เฉินเกอได้รับบาดเจ็บสาหัสเสียเลือดไปมาก หนิงมู่ฉือนึกถึงวันก่อน นางซื้อยากลับมาที่จวนนางจึงอยากจะทำน้ำแกงที่มีสรรพคุณบำรุงร่างกายให้เฉินเกอ
นางนำโสมคนอบเชย รากของต้นโบตั๋น ตังกุย หวงฉี[1] ชะเอมเทศผัดน้ำผึ้ง ไป๋จู๋[2] โป่งรากสน โกฐขี้แมว และโกฐหัวบัวออกมาจากลิ้นชักในตู้
นางปัดไม้ปัดมืออย่างพึงพอใจขณะเอ่ยออกมา“โชคดีจริงๆ ที่ยังมีสมุนไพรพวกนี้”
หลิงชีตาโตมองหนิงมู่ฉือนำสมุนไพรออกมาจากลิ้นชักในตู้เอ่ยถามอย่างสงสัย “คุณหนู เอาสมุนไพรพวกนี้ออกมาเพราะเหตุใดขอรับ”
หนิงมู่ฉือนำสมุนไพรทั้งสิบใส่ลงไปในหม้อเปิดไฟแล้วค่อยๆ เคี่ยว ไม่นานกลิ่นหอมของสมุนไพรก็ลอยโชยขึ้นมาจากหม้อกลิ่นหอมอ่อนๆ ของยาจีนทำให้คนที่ได้กลิ่นรู้สึกสดชื่น
“ทำน้ำแกงบำรุงร่างกายอย่างไรเล่าจะได้ให้จอมยุทธ์น้อยเฉินดื่มบำรุงร่างกาย”
นางหยิบไก่ที่หลิงชีจัดการทำความสะอาดเสร็จเรียบร้อยแล้วมาใช้มีดตัดแบ่งมันออกเป็นชิ้นๆ หลิงฉีมองหนิงมู่ฉือที่ใช้มีดอย่างคล่องแคล่วจนตาลาย
หลิงชีมองหนิงมู่ฉืออย่างไม่อยากจะเชื่อ“คุณหนูใช้มีดเก่งจังเลยขอรับ ทำข้าตาลายไปหมดแล้ว”
หนิงมู่ฉือโยนมีดขึ้นไปบนอากาศก่อนที่มีดจะตกลงมาบนมือนางอย่างพอดิบพอดี นางใช้นิ้วโป้งลูบคางด้วยสีหน้าถือดี “แค่ความสามารถเล็กน้อยเท่านั้น”
หลิงชีมองสมุนไพรที่ต้มอยู่ในหม้อไม่นานภายในห้องครัวก็อวลไปด้วยกลิ่นยาจีน “คุณหนู อย่างไรข้าก็ไม่เข้าใจอยู่ดีว่าสมุนไพรเหล่านี้จะมีประโยชน์อย่างไรต่อจอมยุทธ์น้อยเฉิน”
หนิงมู่ฉือยิ้มจนตากลายเป็นเส้นโค้งนางนำไก่ใส่ลงไปในหม้อยาจีนพร้อมกับเอ่ยว่า “สมุนไพรทั้งสิบอย่างนี้หากนำมาต้มรวมกันจะมีสรรพคุณบำรุงร่างกายเรียกว่าน้ำแกงบำรุงร่างกายสิบชนิด มีสรรพคุณช่วยบำรุงเลือดจอมยุทธ์น้อยเฉินได้รับบาดเจ็บสาหัส ดื่มน้ำแกงนี้ถือว่าเหมาะอย่างยิ่งหมู่นี้ท่านตาก็สุขภาพไม่ค่อยดีข้าทำน้ำแกงนี้เพื่อที่ทั้งสองคนจะได้ดื่มบำรุงร่างกาย”
สมุนไพรซึมเข้าไปในเนื้อไก่ในหม้อมีเสียงดังปุดๆ อยู่ตลอดเวลา นางใช้กระบวยคนในหม้อเพียงไม่นานกลิ่นหอมของเนื้อไก่ที่ถูกต้มจนสุกก็ลอยขึ้นมาจากในหม้อเป็นกลิ่นหอมที่แตกต่างจากปกติ กลิ่นหอมของเนื้อไก่มีกลิ่นหอมของยาจีนแทรกอยู่เป็นกลิ่นที่หอมเอามากๆ
หลิงชีตาโตมองไก่ที่อยู่ในหม้อพร้อมกับลอบกลืนน้ำลาย“คุณหนู อาหารที่ท่านทำอร่อยเลิศที่สุดเท่าที่ข้าเคยกินมาเลยเพียงแค่ได้กลิ่น ข้าก็หิวแล้ว”
หลิงชีค่อยๆย่องไปที่หม้อ เดิมนึกว่าหนิงมู่ฉือมองไม่เห็น ที่ไหนได้อีกฝ่ายหันขวับกลับมามองทำให้เขาต้องชะงักฝีเท้า
เดินยังไม่ทันถึงหม้อเขาถูกหนิงมู่ฉือดึงตัวกลับมาเสียก่อน อีกฝ่ายส่ายหน้าพร้อมกับเอ่ยว่า “หลิงชีเนื้อไก่ยังสุกไม่ได้ที่ ยังกินไม่ได้”
ได้ยินเช่นนั้นเขาเบ้หน้าพึมพำอย่างเสียดาย
หนิงมู่ฉือเห็นท่าทางเช่นนั้นของหลิงชีก็ยิ้มออกมาพร้อมกับส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ“ไว้รอให้ข้าทำเสร็จแล้วจะให้เจ้าลองชิมสักถ้วย”
นางมองควันสีขาวที่ลอยขึ้นมาจากหม้อน้ำเดือดที่อยู่ในหม้อทำให้ฝาหม้อขยับและส่งเสียงอยู่ตลอดเวลา
“ใช่แล้ว หลิงชี หากยาต้มเสร็จแล้ว เจ้าช่วยนำไปให้จอมยุทธ์น้อยเฉินด้วยนะพอกลับมาเจ้าถึงจะกินน้ำแกงนี้ได้”
หลิงชีรีบลุกขึ้นยืนอย่างดีใจเดินไปที่หม้อต้มยา ตักยาใส่ถ้วยกระเบื้องสีขาว แล้วรีบนำไปให้เฉินเกอที่ห้อง
หนิงมู่ฉือใส่ต้นหอมที่หั่นเป็นชิ้นและขิงที่หันเป็นแว่นลงไปในหม้อตามด้วยเหล้าสยงหวง[3] และเกลือ จากนั้นเติมถ่านลงในเตาเพื่อให้ไฟแรงขึ้น กลิ่นหอมที่โชยตามมาทำให้นางพึงพอใจยิ่งนัก
เฉินเกอรู้สึกเจ็บจนอดไม่ได้ที่จะสูดปากได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านนอก เขารีบกลับไปทำหน้านิ่งทว่าใบหน้ายังคงซีดขาวไร้สีเลือด
หลิงชีเข้ามาในห้องครั้นเห็นสีหน้าเฉินเกอดูไม่ดีนัก เขาวางถ้วยยาไว้ด้านข้าง ก่อนจะเอ่ยถาม “จอมยุทธ์น้อยเฉินเหตุใดใบหน้าถึงได้ดูไม่ดีเช่นนี้ เป็นอันใดไปหรือ”
บาดแผลของเฉินเกอมีเลือดไหลซึมออกมาหลิงชีเห็นเช่นนั้นก็ร้อนใจยิ่งนัก อยากจะรีบกลับไปรายงานหนิงมู่ฉือทว่าถูกเฉินเกอส่ายหน้าห้ามเอาไว้เสียก่อน “ไม่ต้องไปบอกนางข้าไม่อยากให้นางเป็นกังวล”
“นี่จะได้อย่างไร จอมยุทธ์น้อยเฉิน ท่านมีเลือดไหลซึมออกมาแล้วหรือจะให้ข้าไปตามท่านหมอให้มาทำแผลให้ใหม่” ใบหน้าอ่อนวัยของหลิงชีเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัดความที่ยังอายุน้อยไหนเลยจะเคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้
เฉินเกอพยายามสะกดความเจ็บลงไปขณะหยิบถ้วยยาขึ้นมาเขาขมวดคิ้วมองน้ำสีดำสนิทในถ้วย จากนั้นฝืนความเจ็บตามร่างกายยกขึ้นดื่มจนหมดแล้วถึงค่อยใช้มือซับตามมุมปาก
เขาเบ้ปากยามีรสชาติขมมาก “ยานี่ขมเหลือเกิน”
หลิงชีเห็นเฉินเกอดื่มยาจนหมดถ้วยก็รู้สึกดีใจยิ่งนักถือถ้วยยาที่ว่างเปล่าวิ่งกลับไปหาหนิงมู่ฉือที่ห้องครัว
เฉินเกอเห็นก็รู้สึกงุนงงไม่น้อยกับท่าทางเช่นนี้ของหลิงชี
หลิงชีวางถ้วยยาไว้บนโต๊ะในห้องครัวครั้นเห็นว่าหนิงมู่ฉือยังคงต้มน้ำแกงอยู่ ไก่ในหม้อดูเหมือนจะยังไม่ได้ที่จึงเดินไปนั่งรอที่มุมหนึ่งอย่างรอคอย
หนิงมู่ฉือพัดไฟให้โหมแรงขึ้นกลิ่นหอมลอยโชยไปทั่วทั้งจวน ซั่งกวนหลี่ถึงขั้นพาท่านตาเดินมาดูที่ห้องครัวเมื่อมาถึงก็มองเข้าไปในห้องครัวอย่างสงสัย
ซั่งกวนหลี่เอามือลูบท้องยิ้มอย่างเอาใจ “คุณหนู ทำอะไรอยู่หรือขอรับ”
“ข้ากำลังทำน้ำแกงบำรุงร่างกายสิบชนิดให้จอมยุทธ์น้อยเฉินและท่านตาบำรุงร่างกายหากทำเสร็จแล้วข้าจะให้ทุกคนลองชิมแน่นอน เช่นนั้นอย่าเพิ่งใจร้อน” หนิงมู่ฉือมัวแต่สนใจน้ำแกงในหม้อ จึงไม่รู้ว่าท่านตาที่มายืนอยู่ด้านข้างเวลาผ่านไปเนิ่นนาน ในที่สุดน้ำแกงก็เคี่ยวเสร็จ
เฉินเกอที่นอนอยู่บนเตียงได้กลิ่นหอมลอยโชยมาจากห้องครัวท้องจึงอดส่งเสียงร้องโครกครากไม่ได้ เดิมเขายังไม่ได้ทานข้าวเมื่อได้กลิ่นหอมนี้รู้สึกหิวขึ้นมาทันที
เขารอให้หนิงมู่ฉือนำข้าวมาส่งให้หากรออยู่นานนางก็ยังไม่มาสักที จนเขาผล็อยหลับไปลืมตาขึ้นมาอีกคราพบว่าเป็นเวลาเย็นมากแล้วถึงกระนั้นหนิงมู่ฉือก็ยังไม่เอาข้าวมาให้เขาสักทีเห็นแต่ควันที่ลอยกรุ่นออกมาจากห้องครัว
หนิงมู่ฉือตักน้ำแกงใส่ถ้วยนางตั้งใจตักไก่ใส่ในถ้วยให้จอมยุทธ์น้อยเฉินหลายชิ้นก่อนจะเดินไปที่ห้องที่เฉินเกอนอนพักอยู่
เฉินเกอได้กลิ่นหอมที่ลอยโชยเข้ามาใกล้เรื่อยๆก็รีบลุกขึ้นมานั่งอย่างรอคอย จนแผลเกือบจะฉีก
หนิงมู่ฉือยกถ้วยน้ำแกงไปตรงหน้าเฉินเกอพร้อมกับช่วยพยุงอีกฝ่ายให้ลุกขึ้นมานั่ง“จอมยุทธ์น้อยเฉิน ช้าหน่อย ระวังแผลจะฉีก”
[1] หวงฉี มีลักษณะเป็นแท่งทรงกระบอก ปลายอาจแตกเป็นแขนงได้ผิวสีเหลืองอมน้ำตาลอ่อน เนื้อแข็งเหนี่ยว มีกลิ่นหอมอ่อนๆ และรสหวานเล็กน้อย
[2] ไป๋จู๋ มีลักษณะกลมรีอวบอ้วนไม่แน่นอนผิวสีเหลืองอมเทาหรือน้ำตาล พื้นผิวตะปุ่มตะป่ำ มีกลิ่นหอมรสชาติหวานและเผ็ดเล็กน้อย
[3] เหล้าสยงหวง เหล้าผสมกำมะถัน เป็นสารมีพิษทว่ามีฤทธิ์ต้านพิษและฆ่าเชื้อโรคได้