บทที่ 9 ว่าที่แม่ยายตัวร้าย
ธรรมชาติของผู้ที่ช่างเจรจามีหรือจะยอมอยู่ติดเรือน ซินยี่เป็หนึ่งในสตรีเ่าั้อาจจะเป็เพราะนางว่างเกินไป ตำราที่บุตรสาวนำมาให้อ่านคลายเบื่อนางกลับไม่สนใจเท่าเื่ชาวบ้าน วันนี้เป็ตายอย่างไรนางก็จะออกไปเที่ยวเล่นเปิดหูเปิดตา ดีกว่านั่งอุดอู้อยู่ในเรือน
ซินยี่เดินเตร็ดเตร่ชำเลืองตาไปทางห้องของบุตรสาว ที่กำลังหลับกลางวัน ซินยี่ได้แต่ถอนหายใจก่อนที่จะเดินเข้าไปกระชับผ้าห่มให้ แล้วจึงรีบปิดประตูเรือน เพื่อไปพบปะกับสหาย
ณ ถนนสายหลัก
สองฝั่งถนนเต็มไปด้วยผู้คนที่สัญจรไปมาบ้างมีการจับกลุ่มพูดคุยกันตามประสา แต่สิ่งหนึ่งที่ซินยี่รู้สึกได้นั้นคือสายตาของผู้คนที่มองมาที่นาง ราวกับว่ามีสิ่งใดเคลือบแคลงใจ
ซินยี่ขยับซ้าย-บ้างขยับขวา เอียงหูฟังกลุ่มคนที่กำลังพูดคุยเกี่ยวกับประเด็นร้อนนั้นคือ ‘ท่านโหวคิดอย่างไร ถึงไปสู่ขอสตรีอย่างหนิงเฟิ่งได้ ทั้งนี้ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าฝ่ายของหนิงเฟิ่ง ได้ตอบตกลงหรือปฏิเสธ’
“จากการวิเคราะห์ของข้า หากคนบ้านนั้นปฏิเสธท่านโหวก็นับว่ากลั่นแกล้งท่านโหวให้อับอายแล้ว”
“จริงด้วย วันนั้นท่านนายอำเภอได้รับทราบเป็พยานให้ทั้งสอง อีกทั้งหนิงเฟิ่งได้กล่าวขอโทษท่านโหว และคิดที่ฟื้นฟูความสัมพันธ์ส่วนท่านโหวเองก็มีความจริงใจอย่างยิ่ง ที่จะไปสู่ขอนางเป็ภรรยาแต่นางกลับเล่นแง่ ไม่รู้ว่าบ้านนั้นคิดสิ่งใดอยู่”
ซินยี่ยืนฟังอยู่นานจึงได้ข้อสรุปว่าโจรโหวผู้นั้น้าสู่ขอบุตรสาวนางไปฆ่าทิ้งไม่รู้ว่าความคิดบุตรสาวครอบงำั้แ่เมื่อใด ยามนี้นางคิดเป็อื่นไม่ได้เลยจริงๆ
ทางด้านตงตงเฉียนที่ไปรับน้องชายจากสำนักศึกษาพลันเห็นว่าที่แม่ยายที่มีสีหน้าย่ำแย่ เอียงหูซ้ายและหูขวาฟังผู้คนจับกลุ่มนินทาได้แต่ระอาใจ
“นั้น ว่าที่แม่ยายของท่าน” ตงหลัวชี้มือไปทางซินยี่
“เ้าไม่อยากทำความรู้จักนางหน่อยหรือ”
“เป็ความคิดที่ดียิ่ง”
เด็กน้อยกระตุกมือของพี่ชายพร้อมกับลากชายหนุ่มไปทักทายซินยี่ ที่มีสีหน้ายับย่นขณะที่ผู้คนที่ยืนจับกลุ่มเริ่มเงียบลง เมื่อเห็นบุคคลที่พวกเขาสนทนาถึงได้มายืนอยู่ตรงหน้า
“เหตุใดถึงไม่พูดต่อเล่า?” ซินยี่กล่าวอย่างขัดใจ
“คารวะท่านแม่ยาย..”
‘ท่านแม่ยาย’ ช่างเป็คำกล่าวที่อ่อนน้อมถ่อมตนยิ่งนัก ผิดจากวันวาน แม้แต่คนที่ถูกเรียกยังต้องชะงักค้าง เด็กน้อยรีบคารวะเช่นกันก่อนที่จะเอ่ยเยินยอขึ้น
“ท่านพี่ตงเฉียง ว่าที่ภรรยาท่านก็นับว่างดงามมากแล้วพอข้ามาเจอว่าที่แม่ยายของท่าน เห็นได้ว่านางมีวิสัยทัศน์กว้างไกลยิ่งนัก”
“หึ! เ้าเองก็ควรเรียนรู้เอาไว้”
ชายหนุ่มหันมากล่าวกับน้องชายสลับกับมองว่าที่แม่ยายตัวร้าย ที่ยังมึนงงอยู่คนที่จะตอบรับการหมั้นหมายได้ คงมีแต่ซินยี่เท่านั้นหากจะเล่นงานหนิงเฟิ่งก็ต้องเล่นงานมารดาของนางถึงจะถูก เพราะนี้คือจุดอ่อนของนาง
“วันนี้ข้าพบท่านแม่ยายโดยบังเอิญมิสู้พวกเราไปดื่มชารับของว่างพูดคุยกันสักเล็กน้อย ดีหรือไม่”
“เอ่อ คือว่า..”
“ท่านแม่เดินดีๆขอรับ”
‘ช่วยด้วยโจรโหวจะลักพาตัวข้า’ ไม่ทันไร นางก็ถูกหิ้วตัวมาที่ภัตตาคารเถาฮวาที่เลื่องชื่ออาหารเลิศรสวางไว้ตรงหน้า แต่กลับไม่กล้าที่จะลองชิม เนื่องจากกลัวถูกวางยาพิษ เมื่อเห็นว่าที่แม่ยายระวังตัวเพียงนี้ทำให้ชายหนุ่มนึกขัน
ตงตงหลัวคีบอาหารยื่นให้ท่านป้าก่อนที่จะคีบเข้าปากของตนเองไปบ้าง ทำให้ซินยี่เริ่มวางใจคีบเนื้อขึ้นมากินหนึ่งคำ แต่ก็ต้องตาโตกับรสชาติที่ถูกปาก
“ท่านแม่ยายชอบอาหารนี่หรือไม่ขอรับ”
“รสชาติก็งั้นๆ”
“แม้ว่าอาหารที่นี่จะย่ำแย่ แต่ว่าอาหารตายังมีนะขอรับ”
เด็กน้อยวิ่งอ้อมโต๊ะไปนั่งข้างๆท่านป้าพร้อมกับยักคิ้วให้กับนางส่วนซินยี่มีท่าทีสงสัย โจวโหวผู้นี้้าสิ่งใดกันแน่ เหอะ! คนอย่างข้า ต่อให้เอาม้ามาฉุดลากก็ยังยืนยันคำเดิมว่าไม่คิดจะยกบุตรสาวให้เขาเป็อันขาด
เมื่อเห็นท่าทีของว่าที่แม่ยายไม่ยอมรับพี่ชายตนมีหรือตงตงหลัวจะยินยอม เด็กชายเขย่าแขนของซินยี่กระทั่งศีรษะสั่นคลอนตามแรง
“ท่านป้าขอรับ ให้โอกาสพี่ชายของข้าได้หรือไม่หน้าตาเขาเหมือนปลาเก๋าไปสักหน่อยแต่ว่าเขามีความจริงใจกับตัวนากอย่างพี่สาวเป็ล้นพ้นท่านป้างดงามดั่งเทพเซียนคงไม่รังเกียจบุตรเขยเช่นเขาใช่หรือไม่”
“เ้าเด็กอ้วน ท่านป้าจะไปรู้ได้อย่างไรว่าพี่ชายของเ้าไม่คิดสังหารบุตรสาวข้า”
“ในสายตาของนาง ข้าก็ไม่ใช่คนดีนัก ถ้าไม่สังหารโจรพวกนั้นเกรงว่าเฟิ่งเอ๋อร์คงถูกฆ่าตายที่เนินเขานั้นแล้ว ก่อนหน้าข้าเห็นพวกเขาติดตามไปเฟิ่งเอ๋อร์ไป ไม่รู้ว่าเป็คนของจวนใด แต่ไม่คิดว่า เฟิ่งเอ๋อร์กลับเห็นข้าในภาพลักษณ์ที่ไม่ดี ข้าเสียใจ”
คำพูดนี้เหมือนบทละครยิ่งนักหรือว่า ‘เขาเป็บุรุษกล้าช่วยหญิงงามใช่หรือไม่’ จะว่าไปคำกล่าวเท็จนี้ ทำให้แม่ยายประทับใจเหลือล้นบางทีบุตรสาวอาจจะเข้าใจผิดเกี่ยวกับท่านโหว
ส่วนคนที่คิดจะฉุดคร่าหญิงสาวคงไม่พ้นเกากวงแน่ๆ พวกเขามาสู่ขอเฟิ่งเอ๋อร์หลายครั้งแต่ไม่ได้รับการตอบรับจึงคิดแค้น กอปรกับกลัวเสียหน้า
เมื่อเห็นว่าที่แม่ยายขบฟันแน่นชายหนุ่มรีบยกชายเสื้อแสร้งซับน้ำตา ก่อนจะลอบเบะปากให้ สมแล้วที่เป็แม่ลูกกันจินตนาการของพวกนางช่างล้ำหน้าเกินผู้ใดในเมืองเฉียงตู
“ที่ท่านโหวพูดมาเป็ความจริงอย่างนั้นหรือ?”
“ขอรับ”
นี่นับว่าเป็พร์หรือความสามารถกันพี่ชายกล่าวเท็จได้อย่างลื่นไหล โดยไร้ช่องโหว่ เห็นทีข้าจะต้องฝึกให้มากขึ้นวันนี้โอกาสมาถึงจะต้องแสดงความสามารถเสียหน่อย
“ท่านป้าข้าเป็พยานให้พี่ชายข้าได้ เขาโง่เขลาในเื่รักใคร่แสดงความรักไม่เป็ผลที่ได้จึงเกิดเื่ราวใหญ่โต”
ตงตงเฉียนได้แต่กัดฟันฉีกยิ้มขณะที่เด็กน้อยเริ่มหว่านล้อมให้ซินยี่คล้อยตามแต่ดูจากท่าทางของซินยี่เหมือนจะลังเลใจ อยู่ไม่น้อยที่จะเชื่อถือคำกล่าวนี้
‘ท่านป้าช่างใจแข็งยิ่งนัก เห็นทีจะต้องใช้ไม้แข็ง’ เด็กน้อยปรบมือเสียงดัง ขณะที่เสี่ยวเอ้อรอรับคำอยู่ด้านนอกวิ่งเข้ามา
“สิ่งที่เตรียมพร้อมเรียบร้อยดีใช่หรือไม่”
“คุณชายน้อยไม่ต้องกังวลขอรับ”
เสี่ยวเอ๋อร์ปรบมือเสียงดังคณะสังคีตล้วนมีแต่บุรุษงามทั้งเชี่ยวชาญงานดนตรีและเอาอกเอาใจสาวใหญ่เป็ที่สุดมีหรือว่าซินยี่จะต้านทานไหว คณะสังคีตนั่งล้อมตัวซินยี่เอาไว้ พร้อมป้อนอาหารสุรา รวมถึงบีบนวดเอาอกเอาใจสาวใหญ่
ตงตงหลัวฉีกยิ้มกว้างเมื่อเห็นซินยี่ถูกป้อนสุราไปหลายจอก จะว่าไปท่านแม่ยายของพี่ชายนางเป็สตรีที่ใจแข็งไม่น้อย ดังนั้นจะต้องป้อนสุราเยอะๆจึงจะพูดคุยกันได้คล่อง
“ตงตงหลัวเ้าทำอะไรกัน ท่านแม่ยายข้ามิใช่สตรีโง่งม ซ้ำยังมีคุณธรรมสูงส่ง เ้าจะเอานักสังคีตมานั่งเคียงข้าง ถือว่าไม่ให้เกียรตินางเลย” ตงเฉียนแสร้งกล่าวเสียงดังใบหน้าบูดบึ้ง ทำให้ซินยี่ถึงกับร้องห้ามเอาไว้มือไม้ยังคงกุมมือหนุ่มหล่อที่เคียงข้างตนเอาไว้ไม่ห่างกาย
“ได้อย่างไร คุณชายน้อยมีเจตนาดี ส่วนเื่เกียรติยศ โยนทิ้งไว้ข้างนอกคงไม่หนีไปไหน ใช่หรือไม่”
“ท่านป้าพูดถูก”
เื่ราวของซินยี่ที่ถูกคนจวนโหวหิ้วตัวไปที่หอเถาฮวาถูกเฉียนเฉียนพบเข้าโดยบังเอิญนางจึงเร่งรีบไปบอกกล่าวต่อสหายอย่างหนิงเฟิ่งให้รู้กอปรกับหนิงเฟิ่งที่กำลังออกตามหามารดาทั่วบ้านไม่พบแม้แต่เงา จึงสันนิษฐานได้ว่า มารดาถูกโจรโหวลักพาตัวไป
“หนิงเฟิ่ง ข้าเห็นท่านโหวหิ้วท่านป้าซินยี่ไปที่หอเถาฮวาคิดว่าจะต้องมีเื่ร้ายแน่ๆ”
เมื่อได้ฟังคำบอกเล่าของสหายอีกทั้งกลัวว่ามารดาจะถูกทรมานจนตาย นางจึงวิ่งหน้าตั้งไปที่ว่าการอำเภอเพื่อบอกเล่าเื่ราวกับ ให้หวงเจียงโหลฟังก่อนที่ทหารของทางการจะกรูกันเข้าไปหอเถาฮวา
“ท่านแม่ข้ามาช่วยท่านแล้ว”
นายอำเภอโบกพัดดวงตาหรี่ขึ้นลงโจรโหวผู้นี้ไม่ธรรมดา คิดทำการอุกอาจ ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายชั่วช้านักหวงเจียงโหลก่นด่าในใจ
“นายท่านมีสิ่งใดให้ข้ารับใช้หรือขอรับ”
“พวกเ้ากักตัวท่านแม่ข้าเอาไว้ใช่หรือไม่ บอกมา เอาตัวท่านแม่ข้าไปไว้ที่ไหน!”
หนิงเฟิ่งกระชากเสื้อของเสี่ยวเอ๋อร์ติดมือมาดวงตาแดงก่ำคิดเอาเื่ให้ถึงที่สุด ขณะที่เสี่ยวเอ๋อร์ได้แต่โบกมือปฏิเสธ
“คิดว่าพวกท่านคงเข้าใจผิด”
“เช่นนั้นก็นำทางไป”
“ขอรับๆ” เสี่ยวเอ๋อร์รับคำด้วยความสั่นกลัวก่อนที่เชื้อเชิญทั้งหมดขึ้นไปที่ชั้นสองของภัตตาคารเถาฮวา...