-3ึ7-
ข่าวลือที่น่ากลัว
(อาเจียว)
ฉันเห็นข่าวของอาติกับโยลีแล้ว ไม่นึกว่าเขาจะตัดไฟเด็ดขาดขนาดนี้ ในใจก็รู้สึกหวาดหวั่น อีกใจก็รู้สึกดีที่ตอนนี้อาติกลายเป็นโสด อิสระเหมือนเดิม
แกร๊ก
ม๊าถือถาดอาหารเข้ามาในห้อง วางไว้บนโต๊ะก่อนจะเดินมานั่งริมเตียง
“มีอะไรจะบอกม๊าไหม”
ป๊าคงคุยกับม๊าไปแล้ว ฉันพูดอะไรไปก็คงไม่มีใครฟังหรอก เพราะงั้นก็อย่าพูดดีกว่า
ฉันส่ายหน้าก่อนจะลุกลงจากเตียงไปนั่งเก้าอี้เพื่อกินข้าว
“อาเจียว…เกิดอะไรขึ้นไหนบอกม๊าสิ”
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ป๊าบอกม๊ายังไงก็อย่างนั้นแหละ”
“แต่ม๊ากำลังถามเราอยู่นะ”
“ถ้าหนูเล่าม๊าจะฟังเหรอ”
“เราก็เล่าสิ”
จะให้เริ่มเล่ายังไง เล่าว่าฉันรู้เรื่องของโยลีหรือว่าเรื่องที่ฉันกับอาติเราสองคนใจตรงกัน…ไม่ว่าจะเรื่องไหน ม๊าก็คงจะด่าฉันอยู่ดีนั่นแหละ
“หนูไม่มีอะไรจะเล่า”
“งั้นม๊าจะถามก็แล้วกัน…ทำไมเราถึงมีข่าวว่าไปทำลายความสัมพันธ์ของติสรณ์”
“ก็…” ตอนแรกฉันไม่ได้จะเข้าไปทำลายใครสักหน่อย แต่หล่อนเข้ามาทำร้ายฉันก่อน จะให้ฉันอยู่เฉยๆ ไม่ทำอะไรเลยหรือไง “ก็…ตามนั้นแหละค่ะ”
“อาเจียว!!”
“ม๊าจะให้หนูพูดอะไรล่ะ”
“อยากโดนป๊าว่าหรือไง”
“หนูก็โดนว่าไปแล้วไง”
“อาเจียว…ทำไมไม่คิดจะฟังม๊าบ้าง…เลิกยุ่งกับผู้ชายคนนั้นได้แล้ว คิดว่าอาม่าจะยอมให้พวกเราสองคนคบกันหรือไง รู้ทั้งรู้ว่าเรื่องนี้เราไม่มีสิทธิ์จัดการเองได้…”
“ทำไมชีวิตหนูถึงจัดการเองไม่ได้”
ฉันหันไปมองม๊าด้วยความไม่เข้าใจ ทำไมทุกคนต้องจัดการชีวิตของฉันด้วย ตั้งแต่เริ่มเข้ามหาลัย ก็ต้องเข้าคณะนี้มหาลัยนี้ จนกระทั่งเรียนจบ ก็ยังต้องจัดการเรื่องความรักของฉันอีก ฉันอยากมีลมหายใจเป็นของตัวเองบ้าง ไม่ใช่ต้องทำตามคนอื่นสั่งไปหมด
“หนูจะขอใช้ชีวิตของหนูไม่ได้เหรอ”
“เราเกิดมาในครอบครัวนี้ ไม่มีสิทธิ์ทำอะไรตามใจทั้งนั้น ป๊ายอมให้เราไปเที่ยวให้เราอยู่กับเพื่อนมันก็มากเกินพอแล้ว ทุกอย่างที่ทุกคนหามาให้ วางแผนมาให้ก็เป็นสิ่งที่ดีกับเราทั้งนั้น ทำไมถึงไม่ฟังกันบ้าง”
“…”
“เรื่องข่าว อาม่ารู้เรื่องแล้วและท่านก็ไม่พอใจมากที่เรามีข่าวเสียหายจนทำให้เสียชื่อวงศ์ตระกูล ป๊าเลยตัดสินใจว่าจะให้เราไปเรียนต่อต่างประเทศ”
“ม๊า!!”
“ม๊าคงพูดอะไรไม่ได้เพราะเรื่องนี้มันเป็นเรื่องใหญ่…สิ่งที่เราต้องทำก็คือยอมรับ”
“…”
ฉันไม่เคยทะเลาะกับคนในครอบครัวมาก่อนเพราะส่วนใหญ่ ฉันคือคนที่ทำตามในสิ่งที่พวกเขาบอกเสมอ แต่ครั้งนี้มันเกินไปจริงๆ เพราะเหมือนฉันเป็นเพียงหุ่นเชิด ที่ไม่สามารถตัดสินใจอะไรได้เลย
ฉันมองแผ่นหลังของม๊าเดินออกไปจากห้อง น้ำตาที่คลอเบ้าอยู่ไหลลงอาบแก้มทั้งสองข้าง สิ่งที่เสียใจที่สุดไม่ใช่เรื่องอาติ แต่เป็นเรื่องที่ไม่มีใครเข้าใจความรู้สึกของฉันเลยสักคน…
18.32 น.
ฉันเดินลงมากินข้าวที่โต๊ะอาหารพร้อมกับคนอื่น บรรยากาศค่อนข้างแย่ ทุกคนมีสีหน้าเคร่งเครียดไม่มีใครพูดอะไรนอกจากรับประทานอาหารตามปกติ
“อาเจียว” อาม่าเรียกฉัน
“ค่ะ” ฉันขานรับ
“วันก่อนได้คุยกับนาวาเป็นยังไง ชอบหรือเปล่า” เอาอีกแล้วสินะ คิดจะจับคู่แต่งงานให้ฉัน โดยไม่คิดจะถามความสมัครใจ
“หนูยังไม่อยากแต่งงาน”
ปัง!!
อาม่าใช้ฝ่ามือทุบไปบนโต๊ะอย่างแรงจนฉันสะดุ้งตกใจ
“ไม่ได้!! ม่าคุยกับป๊าเราแล้ว!! เขาให้ม่าจัดการเรื่องนี้เอง!!”
ได้ไง!! ชีวิตทั้งชีวิตของฉันเลยนะ!! ทำไมอาม่าถึงได้มีสิทธิ์จัดการได้ตามใจชอบล่ะ
ขณะที่ฉันกำลังจะอ้าปากเถียงกลับ ม๊าก็พูดแทรกขึ้นมาก่อน
“ม๊าไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ เดี๋ยวหนูจะคุยกับอาเจียวเอง ยังไงก็ต้องทำตามที่ม๊าบอก”
ให้ตายสิ!! ไม่มีใครคิดจะพูดแทนฉันเลยสักคนแถมยังเจ้ากี้เจ้าการอย่างกับเป็นเรื่องของตัวเอง ไม่นึกมาก่อนเลยว่าโตมาจะเจอกับอะไรแบบนี้
“ผมจะไปห้องหนังสือก่อนนะครับ อาเจียวตามป๊ามา”
ฉันลุกขึ้นตามป๊าไปที่ห้องหนังสือด้วยหัวใจสั่นไหว กลัวว่าสิ่งที่ป๊าจะพูดคงไม่พ้นเรื่องที่เกิดขึ้นอีกแน่
ปัง!!
ทันทีที่ประตูถูกปิด ฉันก็ค่อยๆ เดินเข้าไปยืนหน้าโต๊ะทำงาน มือทั้งสองข้างถูไถไปมาด้วยความประหม่า เตรียมรอฟังสิ่งที่ป๊ากำลังจะพูด
“ป๊าจองตั๋วเครื่องบินไว้ให้แล้ว ไปเรียนต่อซะ”
“ป๊าจะไล่หนูไปเมืองนอกเหรอคะ”
“ใช่”
“เพราะเรื่องข่าวเนี่ยนะ”
“ใช่”
“ป๊าไม่คิดจะถามอะไรหนูด้วยซ้ำ”
“หรือว่ามันไม่จริงล่ะ!! เราตามจีบผู้ชายคนนั้นมาตั้งนาน!! พอเขากำลังจะหมั้นก็ไปอ่อยจนเขามีปัญหาครอบครัว!! คิดว่าสิ่งที่ทำอยู่มันดีหรือไง!!”
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่าฉันจะชอบอาติหรือไม่ชอบ ปัญหาคือทุกคนไม่ชอบอาติ ทุกคนพยายามต่อต้านความรู้สึกของฉัน
“ทำไมป๊าไม่คิดบ้างว่าหนูเจออะไรมาบ้าง”
“เราเป็นคนยังไงคิดว่าฉันไม่รู้หรือไง!! ฉันให้แกเที่ยวเล่นได้ตามใจไม่เคยว่า…ขอแค่อย่างเดียวคืออย่าทำให้ครอบครัวเสียชื่อ…เรื่องข่าวที่แกตามจีบติสรณ์…นั่นก็ทำให้ครอบครัวอับอายมากพอแล้ว…แต่แกก็ยังไม่สนใจ…ถึงขนาดไปยุ่งวุ่นวายกับผู้ชายคนนั้นอีก!!”
“แต่เขาเลิกกันแล้ว!!”
“เพราะแกใช่ไหมล่ะ!!”
“เพราะผู้หญิงคนนั้นต่างหาก!!”
“อย่ามาเถียงฉัน!!”
“…”
“แกเกิดมาในครอบครัวนี้สิ่งที่แกต้องจำให้ขึ้นก็คือไม่มีสิทธิ์ทำอะไร!! นอกจากยอมรับสิ่งที่ครอบครัวเป็นคนจัดการให้…ถ้าแกเลือกที่จะไม่ไปต่างประเทศ…ก็รอแต่งงานกับนาวาได้เลย”
“…”
“ก่อนไป…เอาโทรศัพท์วางไว้บนโต๊ะ…ฉันจะยึดไม่ให้แกติดต่อกับใครอีก…จนกว่าแกจะตัดสินใจได้ว่าจะไปหรือไม่ไป”
ฉันเลือกอะไรให้ตัวเองได้บ้าง…เลือกชีวิตให้ตัวเองไม่ได้…เลือกคู่ครองให้ตัวเองไม่ได้…แสดงว่าตั้งแต่เกิดมาจนถึงตอนนี้ ชีวิตนี้คงไม่ใช่ของฉันมาตั้งนานแล้ว
(ติสรณ์)
‘เลขหมายที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ กรุณา…’
‘เลขหมายที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ กรุณา…’
‘เลขหมายที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ กรุณา…’
‘เลขหมายที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ กรุณา…’
ให้ตายสิ!!
ผมติดต่อเจียวเจียวไม่ได้อีกแล้ว เมื่อคืนเรายังคุยกันอยู่เลย แล้วทำไมอยู่ๆ ตอนเย็นถึงติดต่อเธอไม่ได้
ผมเดินออกจากห้องไปเคาะประตูหน้าห้องของจีรภัทรหลายครั้ง จนได้ยินเสียงเปิดประตู
แกร๊ก
“จี…แกเป็นอะไรวะ”
สภาพจีรภัทรเหมือนผู้ชายที่ไม่ได้หลับไม่ได้นอนมาหลายวัน ใต้ตาดำคล้ำ ในมือถือกระป๋องเบียร์ที่ยังกินไม่หมดไว้อยู่
“มีไร”
“ฉันขอคุยด้วยหน่อย”
“อืม”
จีรภัทรหลีกทางให้ผมเข้าไปในห้อง ซึ่งตอนนี้แทบไม่หลงเหลือความเป็นห้องของนักธุรกิจเลยสักนิด ผ้าม่านถูกปิดไว้ทำให้ไม่มีแสงสว่างเข้ามาได้ กระป๋องเบียร์เกลื่อนพื้นเต็มไปหมด
“แกเป็นอะไร”
“เฮ้อ…ฉันมันเป็นอาที่แย่มากเลยว่ะ”
“เกิดอะไรขึ้น”
จีรภัทรนั่งเก้าอี้พลางใช้มือปิดดวงตาไว้เพื่อซ่อนความอ่อนแอบางอย่างที่ไม่อยากให้ใครเห็น
ผมเคยเห็นมันเป็นแบบนี้ครั้งหนึ่งตอนที่ครอบครัวจะจับมันแต่งงานกับคนที่ไม่รู้จัก แต่เรื่องในคราวนั้นก็ผ่านไปได้
แล้ว…มันเกิดอะไรขึ้น
“ฉันมีหลานสองคน คนหนึ่งคืออาเจียวกับอีกคนคือสโรชา…อาเจียวคือหลานที่ฉันสนิทและรักมากที่สุด…ส่วนสโรชาเธอมีพี่เขยกับพี่รองที่ให้ความอบอุ่นเสมอ…แต่พี่ชายคนโตของฉันไม่เคยมีเวลาให้อาเจียวเลย เขาเอาแต่ทุ่มเทให้งานจนละเลยอาเจียว…สิ่งเดียวที่ฉันทำได้ก็คือเป็นตัวแทนพี่ชายพาอาเจียวไปเที่ยว เพื่อให้เธอได้สัมผัสถึงความอบอุ่นจากฉันเพื่อที่ฉันจะได้ช่วยเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไป…เวลาฉันเห็นอาเจียว…มันเหมือนฉันเห็นตัวเองอีกครั้ง ตอนฉันยังเด็ก ฉันก็ทำตามที่ครอบครัวบอกทุกอย่าง ไปเรียนต่างประเทศเพื่อมาสารต่อธุรกิจครอบครัว ฉันคิดว่ามันคือสิ่งที่ถูกต้องก็เลยทำตาม แต่แกเชื่อไหม ว่าฉันไม่เคยชอบมันเลย ฉันคิดถึงบ้าน ฉันคิดถึงทุกคนแต่กลับทำอะไรไม่ได้ ฉันต้องทำตามคำสั่งของม๊าจนกระทั่งเรียนจบกลับมา ก็ถูกบังคับให้ไปทำงานกับพี่ใหญ่ ฉันก็เลยมานั่งคิดทบทวนตัวเองว่าสิ่งที่ฉันชอบจริงๆ คืออะไร ฉันอยากทำอะไรกันแน่…จนในที่สุดฉันก็หาทางเดินของตัวเองเจอ…แต่อาเจียวไม่ใช่…พี่ใหญ่พยายามยัดเยียดทุกอย่างที่อยากให้อาเจียว…โดยที่เธอไม่อยากได้ โดยไม่สนใจความรู้สึกของเธอด้วยซ้ำ…สิ่งที่ฉันเสียใจที่สุดก็คือฉันไม่สามารถปกป้องเธอได้…ฉันไม่สามารถปกป้องหลานสาวของฉันได้…ฮึก…”
จีรภัทรพรั่งพรูคำพูดมากมายออกมาพร้อมทั้งน้ำตา ทุกสิ่งที่เขาพูดผมเข้าใจดี สิ่งที่จีรภัทรแสดงออกมาคือเขารักอาเจียวมากและเป็นอย่างนั้นมาเสมอ ทุกสิ่งที่จัดการให้อาเจียวก็เพื่อให้เธอได้สัมผัสกับความสุขที่แท้จริง
แต่ผมว่ามันมีอะไรมากกว่านั้น…
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่”
“วันนั้น…พี่ใหญ่มาหาฉันที่นี่เพราะเรื่องข่าว…ฉันเผลอปากบอกว่าอาเจียวไปเกาหลีกับแก เขาก็โกรธมาก ไล่ฉันกลับบ้านและรออาเจียวกลับมาที่นี่…สุดท้ายอาเจียวก็ถูกลากกลับบ้านแล้วก็โดนขังอยู่ที่ห้อง”
“อะไรนะ!!”
“ม๊าไม่ชอบแก ไม่มีวันให้แกกับอาเจียวคบกันหรอกแล้วสิ่งที่ม๊าไม่ชอบ พี่ใหญ่ก็พูดอะไรไม่ได้นอกจากต้องทำตามคำสั่ง ส่วนฉันก็เป็นแค่ส่วนเล็กๆ ที่ไม่สามารถทำอะไรได้เลย”
“…”
“ฉันมันแย่ว่ะ…ฮึก…แย่มากๆ …ที่ช่วยอาเจียวไม่ได้…ตอนนี้ที่บ้านเอาแต่ว่าเธอว่าทำให้ครอบครัวเสียชื่อโดยไม่นึกถามหลานสักนิดว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง”
“เรื่องข่าว ฉันผิดเอง”
“แกก็เป็นผู้ถูกกระทำเหมือนกัน ฉันไม่โทษแกหรอก ผู้หญิงคนนั้นต่างหากที่เป็นตัวการทำให้ทุกอย่างเลวร้ายแบบนี้”
เรื่องนี้คนที่น่ากังวลมากที่สุดคงเป็นเจียวเจียว วันนี้ตลอดทั้งวันเธอพิมพ์ไลน์หาผมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่ได้เล่าสิ่งที่ตัวเองเจออยู่ จนกระทั่งตอนเย็น ผมถึงได้ติดต่อเธอไม่ได้อีกเลย
ผมไม่รู้ว่าเพราะอะไรครอบครัวของเธอถึงไม่ชอบผม แต่เรื่องนี้คงไม่ทำให้ผมยอมแพ้ง่ายๆ ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอคอยตามผมตลอด มอบความรู้สึกที่เป็นความรักบริสุทธิ์ให้ผมไม่เคยเปลี่ยนแปลง มันคงถึงเวลาที่ผมควรทำอะไรสักอย่าง…
______________