หลิงเจาเหว่ยมองดูท่าทางตื่นเต้นของกู้เฉินด้วยความพอใจ “กู้เฉิน ข้าได้ยินว่าจวนของเ้าก็โอ่อ่า เหตุใดจึงดูตื่นตากับจวนข้ามากนัก?”
“ซื่อจื่อ จวนข้าเป็เพียงจวนขุนนาง นับว่ายังห่างไกลกับจวนอ๋องยิ่งนักขอรับ ที่นี่งดงามมากจริงๆ ข้าว่าที่นี่น่าจะสวยเหมือนวังหลวง”
หลิงเจาเหว่ยได้ยินก็ยิ้มพอใจ แต่เสแสร้งทำหน้าขรึม “จุ๊ๆ เ้าอย่าพูดเช่นนี้ให้ผู้อื่นได้ยินเชียว ข้อหาฏนี่ สกุลหลิงรับไม่ไหวหรอกนะ วังหลวงงดงามกว่าที่นี่มากนัก ถ้าหากข้าจะเข้าวังครั้งหน้าจะชวนเ้าไปด้วยดีหรือไม่?”
กู้เฉินยิ้มกว้าง “ขอบพระคุณซื่อจื่อ ข้ายังไม่เคยเห็นเมืองหลวงมาก่อน หากว่าเป็ท่านรับรอง ท่านพ่อต้องยอมให้ข้าไปอย่างแน่นอนขอรับ”
ระหว่างเดินเข้าไปในจวน กู้เฉินพยายามสังเกตรอบข้าง องครักษ์ในจวนอ๋องมีอยู่หนาตา หากมีคนคิดจะบุกเข้ามาคงยากจะรอดชีวิตออกไปได้
“ปกติข้าชอบดื่มสุราที่เรือนริมน้ำ ในจวนนี้มีนางระบำอยู่ด้วย อีกสักครู่น้องชายกับญาติผู้น้องของข้าก็คงจะมาสมทบ คืนนี้พวกเราไม่เมาไม่เลิกรา เ้าเองก็นอนที่นี่เถอะ”
“จะดีหรือขอรับ? ปกติข้าไม่เคยนอนค้างอ้างแรมที่อื่น เกรงว่าท่านพ่ออาจจะไม่พอใจ” สีหน้าของกู้เฉินดูหวาดกลัวคนที่บ้าน
“ไม่ต้องกังวล ข้าจะให้คนไปแจ้งที่จวนของเ้าเอง ทำใจให้สบายเถิด ถือเสียว่าที่นี่เป็บ้านของเ้าอีกแห่งหนึ่งก็แล้วกัน”
“จะดีหรือขอรับ?”
หลิงเจาเหว่ยเดินมาตบบ่าของกู้เฉิน “เอาน่า ทุกอย่างข้าแบกรับไว้เอง”
ที่เรือนรับรองริมน้ำของจวนอ๋อง หญิงงามคนแรกเยื้องกรายออกมาพร้อมผีผา กู้เฉินดวงตาเบิกขึ้นเล็กน้อย
“ซื่อจื่อ ในจวนอ๋องมีหญิงงามถึงเพียงนี้เชียวหรือขอรับ?”
หลิงเจาเหว่ยหัวเราะหึๆ “ใจเย็นๆ คุณชายกู้ นี่แค่เพิ่งเริ่มต้น เ้ายังไม่ได้เห็นพวกนางระบำของข้าหมดทุกคนเลยนะ”
“ยังมีสตรีที่งามกว่านักดนตรีหญิงผู้นี้อีกหรือขอรับ?”
“มีแน่นอน ที่นี่จวนหลิงอ๋องนะ นางระบำที่สวยที่สุด นักดนตรีหญิงที่เก่งที่สุด ล้วนเป็ข้าที่เป็คนคัดเลือกมาเอง”
กู้เฉินยิ้มกว้าง “ถ้าเช่นนั้น ข้าน้อยจะตั้งใจชมการแสดงในคืนนี้ขอรับ”
“ดี!” หลิงเจาเหว่ยยิ้มกว้าง
บุรุษท่าทางองอาจและมีใบหน้าบางส่วนละม้ายหลิงเจาเหว่ยเดินนำหน้าบุรุษอีกสองคนที่แต่งกายดีไม่แพ้กันเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าหลิงเจาเหว่ย กู้เฉินรีบลุกขึ้นค้อมศีรษะคารวะหลิงคุนและญาติทั้งสองของหลิงเจาเหว่ย
“เสี่ยวคุน เ้ามาเสียที ข้ารอตั้งนานแล้ว”
หลิงคุนค้อมศีรษะอย่างนอบน้อม เขาเป็บุตรชายที่เกิดจากชายาเอกของหลิงอ๋อง ฐานะของเขาจึงต่ำกว่าหลิงเจาเหว่ย หลิงคุนเคารพและนับถือพี่ชายต่างมารดาอย่างมาก หลิงเจาเหว่ยเป็บุตรเพียงคนเดียวของพระชายาเอก หลิงอ๋องนำเอาบุตรชายสองคนมาเลี้ยงด้วยกัน ทำให้สองพี่น้องรักใคร่และไว้วางใจซึ่งกันและกัน
“พี่ใหญ่ น่าเสียดายที่ข้ามาไม่ทันชมแม่นางเกิ่งบรรเลงผีผา”
“เ้ามาเกี้ยวเอานักดีดพิณฝีมือดีของข้าไปเก็บที่เรือนเ้าแล้วคนหนึ่ง ยังจะคิดมาเอาคนเล่นผีผาไปอีก ไม่เกินไปหน่อยหรือ?” หลิงเจาเหว่ยเอ่ยเย้าๆ
สตรีที่มาจากกองสังคีตเหล่านี้เป็บุตรสาวขุนนางต้องโทษ พวกนางต้องไปฝึกระบำรำฟ้อนและเล่นดนตรี หลิงอ๋องและบุตรชายจะคัดเลือกสตรีที่งดงามและมีความสามารถเพื่อเอาไว้มอบให้เป็รางวัลแก่ขุนนางที่ทำความดีความชอบ สตรีเหล่านี้ก็จะกลายเป็อนุภรรยาในจวนขุนนาง ฐานะของพวกนางไม่อาจจะเป็ฮูหยินเอกได้
“ก็แค่คนเดียวเองนะขอรับ”
“ข้าได้ยินว่านางกับสาวใช้คนงามของเ้ามีปากเสียงกันบ่อยครั้งมิใช่หรือ? ข้าเตือนเ้าแล้ว เอาไว้หาภรรยาเอกให้ได้ก่อน ค่อยเลือกสตรีตำแหน่งอื่นๆ เพิ่ม จะได้มีคนคอยควบคุมพวกนาง”
หลิงคุนนิ่วหน้า “พอเถิดขอรับพี่ใหญ่ ข้าผิดไปแล้วที่ไม่เชื่อคำเตือนของท่าน ข้าไม่เอาอีกแล้วขอรับ”
หลิงเจาเหว่ยหัวเราะร่วน ผายมือไปยังโต๊ะด้านซ้าย “นั่งเถอะๆ วันนี้ข้ามีนางรำคนใหม่มาให้พวกเ้ายลโฉมด้วย”
หญิงสาวอีกกลุ่มหนึ่งในชุดสีแดงนุ่งน้อยห่มน้อยค่อยเยื้องย่าง เข้ามา นางหนึ่งทำหน้าที่บรรเลงเพลงพิณ ส่วนคนที่เหลือก็ยืนตามตำแหน่งที่ซักซ้อมกันไว้ พอการบรรเลงดนตรีเริ่มต้นขึ้น พวกนางเริ่มยักย้ายส่ายสะโพกตามจังหวะ
กู้เฉินจ้องมองการร่ายรำของเหล่าหญิงงามด้วยความตื่นตาตื่นใจ สาวใช้ของจวนอ๋องรินสุราให้กับแขกคนใหม่อยู่ทุกเรื่อย ส่วนคุณชายรองแห่งสกุลกู้ก็ยกจอกสุราขึ้นดื่มโดยที่สายตายังจับจ้องอยู่ที่นางรำคนกลาง
“กู้เฉิน นางรำของข้าเป็อย่างไรบ้าง?”
หลิงเจาเหว่ยอมยิ้ม เขาเห็นท่าทางที่กำลังตกอยู่ในภวังค์ของกู้เฉินแล้วก็หันไปยักคิ้วให้กับหลิงคุน ญาติผู้น้องของท่านอ๋องน้อยอีกสองคนก็ยกจอกสุราขึ้นชูโยกตัวตามจังหวะดนตรีอย่างมีความสุข
“คุณชายกู้ พวกนางงดงามหรือไม่?”
กู้เฉินมัวแต่นั่งเหม่อจึงไม่ได้ยินคำถามของหลิงเจาเหว่ย
“พี่ใหญ่ กู้เฉินใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้วขอรับ” หลิงคุนยกจอกสุราขึ้น พร้อมกับหัวเราะร่วน เขากระดกสุราเข้าปากแล้วลุกขึ้นเดินข้ามลานด้านหน้าโต๊ะของพี่ชายไปหากู้เฉิน “คุณชายกู้ พวกนางงดงามมากเลยหรือ?”
กู้เฉินสะดุ้งเพราะเสียงของหลิงคุนดังมากและอยู่ใกล้หูเขา “อ่า...งดงามมากขอรับ นี่เองนางรำชั้นเยี่ยมของสำนักสังคีต ข้าเคยได้ยินคำเล่าลือแต่ไม่คิดเลยว่าจะมีวาสนามาได้เห็นพวกนางร่ายรำกับตาของตนเอง”
หลิงเจาเหว่ยหัวเราะพอใจ เขารู้มาว่าในจวนสกุลกู้เข้มงวดยิ่งนัก กู้เฉินไม่ได้รับอนุญาตให้มีสาวใช้อุ่นเตียง การไปเที่ยวหอสังคีตต้องเป็การติดตามบิดาไปพูดคุยธุระ ส่วนการเข้าหอคณิกานั้นถูกห้ามอย่างเด็ดขาด
หญิงสาวทั้งเจ็ดร่ายรำเสร็จก็ยอบกายลงต่อหน้าท่านอ๋องน้อย หลิงเจาเหว่ยที่นั่งอยู่โต๊ะกลางห้องผายมือไปยังกู้เฉินที่นั่งอยู่ด้านขวา
“หลันเอ๋อร์ เ้าดูแลคุณชายกู้หน่อยนะคืนนี้” หลิงเจาเหว่ยมองไปยังหญิงสาวที่ร่ายรำอยู่ตรงกลาง นางมีใบหน้างดงาม รูปร่างอ้อนแอ้น น่าทนุถนอม
“เ้าค่ะ ซื่อจื่อ” นางรับคำแล้วหันไปยิ้มอย่างอ่อนหวานให้กับกู้เฉิน
หลิงคุนเห็นเช่นนั้นก็ร้องโวยวาย “พี่ใหญ่ท่านทำเช่นนี้ไม่ได้นะขอรับ ข้าเคยขอนางตั้งหลายครั้ง แต่ท่านก็ไม่ยอมให้ข้า”
“เสี่ยวคุน หลันเอ๋อร์เป็ถึงบุตรสาวของอดีตขุนนางขั้นหก จะให้นางไปนางบำเรอของเ้า นับว่าไม่สมควร ปล่อยนางไปเป็อนุภรรยาของคุณชายกู้จะดีกว่า”
กู้เฉินทำหน้าตื่น ใบหน้าของเขาแดงก่ำ ลุกขึ้นยืนโอนเอนเล็กน้อย “คงไม่ดีหรอกขอรับซื่อจื่อ หากข้าจะพาหญิงสาวกลับจวนโดยพลการ ท่านพ่อกับท่านแม่คงจะตีข้าตายพอดีขอรับ”
“คุณชายกู้ แค่อนุภรรยาผู้หนึ่ง สกุลกู้ถือสาถึงเพียงนี้เชียวหรือ?”
สีหน้าของกู้เฉินดูปริวิตก “ถือสามากขอรับ การนำสตรีเข้าบ้านเป็เื่ใหญ่สำหรับสกุลกู้”
“คุณชายกู้ ข้ารับรองว่าซุนหลันเป็หญิงสาวที่ยังบริสุทธิ์ผุดผ่อง สตรีที่เป็นางระบำเหล่านี้ ข้าเลี้ยงดูพวกนางไว้เพื่อกำนัลแก่คนสนิท นางมิเคยต้องรับใช้บุรุษใดมาก่อน ข้าเอาฐานะซื่อจื่อเป็ประกัน”
กู้เฉินปรายตามองนางระบำคนงามแล้วถอนหายใจ “ข้าเชื่อในคำพูดของซื่อจื่อขอรับ แต่ข้ารับนางไว้ไม่ได้จริงๆ ขอรับ เื่นี้จะอย่างไรก็ต้องให้บิดามารดาเป็ผู้ตัดสินใจ”
หลิงเจาเหว่ยยกยิ้มมุมปาก กู้เฉินมีวรยุทธ์พอตัว ความรู้นับว่าดีพอใช้ แต่ดูแล้วกลัวเกรงคนในบ้าน ในฐานะบุตรชายคนโตของสกุลกู้ช่างขาดความน่าเกรงขาม นั่นคงเป็เพราะ...กู้เยว่ฉี
***********
ไรเตอร์แนะนำ...อีบุ๊กแนวย้อนเวลากลับมาแก้แค้น "เกิดอีกคราเป็ชายาตัวร้าย" มีจำนวน 3 เล่มจบค่ะ กดตามลิงก์ไปซื้อยกเซ็ทได้เลย https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiNDQ1ODg3MCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjE4MjEzMCI7fQ
