จางเหมยเดินเข้าไปในห้องเก็บอุปกรณ์ เมื่อเดินเข้ามาในห้องก็พบอุปกรณ์การเกษตรมากมาย มีทั้งจอบ เสียม และก็มีพวกถังน้ำที่ไม่ใช้แล้วนำมาเก็บไว้ที่นี่ ภายในห้องนี้มีขนาดเล็กมาก แค่กวดตามองก็รู้แล้วว่าถุงเมล็ดพันธ์ุถูกเก็บไว้ที่ไหน
จางเหมยเดินไปหยิบถุงเมล็ดพันธุ์ผัก เมื่อหยิบขึ้นมาแล้วก็พบว่า ถุงเมล็ดพันธุ์ผักนี้มีความหนักราวๆ 2-3 จิน
จางเหมยเปิดดูเมล็ดพันธุ์ผักที่อยู่ภายใน ก็พบจำนวนเมล็ดพันธุ์ผัก 4 ชนิดอยู่ในถุง ทั้ง 4 ชนิดนี้ถูกแบ่งแยกใส่ถุงไว้เป็อย่างดี
จางเหมยก็ไม่รู้ว่าในถุงนี้มีเมล็ดพันธุ์ผักชนิดใดบ้าง เพราะจางเหมยไม่สามารถแยกประเภทของเมล็ดผักได้
จางเหมยจึงนำเมล็ดผักที่อยู่ในถุงเดินไปถามจางหลง
" เสี่ยวหลงเมล็ดผักทั้ง 4 ชนิดที่อยู่ในถุงนี้ มีอะไรบ้าง "
จางเหมยเอยถามจางหลง ในขณะที่ตอนนี้จางหลงกำลังลดน้ำแปลงผักอยู่
จางหลงได้ยินคำถามพี่สาว จางหลงก็เอ่ยอธิบายให้จางเหมยฟังอย่างละเอียด
" พี่เอาเมล็ดพวกนั้นมาให้ผมดูสิครับ ผมจะอธิบายให้ฟัง "
จางเหมยนำถุงเมล็ดผักที่ตนถือมายื่นไปให้จางหลง
จากนั้นจางหลงก็ เปิดถุงเมล็ดออกให้จางเหมยดูเผยให้เห็นเมล็ดผักทั้ง 4 ชนิด อยู่ในถุง
" นี่คือเมล็ดของหัวไชเท้า มีลักษณะเมล็ดคล้ายถั่วเขียว แต่เมล็ดหัวไช้เท้าจะเป็สีน้ำตาลดำ และมีขนาดเล็กกว่าถั่วเขียวมาก ส่วนนี่เป็เมล็ดผักกวางตุ้ง พี่สังเกตดูดีๆนะครับ เมล็ดผักกวางตุ้งกับเมล็ดหัวไชเท้าทั้งสองมีลักษณะเหมือนกัน พี่สังเกตเห็นถึงความแตกต่างของทั้ง 2 ชนิดนี้หรือไม่ครับ "
จางหลงเอ่ยอธิบาย ชนิดเมล็ดผักให้จางเหมยฟังอย่างละเอียด จางเหมยที่ได้ฟังรู้สึกตกตะลึง ราวกับเธอกำลังฟังครูที่กำลังสอนนักเรียนอยู่
" เมล็ดหัวไชเท้าถึงแม้จะมีลักษณะคล้ายกับ เมล็ดผักกวางตุ้ง แต่เมล็ดผักกวางตุ้งนั้นมีขนาดเล็กกว่าหัวไชเท้ามาก ทำให้สามารถแยกออกง่ายๆ ถึงแม้เมล็ดทั้งสองชนิดนี้จะมีลักษณะใกล้เคียงกัน "
จางเหมยมองดูที่เมล็ดทั้ง 2 ชนิดจางเหมยก็เข้าใจ แต่เมล็ดทั้งสองชนิดนี้ก็มีความคล้ายกันจริงๆ ถ้าหากไม่แยกขนาดก็นับได้ว่าแทบจะเหมือนกันไปเสียทุกอย่าง
" ถูกแล้วครับ นี้คือเมล็ดผักกาดขาว พี่สังเกตออกไหมครับว่าเมล็ดผักกาดขาว กับเมล็ดผักกวางตุ้งนั้นมีขนาดเท่าๆกัน และยังมีลักษณะคล้ายกัน พี่ว่ามันจะสามารถแยกออกได้อย่างไรพี่รู้หรือเปล่า "
จางหลงชี้ไปที่เมล็ดผักกวางตุ้ง แล้วก็ชี้ไปที่เมล็ดผักกาด เมื่อจางเหมยได้ดูก็พบว่าเมล็ดผักทั้งสองชนิดนั้นมีความคล้ายกันมากๆ และแทบไม่สามารถแยกออกได้เลย
" สีหรือเปล่า พี่ว่าเมล็ดผักกาดค่อนข้างมีสีดำที่เข้มกว่าเมล็ดผักกวางตุ้ง "
จางเหมยได้มองเมล็ดทั้งสองในเว็บแรกเธอก็ไม่สามารถแยกออกได้ทันที แต่เมื่อสังเกตดูดีๆก็จะเห็นถึงความแตกต่างของเมล็ดผักทั้ง 2 ชนิด
" ถูกแล้วครับเมล็ดผักกวางตุ้งจะมีสีดำที่อ่อนกว่า ส่วนเมล็ดผักกาดจะมีสีดำสนิท ส่วนนี้ไม่ต้องสังเกตอะไร เพราะมันแตกต่างจากเพื่อนอยู่แล้ว นี่คือเมล็ดผักกุยช่ายครับ "
เมื่อจางหลงอธิบายลักษณะเมล็ดผักทั้ง 2 ชนิดให้จางเหมยได้เข้าใจแล้ว จากนั้นจางหลงก็ชี้ไปที่เมล็ดผักอีก 1 ชนิดที่เหลือ ซึ่งเมล็ดผักชนิดนี้ค่อนข้างมีลักษณะแตกต่างจากผักชนิดอื่นที่อยู่ในถุงมากพอสมควร
แค่มองแว๊บแรกก็สามารถสังเกตเห็นได้ถึงความแตกต่างของเมล็ดผักชนิดนี้แล้ว เพราะเมล็ดผักกุยช่ายมีสีดำสนิทเป็สีดำที่เข้มกว่าเมล็ดผักกาด และมีเมล็ดที่ค่อนข้างใหญ่ และมีเมล็ดที่หยิก คล้ายกับเม็ดมะละกอตากแห้ง
" แค่นี้พี่ก็เข้าใจแล้วใช่ไหมครับ พี่มีอะไรจะถามผมอีกหรือเปล่า "
จางหลงเมื่อคิดว่าตนอธิบายให้พี่สาวเข้าใจแล้ว ก็เอ่ยถามจางเหมยอีกครั้ง เผื่อว่าจางเหมยจะยังมีความสงสัยและไม่เข้าใจตรงไหน
" ไม่ล่ะพี่เข้าใจหมดแล้ว "
จางเหมยแค่มองดูก็รู้แล้วว่า ผักในถุงแต่ละชนิดคืออะไร เพราะถึงแม้บางชนิดจะมีความคล้ายกัน แต่ก็มีสิ่งที่ทำให้สังเกตเห็นได้ชัดเจน
" ว่าแต่พี่มาถามผมเื่ชนิดเมล็ดผักเนี่ย พี่จะเอามันไปทำอะไรหรือครับ "
จางหลงเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไม อยู่ดีๆจางเหมยถึงลุกมาถามเื่ชนิดเมล็ดผักกับเขา
" พี่แค่ถามดูเป็ความรู้เท่านั้นเอง ไม่มีอะไรหรอก "
" เสี่ยวเหมย เสี่ยวหลงพวกลูกทั้งสองมากินข้าวได้แล้วแม่ทำอาหารเสร็จแล้ว "
แม่หลินที่ทำอาหารอยู่ในครัว เมื่อทำเสร็จแล้วก็โผล่หัวออกมาจากห้องครัวเพื่อเอ่ยเรียกลูกชายกับลูกสาว พี่กำลังซุบซิบอะไรกันบางอย่างอยู่ที่สวนหลังบ้าน
" ค่ะแม่ / ครับแม่ "
ทั้งสองเอ่ยตอบรับแม่หลิว จากนั้นทั้งสองก็ลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปในบ้าน จางเหมยยังไม่รู้ว่าจะนำเมล็ดผักเข้าไปในมิติได้อย่างไร
แต่เพียงแค่จางเหมยคิดว่าอยากจะนำเมล็ดผักถุงนี้เข้าไปในมิติ เมล็ดผักก็หายไปจากมือของจางเหมยทันที
จางเหมยรู้สึกใกับภาพที่เห็น และรู้สึกดีที่จางหลงไม่เห็นตอนที่เมล็ดผักหายเข้าไปในมิติ
จางเหมยคิดว่าในครั้งต่อไปเธอควรจะใช้มิติให้ระวังกว่านี้ กับคนในครอบครัวยังพอเข้าใจได้ หากมีคนนอกรู้เื่นี้เข้าเธอคงจะถูกจับไปยิงเป้าแน่นอน เพราะคนคิดว่าเธอเป็ปีศาจ
เมื่อทั้งสองเดินเข้ามาในบ้าน ทั้งสองก็เดินไปที่โต๊ะอาหาร เมื่อเดินมาถึงโต๊ะอาหารก็เจออาหาร 3 อย่างที่แม่หลิวพึ่งทำเสร็จ จัดไว้เป็ 3 ชุดแล้ว
" มาๆมากินข้าวกันเดี๋ยวแม่จะได้รีบลงไปทำงานที่ไร่ เมื่อวานนี้แม่ลงไปทำงานที่ไร่ค่อนข้างสายวันนี้แม่คงต้องทำชดเชยหน่อย "
แม่หลิวเดินยกหม้อข้าวออกมา พร้อมกับบอกให้ลูกๆทั้งสองรีบกินข้าวเพราะเธอต้องรีบไปทำงานที่ไร่
เพราะเมื่อวานนี้เธอใช้เวลา่เช้าไปกับการตามหาจางเหมยเกือบทั้งเช้า และพอลงไปทำงานที่ไร่ก็เป็เวลาเกือบเที่ยงแล้ว
ทำให้คนที่เห็นบางคนก็ตำหนิว่าเธอกินแรงคนอื่น บางคนที่เข้าใจเื่ที่เกิดขึ้น ก็เข้าใจว่าทำไมแม่หลินถึงลงมาทำไร่ช้า
เมื่อแม่หลินตัก ข้าวให้ทั้งสองแล้ว จากนั้นก็ตักให้ตนเอง
จางเหมยมองดูข้าวที่อยู่ในถ้วยของตนเองก็รู้สึกว่ามันแปลกไป เพราะข้าวที่เธอได้กินเมื่อคืนนี้คือข้าวขาวทั้งหมด
แต่ข้าวที่อยู่ตรงหน้าคือข้าวโพด 8 ส่วน และมีข้าวอีก 2 ส่วนเท่านั้น ซึ่งจางเหมยก็พอจะเข้าใจได้ว่าทำไมถึงต้องนำมาผสมกันแบบนี้
ตอนนี้ยังเป็่ยากลำบาก การได้กินข้าวโพดผสมกับข้าวขาว ก็ถือว่าเป็อาหารรสเลิศแล้ว บางครอบครัวอาจจะได้กินแค่มันเทศเท่านั้น
มันเทศถึงแม้จะมีรสชาติค่อนข้างอร่อยหากได้กินนานๆครั้ง แต่หากได้กินมันเทศเป็ประจำทุกวัน ก็อาจจะทำให้ท้องอืดได้
แต่หลายๆครอบครัวที่มีสมาชิกจำนวนมาก ก็ต้องอดทนกินเพื่อประทังชีวิต
ในตอนที่กรรมการหมู่บ้านแจกข้าว แม่หลินก็เลือกข้าวโพดกับข้าวขาวไม่ได้เลือกมันเทศมา เพราะแม่หลิวคิดว่าสมาชิกในบ้านมีจำนวนน้อย ไม่จำเป็ต้องเลือกมันเทศมาเหมือนครอบครัวอื่น
ส่วนอาหารตรงหน้าก็มีผัดผัก 1 อย่าง และก็มีซุปไข่ และก็มีคั่วไข่อีก 1 อย่าง
ทั้ง 3 ใช้เวลากินข้าวไม่นาน เพราะแม่หลินเองก็กินอย่างรวดเร็ว เพราะ้ารีบไปทำงานที่ไร่
หลังจากแม่หลินกินเสร็จ แม่หลินก็เตรียมจะไปทำงานแล้ว ส่วนจางเหมย กับจางหลงนั้นเหมือนจะยังกินไม่อิ่ม
แต่แม่หลิวก็ไม่สนใจ เพราะทั้งสองไม่ต้องลงไปทำงานที่ไร่
แม่หลิวเดินเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องของตน จากนั้นก็เดินไปหยิบอุปกรณ์เก็บเกี่ยว ที่หลังบ้าน
เมื่อเสร็จแล้วก็เตรียมจะออกจากบ้าน ในตอนที่กำลังจะออกจากบ้าน แม่หลินก็ไม่ลืมที่จะหันมาสั่งให้จางหลงคอยดูจางเหมยเวลากินยาด้วย
เมื่อเห็นว่าจางหลงตอบรับแล้ว แม่หลินก็รีบออกจากบ้านไป
ทั้งสองพี่น้องใช้เวลากินข้าวอีกสักพัก กว่าจะพากันเก็บโต๊ะ
โดยจางเหมยเป็คนนำถ้วยจานไปล้าง จางหลงก็เป็คนเก็บทำความสะอาดโต๊ะ
เมื่อจางเหมยล้างจานที่หลังบ้านเสร็จแล้ว ก็เดินเข้ามาในบ้าน เมื่อเดินเข้ามาก็เห็นจางหลงอยู่ที่โต๊ะกินข้าว โดยข้างหน้าของจางหลงมีถ้วยยาสีดำปี๋วางอยู่
จางเหมยเห็นถ้วยยานั้นแล้วก็รู้สึกหนักใจ แต่ก็เข้าใจว่าอย่างไรตนก็ต้องกิน
จางเหมยเดินไปที่โต๊ะกินข้าว จากนั้นก็หยิบถ้วยยานั้นขึ้นมายกกินหมดภายในรวดเดียว เมื่อกินหมดแล้วก็คว่ำถ้วยยาให้จางหลงดู
จางหลงเมื่อเห็นว่ายาในถ้วยถูกจางเหมยกินไปหมดแล้ว จางหลงก็ส่งน้ำต้มน้ำตาลให้พี่สาว
จางเหมยเองก็เข้าใจ รีบหยิบน้ำต้มน้ำตาลดื่มตามลงไป
เมื่อจางหลงเห็นว่าพี่สาวของตนกินยาเสร็จแล้ว จางหลงก็บอกให้จางเหมยอยู่เฝ้าบ้าน ส่วนเขาจะขึ้นไปเก็บฟืนบนเขา
จางเหมยที่ได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกยินดี เพราะเธออยากจะรีบเข้ามิติเพื่อสำรวจดูว่ามันจะสามารถปลูกผักได้หรือเปล่า