บทที่ 17 การจัดการ [เขาคือพ่อของฉัน ไอ้บื้อ!]
วันที่ 9 พฤษภาคม 2017 เวลาตี 02.30 น.
ร้านเกมสำหรับผู้ใหญ่ของคังบงกิล
คังบงกิลนั่งอยู่ที่โต๊ะกลมพลางสูบบุหรี่ท่ามกลางความเงียบในสถานที่ที่เป็ระเบียบเรียบร้อยแต่กลับไม่มีลูกค้าสักคน และเ้าของเก้าอี้ทั้งสามก็ยังมาไม่ถึง
“เฮ้อ นี่คือเหตุผลที่ลูกค้าทุกคนไปที่ร้านฝั่งตรงข้ามของไอ้พวกบูชอนอินชอนสินะ”
คังบงกิลดูดบุหรี่มวนเก่าเสร็จ และกำลังจะจุดบุหรี่มวนใหม่
เป็จังหวะเดียวกับที่ฮันมยองโฮเดินเข้ามา
เขาขมวดคิ้วและเอามือปิดจมูก
เมื่อเห็นท่าทางแบบนั้น คังบงกิลก็ขมวดคิ้ว
“ไม่มีปากพูดเหรอไง?”
“ฉันทำอะไรผิดงั้นเหรอ”
ว่าจบฮันมยองโฮก็นั่งลงที่โต๊ะกลมเช่นกัน จากนั้นเขาก็หยิบบุหรี่ออกมาสูบ
“ประธานลีไม่มาเหรอ?”
“แกก็ลองถามดูสิ”
“ทำไมกัน?”
“เพราะมีบางอย่างสะกิดใจฉันอยู่”
“ไอ้เวรนี่”
เมื่อมองไปยังคังบงกิลที่กำลังฉุนเฉียว ฮันมยองโฮก็ยิ้มเยาะ และหลังจากที่เขาดับบุหรี่ในที่เขี่ยบุหรี่ เ้าตัวก็มองไปรอบ ๆ ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดด้วยเสียงต่ำว่า
“มาพูดกันตามตรงเถอะ บงกิล แกกับลีจองฮุนกำลังคุยอะไรบางอย่างลับหลังฉันอยู่ใช่ไหม?”
“นี่คิดบ้าอะไรเนี่ย?”
"ก็ดูสิ แกพาไอ้ฆาตกรนั่นมา และไอ้สารเลวนั่นก็ให้ลีจองฮุนรับตำแหน่งไป ฉันคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันเหมือนกับแผนการที่ถูกวางมาเป็อย่างดี”
“แล้วยังไง? แกคิดว่าฉันอยากให้ลูกพี่ยังกีตายและส่งไม้ต่อให้ลีจองฮุนงั้นเหรอ?”
“แล้วไม่ใช่เหรอไง?”
“ไอ้เวรนี่! แกตั้งใจจะใส่ร้ายคนบริสุทธิ์อย่างฉันงั้นเหรอ”
คังบงกิลโยนบุหรี่ลงบนพื้นด้วยความหงุดหงิด
“ไอ้หนู แกฟังให้ดีนะ ฆาตกรสารเลวนั่นบุกเข้าไปที่ร้านของเราก่อน แล้วถามว่าลูกพี่ยังกีอยู่ที่ไหนตอนที่กำลังเล่นไพ่กัน จะให้ฉันต้องให้บอกอีกกี่ครั้ง”
“นั่นมันเื่ของแก”
“ไอ้เวร งั้นทำไมฉันถึงต้องให้ลีจองฮุนมานั่งแทนที่ด้วย?”
“นั่นคือสิ่งที่แกวางแผนไว้ แล้วฉันจะรู้ได้ยังไง?”
“ไอ้เวรนี่ ให้ตายสิ!”
ขณะที่คังบงกิลกำลังจะทุบโต๊ะ ประตูก็ถูกเปิดออก
สายตาของคังบงกิลและฮันมยองโฮหันไปทางประตู
กลุ่มคนชุดสูทสีดำพากันเข้ามาด้วยใบหน้านิ่งเฉย
“แกเป็เด็กของหัวหน้าปาร์คใช่ไหม”
“ไม่ผิดแน่”
“แกมาแล้วเหรอ”
ในเวลานั้น คนถูกเรียกว่าหัวหน้าปาร์คก็กระแอมในลำคอ
“ไอ้นี่! คุณปาร์ค! แกมาทำอะไรที่นี่”
คังบงกิลถามหัวหน้าปาร์ค แต่เขาก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับ
“ไอ้เวรนี่คิดจะมีเื่?”
คังบงกิลลุกขึ้นจากที่นั่งด้วยสายตาที่งุนงง
ในขณะนั้นฮันมยองโฮก็หัวเราะคิกคักและกล่าวว่า
“แล้วจะให้ทำไง? ฉันว่าเรามาทำากับพวกเด็กโคลเวอร์ด้วยกันดีไหม?”
ด้วยคำพูดของฮันมยองโฮ คังบงกิลก็จ้องมองมาที่เขา จากนั้นประตูก็เปิดออกอีกครั้ง เป็ลีจองฮุนที่เข้ามาพร้อมกับชายชุดสูทสีดำสองคน
“ยืนอยู่ทำไม? นั่งลงสิ”
เมื่อได้ยินคำพูดของลีจองฮุน ทั้งคังบงกิลและฮันมยองโฮก็แสร้งหัวเราะออกมา
ลีจองฮุนเดินไปยังที่นั่งและนั่งลง โดยไม่ได้ใส่ใจพวกเขา
“พวกแกออกไปรอที่รถได้แล้ว”
จากคำพูดของลีจองฮุน หัวหน้าปาร์คกับพวกอันธพาลสองคนก็ก้มศีรษะและออกจากห้องไป
“แหม ประธานลีของเรา มาดบอสมาเลยนะเนี่ย”
ฮันมยองโฮกำลังเยาะเย้ย
“แน่นอนสิ ใครดูก็คงคิดว่าลูกพี่ยังกีมาเอง”
คังบงกิลก็สนับสนุนคำพูดด้วย
เมื่อเห็นแบบนั้น ลีจองฮุนก็หัวเราะ
“หรือว่าแกสองคน คนใดคนหนึ่งจะขึ้นเป็บอสแทน? ฉันไม่รู้หรอกนะว่าใครในแกสองคนจะต่อสู้อย่างนองเืและยึดอำนาจได้สำเร็จ แต่ฉันจะยอมรับความจริงอย่างอ่อนน้อมต่อผู้ที่ถูกเลือกแน่นอน ว่าไงล่ะ?”
จากคำพูดของลีจองฮุน ทั้งคังบงกิลและฮันมยองโฮได้แต่พึมพำอยู่ในใจ ไม่สามารถพูดล้อเล่นได้อีกต่อไป
‘อย่ามาหยิ่งยโสเพียงเพราะติดสินบนพวกเวรของโคลเวอร์จนหมดนะ’
‘อา ไอ้พวกเวรโคลเวอร์ พวกมันไม่ภักดีต่อลูกพี่ยังกีสักนิด! ไอ้พวกเวรนี่ทรยศความไว้วางใจของลูกพี่! ...ก่อนหน้านี้ฉันควรจะกำจัดพวกมันในขณะที่ลูกพี่ยังกียังอยู่!’
่เวลาแห่งความเงียบงันผ่านไประหว่างพวกเขาทั้งสามคน ก่อนจะเป็คังบงกิลที่ทนความเงียบไม่ได้พูดขึ้นก่อน
“ว่าแต่ วันนี้เป็วันเลือกตั้งประธานาธิบดีหนิ คิดกันหรือยังว่าจะไปลงคะแนนที่ไหน?”
ฮันมยองโฮยิ้ม และตอบคำถามของคังบงกิล
“แกจะไปเลือกด้วยงั้นเหรอ? นึกว่าจะนิ่งเฉยซะอีก”
“ถึงฉันจะดูเป็แบบนั้น แต่ฉันก็ไปเลือกทุกครั้งอย่างสม่ำเสมอนะเว้ย”
“ฮ่าฮ่าฮ่า งั้นเหรอ แล้วบงกิลจะเลือกใครล่ะ?”
“ฉันก็ยังคิดอยู่ แล้วแกล่ะจะเลือกใคร? อันที่จริงมันแหงอยู่แล้วว่าต้องเลือกไอ้พรรคสีม่วง ๆ ไม่ใช่หรอกเหรอ”
“ไอ้เวรนี่ แกคิดว่าแกเป็ใคร ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะเลือกใคร แหงอยู่แล้วว่าเลือกไอ้พวกสีแดง ดังนั้นคิดจะทำบ้าอะไรอีก?”
“ว่าไงนะ?”
“ฉันพูดอะไรผิดงั้นเหรอ?”
ในชั่วพริบตา บรรยากาศความอันตรายก็หมุนรอบตัวระหว่างพวกเขาทั้งสอง
ลีจองฮุนจึงเข้ามาแทรกในบรรยากาศที่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะฟาดดาบใส่กันและกันได้ทุกเมื่อ
“พอแล้ว พอแล้ว”
สายตาของพวกเขาทั้งคู่หันไปหาลีจองฮุนพร้อมกัน
“ไม่ว่าจะเป็ใครก็ตาม ไม่จำเป็ต้องทะเลาะกันกับเื่ไม่เป็เื่นี่เลย”
ทั้งสองพูดอะไรไม่ออก ได้แต่กอดอกแล้วหันหน้าหนีไปคนละทาง
“นี่! ไอ้เวรพวกนี้ คิดอยากจะบอกพวกตำรวจหรือไงว่าที่นี่มีนักเลงกบดานอยู่? ทำไมถึงมีไอ้พวกอันธพาลอยู่เต็มซอยไปหมด!”
ขณะนั้นชีกุกก็ปรากฏตัวขึ้นทันที
โดยไม่ได้คาดคิด จู่ ๆ ชีกุกก็ปรากฏตัวขึ้น ทั้งสามจึงลุกขึ้นยืนพรวดพราดจากโต๊ะกลม
“ขะ...ขะ...เข้า เข้ามาที่นี่ได้ยังไง”
คำถามของคังบงกิล ทำให้ชีกุกขมวดคิ้วก่อนเ้าตัวจะตอบ
“ฉันบอกพวกแกกี่ครั้งแล้ว ถ้าเป็ไปได้ฉันไม่้าให้ใครเห็นฉัน เป็เพราะพวกแกเลยนะที่ลากพวกอันธพาลมาด้วย ฉันเลยต้องไปที่ตรอกด้านหลัง และเข้ามาทางหน้าต่างห้องน้ำ บงกิล แกน่ะไปซ่อมหน้าต่างห้องน้ำด้วย เพราะฉันพังมันไปแล้ว”
“ขะ...เข้าใจแล้วครับ”
ชีกุกนั่งลงที่โต๊ะกลม จากนั้นโต๊ะกลมก็เต็มหมดทั้งสี่ที่นั่ง
“มัวทำอะไร? ไม่นั่งกันเหรอไง”
จากคำพูดของชีกุก ทั้งสามคนก็นั่งลง
“ใช่ อย่างที่ประธานลีพูด ใครจะได้เป็ประธานาธิบดีก็ไม่เกี่ยวอะไรกับพวกเรา ดังนั้นอย่ามาทะเลาะกันเื่แบบนั้น เข้าใจไหม?”
“ดะ...ได้ยินด้วยเหรอครับ?”
“แน่นอนสิทะเลาะกันเสียงดังขนาดนั้นจะไม่ได้ยินได้ยังไง?”
“ขะ…ขอโทษครับ”
เมื่อเห็นคังบงกิลเกาหัว ชีกุกก็หัวเราะ
“เอาล่ะ ๆ มาเข้าประเด็นกันเถอะ”
เมื่อชีกุกพูดดังนั้น ทั้งสามก็พยักหน้ารับ
“บงกิล แกจัดการเื่ไอ้พวกสารเลวทั้งสามเรียบร้อยตามคำสั่งแล้วใช่ไหม”
“ไม่ต้องห่วงครับ พวกมันบอกผมทันทีที่ฝังลูกพี่ยังกีเสร็จ ผมคอยรับโทรศัพท์ทุกวันทั้งยังคอยตรวจสอบว่าพวกมันติดต่อกับใครบ้างและเมื่อไหร่ คุณไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเื่นี้ครับ”
“โอเค ถึงอย่างงั้นก็เถอะ เผื่อมีอะไรอย่าประมาทล่ะ”
“ไม่ต้องห่วงครับ ถึงแม้ว่าพวกเด็ก ๆ ของเราจะโง่ แต่พวกมันก็ไม่ใช่คนที่จะกล้าทรยศพวกเราครับ”
คังบงกิลพูดอย่างมั่นใจ แต่ชีกุกก็ไม่ได้เชื่อคำพูดของเขาทั้งหมด
‘คิมยังกีบอกว่ามีไส้ศึกที่ถูกตำรวจจับตัวไปในแก๊งของเขา แต่เพราะมันเป็พวกปลายแถวจึงไม่สามารถขโมยข้อมูลระดับสูงไปได้’
เมื่อคิดได้ก็รู้สึกว่าคงจะดีถ้าอีกฝ่ายพูดว่าเป็ใคร ชีกุกก็ทิ้งความรู้สึกเสียดายไว้ข้างหลังแล้วหันสายตาไปที่ฮันมยองโฮ
“ฉันเคยคุยกับพี่ยังกีมาก่อน จึงแน่ใจว่าเขาไม่มีความสัมพันธ์ที่ดีนักกับผู้นำของฝั่งโฮนัม โดยรวมแล้วก็ไม่ได้มีความพอใจหรือไม่พอใจอะไรนัก”
“ดีมาก เพราะยังไงพวกเขาก็เป็คนที่เราทุกคนจะเอามาเป็พวกในภายหลัง แต่ตอนนี้คงไม่ดีแน่ถ้าเราจะเข้าหาพวกเขาในทันที จากนี้ไปให้มยองโฮดูแลเื่พวกโฮนัมแล้วกัน”
“เข้าใจแล้วครับ”
สุดท้ายชีกุกมองไปที่ลีจองฮุน
“สมาชิกในแก๊งทั้งหมดที่อยู่ฝ่ายคิมยังกีได้ตัดสินใจมาอยู่ภายใต้สังกัดของฉัน ทุกคนต่างยินยอมพร้อมใจ บางทีอาจเป็เพราะพวกเขาเหมือนพนักงานทั่วไปมากกว่าอันธพาล”
"ทำดีมาก ดี ดูเหมือนทุกคนจะเก็บกวาดทุกอย่างเรียบร้อยดี ”
คังบงกิลและฮันมยองโฮยิ้มกริ่มให้กับปฏิกิริยาของชีกุก
“แต่ถ้าให้พูดตามตรง ลูกพี่ยังกีไม่ใช่คนประเภทที่จะไม่เหลืออะไรเลยถ้าไม่มีโคลเวอร์ไม่ใช่เหรอครับ? ในขณะที่เขาทำธุรกิจปล่อยเงินกู้ เขาก็ให้ประธานลีทำงานที่โคลเวอร์และฟอกเงินใช่ไหม ทว่าแท้จริงแล้วแก๊งนี้ดำเนินการโดยคังบงกิลกับฮันมยองโฮ เป็พวกเราสองคนมาตลอดไม่ใช่เหรอมยองโฮ?”
“ก็ไม่ได้ผิดหรอก แกจัดการร้านเกม ส่วนฉันจัดการสาว ๆ ในความเป็จริงงานที่อันตรายและยากที่สุดถูกทำโดยเราสองคน ส่วนสิ่งที่พี่ยังกีทำก็คือเอาเงินจากเราอะไรทำนองนั้น”
ในขณะที่ทั้งสองคนพูดโยนกันไปโยนกันมาอย่างต่อเนื่องถึงความไม่พอใจต่อคิมยังกี ชีกุกกับลีจองฮุนก็ฟังเื่ราวของพวกเขาอย่างเงียบ ๆ
“อันที่จริงแล้ว มยองโฮและพวกแทบจะสงบสติอารมณ์ไม่ได้เลยตอนที่ทำหน้าที่เป็กรรมการผู้จัดการร้านเหล้า”
"ใช่แล้ว ฉันยังคงนึกโมโหเมื่อนึกถึงความจริงที่ว่าฉันถูกทุบตีต่อหน้าไอ้พวกนั้น”
“แม้ในตอนที่เกิดเื่กับไอ้พวกเวรพูชอนอินชอน ลูกพี่ยังกีทำอะไรเหรอ? มันบอกให้ฉันดูแลแต่พอยอดขายลดลง มันก็มาลงไม้ลงมือ แบบนี้มันคนบ้าโรคจิตชัด ๆ!”
“นั่นต้องเป็คำพูดของฉัน! ลูกพี่ยังกีมัวไปทำอะไรอยู่ในตอนที่ไอ้พวกขี้โกงพูชอนอินชอนเอาผู้หญิงไปที่นั่นที่นี่? เขาไม่เห็นจะทำอะไรสักอย่าง!”
ชีกุกเมินเฉยขณะที่เขาเฝ้าดูทั้งสองคนด่าว่าคิมยังกีที่ตายไปแล้วอย่างกระตือรือร้น
“โดยคร่าว ๆ คือพวกแกไม่มีความภักดีต่อคิมยังกีอีกต่อไปแล้ว ฉันเข้าใจดีว่าพวกแกรู้สึกอย่างไร เพราะงั้นหยุดพูดเื่ไร้สาระสักที”
เมื่อได้ยินคำพูดของชีกุก ทั้งสองก็เกาหัวอย่างเคอะเขิน
“ที่นี่ไม่ใช่เกาหลีเหนือด้วยซ้ำ ความจงรักภักดีอะไรกัน? นี่มันการแข่งขัน!”
ชีกุกว่ากล่าวครั้งสุดท้าย ก่อนมองไปที่ทั้งสามคนแล้วพูดว่า
“ตั้งสติได้แล้ว ถ้าเทียบตามประวัติศาสตร์ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง การแลกเปลี่ยนในประเทศและต่างประเทศย่อมมีผลตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คิมยังกีเข้าสู่โลกอาชญากรรมเมื่ออายุ 17 ปีในฐานะคนปล่อยเงินกู้ และทำสิ่งนี้มาเป็เวลายี่สิบปีแล้ว ดังนั้นมันย่อมมีร่องรอยและเื่ราวของเขาไปทั่ว”
ชีกุกมองไปที่ลีจองฮุน
“ตอนนี้ พวกเราคงจะได้ยินข่าวว่าประธานลีไม่มีอำนาจโดยชอบธรรมในการได้รับสืบทอดตำแหน่ง...อาจมีคนพูดถึงเื่นี้และพยายามจะสั่นคลอนเขาแน่”
คราวนี้สายตาของชีกุกหันไปที่คังบงกิลและฮันมยองโฮ
“เราถึงต้องสามัคคีกันให้มากขึ้น สามัคคีกันในหมู่ผู้นำเพื่อไม่ให้พวกเด็ก ๆ ไม่ยอมรับและทำตาม และด้วยวิธีนี้ แม้แต่ปัญหาภายนอกก็ไม่สามารถทำอะไรเราได้!”
“ถูกครับ”
"ถูกต้องครับ"
“ถ้าต่อจากนี้ไปในอนาคต หากได้ยินว่าพวกแกสองคนเพิกเฉยหรือไม่ยอมรับในประธานลี แกทั้งคู่จะถูกฝังไว้ข้าง ๆ กับคิมยังกี เพราะงั้นรู้ไว้ด้วย เข้าใจไหม?"
"คะ...ครับ!”
“คะ...คุณไม่ต้องกังวลครับ”
ชีกุกมองไปที่ลีจองฮุน มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย
“แล้วประธานลีจะพูดแบบนั้นอีกนานไหม”
คังบงกิลและฮันมยองโฮ มองไปที่ชีกุกและลีจองฮุนสลับกันและทำท่าทางงงงวย
“เพราะไม่ช้าก็เร็ว ตามกฎหมายแล้ว แกกับฉันจะเป็พ่อลูกกัน ดังนั้นแค่พูดสบาย ๆ กับฉันก็พอ"
คังบงกิลและฮันมยองโฮผงะไปชั่วขณะ ถึงกับต้องคิดว่าคำว่า ‘พ่อ’ กับ ‘ลูก’ ที่ได้ยิน มีความหมายตรงกับที่พวกเขาเข้าใจหรือไม่
จากนั้นพวกเขาก็มองกันด้วยสายตาที่ใ และมองไปที่ชีกุกกับลีจองฮุนสลับกัน
“อะ อะ เอ่อ ตอนนี้ลีจองฮุน ไม่สิ คือไอ้ประธานลีกับคุณเป็พ่อลูกกัน แบบนี้ก็ได้เหรอ?”
ชีกุกพยักหน้า
“พะ...พี่จองฮุน จะ...จริงเหรอครับ? ไม่สิ ทำไมกัน?"
ชีกุกพลันปล่อยคลื่นเวทย์เพียงเล็กน้อยไปยังคนสองคนที่กำลังสับสนงุนงง ทำให้จิตใจของทั้งคู่สงบลง
ท่ามกลางอาการขนลุกและตัวสั่นของคังบงกิลและฮันมยองโฮ พวกเขาก็พลันมีท่าทีที่สงบลงเล็กน้อย
“งั้นคุณก็ไม่ต้องคอยแอบเหมือนตอนนี้ คุณเป็ลูกชายของประธานลี งั้นคราวหน้าคุณก็สามารถเข้า ๆ ออก ๆ โคลเวอร์หรือสำนักงานได้อย่างเป็ธรรมชาติน่ะสิ ใช่ไหมครับ?"
คังบงกิลและฮันมยองโฮพยักหน้าเออออตามกัน
ชีกุกซึ่งอ่านความรู้สึกงงงวยและความล้มเหลวจากสายตาได้ เขาจึงได้กดคนทั้งสองด้วยพลังเวทย์และพูดคุยกันต่อ
“ไม่มีทางที่จะเป็แบบนั้น แต่ในกรณีนี้ ประธานลี ไม่สิ อย่าแม้แต่จะคิดทำร้ายพ่อของฉัน เพราะยังมีที่ว่างพอสำหรับแกสองคนที่จะถูกฝังในโกดังนั่น”
มีอะไรจะพูดอีกไหม?
คังบงกิลและฮันมยองโฮพยักหน้า
เมื่อเห็นท่าทางแบบนั้น ชีกุกก็หัวเราะ ก่อนที่สายตาของเขาจะหันไปที่ลีจองฮุน
ลีจองฮุนยิ้มอย่างช้า ๆ และตอบรับเสียงหัวเราะของชีกุก