ไป๋เย่เซียวลืมตาขึ้นมาท่ามกลางความคุ้นเคย ความเ็ปยังคงสลักแน่นในิญญามิจางหาย แม้หลอกตนเองว่า นี้เป็เพียงความฝันหนึ่งตื่นแสนเลวร้ายที่ไม่ได้เกิดขึ้น ทว่าต่อให้เสแสร้งแกล้งทำว่าเป็เพียงภาพมายาไปก็เท่านั้น นางกลับมาแล้วจริงๆ บทสนทนาวันคืนชัดแจ้งในทุกเื่ราว แม้เพียงเข็มเล็กๆ ที่ปักลงบนผ้าก็ยังไม่ผิดไปจากในความทรงจำ
‘ฟ้าส่งข้ากลับมาแล้ว หวงซีซวน’ มือเล็กกำแน่นจนเล็บจิกเข้าไปยังท้องมือ แต่ไม่ได้เจ็บมากไปกว่าหัวใจที่กำลังกลัดหนองอยู่ในตอนนี้
‘หากไม่มีข้าท่านก็ไม่สามารถถีบตนเองขึ้นสู่ที่สูงเพียงนั้นได้หรอกหนา’ เพราะชื่อของตระกูลไป๋ทำให้เขายกขึ้นมาอ้างได้ราวกับเสือติดปีก อุปสรรคเล็กใหญ่มลายสิ้นในพริบตา หากนางไม่แต่งกับเขาต่อให้สตรีใดเข้ามาแทนที่ก็ไม่สามารถส่งเขาให้ก้าวเดินไปไกลเท่านางได้อีก
โฉมงามไล่สาวใช้ออกจากห้องก่อนจะนั่งเรียบเรียงความคิดให้เข้ารูปเข้ารอย อย่างน้อยการที่นางได้ย้อนกลับมานั่นหมายความว่าทางเดินอันผิดพลาดย่อมควรได้รับการแก้ไข เมื่อจัดการความคิดของตนเรียบร้อย…เช่นนั้นก็มิอาจอยู่เฉยได้อีก
ด้านหน้าจวนมีรถม้าเตรียมการรอเ้าของเรือนอยู่ ดรุณีน้อยตอนนี้หวนคืนมายังเวลาก่อนที่ทุกสิ่งจะพังพินาศเพียงไม่นาน ก้าวเดียวนางก็ช้าไม่ได้
หญิงสาวอยู่ในอาภรณ์สีหวานด้านนอกห่มคลุมทับด้วยเสื้อผ้าไหมลายเมฆาสีขาวสะอาดอันเป็สัญลักษณ์ของตระกูล นางงดงามและน่าทะนุถนอมยิ่งกว่าสตรีผู้ใดในแผ่นดิน ความงามของนางเล่าลื่อไปไกลทั้งผิวขาวราวหิมะ ดวงตากลมโต ใบหน้าหวานละมุนตาและอาภรณ์ประจำตระกูลที่นางมักสวมใส่ทำให้หลายคนขับขานว่านางคือ ‘กระต่ายขาว’
“เ้าเข้ามาขอคุยกับพ่อก่อนเช่นนี้ เห็นทีฝนคงไม่ตกต้องตามฤดูกาลแน่” ชายวัยกลางคนตรงหน้าคือแม่ทัพรักษาการหรือก็คือบิดาของเย่เซียว นามว่า ไป๋เฟยฉี
“ข้ามีเื่อยากจะปรึกษาท่านพ่อเ้าค่ะ” ร่างบางยืนหลังตรงท่าทางมุ่งมั่นเอ่ยถามผู้เป็พ่อ
“ว่ามาสิ เดี๋ยวอีกสักพักข้าต้องเข้าพบฝ่าา หากไม่รีบพูดจะสายเอา” ผู้นำตระกูลไป๋มองบุตรสาวก่อนจะตอบกลับ
“ท่านพ่อจะว่าหรือไม่ หากลูกคนนี้จะขออยู่ดูแลท่านไปจนแก่เฒ่า” ประโยคที่ไม่คิดว่าจะออกมาจากบุตรีตระกูลใหญ่เรียกความคลางแคลงใจจากคนฟังได้เป็อย่างดี
“เ้ากำลังจะบอกอะไร” น้ำเสียงดุดันบ่งบอกว่าไม่้าได้ยินเื่ไร้สาระหวังกดดันมิให้อีกฝ่ายล้อเล่น
“ข้าไม่อยากแต่งงานเ้าค่ะ”
“….” รอบด้านเงียบจนเสียงหายใจยังดังกว่า เมื่อวานลูกสาวยังคุยเื่การคัดเลือกพระชายาอยู่เลย นางรักองค์ชายรองมาหลายปี ทั้งสองพบเจอกันอยู่หลายหนแม้เขาจะห้ามปรามเท่าใดก็ไม่สามารถขัดใจนางได้
หวงซีซวนเป็บุตรชายเพียงคนเดียวของอดีตฮองเฮาแซ่ฟางคนของตระกูลเสนาบดี แม้เป็คนใกล้ชิดฝ่าายิ่งกว่าใครแต่นางก็อยู่ในตำแหน่งนั้นได้ไม่นานนัก เบื้องลึกเื้ันั้นเป็ข่าวลือซึ่งปิดกันจนหนาหูถึงเื่ราวของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาก็อยู่ในเหตุการณ์ครั้งนั้นเช่นกัน แต่หากให้เื่เลวร้ายถูกฝังลงไปพร้อมกับเขามันคงจะดีต่ออนาคตของแคว้นมากกว่า
องค์ชายรองรั้งตำแหน่งนี้มานานและแน่นอนว่าเขาคงไม่มีวันได้ครองราชย์แทนพี่ชายที่เป็รัชทายาท กระนั้นเองการมีอยู่ขององค์ชายทั้งสองผู้เพียบพร้อมไปด้วยความสามารถและสติปัญญาก็ทำให้ราชสำนักที่เดิมทีเป็หนึ่งเดียวกันได้ไม่นานเริ่มแบ่งฝั่งแบ่งฝ่าย
ฝ่ายรัชทายาทมีทั้งฮ่องเต้ แม่ทัพ ตระกูลหลักอีกสามตระกูลช่วยหนุนหลัง เมื่อเทียบกับฝ่ายองค์ชายรองแม้มีเสนาบดีที่มีอำนาจคุมข้าราชการ และตระกูลใหญ่อีกประปรายคอยกำแหงใส่ ก็มิต่างอะไรกับแมลงที่บินวนให้รำคาญ ทว่าความสงบสุขในตอนนี้ทุกคนต่างรู้ว่ามันเปราะบางเพียงใด แม้เพียงผีเสื้อขยับปีกก็อาจสร้างลมพายุได้เช่นกัน
“ลูกสาวคนเดียว ทำไมข้าจะเลี้ยงไม่ได้ ไม่แต่งก็ไม่แต่ง อยู่กับพ่อนี้แหละ” ไป๋เฟยฉีตอบรับคำขอของบุตรี
“ท่านพ่อสัญญาแล้วนะเ้าคะต่อให้ท่านแม่ ท่านพี่ หรือใครจะต่อต้านท่านพ่อก็ห้ามผิดคำกับลูกเชียว” หญิงสาวยินดีเป็อย่างมากอย่างน้อยก็รับประกันได้ว่าบิดาจะยังไม่รีบตกลงปลงใจกับการแต่งงานของนางและบุรุษผู้นั้น
“โถ่ เซียวเอ๋อร์ในโลกนี้มีใครจะสั่งพ่อได้อีกเล่า” แม้จะไม่รู้ว่าเ้าตัวน้อยกังวลสิ่งใด แต่มันดูเป็เื่เล็กน้อยสำหรับเขายิ่ง
“ลูกว่ามีนะเ้าคะ เพียงแต่สัญญาแล้วก็ต้องเป็สัญญา ลูกไม่รั้งท่านพ่อไว้แล้วเ้าค่ะ” นางยิ้มให้บิดาที่รักนางยิ่งกว่าใคร
เย่เซียวไม่มีทางลืม ในปีนี้ข่าวน่ายินดีที่สุดของนางจะแพร่งพรายก่อนฤดูหนาว หลังจากนั้นไม่นานไป๋เย่เซียวได้ขึ้นเกี้ยวตบแต่งเป็พระชายาอย่างสมเกียรติ หากปล่อยให้เกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นคงเกินแก้ หวงซีซวนฆ่านางได้ลงคอแม้นางทำประโยชน์ให้ได้ขนาดนั้น ดังนั้นถ้าแต่งเข้าไปโดยที่นางขัดขวางแผนการแม้เพียงน้อยมีหรือที่เขาจะเก็บนางไว้
ยามนี้ใบไม้โปรยปรายจนใกล้หมดต้น สายลมบูรพาคืบคลานเป็สัญญาณถึงการมาของฤดูหนาว เวลาไม่คอยท่าแล้วหากไม่ลงมือเสียตอนนี้เื่ราวคงได้ซ้ำรอยเดิมอีกเป็แน่ นางคงทนไม่ได้เมื่อต้องไปอยู่ข้างกายชายคนนั้นอีกครั้ง แม้แต่ตอนนี้ความทรงจำ คำพูด การกระทำยามอยู่ร่วมกัน ทั้งหมดทั้งมวลยังแจ่มชัดมิขาดไปแม้แต่เื่เดียว
“คนที่บังคับท่านได้คือคนที่ท่านพ่อกำลังจะไปหาอย่างไรเล่าเ้าคะ” นางพึมพำหลังจากขบวนของแม่ทัพรักษาการเคลื่อนตัวออกไป
“ไปเถอะอิงอิง” ร่างบางหันไปยังหญิงรับใช้ซึ่งถือเสื้อคลุมตัวยาวรอไว้ คุณหนูแจ้งว่าวันนี้มีเื่ต้องทำด้านนอกไม่อยากให้เอิกเกริกจึงจะไปกับนางเพียงลำพัง
เพียงแต่สถานที่อันเป็จุดหมายที่พวกนางมานั้นทำให้บ่าวตัวน้อยลอบกลืนน้ำลายซ้ำแล้วซ้ำอีก รอบด้านส่งเสียงจอแจทั้งวันไม่เคยขาด โคมไฟถูกจุดั้แ่ตะวันยังไม่ตกจากฟากฟ้าเพื่อคอยเรียกหาแขก
“ข้าทำสิ่งใดให้คุณหนูไม่พอใจอย่าโกรธเคืองอิงอิงเลยนะเ้าคะ” นางรีบวิ่งไปเกาะแขนข้างหนึ่งของผู้เป็นาย
“ไม่ต้องกลัว ข้าไม่ได้พาเ้ามาขายเสียหน่อยอิงอิง” คนงามหยอกเย้าสาวใช้ผู้แสนซื่อสัตย์
“ฮืออ คุณหนูั้แ่เกิดมาบ่าวยังไม่เคยมาเหยียบที่นี่เลยเ้าค่ะ” สตรีใดบ้างจะมายังแหล่งมั่วสุมเช่นนี้หากมีใครรู้เข้าชื่อเสียงคงป่นปี้ไม่เหลือหรอ
“เ้าได้มาอีกหลายครั้งแน่” คุณหนูตระกูลไป๋หัวเราะในลำคอเมื่อเห็นว่าอิงอิงดูจะเป็กังวลอย่างหนัก สมองน้อยๆ ของบ่าวรับใช้คิดไปถึงบทลงโทษแล้ว…หากถูกจับได้ว่าพาคุณหนูเข้ามาโดยไม่ห้ามปรามบนหลังนางต้องไม่เหลือที่ว่างให้หวายลงแน่
“รอข้าอยู่ที่นี่นะ เดี๋ยวข้ามา” ไป๋เย่เซียวบอกก่อนที่จะเดินหายเข้าไปยังด้านใน
...........................................................................
ยัยน้องกลับาแล้ว มาถึงก็เทองค์ชายรองก่อนเลย!
ว่าแต่น้องพาสาวใช้มาเที่ยวที่ไหนเนี่ยย