[ผมไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมผมรู้สึกเอ็นดูตะวันหลานผมคนนี้เป็พิเศษ และที่สำคัญผมต้องขอขอบคุณเขามากๆที่ยอมลาออกมาดูแลริน
ผมแอบยืนดูมาสักพักแล้วว่าตะวันแอบมองกำไลข้อมือเส้นนั้นพอมาดูใกล้ๆสวยจริงๆครับมันเป็ข้อมือที่มีจี้เป็รูปวาฬ
“ชานมเพิ่มวิปครีมกับครีมชีสเยอะๆครับ????”น่าแปลกแหะไม่คิดว่าพยาบาลจะกินของแบบนี้ผมคิดมาตลอดว่าหมอพยาบาลต้องกินอะไรที่รักษาสุขภาพ ชานมไข่มุกมาเสิร์ฟแววตาของตะวันเป็ประกายทันทีเลยครับแล้วเวลาเคี้ยวนะแก้มเหมือนกับปลาปักเป้าเลยครับ ]
“อายิ้มอะไร”
“ป่าว ????”
“นั้นไงแอบยิ้มอีกแล้ว!!!”
“อะแฮ่ม ???? ไหนใครยิ้มหึไม่มี”ไตรภัคจากที่ยิ้มเขาเปลี่ยนสีหน้าทันที
เก่ง
[วันนี้ผมแวะมาเลยเจอคุณอาของตะวัน แต่นั้นมันคุ้นๆหนิ ใช่ครับตะวัน แต่ทำไมทั้งสองดูสนิทสนมกันทั้งๆที่พึ่งเจอกันหนิ เดินเข้าไปทักสักหน่อยดีกว่า]
“คุณเก่งค่ะ ถึงคิวแล้วค่ะ”เก่งกำลังจะเดินเข้าไปทักไตรภัคและตะวันแต่กลับโดนพนักงานร้านอาหารมาเรียก
“คะครับๆ”หลังจากที่เก่งกินข้าวเสร็จเก่งเดินออกมาก็ไม่เจอสองคนนั้นแล้ว
“อ้าวหายไปไหนแล้วหล่ะ”
บ้านตระกูลไรระภา
“นี่เรายังไม่หยุดกินอีกเหรอ”ไตรภัคถามขึ้นขณะที่หันไปมองตะวันที่กำลังถือโดนัท
“อาไตรอ่ะ ????”
“????”
“สนิทกันแล้วเหรอสองอาหลาน”จันทร์พูดขึ้นพลางอมยิ้ม
“ครับคุณย่า”
“ใครบอก???? ผมสนิทกับหลานคุณย่าผมก็อ้วนตายพอดี”
“ทำไมหล่ะ”
“หลานคุณย่ากินเยอะ แถมเวลากินแก้มก็เหมือนปลาปักเป้าอีก”
“อาไตร!!!!!!”
“ไตรว่าน้องทำไม แต่ก็จริงหลานย่าเวลาเคี้ยวแก้มตุ้ยสุดๆ”จันทร์พูดพลางยิ้มหัวเราะอย่างชอบใจ
“คุณย่าก็เอากับอาด้วยเหรอครับ”
“ย่าพูดเล่นน่า????”
ไตรภัค
[หลังจากที่ผมพูดคุยกับคุณย่าสักพัก ผมก็รีบขึ้นมาหารินทันที
“รินเป็ไงบ้าง”ผมพูดพร้อมกับลูบหัวเธอเบาๆ
“วันนี้พี่จอยถามหารินด้วยนะ”พี่จอยคือพี่ที่ร้านเครื่องประดับ รินเป็ลูกค้าประจำของที่ร้านทำให้พี่จอยสนิทกับรินมาก]ขณะที่ไตรภัคคุยกับรินตะวันที่ยืนอยู่หน้าห้องก็แอบยิ้มตาม
17.00น. ถึงเวลาเลิกงาน
เสียงไลน์ของตะวันดังขึ้น
“ตะวันวันนี้พี่มีติดผ่าตัดตะวันกลับบ้านเองก่อนได้ไหม”
“ได้ครับ พี่หมอไม่ต้องเป็ห่วงนะ????”
“ครับ ถึงบ้านแล้วไลน์มาบอกพี่ด้วยนะ”
“ครับ????”
“หมอเก่งยังไม่มารับเหรอลูก”จันทร์เอ่ยถามตะวัน
“????”ไตรภัคได้แต่ชำเลืองมอง
“อ่อ วันนี้พี่หมอติดผ่าตัดครับคุณย่า เออคุณย่าครับตะวันกลับก่อนนะครับ สวัสดีครับ อาไตรสวัสดีครับ????”
“เดียวสิ แล้วตะวันกลับยังไง”จันทร์เอ่ยถาม
“เรียกแท็กซี่ครับ”
“ไม่ต้องเดียวให้อาไตรไปส่ง”
“ผมเกรงใจครับคุณย่า”
“ไตรไปส่งน้องหน่อยสิ”
“นี่ผมต้องมาเป็คนขับรถให้เด็กแก้มป่องเหรอ เหอะ????”ตะวันพูดพลางอมยิ้ม
“ไม่เป็ไรครับอาไตร”ไตรภัคไม่ฟังที่ตะวันพูดเขารีบเดินออกจากบ้านตรงไปที่รถทันที
บนรถ
“เออ...อาไตรส่งผมตรงหน้าปากซอยก็ได้ครับ”
“ทำไม?”
“เออ...ก็อาไตร...”
“เดียวเราไปฟ้องคุณย่าว่าอาส่งแค่หน้าปากซอยทำไง หรือจะหนีเที่ยว”ตะวันพูดไม่ทันจบไตรภัคเลยพูดขึ้น
“ไม่ใช่อย่างนั้นครับ คือตะวันเห็นรถมันติดเลยเกรงใจอาไตร แล้วก็ตะวันไม่หนีเที่ยวแน่นอน”
“หึ????ก็ดี”ไตรภัคพูดออกมาด้วยเสียงเบา
“อะไรนะครับ”
“ป่าวไม่มีอะไร”
“แล้วไม่หิวเหรอ”ไตรภัคเอ่ยถามตะวัน ตะวันสายหน้า
คร็อกกกๆๆเสียงท้องของตะวันดังขึ้น
“หึ????”
ร้านก๋วยเตี๋ยว
ไตรภัคจอดร้านก๋วยเตี๋ยวเพื่อแวะกินก่อนไปส่งตะวัน เขาได้แต่นั่งมองตะวันที่เคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย พร้อมทั้งแก้มที่ตุ้ยอย่างกับปลาปักเป้า
“ไหนบอกไม่หิว”
“แหะ????”ตะวันได้แต่ยิ้ม
หลังจากที่ทั้งสองพากันไปทานก๋วยเตี๋ยว จากนั้นไตรภัคก็ขับรถมาส่งตะวันที่บ้านทันที
“ขอบคุณมากนะครับอาไตร????”
“อืม”
“อาไตรจะลงไปดื่มน้ำหน่อยไมครับ”
“ไม่เป็ไรเรารีบเข้าบ้านเถอะ”
“ครับ????”
หลังจากตะวันลงรถมา ก็เจอรถอีกคันจอดหน้าบ้านของเขา นั้นเป็รถของเก่งและมีเก่งที่ยืนอยู่ตรงหน้ารถ
“พี่หมอ????”