ฉั๊วะ~!
ผิวหนังช่วงท้องของสัตว์อสูรระดับ 3 ถูกแทงทะลวงเข้าไปด้วยกรงเล็บสีดำทั้ง 5 จากมือข้างขวาที่ปรากฎเล็บแหลมคมและเส้นเลือดสีดำ เมื่อกรงเล็บแทงผ่านหนังส่งของเหลวเคลือบเล็บเข้าสู่เนื้อของมันได้นั้น ช่วงท้องของมันก็เริ่มเปลี่ยนไปเป็นสีดำจนมันดิ่นทุรนทุรายบนพื้นดิน
“อูยเล็บเกือบฉีก แต่สามารถฆ่าข้ามระดับได้ ไม่ธรรมดาเลยนะหนิเรา”
ทั้งเจ็บเล็บทั้งดีใจ กับการลองใช้ทักษะโลหิตสลายกระดูกับสัตว์อสูรระดับ 3 ตั้งแต่ได้ทักษะมาจากพี่ซิงเยียนก็ผ่านมาแล้วหลายวันที่ตงฟางฝึกใช้งาน
การสร้างพิษสำหรับเขาสามารถทำได้ตั้งแต่วันแรกที่ฝึกขั้น 2 ของทักษะโลหิตสลายกระดูก เพียงแต่ว่าเขาไม่เคยฝึกการใช้นิ้วโจมตีมาก่อน จึงไล่ล่าสัตว์อสูรระดับ 1 ด้วยการใช้เพียงแค่นิ้วมือของเขากางกรงเล็บฆ่าพวกมัน จนเขารู้สึกว่านิ้วของเขาแข็งแกร่งขึ้นจนไม่รู้สึกเจ็บปวดจากการข่วนสัตว์อสูรระดับ 1เขาก็เปลี่ยนไปเป็นทดลองกับสัตว์อสูรระดับ 2 สุดท้ายเขาก็มาลองกับสัตว์อสูรระดับ 3 หลังจากกรงเล็บของเขาสามารถทะลวงผิวหนังของสัตว์อสูรระดับ 2 ได้โดยไม่เกิดความเสียหายใดๆกับเล็บมือ
ด้วยระดับสัมผัสวิญญาณขั้น 7 ของเขาเท่ากับความแข็งแกร่งสัตว์อสูรระดับ 2 มันจึงยากที่เขาจะจัดการสัตว์อสูรระดับ 3 ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว
แม้ตัวของเขาจะใช้พิษหากไม่สามารถแทงผ่านผิวหนังหรือเกล็ดของสัตว์อสูรก็ไร้ความหมาย ยังดีที่พวกมันมีจุดอ่อนให้เขาแทรกตัวเข้าไปแทงจึงทำให้สัตว์อสูรระดับ 3 ยังคงเป็นสิ่งที่เขาฆ่ามันได้ง่ายๆ แม้การใช้พลังระดับสัมผัสวิญญาณขั้น 7 ฆ่าจะไม่ง่ายเท่าใช้พลังจิตเลเวล 3 ก็ตามที มันกลับเป็นขั้นแรกที่เขารู้สึกได้ว่าตัวเองกำลังแข็งแกร่งขึ้น
ในโลกเดิมของเขามีเพียงแค่การวัดระดับพลังจิตเท่านั้น ไม่ว่าจะเลเวล 1 หรือเลเวล 2 ความทรงพลังของพลังจิตและร่างกายจะเป็นสิ่งเติบโตควบคู่กัน แต่การมายังโลกแห่งจิตวิญญาณ ร่างกายของตงฟางกลับไม่เป็นอย่างนั้น ด้วยการที่เขาไม่มีเซรุ่ม ทำให้ร่างกายของเขาต้องอาศัยพลังวิญญาณในการเติบโตขึ้นทีละก้าว ทำให้พลังจิตและร่างกายของเขาแยกออกจากกัน
ต่อให้ตัวของเขาจะมีพลังจิตมหาศาล หากเขาถูกโจมตีร่างกายของเขาก็ได้รับบาดเจ็บหนักอยู่ดี ตอนนี้ร่างของเขาจึงเปรียบเสมือนผู้ใช้พลังจิตเลเวล 2 เท่านั้น ทั้งๆที่พลังจิตของเขาเป็นถึงเลเวล 3 เขาจึงพยายามทำให้ร่างกายเติบโตให้ทันพลังจิต
“อาห์ กว่าจะหาได้แต่ละตัวทำไมมันยากจังนะ”
ตงฟางใช้มือของเขาแหวกเข้าไปในหัวของสัตว์อสูรดึงเอาแหนพลังวิญญาณของมันออกมา ก่อนจะล้วงไปยังกลางหน้าอกดึงต่อมพิษมากลืนกิน การล่าของเขาตลอดการฝึกทักษะโลหิตสลายกระดูกควบคู่ไปด้วยนี้เอง สิ่งที่เขาล่าล้วนมีพิษทั้งนั้น เพื่อให้เขาได้รับผลประโยชน์สูงสุดจากการใช้ชีวิตภายในป่า ทันทีที่เขาโคจรทักษะโลหิตสลายกระดูกพิษที่กลืนลงไปก็ซึมซับเข้าสู่ร่างกายของเขาในทันที
“อีกนิดก็จะกลายเป็นสัมผัสวิญญาณขั้น 8 เอาล่ะกลับดีกว่า”
ตงฟางมองไปยังทางออกของป่าจากนั้นได้นำเอาผ้าคลุมมาปิดทับร่างแล้วใช้พลังจิตบินออกไปทันที ตลอดการล่าทำให้เขารู้ว่าตัวเองจำเป็นต้องปกปิด ไม่อย่างนั้นจะอยู่ได้ยากมากๆ แล้วการปกปิดตัวของเขานี้เองทำให้เขาใช้พลังจิตได้สะดวกมากยิ่งขึ้น โดยไม่กลัวว่าใครจะรู้จักตัวตนของเขา กระทั่งบินมาถึงเมืองหลงไห่ ตงฟางก็ได้สวมหน้ากากที่พี่ซิงเยียนมอบให้เดินมุ่งหน้าไปยังหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้า
การเดินทางมาของเขาในวันนี้ก็เพราะว่าอีก 10 วันจะมีการต่อสู้เพื่อเลื่อนระดับศิษย์เกิดขึ้นแล้ว เขาจึงจะมาขอซื้อบางอย่างจากหอประมูล แล้วก็เพื่อถามเรื่องยาของเขาอีกด้วย ว่าการขายเป็นอย่างไรบ้าง
“นี่มัน จะไม่เยอะไปหน่อยเหรอ”
ในวันแรกที่เดินทางมา ผู้เข้าใช้งานหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าไม่เยอะเท่านี้เลย ตอนนี้คนที่กำลังเดินเข้าออกหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้ากลับมีเยอะกว่าเดิมราว 5 - 6 เท่า แล้วยังมีรถม้าจอดเต็มไปหมด สร้างความสงสัยให้ตงฟางไม่น้อย เขาจึงรีบก้าวเท้าเดินเข้าไปด้วยความรวดเร็วด้วยความอยากรู้ว่ามีอะไรอยู่ข้างใน
“อะแฮ่ม คิดจะเดินผ่านประตูไปโดยไม่ทักทายพี่สาวคนนี้เหรอ”
ตงฟางหยุดเท้าแล้วมองไปยังพี่ซิงเยียนที่กำลังยืนด้านข้างประตู พลางส่งยิ้มไปทักทาย
“ผมไม่ได้บอกนี่ว่าจะมา แล้วทำไมพี่ถึง”
“ฮิฮิ อย่าดูถูกเครือข่ายของพี่สาวคนนี่สิ ไหนขอดูหน่อยไม่เจอกันหลายวันเป็นยังไงบ้าง”
ตงฟางพยายามถอยห่างหลังจากพี่ซิงเยียนเดินเข้ามาใกล้ๆพยายามยื่นมือมาจับใบหน้าของเขา
“พี่สาวซิงเยียน หยุดเลย ห้าม ห้ามเข้าใกล้ผม อย่า~~~~”
“แหม ใครต่างก็อยากให้พี่สาวเข้าใกล้ พี่รู้สึกเสียใจจังที่น้องตงฟางกลัว สงสัยต้องไปลดความสวยตัวเองลงแล้วสิ”
ซิงเยียนเดินเข้ามาเกาะแขนแล้วดึงตงฟางเข้าหอประมูลท่ามกลางสายตาของผู้คนมากมายมองจ้องพวกเขาทั้งสองคน
“มันเป็นใคร” ชายหนุ่มมากมายล้วนสงสัยชายชุดดำ ทว่าพวกมันกลับไม่รู้จักตัวตนชายสวมชุดดำเลยสักคนเดียว
“เอาล่ะ ที่นี่มีเพียงแค่เราสองคน บอกพี่สาวได้ไหมว่าครั้งนี้มาเพราะอะไร”
“อ๋อ ผมมาเพราะอยากซื้อแกนพลังวิญญาณสัตว์อสูรพิษระดับ 3 แล้วก็ซื้อพิษระดับ 3 ขึ้นไป”
“หืม เป็นแค่ระดับสัมผัสวิญญาณคิดจะดูดซับสิ่งที่อยู่สูงกว่าระดับตัวเอง ระวังจะบาดเจ็บนะ”
“ไม่เป็นไรครับ ผมทดลองแล้ว ร่างกายไม่มีผลเสีย มีแต่ผลดี”
“แล้วจะเอาเยอะแค่ไหนเหรอ”
“ผมไม่รู้ราคาของมันด้วยสิ ผมมีแค่ 100,000 หินวิญญาณเท่านั้น เออนี่ พี่ซิงเยียน ผมพึ่งนึกอะไรบางอย่างได้”
“มีอะไรเหรอ” ซิงเยียนมองตงฟางด้วยความสงสัยอยากรู้อยากเห็น
“ผมมีบางอย่างอยากจะทดลอง พอดีตลอดหลายวันที่อยู่ในป่าอสูรคลั่งผมพยายามจะหลอมยาเพิ่มพลังวิญญาณระดับ 3 ปรากฎว่ามันยังขาดสมุนไพรไป 1 ตัว จึงอยากจะขอซื้อด้วย”
“งั้นไปห้องหลอมยากัน พี่อยากรู้ว่าตงฟางจะหลอมยาอะไร”
“แล้วนี่ พี่ซิงเยียนไม่ไปทำงานเหรอครับ เห็นคนเยอะผิดปกติ”
“อ๋อ วันนี้มีงานประมูลน่ะ ตงฟางจะเข้าไปไหม”
“ไม่ดีกว่าครับ ไว้ครั้งหน้าก็แล้วกัน ผมกำลังวางแผนทำอะไรสักอย่าง ยังไม่อยากก่อปัญหา ไว้เป็นศิษย์สายนอกให้ได้ก่อนผมค่อยก่อปัญหาจะดีกว่า”
“จ้ะ งั้นไปเถอะ ส่วนสิ่งของที่อยากได้พี่สาวจะให้คนจัดเตรียมเอาไว้ให้นะ แล้วก็ ตงฟางอยากรู้ไหมว่าตงฟางมีเงินเก็บในหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าเท่าไหร่”
“เท่าไหร่เหรอครับ” ตงฟางหยุดเท้าพลางฟังเสียงกระซิบของพี่ซิงเยียน ด้วยลมที่เปาข้างหูทำให้เขารู้สึกขนลุกไปทั้งตัวด้วยความเสียว ไม่เพียงเท่านั้นเขายังรู้สึกได้ถึงเลือดอุ่นๆกำลังไหลออกมาจากจมูกพร้อมด้วยท่าทางหัวเราะของพี่ซิงเยียน
“ฮิฮิ เป็นไงเยอะล่ะสิ”
“ใช่ครับ เยอะมากๆ ไม่คิดว่ายายี่จงและยาทงเทียนจะทำให้ผมมีเงินเก็บมากขนาดนี้”
ตงฟางได้ยินจำนวนเงินที่เขามี 7 แสนหินวิญญาณยังไม่หักลบค่าสมุนไพรที่ต้องจ่ายให้กับหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้า เขาแทบก้าวขาไม่ได้ จากเดิมไม่เคยมีเงินติดตัวถึงพัน ตอนนี้เขาเกือบจะมีแตะหลักล้าน ด้วยระยะเวลายังไม่ถึงเดือน เขาตกใจกับการขายสินค้าของหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าอีกด้วย
หนำซ้ำเงินทั้งหมดยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ยังมีจำนวนยายี่จงและยาทงเทียนเก็บไว้อีก 3 ส่วนยังไม่ปล่อยขาย
“พี่ซิงเยียนผมคิดว่าเอาวัตถุดิบมาให้ผมด้วยเลยน่าจะดีกว่า ผมจะได้หลอมยายี่จงกับยาทงเทียนเพิ่มอีก”
“จ้า พี่สาวเตรียมไว้ให้หมดแล้วล่ะ แค่น้องตงฟางเข้าไปในห้องหลอมยา ทุกอย่างก็พร้อม เอานี่สมุนไพรที่น้องตงฟางอยากได้ นี่ๆ พี่สาวเข้าไปรอในห้องด้วยไม่ได้เหรอ”
“ไม่ได้ครับ ไว้วันที่ผมขายสูตรยาให้พี่ซิงเยียนก็แล้วกัน วันนั้นพี่จะทำอะไรก็ทำ”
“แน่นะ”
ตงฟางรีบปิดประตูห้องทันที ยิ่งอยู่ใกล้เขายิ่งหัวใจสั่น การอยู่ใกล้สาวงามแล้วเป็นสายรุกและขี้เล่นนั้น เป็นเรื่องยากที่เขาจะรับมือ เขาถนัดรุกเข้าหาหญิงสาวที่ไม่ตอบโต้มากกว่า
“ให้ตายสิ นึกว่าจะไม่รอดไหนดูซิ”
ตงฟางดูแหวนเก็บของทั้ง 10 วงจนพบเข้ากับสิ่งที่เขาจะใช้หลอมยายี่จงและยาทงเทียน แต่เขาจะหลอมพวกมันในช่วงหลังเพราะตอนนี้เขาอยากลองยาเสวี่ยนอู่ ยาสำหรับเพิ่มพลังวิญญาณระดับ 3 ซึ่งการหลอมครั้งนี้เขาจะพลิกแพลงสูตรของมัน ด้วยการเติมพิษลงไปให้มันกลายเป็นยาเพิ่มพลังที่เหมาะกับตัวของเขา
ฟู่ว~!
เสียงเตาหลอมถูกทำให้ร้อนด้วยพลังจิตจากนั้นตงฟางก็เริ่มเติมสมุนไพรทั้ง 9 ชนิดลงไปในหม้อทีละอย่าง ตามขั้นตอนการหลอมยาเสวียนอู่ที่อ่านมา ไม่เพียงเท่านั้นเขายังเตรียมหญ้าน้ำค้างเลือดเอาไว้อีกด้วย เพราะมันมีคุณสมบัติช่วยเพิ่มปริมาณยาที่ได้ หากยาตัวนั้นมีระดับไม่เกิน 3 แล้วยังมีพิษระดับ 3 โยนลงหม้ออีกด้วยเพื่อทำให้ตัวยามีคุณสมบัติเป็นพิษ
พรึ่บ วูฟ พรึ่บ~!
การเพิ่มและการลดความร้อนดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระทั่งเวลาผ่านไป 30 นาทีตงฟางที่ได้รับกลิ่นเหม็นอ่อนๆจากพิษจึงทำให้เตากลับมาอยู่ในอุณหภูมิห้อง หลังจากการหลอมยาเสวียนอู่เสร็จสิ้นลงไปแล้ว
“ตำราของตาแก่หลี่หยุนนี่ ไม่เคยหลอกจริงๆ”
การสร้างพิษต้องใช้สมุนไพรพิษในการหลอมยา การสร้างยารักษาต้องใช้สมุนไพรในการรักษาเช่นเดียวกัน
แต่การหลอมยาเพิ่มพลังวิญญาณแล้วมีพิษหยดลงไปในหม้อนั้น สมุนไพรทั้งหมดที่ถูกหลอมรวมกันเป็นเม็ดยาอัดแน่นไปด้วยพลังวิญญาณเตรียมส่งผ่านให้ผู้กลืนกินมัน จะเหลือเพียงแค่ชื่อเท่านั้น เพราะพลังวิญญาณจะสลายหายไปหมดจากพิษที่หยดลงไป ทว่าการหลอมยาของตงฟางกลับพิเศษ นอกจากเขาจะทำให้พลังวิญญาณในเม็ดยาไม่สลายหายไปแล้ว เม็ดยาตัวนั้นยังกลายเป็นพิษเหมาะแก่เขาด้วยเช่นกัน
อรึก~!
เม็ดยาเสวียนอู่กลืนลงไปในท้องหลังจากมันถูกทำให้เย็น ทันทีที่เม็ดยาตกถึงท้องตงฟางก็รับรู้ได้ถึงพลังงานมหาศาลกำลังระเบิดในกระเพาะ ด้วยการกินยาเกินระดับของเขาไปนี้เอง สร้างความเจ็บปวดให้เขาไม่น้อย แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้เจ็บปวดถึง 5 นาที พลังงานมากมายจากเม็ดยาก็เริ่มสลายหายไป เหลือเพียงแค่พิษระดับ 3 ที่ทิ้งเอาไว้ในกระเพาะอาหารของเขาเพียงเท่านั้น
“ให้ตายสิ ต้องดูดซับพิษและแกนพลังสัตว์อสรูมีพิษอย่างเดียวเลยเหรอเนี๊ย”
ตงฟางถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง เม็ดยาที่ควรจะทำให้ผู้ใช้จิตวิญญาณสะสมพลังงานกลับใช้งานกับเขาไม่ได้ แม้จะปรับเปลี่ยนให้มันมีพิษ สุดท้ายเขาก็ได้รับเพียงแค่พิษจากมัน พลังงานวิญญาณกลับสลายหายไปเหมือนไม่เคยกินลงไปเลยสักนิดเดียว
“ช่างมัน ก็แค่ขายยาอื่นแล้วให้พี่ซิงเยียนซื้อพิษ แค่นี้ก็ถือว่าเร็วแล้ว เอาล่ะ หลอมยาอื่นเลยแล้วกัน”
ตงฟางรีบหลอมยาให้หอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้า วันนี้เขารู้สึกว่ากลุ่มน้อยหน่าของเขาจะมีเรื่องเกิดขึ้น หลายวันที่ผ่านมานี้พวกเขาขายยาได้ดีมากๆ ดีจนร้านยามากมายเข้ามาหา เพียงแต่พวกมันไม่สามารถสร้างปัญหากับพวกเขาได้ แต่วันนี้กลับต่างออกไปเพราะเขาได้ให้กลุ่มน้อยหน่าขายยาตั้งแต่เช้าจนถึงเที่ยงวัน ขายแบบไม่มีจำกัด หากยังไม่ถึงเที่ยงพวกเขาก็ไม่เลิกขาย
ด้วยการเปลี่ยนวิธีการขาย ทำให้เขารู้ว่าจะต้องมีปัญหามากมายเกิดขึ้นกับกลุ่มน้อยหน่าอย่างแน่นอน จำเป็นต้องกลับไปดูสถานการณ์ให้เร็วกว่านี้ แม้เขาจะรู้ว่ากลุ่มน้อยหน่าไม่มีทางตายแน่นอนเพราะเขาทำให้ทุกคนกลายเป็นระดับสัมผัสวิญญาณขั้น 1 ทั้งหมด แต่หากอีกฝั่งแข็งแกร่งกว่าพวกเขาก็อาจจะบาดเจ็บหนักได้
“พี่ซิงเยียน ผมหลอมยาเสร็จแล้วนะ แล้วก็ช่วยนำเงินของผมไปซื้อแกนพลังวิญญาณพิษและพิษระดับ 3 ขึ้นไปให้หน่อยได้ไหม ผมจะใช้มันบ่มเพาะพลัง”
“จ้าๆ กลับเร็วจังนะ ไม่อยู่ต่ออีกสักหน่อยล่ะ”
“ ไม่ดีกว่าครับ ผมกลัวพี่ซิงเยียนจะวางยาผม”
“ให้ตายสิ พี่ไม่ทำแบบนั้นหรอก น้องตงฟางคิดมากไปแล้ว เดินทางดีๆนะ”
“ครับ~!” ตงฟางวิ่งออกไปจากหอประมูลด้วยความรวดเร็วก่อนจะเปิดใช้งานการบินหนีขึ้นฟ้า หลังจากสัมผัสได้ว่ามีคนมากมายจับตามองเขา