ตอนที่ 16
แย่งชิงสมบัติ 1
ชายหนุ่มร่างกายใหญ่โตทั้งสองโจมตีพลาดเป้า แต่ว่าพวกเขาเองก็กลับตัวอย่างรวดเร็ว ผนึกปราณต่อสู้เอาไว้ที่ฝ่ามือพุ่งวกกลับไปจู่โจมใส่บัณฑิตทั้งสองที่เป็ชายหญิงอีกครั้ง
ส่วนชายหญิงที่เป็บัณฑิตใช้ปราณิญญาสร้างกลายเป็การโจมตี เป็ดาบและกระบี่จู่โจมเข้าใส่อีกฝ่าย
การปะทะกันของคนสองกลุ่ม เรียกว่าเป็การปะทะที่ต่างชั้นจากพวกที่ต่อสู้อยู่ด้านหลังอย่างชัดเจน
พวกคนด้านหลังที่ตามมาล้วนแล้วเป็พวกยอดฝีมือ ที่ไม่ได้อยู่ในสังกัดสำนักเทพเซียนที่อยู่บนูเาอะไร
พวกเขาเป็ชาวยุทธหรือผู้ฝึกตนอิสระแน่นอนว่าครั้งนี้เดินทางมาแสวงโชควาสนา
ทว่ามันเองก็มีความต่างชั้นที่ใหญ่โตเช่นเดียวกัน เมื่อมองเห็นการปะทะกันของพวกคนเ่าั้
และก็มามองดูการปะทะกันของพวกคนจากสำนักผู้ฝึกตนจริงๆ
มันแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว ราวกับว่าเป็การต่อสู้ของแม่ทัพแนวหน้ากับพวกขุนพลปลายแถว
พวกกลุ่มคนหนุ่มสาวที่มาจากสำนักผู้ฝึกตนพวกนั้น ล้วนแล้วสำแดงอำนาจที่หน้าตื่นตระหนก
ความแตกต่างนี้จะมากมายก็ไม่แปลก พวกกลุ่มชายหนุ่มที่มาจากสำนักผู้ฝึกตนพวกนั้น ล้วนแล้วแต่เป็คนที่อยู่ขอบเขตสามเป็อย่างต่ำ
แต่พวกชาวยุทธ์ที่อยู่ด้านหลังเป็ผู้ฝึกตนที่อิสระ
พวกเขาส่วนใหญ่ยังเป็คนหนุ่มแน่นอนว่าพลังที่มีมากที่สุด ก็อยู่ในแค่ผู้ฝึกตนขอบเขตสองเท่านั้น
นอกจากขอบเขตที่แตกต่างกันแล้ว มากกว่านั้นก็คือพวกลูกศิษย์จากสำนักผู้ฝึกตนพวกนั้น มีทักษะวิชาเวทอภินิหารมากมาย
เพราะแบบนั้นกำลังรบเลยแตกต่างกันเช่นนี้ การแย่งชิงครั้งนี้วุ่นวายมากกว่าที่ผู้คนคิดมาก
เพียงแค่จำนวนของผู้คนมากมายที่เข้าร่วมการแย่งชิงโชควาสนาในครั้งนี้
นับด้วยสายตาก็มีมากกว่าร้อยคนแล้ว เพราะแบบนั้นจึงกลายเป็สมรภูมิขนาดเล็กหลายแห่งกระจัดกระจายตามสถานที่ต่างๆภายในป่า
ณ บนกิ่งไม้ของต้นไม้ที่ไม่ได้สูงมากนัก ร่างของบุรุษหนุ่มผู้หล่อเหลาสวมใส่อาภรณ์สีดำสนิทกำลังยืนมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้านหน้าอยู่
บุรุษหนุ่มผู้นี้มีผู้ติดตามเป็ชายหนุ่มคนหนึ่งที่รุ่นราวคราวเดียวกันอยู่ด้านหลัง แน่นอนว่าบุรุษหนุ่มผู้นี้คือรุ่นเยาว์ที่ติดตามผู้าุโที่ร่างเล็ก
เป็หนึ่งในกลุ่มสามรุ่นเยาว์ที่มาจากบนูเาเทพเซียน
บุรุษผู้นี้กำลังยืนมองการต่อสู้ของ ชายร่างกายใหญ่โตสองคนและบัณฑิตหนุ่มสาวนั้นอยู่
ทั้งสี่กำลังเผชิญหน้ากันอย่างดุเดือดอยู่บริเวณใกล้ๆสมบัติเซียนชิ้นนั้น
ผู้ติดตามหนุ่มที่อยู่ด้านหลังของบุรุษหนุ่มชุดดำเอ่ยขึ้น “นายน้อยเหตุใดพวกเราถึงไม่ลงมือเลย”
บุรุษหนุ่มชุดดำผู้นั้นยังคงสงบนิ่ง “ตอนนี้พวกเรายังลงมือไม่ได้”
“ถ้าเกิดว่าพวกเราลงมือ คนสองกลุ่มนั้นจะเปลี่ยนเป้าหมายมาที่พวกเราทันที”
“กลายเป็ว่าพวกเราต้องรับมือกับคนพวกนั้นทั้งหมด”
“แม้ว่าข้าจะมั่นใจว่าข้าสามารถต่อกรกับพวกนั้นได้ ทว่าการให้อีกฝ่ายลงมือต่อสู้จนหมดแรงไปถือว่าเป็เื่ที่ดีกว่า”
“อีกอย่างข้าััได้ว่าสมบัติชิ้นนั้นกำลังเรียกหาตัวของข้าอยู่”
“นี่ถือว่าเป็โชควาสนาที่ข้ามีโอกาสได้มากที่สุดแล้ว”
บุรุษชุดดำยืนมองอย่างใจเย็น ยืนมองเหตุการณ์ต่อสู้ทั้งหมดที่วุ่นวายด้านหน้า ราวกับว่าตนเองนั้นเป็คนนอก
ในขณะเดียวกัน
เจียงเฟิงที่นั่งอยู่ในโรงน้ำชา เขาเองก็จ้องมองไปยังบุรุษหนุ่มชุดดำผู้นั้นเช่นเดียวกัน
เจียงเฟิงเห็นตั้งนานแล้วว่าบุรุษหนุ่มชุดดำผู้นั้นไม่ได้คิดจะลงมือ
เป็เหมือนกับคนที่นั่งดูเสือกัดกันอยู่บนูเา รอให้พวกที่เหลือหมดแรงไปตนเองก็จะลงมือเก็บเกี่ยว
และอีกฝ่ายเองก็คงจะสามารถััได้ถึงโชควาสนา เรียกได้ว่าเป็การเรียกหาของสมบัติเซียนชิ้นนั้น
“มารดามันเถอะ กลิ่นไอัปกคลุมทั้งร่างเช่นนั้น”
“คิดว่าข้าไม่รู้หรือว่าเป็คนของราชวงศ์”
เจียงเฟิงเห็นั้แ่เดินเข้ามาที่โรงน้ำชาแล้ว เขาประเมินคนทั้งสามกลุ่มเอาไว้เรียบร้อยแล้ว
กลุ่มหนึ่งมาจากสำนักผู้ฝึกตนสายบู๊ ก็คือชายร่างกายใหญ่โต 3 คนนั้นที่มีรูปร่างเหมือนกับ
อีกกลุ่มหนึ่งมาจากสำนักผู้ฝึกตนสายบุ๋น ก็คือพวกที่สวมใส่เหมือนกับชุดปัญญาชน เพียงแค่มองก็รู้ได้ในทันทีว่าเป็บัณฑิต
ส่วนกลุ่มที่อยู่ตรงกลางที่สุดคนอื่นไม่ได้สะดุดตาอะไรมากนัก
แต่กับชายหนุ่มที่ดูท่าทางไม่ธรรมดากับมีปราณิญญาัล้อมรอบกาย เจียงเฟิงที่มีสายตาแหลมคมมีหรือจะไม่รู้ว่า อีกฝ่ายนั้นเป็คนของราชวงศ์
การที่มีปราณัสถิตอยู่กับร่างกายของตนเองมากมายเช่นนั้น มีเพียงแค่ราชวงศ์เท่านั้นแหละที่มี
อีกฝ่ายน่าจะเป็องค์ชายของราชวงศ์ต้าเฉิน
เจียงเฟิงขมวดคิ้วอย่างแปลกใจ “น่าแปลกใจไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ามีองค์ชายของราชวงศ์ใด ที่ขึ้นเขาไปฝึกตนที่สำนักผู้ฝึกตนเช่นนี้ด้วย”
“หรือว่าตัวของข้าหลับนานเกินไป”
เฉินอวี้ที่นั่งอยู่ข้างกายเอ่ยอธิบายขึ้นมา “มีองค์ชายรองขึ้นไปฝึกตนอยู่บนูเาเป็สำนักผู้ฝึกตนนอกอาณาจักรต้าเฉินเ้าค่ะ”
“ตัวตนขององค์ชายรองค่อนข้างจะถูกเก็บเป็ความลับ”
“เพราะว่าการที่มีองค์ชายขึ้นไปฝึกตนที่สำนักผู้ฝึกตน”
“โดยเฉพาะด้านนอกของอาณาจักรเช่นนี้ แน่นอนว่าย่อมทำให้ผู้คนมาจับตามอง”
“แต่ว่าหลังจากที่ฝึกฝนจนได้รับการยอมรับแล้ว ในตอนนี้เื่นี้ก็ไม่ใช่เป็ความลับ”
“่นั้นนายน้อยกำลังหลับไหลอยู่ การที่มีผู้คนล่วงรู้ว่าองค์ชายรองได้เป็ลูกศิษย์ของสำนักลิขิตฟ้า ”
“ทำให้ผู้คนมากมายตื่นตระหนกกันเป็อย่างยิ่ง โดยเฉพาะสองสำนักผู้ฝึกตนที่ตั้งอยู่ภายในต้าเฉินแห่งนี้แตกตื่นเลยทีเดียว”
เจียงเฟิงพยักหน้าเข้าใจแล้ว “เข้าใจแล้ว ที่แท้ก็องค์ชายรอง”
ก่อนที่เจียงเฟิงจะยิ้มเ็า “เพราะอีกฝ่ายเป็องค์ชายของราชวงศ์”
“เลยทำให้ร่างกายมีปราณัปกคลุมอยู่รอบร่างกายเช่นนั้น”
“เพราะแบบนั้นอาวุธเซียนชิ้นนั้นที่ถูกทำขึ้นจากหนวดัเลยมีการขานรับเป็พิเศษ”
“อีกฝ่ายเลยคิดว่าตนเองมีโอกาสที่จะได้รับมันไป อาวุธเซียนชิ้นนั้นไปแล้ว”
เจียงเฟิงที่นั่งชมการต่อสู้อยู่นานในตอนนี้ก็เริ่มขยับ เจียงเฟิงใช้นิ้วมือจุ่มลงไปที่ถ้วยชา ก่อนที่จะใช้ปลายนิ้วที่มีคราบน้ำชาติดอยู่วาดสัญลักษณ์บางอย่างลงบนโต๊ะ
เฉินอวี้และซินอวี้พยายามจะจ้องมองดูว่ามันเป็สัญลักษณ์อะไรกันแน่
แต่สิ่งที่มันน่าประหลาดก็คือพวกนางจ้องมองเท่าไหร่ พวกนางเองก็ไม่รู้ว่ามันคือสัญลักษณ์อันใด
เพราะว่าเมื่อจ้องมองไปแล้วเพียงแค่เสี้ยววินาทีต่อมา พวกนางเองก็ลืมสัญลักษณ์ที่ถูกวาดลงบนโต๊ะ
กลายเป็ว่าเมื่อจดจำได้ก็ลืมเลือนในเวลาต่อมาทันที ไม่สามารถจดจำได้ว่าสัญลักษณ์ที่ถูกวาดบนโต๊ะเป็สัญลักษณ์อันใดกันแน่
หลังจากนั้นพวกนางก็มองเห็นคุณชายของตนเองพึมพำบางอย่างอยู่กับตนเอง ราวกับว่ากำลังพูดบางอย่างกับใครสักคน
ผ่านไปสักพักเจียงเฟิงก็ยิ้มออกมา จากนั้นเจียงเฟิงก็ใช้มือเช็คคราบน้ำที่ถูกวาดเป็สัญลักษณ์บนโต๊ะออก
หลังจากนั้นภาพที่เฉินอวี้และซินอวี้มองเห็นนายน้อยของตนเองก็แปลกไป
ใบหน้าของเจียงเฟิงซีดเซียวลงในทันที ทำให้สาวใช้ทั้งสองใไม่น้อย
เจียงเฟิงยกมือขึ้นห้ามพวกนางเอาไว้ เพราะกลัวว่าพวกนางจะทำให้กลายเป็เื่ราวใหญ่โต
“ไม่มีอันใด”
“เพียงแค่ลงมือทำบางอย่างไป”
“ใช้ปราณิญญาไปไม่น้อยเลยทำให้ร่างกายอยู่ในสภาพเช่นนี้”
“แต่เมื่อมองดูถึงผลลัพธ์แล้วก็ถือว่ายอดเยี่ยม”
“เอาละพวกเรามานั่งดูการแสดงตรงนั้นต่อกันดีกว่า”
ในตอนนี้บริเวณการต่อสู้ภายในป่ากำลังดุเดือด แต่มันเองก็กำลังเข้าสู่่สุดท้ายแล้วเช่นเดียวกัน
ในตอนนี้พวกที่มาจากล่างูเา แทบจะไม่มีส่วนในการเข้ามาเกี่ยวข้องกับการต่อสู้เลยด้วยซ้ำ
คนพวกนั้นเพียงแค่การรับมือกับ คนในระดับเดียวกันก็แทบจะไม่ไหวแล้ว
เมื่อพวกเขาที่เป็ผู้ฝึกตนอิสระ ้าที่จะเข้ามามีส่วนร่วมกับการต่อสู้ของรุ่นเยาว์จากสำนักผู้ฝึกตน
มันก็ทำให้พวกเขานั้นต้องแบกรับแรงกดดันจำนวนมหาศาล แค่จะก้าวเข้ามาภายในการต่อสู้ยังไม่สามารถทำได้เลย