หงสาสีนิล (จบ)

    เล่มที่ 4 บทที่ 111 หงสาสรงอัคคี

            กลางทุ่งหญ้านั้นลมกระโชกโหมแรง

            สายลมพัดผ่านใบหน้าก็เจ็บแสบราวกับถูกกรีด

            วสันตฤดูเริ่มต้นขึ้นแล้ว เมื่ออากาศอบอุ่นขึ้นมวลดอกไม้ก็พากันผลิบาน

            ทว่าบนทุ่งหญ้าสายลมกลับโหมพัดจนเย็นยะเยือกไปถึงกระดูก

            ใบหน้าของทุกคนล้วนถูกลมพัดปะทะจนแดงก่ำ รู้สึกว่ากระทั่งผ้าทอสีเหลืองเขียวก็ยังไม่อาจปกปิดสีแดงบนใบหน้าของพวกเขาไว้ได้

            ทว่าก็ไม่มีใครคิดจะยั้งฝีเท้า ยังคงมุ่งมั่นเดินไปด้านหน้า

            ขบวนเคลื่อนไปอย่างเงียบงัน

            เมื่อครู่พวกเขาเพิ่งจะได้ปะทะกับทหารแคว้นจิงมา

            เคราะห์ดีที่อีกฝ่ายมีกันไม่มากมัก มีราวๆ ยี่สิบคนเท่านั้น ทว่ายามที่ทหารเหล่านั้นมาถึง ก็บุกมาตีทันทีจนพวกเขาแทบจะตั้งตัวไม่ทัน

            ชาวหมู่บ้านไป๋กู่โดยส่วนใหญ่กล้าหาญกว่าชาวแคว้นเชินเป็นทุนเดิม ทั้งยังเชี่ยวชาญการขี่ม้า

            บนภูเขาก็มีม้าอยู่ วันธรรมดานอกจากทุกคนจะต้องเรียนอักษรแล้วก็ยังต้องเรียนขี่ม้า กระทั่งชายชราขาด้วนอย่างเหล่าหลิวก็ไม่มีข้อยกเว้น

            ทารกบนภูเขาเมื่อเริ่มเดินได้ ก็จะฝึกให้อยู่บนหลังม้าเพื่อความเคยชิน

            แต่กระนั้นเมื่อเทียบกับชาวจิงที่มีพรสวรรค์ในการขี่ม้าและอยู่บนหลังม้ามาอย่างยาวนาน ก็ยังคงแตกต่างกัน...แตกต่างกันมากเลยทีเดียว

            คนแคว้นจิงนั้นราวกับว่าร่างของพวกเขาติดอยู่บนตัวม้าก็ไม่ปาน ยามเคลื่อนไหวจึงได้คล่องแคล่วนัก ทั้งยามก้มลงโจมตีหรือหลบหลีกล้วนแต่ร้ายกาจ

            ส่วนหมู่บ้านไป๋กู่นั้นมีเด็กหนุ่มเพียงไม่กี่คนที่ทำได้ เช่นอาลู่ที่ยามอยู่บนหลังม้ายังสามารถก้มตัวไปเก็บของบนพื้นได้ ส่วนคนอื่นนั้นนับว่ายากลำบากนัก ส่วนใหญ่ก็เพียงแค่ขี่ม้าเป็น ทว่าจะให้ออกลีลาท่าทางก็ไม่ใคร่จะถนัดกันเท่าใด

            อีกทั้งยามสองกองทัพปะทะกัน จะมีเวลาไหนไปเรียนรู้อีกฝ่าย ล้วนแต่ต้องพุ่งเข้าสู้เท่านั้น

            การปะทะระลอกแรกอีกฝ่ายยังมีคนน้อยนัก

            หมู่บ้านไป๋กู่ยังให้กำลังหลักเป็นคนออกตัวก่อน จึงได้โจมตีอีกฝ่ายให้เสียหายและอ่อนแอลงได้ จากนั้นจึงให้ทหารหญิงออกตัว ถือเป็นการฝึกฝนพวกนาง

            เพียงเท่านี้พวกเขาก็แทบจะเกินขีดจำกัดแล้ว

            เหล่าทหารแคว้นจิงที่โดนโจมตีไปนั้น ก็ช่างกล้าหาญหาใครเปรียบ

            พวกเขาราวกับกำเนิดมาเป็นนักสู้ กระทั่งเห็นว่าคนตรงหน้าที่ตนกำลังสู้ด้วยเป็นสตรี ก็ยิ่งหัวเราะดังขึ้นด้วยใบหน้าดูแคลน

            เจ้าพวกไก่อ่อนแคว้นเชิน ถึงขั้นให้สตรีมาออกรบเชียวหรือ ช่างน่าขันเสียจริง

            แม้ทหารแคว้นจิงจะมีเพียงยี่สิบคน แต่เหล่าทหารหญิงก็ตึงเครียดนัก

            ใบหน้าซีดขาวพร้อมมือสั่นเทาทั้งสองข้างของพวกนางฟาดฟันลงไปเพื่อปลิดชีพทหารแคว้นจิง

            กระทั่งมีแม่นางคนหนึ่งบนหลังม้าที่ถึงขั้นกระอักเลือด

            พวกนางเพิ่งจะฆ่าคน

            อู๋เจียงที่เบียดอยู่ท่ามกลางเหล่าแม่นางครั้งนี้ก็แสดงฝีมือได้ดีนัก แม้ว่าเขาจะยังบาดเจ็บอยู่ ทั้งแผลยังสาหัสไม่เบา ทว่าถึงอย่างไรเขาก็เป็นถึงแม่ทัพมาก่อน ทั้งยังเคยนำทัพออกรบ

            เมื่อกองทัพเริ่มระส่ำระสายเขาก็ลงมือออกคำสั่งเอง พาทุกคนเดินหน้าบุกและถอยหนี จนกองทัพนั้นมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น

            ท่ามกลางเหล่าแม่นาง แม่นางหลานอวี้โดดเด่นยิ่งนัก นอกจากทักษะการนำกองทัพ เรื่องอื่นนางล้วนไม่ด้อยไปกว่าอู๋เจียง

            ทั้งสองคนยามอยู่ในกองกองทัพจึงร่วมมือกันได้ดีนัก

            เวลาที่สู้อยู่ในสนามรบในความรู้สึกว่ากันแล้วก็ช่างยาวนาน ต้องผ่านคมหอกคมดาบคมธนูที่หวังจะปลิดชีพตนนับไม่ถ้วน แต่ในความเป็นจริงแล้วเวลาก็ล่วงเลยไปเพียงครู่เดียวเท่านั้น

            ทุกคนยังคงออกเคลื่อนพลไปด้านหน้า

            เหล่าคนที่บาดเจ็บสาหัสก็ให้รั้งรอที่นี่ แล้วค่อยจัดแจงส่งกลับไปบนภูเขากระดูก เหล่าคนที่บาดเจ็บสาหัสนั้นก็แน่นอนว่าเป็นคนชราและคนพิการ เมื่อได้รับบาดเจ็บสาหัสเพิ่มก็ยิ่งทำให้พวกเขาน่าเวทนานัก

            ส่วนคนอื่นๆ ที่ได้รับบาดเจ็บไม่มาก ก็เพียงทำแผลแล้วออกเดินทางต่อ

            เฉินโย่วเองก็อยู่ในขบวนด้วยเช่นกัน ครานี้น้าหลัวของนางไม่ได้ติดตามมาด้วย เมื่อเช้าน้าหลัวก็กล่าวแล้วว่าจะรอให้ทุกคนกลับมาอย่างปลอดภัย ส่วนนางจะคอยดูแลบ้านให้ดี

            ข้างกายนางยังมีท่านอาจารย์กัวและพี่สวิน

            ส่วนพี่ชายและพี่อู่ล้วนแต่ไปอยู่กองหน้า ท่านลุงสามก็เช่นกัน

            พี่สวินใบหน้าซีดขาว แม้กระทั่งสีเหลืองสีเขียวที่บนอยู่บนหน้าเขา ก็ยังไม่อาจปกปิดมันได้มิด

            ส่วนท่านอาจารย์กัวก็เอาแต่นิ่วหน้าจนร่องลึกบนใบหน้าเด่นชัดขึ้นมา

            ไม่กี่วันมานี้ผมบนศีรษะของท่านอาจารย์ก็มีแต่จะขาวขึ้น

            แม้ว่าปกติยามยังอยู่บนเขาท่านอาจารย์จะเอาแต่กล่าวว่าเขาโกรธนาง โกรธเสียจนศีรษะขาวโพลนไปหมดแล้ว แต่นางกลับเห็นว่าผมบนศีรษะของท่านอาจารย์ยามอยู่บนเขานั้นนับวันก็ยิ่งจะดกดำเงางาม

            ทว่าตอนนี้ผมของท่านอาจารย์กลับเป็นสีขาวแล้วจริงๆ

            “พี่สวิน หากท่านเหนื่อยก็พักสักครู่เถิด พวกคนชั่วคงจะไม่โผล่มาตอนนี้” เฉินโย่วกล่าวกับพี่ชาย

            อาสวินเม้มปากแน่นแล้วส่ายหน้า

            เขาไม่เป็นไร เมื่อเทียบกับเหล่าคนที่ต้องไปสู้รบอยู่กองหน้าแล้วเขานับว่าดีกว่ากันมากนัก

            เขาเพียงแค่ยังปรับตัวไม่ได้เท่านั้น

            เขาก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดเขาจึงยังปรับตัวไม่ได้ ทั้งที่เข้านั้นเป็นเด็กที่กำเนิดขึ้นในถ้ำเชลยแท้ๆ เรื่องความเป็นความตายก็ควรจะชินกับมันตั้งนานแล้ว

            ทว่าบัดนี้ร่างกายของเขากลับรู้สึกทรมานเหลือเกิน

            บางทีอาจเป็นเพราะหลายปีมานี้เขาใช้ชีวิตอย่างสุขสบายเกินไป จึงทำให้หลงลืมความโหดร้ายเหล่านั้นไปจนสิ้น

            ทว่าภาพตรงหน้าในตอนนี้นั้นกลับโหดร้ายกว่าภาพในถ้ำเชลยมากนัก ตลอดเส้นทางมีแต่ร่างไร้วิญญาณนอนเกลื่อน

            ทั้งศพเด็กดูเหมือนจะมีจำนวนมากที่สุด ทุกร่างล้วนแต่ถูกฟันให้ขาดเป็นสองท่อนราวกับให้เด็กเหล่านี้ตายจนมิอาจตายได้อีกแล้ว ทั้งทหารแคว้นจิงยังเหี้ยมโหดราวกับสัตว์เดรัจฉาน พวกเขาไม่เพียงแต่ฆ่าคนให้ตายเท่านั้น แต่ยังทำร้ายศพอีกด้วย ร่างไร้ลมหายใจของเด็กๆ ล้วนแต่ถูกควักตา ดังนั้นศพที่เห็นจึงไร้ดวงตา มีแต่รูกลวงโบ๋ที่เต็มไปด้วยเลือด คนที่เห็นภาพนี้ล้วนแต่ขนลุกขนพองไปตามๆ กัน

            อาสวินยอมรับว่าเขาก็เป็นบัณฑิตที่ค่อนข้างจะเห็นแก่ตัวคนหนึ่ง ทว่าเมื่อเห็นภาพเหล่านั้น เขาก็ยังไม่คุ้นชินนัก บัดนี้เขาไม่กล้าแม้แต่จะหลับตาลง ด้วยกลัวว่าจะเห็นภาพอันโหดร้ายเหล่านั้น

            “ข้าไม่กลัว หากอาโย่วอยากจะพัก ก็มาพิงพี่ชายหลับสักครู่ดีหรือไม่” อาสวินเอ่ยถามขึ้น

            เฉินโย่วครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วจึงพยักหน้า

            นางเริ่มรู้สึกเหนื่อยแล้ว ไม่รู้ว่าทำไมร่างกายจึงรู้สึกหนักอึ้งอยู่ตลอดเวลาจนนางอ่อนแรงเหลือเกิน

            นางจึงพยักหน้าแล้วเอนพิงพี่ชาย หลับตาลงเพียงครู่เดียวนางก็หลับลึกเสียแล้ว

            ขนตางอนยาว ใบหน้ากลมเกลี้ยง

            อาสวินเมื่อเห็นว่าน้องสาวเป็นเช่นนี้ก็กังวลใจขึ้นมา จึงได้หันไปมองทางท่านอาจารย์กัว

            ท่านอาจารย์กัวขมวดคิ้วขึ้น แล้วจึงส่ายหน้าไปมา

            เมฆครึ้มพลันสลาย แสงตะวันพลันฉายแสง

            เพียงครู่เดียวความอบอุ่นก็แผ่ซ่าน สายลมที่กระโชกก็หยุดลงเช่นกัน

            ทำให้ความรู้สึกหนักหน่วงในใจของผู้คนในกองทัพพลันผ่อนคลายลงเช่นกัน

            อาสวินยกมือขึ้นลูบศีรษะของเด็กหญิงที่พิงตนอยู่เบาๆ นางคงจะกำลังหลับลึก ท่าทีเช่นนี้ช่างทำให้รู้สึกว่าวันเวลาช่างสงบสุขเหลือเกิน

            เขาชอบน้องสาวเหลือเกิน

            ไม่รู้ว่ามันเริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อใด

            บางทีอาจจะเป็นตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นนาง

            หรืออาจจะเป็นครั้งที่สองหรือครั้งที่สาม

            สวรรค์ช่างดีต่อเขานัก

            นิ้วเรียวยาวของเด็กหนุ่มสอดเข้าไปใต้เรือนผมสั้นๆ ของเด็กหญิง กล่าวได้ว่าคงจะมีเพียงช่วงเวลานี้ที่เขากล้าที่จะแสดงท่าทีเช่นนี้ออกมา เพราะบางทีความตายนั้นอาจจะกำลังเดินทางมาเยือนเขาอยู่

            เขายังจำท่วงท่าสง่างามของพี่ลู่ยามหวีผมให้นางและเขาได้

            ทว่าเขากลับไม่กล้าหวีผมให้นางแบบที่พี่ลู่เคยทำ

            ยามอยู่ใต้แสงตะวันอบอุ่นเช่นนี้ อาสวินก็รู้สึกเอ้อระเหยขึ้นมา ทั้งในอ้อมกอดยังมีน้องสาวนอนอยู่ เฉินโย่วน้อยที่หลับอุตุอย่างสบายใจ

            เขาได้กลิ่นหอมของต้นหญ้าที่เพิ่งผลิใบ

            แม้กลิ่นของมันจะผสมปนเปมาด้วยคาวเลือดก็ตาม

            ทันใดเด็กหญิงในอ้อมกอดเขาก็ลืมตาขึ้น

            ดวงตาของนางล้ำลึกราวกับห้วงสมุทรที่ไร้ก้นบึ้งในคืนเดือนดับ

            อาสวินพลันใจหล่นวูบ

            ต่อมานางหยัดกายพรวดลุกขึ้นนั่ง

            ดวงตะวันที่เพิ่งจะทอแสงผ่านหมู่เมฆลงมา เพียงพริบตาก็พลันหายลับไปหลังหมู่เมฆทะมึนที่ถาโถมเข้ามา ท้องทุ่งหญ้าเบื้องหน้าก็พลันมืดครึ้มลงทันใด

            ทั่วทั้งท้องทุ่งหญ้าพลันสั่นสะเทือน

            กองทัพจิงมาแล้ว

            ทหารจิงมากมายกำลังบุกเข้ามา

            เสียงอึกทึกนั้นราวกับมีม้านับหมื่นตัวกำลังห้อตะบึง

            เพียงชั่วขณะผู้คนรอบข้างก็พากันลนลาน แม้แต่อาลู่ที่เหี้ยมโหดราวหมาป่า หรือนายท่านสามที่ไม่เคยกลัวตาย หรือกระทั่งเสี่ยวอู่ผู้กล้าหาญ ด้วยเพราะม้าที่พวกตนขี่อยู่นั้นต่างก็วุ่นวายขึ้นมา จึงทำให้พวกเขาถอยหลังหนีกลับไม่ได้

            ราชครูเองก็ตึงเครียดไม่ต่างกัน แม้เขาจะเคยส่งทหารจำนวนนับไม่ถ้วนไปออกรบ ทว่าครั้งนี้กลับเป็นครั้งแรกที่เขาเคยได้เข้าใกล้สนามรบถึงเพียงนี้

            “ท่านอาจารย์กัว พวกเราถอยดีหรือไม่” อาสวินถามขึ้นอย่างร้อนรน

            ทุกคนได้ยินเช่นนั้นก็หันมาจับจ้องที่ท่านอาจารย์กัว

            ทว่าท่านอาจารย์กัวกลับมองไปทางเฉินโย่ว

            เฉินโย่วนั้นไม่รู้ว่าขึ้นไปนั่งหลังตรงอยู่หลังเจ้าม้าสีนิลตัวยักษ์ตั้งแต่เมื่อใด แววตาของนางมองทุกคนอย่างล้ำลึก มือเท้าล้วนแต่ไม่สั่นไหว ราวกับว่านางนั้นถือกำเนิดมาเพื่ออยู่ในสนามรบก็ไม่ปาน

            อู๋เจียงแหงนมองเด็กหญิงบนหลังม้า บัดนี้กลับเชื่อมโยงภาพของนางเข้ากับหลานสาวของตนไม่ได้อีกแล้ว

            ท่าทางของเฉินโย่วบนหลังม้าดูคล้ายกับว่านางเป็นองค์ชายองค์หนึ่ง

            “พวกเรามิถอย พวกเรามิอาจถอย”

            สายลมกระโชกแรงนัก เปลวเพลิงก็โหมกระหน่ำไม่ต่างกัน

            ในขณะที่เปลวเพลิงเหล่านั้นแผดเผานาง นางพลันระลึกถึงต้นอู๋ถงอยู่ต้นหนึ่งในใจนาง ใบของมันเป็นสีเขียวราวกับมรกต ลมที่โบกพัดก็แสนสบาย ใต้ต้นอู๋ถงยังมีท่านแม่แท้ๆ ของนางคอยปลอบโยน

    คล้ายกับเรื่องหงสาสีนิล (จบ) ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808