับภาพทิวทัศน์ตรงหน้า หันซ้ายแลขวา เงยหน้าก้มหน้าอยู่ครู่ใหญ่ ก็ได้ยินเสียงสาวหนิงเอ่ยด้วยอารมณ์เศร้าโศกเล็กน้อยว่า
“โลกแห่งนี้ นายท่านสามารถเรียกว่าโลกิญญา หรือสปิริตเวิลด์ (Spirit World) ที่นี่คือเมืองเมเดส ที่นายท่านเองก็ได้เห็นภาพสถานที่นี้ในฝันมาแล้ว ที่นี่เคยยิ่งใหญ่สวยงาม เคยได้ชื่อว่าเป็1ใน4เมือง์แห่งทวีปเพอูน มาบัดนี้กลับเหลือเพียงซากปรักหักพังให้ได้ยลโฉมเท่านั้น”
แมนหยุดการมองสำรวจสภาพโดยรอบ หันมามองสบตาหนิงที่ยืนจับมือของเขาอยู่ข้างๆ ด้วยอารมณ์ที่สงบขึ้น แล้วถามด้วยความสงสัย เขาคล้ายขยับปากเหมือนปกติ แต่ก็รู้สึกแปลกๆ ในโลกนี้!
“คุณรู้ได้ยังไง? ว่าผมเคยฝันถึงสถานที่แห่งนี้อยู่บ่อยครั้ง! ผมไม่เคยบอกใครมาก่อนเลยนะ แล้วตกลงนี่มันเื่อะไรกัน? คุณอธิบายมาซิ”
หนิงถอนหายใจแบบไม่มีลม แล้วสบตากับแมน
“ในอดีต เป็เวลานานมาแล้ว ท่านาาเมเดสผู้ยิ่งใหญ่ ได้อาณาจักรเมเดสอันกว้างใหญ่ มีขนาดของอาณาจักรกว้างใหญ่ถึง1ใน6ของทวีปเพอูน จนกระทั่งท่านได้รับาเ็สาหัสจากการต่อสู้กับาาแห่งอาณาจักรเปโฟรโตส ในาที่ชายแดน แล้วในระหว่างที่ท่านเมเดสพักรักษาตัวอยู่หลายปีนั้น เหล่าแม่ทัพและขุนนางหลายคน ก็ได้ทำการฏ! วางแผนร่วมกับเหล่าผู้รุกราน เพื่อสังหาราา พร้อมกับเหล่าราชวงศ์เมเดสทั้งหมด!
เมื่อ40ปีก่อน ก็คือเวลาที่าา เชื้อพระวงศ์ และชาวเมืองเมเดสแห่งนี้ ได้ถูกสังหาร! ทั้งเมืองเมเดสแห่งนี้ก็ถูกเหล่าผู้รุกรานบุกเข้าทำลาย และกวาดเอาวัตถุศักดิ์สิทธิ์ และวัตถุิญญาทั้งสิ้น เท่าที่พวกมันจะเอาไปได้ ไปจนหมด .. เหล่าผู้จงรักภักดี และผู้ต่อต้านผู้รุกราน ล้วนแต่ถูกสังหาร หรือไม่ก็ถูกจับเป็เชลยไปเสียสิ้น
ก่อนวาระเหล่าศัตรูจะบุกเข้าเมืองนั้น ข้าน้อยได้กระทำตามโองการจากาาเมเดส ให้หลบซ่อนอยู่ในห้องวิจัยพิเศษ ซึ่งลึกลงไปใต้หอคอยเมเดสเกือบ1ไมล์ (1ไมล์ ประมาณ1.6กิโลเมตร) ทำให้รอดพ้นจากการกวาดล้างของเหล่าผู้รุกรานมาได้ ข้าน้อยก็ได้สืบสานพระประสงค์ของาา ทำการวิจัยและพัฒนาระบบกองทัพท้า์ต่อไป และตามหาทายาทสืบทอดพลังิญญาเมเดสมาโดยตลอด ตามพระประสงค์ของาา นับแต่นั้นมา
จนเมื่อ5ปีก่อน ข้าน้อยได้ตรวจจับสัญญาณการตื่นขึ้นของพลังเมเดส ซึ่งก็คือ นายท่านแมน! และได้รับรู้การดำรงอยู่ในต่างโลกของท่าน ข้าจึงได้พัฒนาระบบประตูมิติิญญา เพื่อนำิญญาของข้าน้อยไปพบกันท่าน ซึ่งก็ใช้เวลาอยู่5ปี
ใน5ปีนี้ ข้าน้อยเฝ้าคอยสังเกตนายท่านแมนเป็ระยะ การได้เห็นความฝันของท่าน ก็เป็หนึ่งในเื่ที่ข้าน้อยได้เรียนรู้เกี่ยวกับตัวของนายท่าน”
แมนฟังคำบอกเล่ายาวยืดของหนิง พลางพิจารณาเื่ราวต่างๆ ไปด้วย ตอนนี้แมนรับรู้ และยอมรับได้แล้วว่า มีอีกมิติ หรืออีกโลกหนึ่งอยู่จริงๆ แต่ก็ยังสงสัยหลายอย่าง โดยเฉพาะเด็กหนุ่มเช่นเขา จากครอบครัวที่ยากจน ทำไมถึงกลายเป็ผู้สืบทอดตำแหน่งาาของอีกโลกหนึ่งได้ล่ะ?
“มันดูไม่สมเหตุสมผลนะ? 40ปีก่อน? .. แล้วโลกนี้.. ก็ดูว่าเป็อีกโลกหนึ่งที่ผมใช้ชีวิตอยู่ แล้วผมจะมาเป็ทายาทของาาเมเดสอะไรของคุณพี่สาวได้ยังไงกัน? หรือว่าเขาเคยไปที่โลกของผม แล้วได้.. มีอะไรกับผู้หญิง? จนเกิดเป็บรรพบุรุษของผม อย่างนั้นเหรอ? ตอนนั้นเขาอายุเท่าไรอ่ะ? แล้วนี่พี่สาวอายุเท่าไรกันแน่?”