โครม!
เสียงปิดประตูห้องกระแทกดังสนั่นหอ แต่ก็ไม่อาจเทียบได้กับอารมณ์คุกรุ่นร้อนแรงของทั้งคู่ได้เลย
คู่รักใหม่ที่เพิ่งตอบตกลงคบหากันกอดก่ายพร้อมแลกลิ้นพัวพันกันไปมาต่างฝ่ายต่างรีบเร่งถอดเสื้อผ้าของกันเป็นพัลวัน ด้วยไม่อยากเสียเวลาทำรักแม้แต่สักวินาทีเดียว
คริสทิ้งตัวลงนอนบนฟูกตัวเดิม เรือนผมสีทองอร่ามสยายบนผ้าปูเตียงอย่างไร้ทิศทางเซ็กซี่ยั่วยวนที่สุดมือเรียวกระชากดึงนักกีฬาร่างสูงที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อลงทาบทับบดขยี้ริมฝีปากหนาของคนรักอย่างดูดดื่มเสน่หา
“อืม…อา…อ๊ะ...”
เสียงนุ่มครางกระเส่าในลำคอจนสติของเต้แตกกระเจิงมือหนาเร่งแกะกระดุมเสื้อเชิ้ตร่างบางออกอย่างรีบเร่งทว่าไม่อาจถอดเสื้อของคริสออกโดยง่าย
เต้พยายามอยู่นานสองนานก็ไม่สำเร็จยังคงสาละวนกับการแกะกระดุมเสื้อเม็ดสวยบนเสื้อเชิ้ตของอีกฝ่ายต่อไป การเสียเวลาโดยใช่เหตุนี้สร้างความหงุดหงิดรำคาญใจแก่เด็กหนุ่มเป็นอันมากจนเขาอยากจะกระชากเสื้อเชิ้ตสีขาวที่คลุมกายอีกฝ่ายออกให้รู้แล้วรู้รอดไป
“แม่งเอ๊ย!” เต้สบถ
“อุ๊บ…ฮ่าฮ่าฮ่า อะไรของเธอเนี่ย!” เจ้าของเสื้อนอนหัวเราะตัวโยนปล่อยให้อีกฝ่ายปลดชุดตนต่อไป
“โธ่โว้ย! กะจะเปิดตัวมากอดคุณเท่ๆคูลๆ แบบในหนังซะหน่อย เสื้อดันมาถอดยากซะได้!”
“นี่เชิ้ตเวอร์ซาเช่คอลล่าสุด อย่าเผลอฉีกขาดซะล่ะ” คริสยิ้มขำนอนประสานมือเหนือศีรษะสบายอารมณ์
“แพงก็แพง ถอดก็ยาก!”
“ยากนักก็ทิ้งไว้นั่นแหละ เปลี่ยนมาถอดกางเกงฉันได้แล้ว เด็กน้อย”
นิ้วระหงชี้ลงมายังกางเกงสีขาวรัดรูปที่กำลังนอนไขว่ห้างยั่วยวนอยู่บนเตียง
นัยน์ตาสีดำสนิทของเด็กหนุ่มวัยคึกคะนองโลมเลียไล้ไปตามเรือนร่างอันแสนสวยงดงามประดุจเทพสร้างรวมไปถึงเอเนอจี้มั่นอกมั่นใจในความเลอโฉมมากเสน่ห์ของตนเอง ทั้งน่าหมั่นไส้และน่าหลงใหลไปทุกสัดส่วนจะว่าประหนึ่งหลุดมาจากเทพนิยายกรีกโบราณก็ไม่เกินจริงเลยกับความสง่างามของร่างเพรียวบางที่โดดเด่นเกินกว่าใคร
เต้ทำตามคำสั่งราชินีแต่โดยดีราวกับต้องมนต์เริ่มจากถอดอาภรณ์เบื้องล่างของคนรักออกอย่างเชื่องช้าพร้อมโลมเลียดูดกลืนตัวตนที่เริ่มมีปฏิกิริยาตอบสนองของคริสไปด้วย
“อื้ม… อ๊ะ…”
เสียงหวานเครือดังเป็นระยะเมื่อถูกริมฝีปากหนาครอบครองแก่นกายแข็งขืนฉ่ำเยิ้มของตนลิ้นอุ่นดุนคลี่เปิดส่วนหัวสีชมพูแดงฉ่ำออกมาภายนอกชั้นในไล้เลียตั้งแต่หัวหยักตลอดด้ามความยาวจากโคนจรดส่วนปลาย
ลมร้อนที่หายใจรดส่วนกลางลำตัวของคริสนั้นสร้างความปั่นป่วนยิ่งนักลิ้นสากลากผ่านตัวตนคนรักก่อนจะโอบอุ้มไว้ในโพรงปากอุ่น เอวบางส่ายร่อนไปมามือเรียวลูบศีรษะทรงสกินเฮดแทนคำชมเชยที่ทำเขาปั่นป่วนได้ถึงเพียงนี้
ใกล้จะถึงจุดหมายปลายทางอยู่รอมร่อสองขาเรียวบิดเกร็งเข้าหากันอย่างสุดทน ทันใดนั้นเรือนร่างทรงเสน่ห์กลับสะดุ้งเฮือกเมื่อขาหนีบด้านในถูกขบกัดจนเป็นรอยฟัน
“โอ๊ย! ทำไมเธอชอบทิ้งรอยไว้จัง!”คริสท้วงงอนเอาแต่ใจ
“แสดงความเป็นเจ้าของครับ อยากประกาศให้โลกรู้ว่าคุณเป็นของผม”
“ก็บอกว่าผู้ชายขี้หึงมันน่ารำคาญไง”
“แต่คุณคริสเองก็ตกหลุมรักคนขี้หึงคนนี้ไม่ใช่เหรอครับ”ร่างสูงย้อนกลับ
ผู้อยู่เบื้องล่างถูกต้อนจนมุมไร้ซึ่งคำพูดตอบโต้ทว่ายังคงเชิดหน้าเชิดตาต่อไป
“เชอะ…ก็ไม่เถียง...”
หนุ่มสวยมากประสบการณ์นั้นเปลี่ยนไปคลานเข่าด้านบนเตียง หันหลังแอ่นสะโพกงามขึ้นสูงอวดช่องทางแห่งรักสีแดงก่ำน่าลิ้มลองคริสเอี้ยวตัวหันมาชายตามองแฟนหนุ่มวัยมหาลัยอย่างยั่วยวนเรือนร่างนวลเนียนซึ่งอวดสรีระอย่างไร้ความกระดากอายนั้นดูแล้วช่างสุดแสนจะเซ็กซี่เร้าใจยิ่งนักเต้แทบหยุดหายใจ นึกไม่ถึงว่าคนเบื้องหน้าที่งดงามถึงปานนี้จะตกลงรับปากคบหาเขาจริงๆหรือนี่...
นิ้วขาวเปิดช่องทางสีกลีบกุหลาบของตนเองออกกว้างเผยให้เห็นเนื้อผนังแดงฉ่ำภายในแย้มออกมานักกีฬาผิวแทนรู้ดีว่าอีกฝ่ายต้องการจะสื่ออะไรลิ้นหนาตอบสนองคำเชิญชวนนั้นโดยการโลมเลียไปตามร่องจีบสีแดงก่ำอย่างรู้หน้าที่
“อ๊ะ อีก… อื้อ…!”
ช่องทางหวานฉ่ำตอดรัดลิ้นของเด็กหนุ่มอย่างวาบหวามรัญจวนใจลิ้นสากที่โรมรันดูดดื่มประดุจผู้หิวกระหายค้นพบแหล่งน้ำโอเอซิสท่ามกลางทะเลทรายแห้งผากริมฝีปากหนากลืนกินส่วนอ่อนไหวอย่างสวาปามหิวโหย พาลเอาร่างเพรียวบางมวนท้องเสียวสะท้านขึ้นมา
เต้นึกสงสัยยิ่งนักเหตุใดผนังรสหวานล้ำที่ผ่านการร่วมรักมาอย่างโชกโชนจึงยังคงหนึบกระชับสู้ลิ้นได้ถึงปานนี้รสสัมผัสยังคงหอมหวนประดุจหนุ่มสาวแรกรุ่นวัยกำดัดอีกทั้งตอดรัดแทบขาดใจกระตุ้นกำหนัดเพศชายของเขาเหลือเกิน
ปากอุ่นละเลงลิ้นเกี่ยวตวัดควานเนื้อผนังโดยรอบ กวาดลิ้มชิมรสชาติแสนหวานของกลีบตูมที่ดูดรัดเชื้อเชิญลิ้นสากเข้าสำรวจล้ำลึกยิ่งขึ้นเสียงเฉอะแฉะจ๊วบจ๊าบดังก้องสะท้อนทั่วห้องพักเสียงน่าละอายกระตุ้นกามอารมณ์คนทั้งสองให้ทะยานสูงเป็นเท่าตัว
เมื่อรับรู้ได้ถึงแรงสั่นกระตุกภายใน เด็กหนุ่มจึงกอบกุมส่วนกลางลำตัวของอีกฝ่ายพร้อมเร่งจังหวะร้อนแรงไปด้วย
นักกายภาพบำบัดคนงามบิดกายเกร็งเมื่อถูกกระตุ้นทั้งสองจุดอ่อนไหวไปในเวลาเดียวกันบั้นท้ายงามส่ายร่อนไปมาสุดทน ความเสียวกระสันกลางกายและเบื้องล่างซึ่งถูกกระตุ้นด้วยลิ้นหนาทำคริสปั่นป่วนกรีดร้องดังลั่นเมื่อถึงจุดสูงสุดแห่งห้วงอารมณ์ในเสี้ยววินาทีนั้น
“อ๊ะ…อ๊า…อ๊า!!!”
หยาดหยดร้อนฉ่าปลดปล่อยเต็มฝ่ามือหนาเนื้อตัวคริสสั่นเทาด้วยความเสียวซ่านยังไม่จางหายไปหอบเสียงแหบพร่าฟังแล้วเซ็กซี่ยั่วยวนเป็นที่สุด
ลิ้นอุ่นถอดถอนออกจากช่องทางรักอย่างนึกเสียดายแทนที่ด้วยนิ้วมือซึ่งอาบชุ่มไปด้วยเมล็ดพันธุ์ขาวข้นของคริสความเปียกชุ่มที่เบิกทางไว้ล่วงหน้าช่วยให้การสอดใส่ราบรื่นกว่าที่เคยแต่กระนั้นความแน่นขนัดก็ทำเอาเด็กหนุ่มเลียริมฝีปากระบายความปรารถนาอยาก
เมื่อเห็นว่าคนรักเรือนผมทองอร่ามพร้อมแล้ว เต้จึงค่อยๆ แทรกกายที่แข็งขึงพร้อมระเบิดปะทุแทบทุกเมื่อเข้าไปความแน่นตึงเปรี๊ยะจนส่วนหัวแทบจะผ่านชำแรกเข้าไปไม่ได้กระนั้นเด็กหนุ่มก็เร่งเร้าเบื้องหน้าคนรัก รอจังหวะอย่างใจเย็นจึงแทงสวนเข้าไป
“ฮ๊ะ…อ๊า…!” ร่างเพรียวแอ่นกายสะดุ้งเฮือก
“ซี๊ดส์… คุณคริส! ผ่อนหน่อย…อ๊า…ผมไม่ไหว…”
“กัดให้ขาดเลยดีมั้ยเนี่ย”
“ทำได้ก็ลองดู…แฮ่ก…”
ท่อนเอ็นอวบหนาที่ผ่านเข้าไปได้เพียงหัวถอดถอนออกเชื่องช้าแทรกตัวเข้ารับรสชาติความสุขอีกเป็นจังหวะจะโคนจนกระทั่งช่องทางหวานล้ำรองรับตัวตนใหญ่โตได้สุดทาง
แม้นคุณคริสจะปากดีแต่ดูท่าก็คงจะรู้สึกเจ็บปวดไม่ใช่น้อยเด็กหนุ่มนักกีฬาจึงขยับกระตุ้นเร้าสัมผัสอย่างนุ่มนวลเนิบนาบจนกระทั่งเสียงครวญครางแห่งอารมณ์ปรารถนากรีดร้องไม่หยุด ก่อนเต้จะตัดสินใจกระแทกพรวดเข้าไปสุดลำในคราเดียว
“อ๊ะ...อ๊า!!”
ชั่ววินาทีนั้นช่องทางหวานฉ่ำกระตุกเกร็งอีกครั้งบีบรัดรัญจวนจนเด็กหนุ่มเร่งเครื่องเต็มสูบนิ้วเรียวจิกกำผ้าปูเตียงแน่นราวกับจะฉีกขาดด้วยอารมณ์ลุกโหมกระหน่ำมวลความเร่าร้อนหลั่งไหลลงบนผ้าปูเตียงเป็นสายวินาทีที่ส่วนแน่นขนัดดูดกลืนความแข็งแกร่งถึงจุดสุดยอดช่างแสนสะท้าน ตอดรัดดูดดื่มจนเต้ไม่อาจทานทนต่อไปเช่นกัน
“อ…อ๊ะ ...ฮ๊า!!!”
ใบหน้าสวยนั้นหยาดเยิ้มฉาบไปด้วยกลิ่นอายแห่งราคะตัณหาผมเผ้าสีทองอร่ามกระจัดกระจายไปทั่วเตียงดวงตาสีฟ้าใสย้อมไปด้วยเปลงเพลิงแห่งเพศรสที่ยังไม่มีทีท่าจะดับมอดลง
หนุ่มผิวสีน้ำผึ้งเอนกายลงนอนบนเตียง จัดท่าทางให้คนรักนั่งคร่อมบนตัวเขาทั้งที่แก่นกายยังเชื่อมโยงกันอยู่พลันแทงสวนพรวดกระแทกกระทั้นโดยไม่บอกกล่าวคริสแทบตั้งตัวไม่ติดทำได้เพียงกุมมือเด็กหนุ่มสองข้างเพื่อประคองกายกรีดร้องออกมาสุดเสียง
“อ๊า…อย่า…เดี๋ยวสิ...!”
ร่างเพรียวงามนั้นโยกตัวลอยตามจังหวะแรงกระทุ้งท่อนเนื้อใหญ่เสียดสีกับปุ่มกระสันภายในของเขาอย่างแม่นยำจนช่องทางตอดรัดแน่นขนัดเป็นที่สุดความแข็งแกร่งโอ่อ่านั้นกระทบกับผนังเนื้อนุ่มด้านในซ้ำแล้วซ้ำเล่าทั้งเจ็บทั้งเสียวสะท้าน แต่กระนั้นคริสกลับรู้สึกว่ายังไม่พอต้องการมากกว่านี้อีก! เขายังรู้สึกกระหายอยากตัวตนของอีกฝ่ายมากยิ่งกว่านี้อยากตะโกนร้องสุดเสียงว่ารักฉันให้แรงกว่านี้อีก! รักจนฉันเดินไม่ได้ไปเลยสิ!
ราวกับอ่านใจคริสได้หรืออย่างไรนักกีฬาหนุ่มผู้เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อนั้นโอบกอดคนรักไว้แน่นก่อนจะกระหน่ำกระแทกแทงไม่หยุดจ้วงช่องทางคับแคบเข้าออกถี่รัวชนิดที่ว่าไม่เปิดโอกาสให้หนุ่มสวยได้หายใจหายคอเลย
“อ๊ะ! โอ๊ย! ดี! อีก! อ๊ะ! อ๊า! อีก! อ๊า!”
คริสกดฝังใบหน้าตนกับไหล่หนาอย่างสุดทนสองมือประคองกอดแผ่นหลังกว้างอย่างเอาเป็นเอาตาย น้ำเสียงหวานหูไต่ระดับเสียงสูงขึ้นเรื่อยๆพร้อมกับดีกรีความร้อนแรงของบทเพลงรักในค่ำคืนนี้เต้สัญญากับตัวเองว่าจะมอบความสุขล้นปรี่ให้อีกฝ่ายอย่างถึงใจและเขามั่นใจว่าทำได้ดีเสียด้วย
การร่วมรักมาราธอนทั้งหวานซึ้งและเร่าร้อนยังคงดำเนินต่อไปเกือบทั้งคืนก่อนที่เสียงกรีดร้องสุดท้ายจะดังสะท้านจนร่างบอบบางนั้นสลบไสลสิ้นสติไป
เด็กหนุ่มผิวสีน้ำผึ้งจับจ้องมองใบหน้าสวยที่หลับพักผ่อนอย่างสงบในอ้อมกอดของเขาอย่างเป็นสุขหยาดน้ำแห่งความดีใจเอ่อล้นดวงตาของหนุ่มนักกีฬามือหนาปาดน้ำตาแห่งความปลื้มใจนั้นออกพร้อมรอยยิ้ม
เต้รู้ว่าจากนี้ไปเขาไม่ต้องทนทุกข์ทรมานกับการแอบรักข้างเดียวอีกต่อไปแล้วเขาสามารถเรียกคริสว่าคนรักได้เต็มปากเสียที
เมื่อคิดได้ดังนั้นเด็กหนุ่มร่างกำยำก็ไม่อาจหยุดน้ำตาแห่งความปีติยินดีได้อีกปล่อยให้ไหลเป็นสายพร้อมกอดอีกฝ่ายไว้แนบอก ในที่สุดเต้ก็รู้จักความสุขสมหวังแท้จริงเสียที
ณ ใต้ตึกคณะสังคมศาสตร์ที่ผู้คนบางตาสองสาวนักศึกษาคนสวยจับจองที่นั่งบนโต๊ะหินขัดตัวเดิมพวกเธอหาที่นั่งเล่นระหว่างเฝ้ารอเวลาเรียนคาบเช้า
หมิวและแนนพาลนึกสงสัยว่าเช้านี้ไม่เห็นหน้าเต้กับดรีมเลย ไม่รู้เล่นเกมกันจนดึกดื่นอีกหรือเปล่า
ติ๊ง ติ๊ง
เสียงข้อความไลน์ดังขึ้น หมิวเปิดอ่านด้วยใบหน้าตื่นเต้น
“แนนข่าวใหญ่! ไอ้เต้บอกว่าคุณคริสยอมตกลงเป็นแฟนมันแล้วล่ะ!”
“จริงเหรอหมิว!”
“จริงสิ เนี่ยมันพิมพ์บอกเมื่อกี้เอง” หมิวโชว์ข้อความให้แฟนสาวดู
“ข่าวดีนี่นา ยินดีกับไอ้เต้ด้วยเนอะสมหวังในความรักซะที!”
“ช่ายๆ พวกเรางี้ลุ้นตามไส้แทบเลื่อน...”
ติ๊ง ติ๊ง
หมิวอ่านข้อความที่ส่งมาเพิ่มเติม
“วันนี้กูอยู่กับคุณคริสทั้งวัน ฝากซีร็อกซ์ชีทด้วย...กรี๊ดดด!!!” สาววายกรีดร้องคลุ้มคลั่งไปแล้ว
“หมิวใจเย็น จะกรี๊ดอะไรเบอร์นั้น!”แนนเตือนสติอีกฝ่าย
“ไอ้เต้มันต้องเลิฟๆ หมกตัวอยู่ในห้องทั้งวันทั้งคืนแน่เลยดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์กันไงล่ะถึงมาเรียนไม่ได้!”หมิวประธานสมาคมสาววายแห่งคณะสังคมฯ ฟันธง ลมหายใจเธอฟึดฟัด
“สองคนนั้นเขาอาจจะแค่ใช้เวลาด้วยกันเฉยๆ ก็ได้น่ะหมิว มโนไปไกลละ”
“แนน! เธอพูดยังกะไม่รู้จักเพื่อนคนอย่างไอ้หื่นเต้มีหรือที่จะยอมปล่อยให้คุณคริสลอยนวลโดยไม่แตะต้องได้??”
“เอ้อ ก็จริงเนอะ คนอย่างมันไม่น่าจะ”
“ใช่มั้ยล่ะ ฉันว่ายังไงๆ สองคนนั้นน่าจะกำลัง...”
ติ๊ง ติ๊ง
ยังไม่ทันจะพูดจบ หมิวอ่านข้อความที่ส่งมาอีกแต่คนนี้ไม่ใช่จากเพื่อนนักบาสฯ หากแต่เป็นข้อความของดรีมนั่นเอง
“เราปรับความเข้าใจกับพี่เจเรียบร้อยแล้วล่ะวันนี้อาจจะไม่เข้าเรียนนะ ฝากซีรอกซ์เอกสารให้ด้วย... กรี๊ด!! ดรีมเองก็เอากะเขาเหมือนกันเหรอเนี่ย!” หมิวกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง
“เดี๋ยวนี้ดรีมเกเรไม่เบาเลยน้า” แนนยิ้มกรุ้มกริ่ม
“นั่นสิ... ดีใจจัง เพื่อนแก๊งเราต่างก็อินเลิฟมีแฟนกันหมดขายออกเกลี้ยงไม่มีใครโสดสักคน”
“รวมถึงคู่เราด้วยเนอะ หมิว” แนนกุมมือแฟนสาวแน่น
“ว่าแล้วก็อยากโดดเรียนแบบดรีมกับไอ้เหี้ยเต้บ้างจัง...เราไปหาที่เงียบๆ อยู่กันสองต่อสองดีมั้ยแนน?”
เด็กสาวในชุดนักศึกษากะพริบดวงตาหวานซึ้งใบหน้าอ่อนเยาว์ของเธอโน้มเข้าหาสาวคนรักใกล้ชิดจนเกือบจะหายใจรดกันอยู่แล้วทว่ามือเรียวของอีกฝ่ายดันใบหน้าสาวหมวยจอมห้าวออกห่าง
“ไม่ต้องเลยหมิว พวกเรายังอยู่มหาลัยกลางวันแสกๆ นะ”
“แนน! เค้าอยากสวีทแบบคู่อื่นบ้างง่า!”
“แต่ฉันไม่อยากโดดวิชานี้ ฉันยิ่งไม่เก่งอิ๊งอยู่กลัวจะตามอาจารย์ไม่ทัน”
“จ้าๆ ไม่โดดก็ไม่โดด... แค่เค้าอยากมีโมเมนต์ฟีลแฟนแบบคนอื่นเค้าบ้างก็แค่นั้นเองนี่นา!” หมิวงอนปากจู๋ อดน้อยใจไม่ได้
แนนอมยิ้ม ส่ายหัวกับความเอาแต่ใจของแฟนสาว
“ไว้เรียนเสร็จค่อยไปเดตกันสองคนนะ หรือจะรีบกลับห้องก่อนก็ได้”
“...จริงนะ! สัญญาแล้วนะ!” หมิวดีดตัวด้วยความตื่นเต้นลิงโลด
“อื้ม สัญญาจ้า แต่ขอเรียนก่อนนะ”
“โอเค๊!!”
สองสาวกอดกันแน่นหัวเราะคิกคัก พากันเข้าเรียนคาบเช้าด้วยหัวใจพองโต
วันต่อมาเต้กับดรีมมาถึงคณะฯ แต่เช้าโดยไม่ได้นัดหมาย พวกเขาเห็นเพื่อนสาวทั้งสองวิ่งโบกมือมาแต่ไกลด้วยสีหน้าแช่มชื่น
“ไอ้เต้ดีใจด้วยนะ! พี่คริสเขาหลงผิดยอมคบกับมึงซะที!” หมิวแสดงความยินดีกับความรักของเพื่อน
“หลงผิดห่าไร เขาเองก็รักกูเหมือนกันเหอะ” หนุ่มนักกีฬาแย้ง
“เขาอาจจะหน้ามืดตามัวไปชั่วขณะรึเปล่า??” แนนถามแหย่
“บุญกุศลที่เขาสั่งสมมาทุกภพทุกชาติจะหมดแล้วถึงต้องมาลงเอยกับคนแบบมึงเนี่ย!”หมิวเสริม
“แม่งโว๊ย! ...อีเลสเบี้ยนสองตัวนี้มันยังไงกวนประสาทกูไม่เว้นแต่ละวัน!!”หนุ่มผิวแทนตะคอกกลับรำคาญสุดๆ
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”
เหล่าเพื่อนตัวดีต่างหัวเราะสะใจที่สามารถกระตุกต่อมขี้รำคาญของไอ้เต้สำเร็จมหกรรมกระแนะกระแหนเพื่อนตัวโตนั้นยังคงดำเนินต่อไป
ระหว่างทางไปโรงอาหารเด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลประกายแดงสัมผัสได้ถึงสายตารอยรอบจับจ้องมายังกลุ่มเขาโดยเฉพาะหนุ่มร่างสูงกำยำจะว่ามองมาด้วยความรู้สึกรังเกียจหรือเย้ยหยันก็ไม่เชิงแต่อย่างน้อยก็ไม่ใช่วิธีการมองผู้อื่นด้วยความปรารถนาดีเป็นแน่รวมถึงเสียงกระซิบกระซาบรอบตัวเป็นระลอกที่ดังตามมาอีกด้วย
“...ทุกคนรู้เรื่องคลิปอ่ะไม่เท่าไรแต่รู้เรื่องที่ไอ้เต้เกี่ยวข้องกับพี่คริสได้ยังไงกันนะ??” เสียงหวานถาม
“ก็กูไปแวะหาคุณคริสตามชมรมต่างๆพูดจาสนิทสนมแถมยังจูบคุณคริสโชว์ต่อหน้าธารกำนัลซะขนาดนั้น คนอื่นไม่รู้สิแปลก”หนุ่มสกินเฮดอธิบาย
ดรีมพยักหน้าเห็นด้วยข่าวซุบซิบในสังคมรั้วมหาลัยนี่กระจายถึงกันจนน่ากลัวจริงๆ
หนุ่มนักบาสฯ คมเข้มที่มักหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่เสมอพร้อมภาพลักษณ์ประหนึ่งนักเลงหัวไม้นั้นเพียงสอดส่ายนัยน์ตาสีดำสนิทของตนจ้องเขม็งกลับไป เหล่านักศึกษาเม้าท์มอยก็พลันลุกหนีไปทันทีหนุ่มนักกีฬาเพียงสะพายกระเป๋าเป้เดินต่อไปหาได้สนใจคนรอบข้างไม่
“จริงสิไอ้เต้ เย็นนี้มึงมีซ้อมบาสฯ อีกมั้ยวะ??” หมิวถามอย่างกระตือรือร้น
“ก็มีตามปกตินั่นแหละ”
“งั้นเดี๋ยวฉันกับแนนจะไปเฝ้าแกซ้อมที่โรงยิมด้วยกันดีมั้ย?? แกจะได้มีกำลังใจไงล่ะ!”หมิวกล่าวอย่างตื่นเต้น
“เป็นความคิดที่ดีนะ ดรีมเองก็ว่างใช่มั้ยไปให้กำลังใจเต้กันเถอะ!” แนนหันมาถามพร้อมควงแขนเด็กหนุ่มร่างบาง
“เอาสิ จริงๆ เราเองก็กะแวะไปเย็นนี้อยู่แล้วล่ะ”ใบหน้าหวานเห็นดีด้วย
“ตามนี้นะ งั้นเย็นนี้เราตามไปเชียร์ไอ้เต้กันนะ!” หมิวสรุปนัดหมายเสร็จสรรพ
หนุ่มนักบาสฯ ฟังบทสนทนาของเหล่าผองเพื่อนที่จู่ๆก็ฟังดูสดใสร่าเริงจนเกินเหตุ แล้วยังจะนัดรวมตัวไปโรงยิมที่เขาไม่ได้มีแข่งขันอะไรเป็นพิเศษอีก
เสียงหัวเราะในลำคอหนาดังขึ้นพร้อมรอยยิ้มมือใหญ่ขยี้หัวเพื่อนทั้งสามคนที่มีส่วนสูงไล่เลี่ยกัน
“ขอบใจพวกมึงที่เป็นห่วงกูนะ กูไม่เป็นไรจริงๆ ว่ะ”
“คนอื่นจะมองยังไงก็ช่าง พวกกูอยู่เคียงข้างมึงเสมอนะไอ้เต้อย่าไปแคร์สายตาชาวบ้านเลย!” หมิวแค่นเสียงแม้นเธอจะเป็นไม้เบื่อไม้เมากับเต้ประจำแต่อันที่จริงก็รักและซัพพอร์ตเพื่อนมากๆ
หนุ่มผิวแทนพรายยิ้มเอ็นดูเพื่อนตัวเล็กทั้งสามที่ไม่ทอดทิ้งเขาไปไหนโดยเฉพาะเวลาที่มีปัญหาแบบนี้
วินาทีแห่งความซาบซึ้งในมิตรภาพผองเพื่อนนั้นเองสองสาวเข้าประกบหนุ่มนักบาสฯ พร้อมควงแขนอย่างแนบชิดอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน
ไอ้เต้ขนลุกเกรียวรีบสะบัดมือออกทันที
“เชี่ย! นมพวกมึงโดนกูโว้ยขยะแขยง!”
“กรี๊ดดด ไหนว่าชอบโนตมไง ทำมาเป็นรังเกียจ!” สองสาวแกล้งควงแขนแกร่งซ้ำ แต่แล้วก็โดนสะบัดหลุด
“กูชอบนมใหญ่ๆ โว้ย ไม่ใช่นมอนุบาลแฟ่บๆ เหี่ยวๆ แบบพวกมึง!”
“พวกกูหนองโพเถอะ มึงจะเล่นตัวไรนักหนา ...แนนต้อนมันไปทางนั้นเร็ว!” หมิวออกคำสั่ง
คราวนี้ไอ้เต้เป็นฝ่ายถอยกรูดจากเพื่อนสาวโดยอัตโนมัติ เดินเลี่ยงกันไปมาไม่รู้อีท่าไหนกลับกลายเป็นเด็กหนุ่มนักบาสฯ พุ่งตัววิ่งหนีในขณะที่สองสาววิ่งไล่ตามอย่างสนุกสนานแนนกับหมิวส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดกันใหญ่ พวกเขาวิ่งไล่จับกันตลอดทางโดยไม่สนสายตาคนรอบข้างอีกเลย
ดรีมส่ายหัวมองดูผองเพื่อนในชุดนักศึกษาสุดจะปัญญาอ่อน ว่าเล่นอะไรเป็นเด็กๆไปได้ ว่าแล้วก็อัดวิดีโอแก๊งเพื่อนวิ่งไล่จับกันส่งให้แฟนหนุ่มลูกครึ่งดูซะเลย
ภาพเคลื่อนไหวของเต้ที่วิ่งซิกแซกหลบเลี่ยงอย่างคล่องแคล่วโดยมีหมิวตามไปติดๆสุดท้ายถูกแนนยืนดักอยู่อีกฝั่งจนดิ้นไม่หลุดสุดท้ายไอ้เต้โดนสองสาวรุมกอดด้วยสีหน้าขยะแขยงขั้นสุดเด็กหนุ่มผิวแทนดิ้นรนร้องโวยวายยกใหญ่นั้นเรียกเสียงหัวเราะสะใจจากสาวๆเป็นทวีคูณ
ร่างบอบบางที่ยืนมองอยู่ห่างๆ ขำไม่หยุด
เสียงโทรเข้าดังขึ้น นิ้วเรียวกดรับสายหนุ่มคนรักทันที
“ทุกคนเล่นอะไรกันเนี่ย!แน่ใจนะว่าเรียนมหาลัยกันแล้ว ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ” พี่เจขำก๊าก
“ผมไม่เกี่ยวนะ เจ้าพวกนี้ติ๊งต๊องกันไปเอง ฮ่าฮ่าฮ่า”
“ดูท่าบรรยากาศที่มหาลัยจะดูผ่อนคลายไม่ตึงเครียดแล้วใช่มั้ยครับเห็นทุกคนยิ้มร่าเริงเชียว” พี่เจคาดเดาจากภาพที่เห็น
“...ไม่เลยฮะ วันนี้คนที่ม.จ้องไอ้เต้แปลกๆแถมจับกลุ่มนินทาอีกต่างหาก... ผมรู้สึกไม่ดีมากเลยฮะ...” เด็กหนุ่มรายงาน“คลิปมันเผยแพร่ไปเร็วมากแล้วเหมือนทุกคนจะรู้ว่าไอ้เต้มีความสัมพันธ์กับพี่คริสกันหมดด้วยฮะ”
“ครับ”
“...พวกผมยังอยู่ข้างไอ้เต้นะฮะแต่ไม่รู้ว่ารอบข้างจะยังเป็นแบบนี้ไปถึงเมื่อไรไปไหนก็มีแต่สายตาเพ่งเล็งมันรู้สึกอึดอัดยังไงก็ไม่รู้”เด็กหนุ่มตัวน้อยเซื่องซึม
“เดี๋ยวเรื่องก็ซาเองแหละครับคนอย่างราชินีคริสไม่ยอมถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียวหรอกเชื่อเถอะเดี๋ยวทุกอย่างก็จะคลี่คลายไปในทางที่ดีเอง”
ชายหนุ่มลูกครึ่งอิตาลีพูดด้วยโทนเสียงสบายๆ ราวกับไม่ใช่ปัญหาอะไร กระตุกต่อมอยากรู้ของผู้ฟังเป็นอย่างยิ่ง
“...พี่เจพูดเหมือนรู้อะไรมาเลยนะฮะ”
“ฮะฮะ พี่ก็รู้เท่าที่เราเล่านั่นแหละครับ”
ร่างสูงใหญ่เพียงทิ้งคำพูดปริศนาไว้ก่อนจะวางสายไปพร้อมรอยยิ้มมุมปาก