ร่างบางนั่งทอดอาลัยอยู่บนเตียงกว้างชีวิตของหล่อนต่อจากนี้จะทำเช่นไร และสิ่งที่คุณธานุภาพคาดหวังนั้นหล่อนจะทำให้ได้หรือไม่การแต่งงานสำหรับศศริญาแล้วมันไม่ง่ายเลย เพราะหล่อนไม่เคยรู้จักความรัก
“คุณญาคะ คุณท่านให้มาเชิญไปทานอาหารค่ะ”
เสียงสาวใช้ะโบอกนอกห้องศศิรญาหยุดความคิดชั่วขณะ
“ทราบแล้วค่ะ เดี๋ยวญาลงไปนะคะ” หล่อนตอบ
ศศิรญาถอนหายใจอขยับกายเพื่อลุกไปทำธุระส่วนตัวใช้เวลาไม่นานหญิงสาวจึงลงมาด้านล่าง ธานุภาพช้อนสายตามองแล้วส่งยิ้มให้เขาอยากให้กำลังใจ เกรงหล่อนจะเหงา เพราะมาอยู่ในที่ที่ไม่คุ้นเคยหล่อนเดินมาถึงโต๊ะอาหาร แล้วยืนนิ่งไม่กล้าทำอะไรโดยพลการ
“นั่งลงสิลูก”
หล่อนชะงัก กับคำเรียก ลูกงั้นเหรอทำไมคุณธานุภาพเรียกหล่อนเช่นนี้ มันฟังแล้วรู้สึกเกรงใจเหลือเกินหล่อนไม่คู่ควรเลย
“อย่าเรียกญาว่าลูกเลยค่ะ ญาเกรงใจคุณมากญาไม่คู่ควรสักนิดเลยค่ะ” หญิงสาวขอร้อง สีหน้าไม่สบายใจ
“เธอไม่ชอบเหรอที่ฉันแทนตัวเองว่าพ่อที่ฉันพูดแบบนั้นเพราะเธอไม่มีญาติที่ไหน ฉันเองอยากได้ลูกสาวมานานในเมื่อฉันคิดจะให้เธอมาเป็สะใภ้แล้ว เรียกล่วงหน้าคงไม่เป็อะไร”
แต่หล่อนไม่ได้อยากเป็สะใภ้ เป็คนรับใช้ยังดีเสียกว่ากับการเปลี่ยนแปลงแบบฉาบฉวย อีกอย่างหล่อนไม่รู้จักบุตรชายของคุณธานุภาพเลยนิสัยใจคอเป็เช่นไร จะเข้ากันได้หรือไม่ นี่คือสิ่งที่ตนหนักใจแล้วเขาคนนั้นจะยอมรับการแต่งงานแบบนี้เหรอ หล่อนไม่ค่อยเห็นด้วยเลย
“คุณท่านแน่ใจแล้วเหรอคะ เื่ที่จะให้ญาแต่งงานกับลูกชายน่ะค่ะ”หล่อนถาม สีหน้าเครียด
ธานุภาพเข้าใจว่าคนตรงหน้าคงคิดมากและดูเหมือนมันชวนให้คิดเสียด้วย ลูกชายตัวดีไม่ยอมง่ายๆ หากไม่ยกเื่มรดกมาอ้างแถมผู้หญิงซึ่งติดแจกับบุตรชายไม่ห่าง ยิ่งทำให้เขากลุ้มหนักอะไรมันก็ดีเสียอย่างเดียวเื่ผู้หญิง
“แน่ใจสิ”
คนฟังขมวดคิ้วเล็กน้อยบางทีปัญหานี้มันคงไม่ได้ตกที่หล่อนแต่น่าจะเป็ลูกชายคุณธานุภาพเสียมากกว่าหากทางนั้นปฏิเสธคงไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“อย่าเพิ่งคิดมากเลยศศิรญาพ่อไม่ได้ให้แต่งวันนี้พรุ่งนี้เสียเมื่อไหร่ เคยบอกแล้วไม่ใช่เหรอ”
“ค่ะ ญาทราบแล้ว” หล่อนตอบรับ แล้วถอนหายใจเื่นี้คงต้องใช้เวลา
“อีกอย่างพ่อรับปากยายอิ่มไว้แล้วพ่ออยากให้ยายอิ่มหมดห่วง ญาเข้าใจใช่ไหม ถึงยายอิ่มไม่ได้เห็นหลานแต่งงานแต่ยายน่าจะรับรู้ว่าหนูอยู่สุขสบายดี กับครอบครัวที่พร้อมให้หนูได้ทุกอย่าง”ชายชราเอ่ยน้ำเสียงอ่อนโยน เขาอยากชดใช้กับเื่ที่เคยทำลงไปความทรมานนั้นทำให้เขาไม่อาจข่มตาหลับลงได้ตลอดหลายปี
ศศิรญาน้ำตาคลอ กระพริบตาถี่ๆ เพื่อไล่หล่อนรู้ว่ายายรักมากแค่ไหน หากสิ่งนี้ทำให้ยายหมดห่วงได้หล่อนยินดีขอเพียงยายไปสูสุขคติ
“ค่ะคุณท่าน”
“เรียกพ่อเถอะ” ธานุภาพระบายลมหายใจ“ปกติบ้านหลังนี้ลูกชายพ่อก็แทบไม่เข้ามาสักเท่าไหร่หากได้หนูมาเป็เพื่อนคุยพ่อคงหายเหงา พ่ออยากให้หนูมาเป็ลูกสาว”
หล่อนช้อนสายตามองชายชราด้วยความซาบซึ้งเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อข่มน้ำตา
“ค่ะคุณพ่อ ขอบคุณมากนะคะที่เมตตาญา”
หญิงสาวพูดคุยกับเ้าของบ้านพักใหญ่อาหารมากมายจึงถูกนำมาวาง หล่อนเริ่มเกร็งขึ้นมาอีกครั้งพอเห็นสาวใช้เข้ามาปรนนิบัติราวกับหล่อนเป็นายอีกคน ไม่้าให้เป็แบบนี้เพราะหล่อนเข้ามาในฐานะคนอาศัย หากได้ช่วยเหลือทำงานบ้านก็ยังดีดูเหมือนธานุภาพจะรู้ว่าศศริญาคิดอย่างไร
“คิดมากอีกแล้วเหรอเรา อย่าคิดมากไปเลยพ่อให้มาอยู่ในฐานะลูกสาวแล้ว คนใช้ที่นี่ไม่มีใครไม่ชอบญาหรอกนะทุกคนเอ่ยชมหนูทั้งนั้น”
ศศิรญากวาดตามองสาวใช้ในบ้านทุกคนส่งยิ้มมาให้เลยพลอยโล่งใจ หล่อนกลัวว่าพวกเขาจะคิดว่าหล่อนเป็ใครมานั่งตรงนี้ให้รับใช้เพิ่มอีก
“พรุ่งนี้ เป็วันเผาแล้วสินะ”ธานุภาพเอ่ยกับหญิงสาว
หล่อนพยักหน้าช้าๆ “ค่ะ”
“ยายอิ่มคงสบายใจแล้วพ่อสัญญาว่าจะดูแลหนูให้ดีที่สุด อย่ากลัว อย่ากังวลไปเลย”
หล่อนยกมือกระพุ่มไหว้ “ขอบคุณค่ะ”
“ทานข้าวกันเถอะ พูดเื่เศร้ามากๆ คงไม่ดีพ่อไม่อยากให้เราต้องเสียน้ำตามากกว่านี้เริ่มต้นใหม่เสียให้สมกับที่ยายอิ่มฝากฝังหนูไว้กับพ่อ”
“ค่ะ” หล่อนรับคำแววตาสดใสเพราะคิดในคำพูดของชายชรา
เสียงฝีเท้าจากชั้นบนค่อยๆ ดังขึ้นธานุภาพเงยมองแล้วเมินทางอื่น ธานต์เมธาขัดใจกับท่าทางบิดาวันนี้เขาอุตส่าห์ไม่ออกไปไหน กะว่าจะประจบให้พ่อยอมฟังเื่งานแต่งแต่ดูแล้วคงเป็ไปได้ยาก เขาลงมาถึงบันไดขั้นสุดท้ายหยุดสายตาที่หญิงสาวอีกคนซึ่งนั่งร่วมวงกับบิดา เขามองไม่ชัดนักเห็นเพียงแผ่นหลังที่ปกคลุมด้วยเส้นผมสีดำเงางาม เสี้ยวหน้าด้านหนึ่งเผยต่อสายตาแค่มองผาดๆ เขารู้ว่าผู้หญิงคนนี้ หน้าตางดงามไม่น้อย
ชายหนุ่มไม่อาจละสายตาจากแผ่นหลังบอบบางเขาเดินตรงไปยังโต๊ะอาหาร สายตาหยุดที่ใบหน้าตรงของหล่อนศศริญาเม้มริมฝีปากดวงตาสบกับเขา ธานุภาพยกยิ้มพึงพอใจกับสถานการณ์ ในตอนนี้ดูเหมือนลูกชายพึงพอใจกับว่าที่เ้าสาวไม่น้อยธานต์เมธาไม่ยอมละสายตาจนอีกคนต้องหลบเลี่ยงเสียเอง
ผู้ชายคนนี้ ไม่รู้จักรักษามารยาทเอาเสียเลย
ธานุภาพเลิ่กคิ้วเล็กน้อย ขนาดพ่ออยู่เ้าลูกตัวดียังไม่ละสายตาเลย ถ้าไม่อยู่คงตะล่อมไหนต่อไหนแล้ว มือไวใจไวเช่นนี้จะมีหญิงคนไหนเอาอยู่
“เ้าธานต์มาแล้วไม่นั่งหรือไง”
เ้าของชื่อชะงักรีบนั่งลงตรงข้ามกับหญิงสาวแปลกหน้าปลายสายตายังคงจดจ้องไปยังใบหน้าของอีกฝ่ายอยู่บ่อยๆ
“นี่หนูญา ศศริญาที่พ่อเคยบอกว่าจะให้แต่งงานกับแกไง” ธานุภาพเฉลย และนั้นทำให้คนฟังกระตุกอารณ์เปลี่ยนความรู้สึกไปอีกทางทันที
ผู้หญิงคนนี้นะเหรอที่ทำให้เขาต้องเข้าตาจน หล่อนใช่ไหมที่ทำให้พ่อเขาออกปากยกสมบัติให้ดูหน้าตาท่าทางก็เรียบร้อย แล้วเหตุใดถึงหวังรวยทางลัด
“สวยได้แค่นี้เหรอครับพ่อผมนึกว่าจะสวยปานนางฟ้านาง์เสียอีก เห็นพ่อบ่นอย่างได้มาเป็สะใภ้นักหนา”ชายหนุ่มยิ้มเยาะ
ศศิรญากำมือตนเองแน่นเพื่อข่มความโกรธหล่อนไม่ได้ตำหนิหากจะต่อว่าว่าไม่สวย แต่หล่อนไม่ชอบสายตาดูถูกดูแคลนเช่นนี้เลย
“อยากได้นางฟ้าแกคงต้องตายเสียก่อนนั่นล่ะบนพื้นโลกพ่อจะหานางฟ้าจากไหนมาให้ นอกจากหาคนดีที่ไม่มีนิสัยเหมือนปลิงดูดเืส่ำส่อน มักมากในเื่กามอารณ์ ดีแต่แต่งหน้าทาปากแดงไปวันๆ เพื่อหาจับผู้ชายรวยๆพ่อหาให้แกไม่ได้หรอก ผู้หญิงแบบนั้น มีแต่แกนั่นแหละสรรหามาเอง ใช่ไหมเ้าธานต์”ปลายเสียงติดเยาะเย้ย คนฟังเริ่มฉุน
“พ่อครับ!” ชายหนุ่มเรียกเสียงดัง
“ทำไมเหรอ หรือพ่อพูดถูกแกเลยรู้สึกเหมือนถูกแทงใจดำ ไม่ถูกก็เถียงได้เลย แกคิดว่าพ่อแกโง่หรือไงเงินที่แกให้ผู้หญิงของแก มันปาไปกี่บาทแล้ว หรือต้องให้พ่อแจกแจง”
“แต่มันเงินของผมนะครับ” เขาเถียงมันเป็เงินปันผลจากหุ้นซึ่งมีสิทธิ์จะใช้อะไรก็ได้
“ใช่! มันเงินของแกแต่ฉันเป็พ่อไม่มีสิทธิ์ห่วงแกหรือไง ถ้าหากแกคิดว่าตัวเองเก่งพอก็ไปทำมาหากินด้วยตัวเองได้เลยถ้าหากไม่มีคนอย่างฉันถามหน่อยแกจะได้นั่งไหมเก้าอี้ประธานบริษัท”ธานุภาพเริ่มเดือด พอนึกถึงเงินที่ลูกนำไปใช้กับผู้หญิงอย่างนั้น
“พ่อไม่เคยพูดกับผมแบบนี้เลย นภาเป็คนรักของผมผมดูแลเธอมันผิดตรงไหน การที่ผมพึงพอใจใครสักคน มันผิดมากเหรอครับ”
“มันไม่ผิด ถ้าแกเลือกคนที่แกพึงพอใจแกรู้หรือเปล่าว่าฉันฟังคนอื่นพูดว่ายังไงผู้หญิงที่แกอ้าปากบอกคนอื่นว่าเป็คู่หมั้น ในสังคมที่แกเดินเชิดหน้าเข้าไปคนในนั้นมันก็ได้แม่นภาของแกกันทั้งนั้น” ชายชราทอดสายตามองบุตรชาย“นอนเพื่อแลกเงิน แกเข้าใจที่พ่อพูดหรือเปล่า”
ธานต์เมธาขบกรามแน่นทำไมพ่อต้องขุดเอาเื่จำพวกนี้มาพูดต่อหน้าผู้หญิงคนนี้ด้วย
“พ่อไม่จำเป็ต้องเอาเื่นี้มาพูดหรอกครับดีหรือไม่ดีผมตัดสินเอง แต่ตอนนี้พ่อกำลังเห็นคนอื่นดีกว่าผมเทิดทูนผู้หญิงพรรค์นี้เหนือผม หัวนอนปลายเท้าเป็ใครพ่อสืบประวัติมาดีแล้วเหรอดีไม่ดีพ่อจะโดนปลอกลอกมากกว่าผมก็ได้ใครจะรู้!”
ชายชราตวัดสายตามองสีหน้าไม่พอใจ
“นี่แก กล้าย้อนฉันเหรอ!”ธานุภาพขุ่นเคืองกับคำพูดบุตรชาย เพราะรู้ความหายในนั้นดี
“ผมไม่ได้ย้อนพ่อเลยครับผมเป็ลูก ผมย่อมมีสิทธิ์ห่วงพ่อเหมือนกัน”
“ดี... เ้าธานต์ ถ้าเป็แบบนี้แกก็ไปอยู่กับแม่นภาลักษณ์นั่นเสีย ไม่ต้องทำตามความ้าของฉันก็ได้ไปอยู่กับผู้หญิงที่แกรัก สร้างเนื้อสร้างตัวใหม่โดยไม่มีพ่อแกหนุนหลังซะอยากจะรู้นักว่าแม่นั้นจะเอาแกไหม!”
คนนอกเช่นหล่อนกำลังสั่นเทาบทสนทนาเดือดระอุนี้ทำเอาอยากแทรกหนีไปเสียตอนนี้หล่อนกลายเป็สาเหตุให้พ่อลูกต้องทะเลาะกัน มันไม่ควรเลยดูท่าแล้วเขาคงเกลียดหล่อนมากทั้งสีหน้าแววตายามมองมาราวกับจะฆ่าแกงกันเสียอย่างนั้น
“นี่พ่อไล่ผมเหรอ”
“ใช่!”
“แต่ผมเป็ลูกพ่อนะ!”
“ลูกที่ไม่เคยเห็นหัวพ่อแกเลยเห็นแต่อย่างอื่นดีกว่าพ่อ แกเคยสนใจด้วยเหรอว่าฉันจะเป็ตายร้ายดียังไงแกเคยโผล่หัวมาเหรอจนวันที่ฉันบอกจะยกสมบัติให้คนอื่นแกถึงได้กลับมาเฝ้าสมบัติอยู่นี่ไง!”
“พ่อดูถูกผมเกินไปแล้ว” เขาตัดพ้อเสียงเครือ
“ฉันก็ดูแกถูกอยู่นี่ไง ถูกต้องทุกอย่างฉันปล่อยแกมานานมากแล้ว ถ้าแกคิดว่าผู้หญิงของแกสำคัญกว่าพ่อก็ไสหัวไปเสีย!”
คนเป็ลูกไม่อาจทานทนไม่มีครั้งไหนร้ายแรงเท่านี้อีกแล้ว มันเจ็บที่ถูกพ่อประณามเช่นนี้เขาอาจเผลอไผลไปกับเื่อย่างว่า แต่ใช่ไม่สนใจบิดาตนเองแค่เพียงไม่แสดงออกให้เด่นชัดเท่านั้น ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะคนคนเดียวผู้หญิงที่ชื่อศศิรญาคือต้นเหตุของเื่นี้
เขาตวัดสายตามอง ั์ตาราวมีเปลวไฟคนตัวเล็กชะงักสบตาเขาร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวทำไมแววตาชายคนนี้ถึงดุดันนัก
“ตกลงเธอจะมานอนกับฉันหรือมานอนกับพ่อฉันกันแน่!” ชายหนุ่มตวาดถาม
คนฟังตาโตเส้นขนในกายลุกชัน ความกลัวหมดสิ้น เหลือแค่เพียงความโกรธ กล้าดียังไงดูถูกกันเขารู้จักหล่อนดีพอแล้วงั้นเหรอ ถึงหล่อนต่ำต้อย แต่ไม่ได้หมายความว่าไร้ค่าไร้ศักดิ์ศรี มือบ้างง้างขึ้นตามสัญชาติญาณ
เพียะ!
ชายหนุ่มหน้าหันตามแรง มันไม่ได้เ็ปมากนักแต่ทว่ามันทำให้เขารู้สึกราวกับมีไฟแผดเผาคนที่ตัวเองเกลียดมาตบหน้ามันสุดแสนคับแค้น
“กล้าดียังไงเอามือสกปรกมาตบหน้าฉัน!”
คนตบมองมือตนเองกายสั่นเทาด้วยความกลัวหล่อนไม่ได้ตั้งใจ มันเป็เพราะอารมณ์ชั่ววูบเท่านั้น
“ฉะ...ขะ...ขอ” หล่อนไม่ทันได้พูด ร่างสูงใหญ่กำลังก้าวเข้ามาใกล้
ศศิรญาตระหนกรีบถอยหลังด้วยความหวาดกลัวธานุภาพเห็นท่าไม่ดี
“หยุดสิ่งที่แกกำลังคิดจะทำเดี๋ยวนี้เ้าธานต์แกผิดเองไม่ใช่หรือไงที่ดูถูกคนอื่นเขา หัวสมองแกมีแต่เื่หว่างขาหรือไงถึงคิดออกมาได้แค่นี้มันสมควรแล้วที่โดนตบ ความจริงฉันว่าแค่นี้มันยังน้อยไปเสียด้วยซ้ำ!”
ธานต์เมธาโกรธจนแน่นในอก ตวัดสายตามองบิดาก่อนใช้จังหวะเผลอจับเรียวแขนอีกฝ่ายแล้วกระชากลากมาหาเหวี่ยงลงบนโซฟา
“ว้าย!” หญิงสาวร้องเสียงหลง
“เธอคงรู้แล้วใช่ไหมผู้หญิงอย่างเธอแค่ฉันใช้มือเดียวก็กระชากมาร่วงอยู่ตรงนี้แล้วจำไว้เธอเริ่มาก่อน เื่มันไม่จบแค่นี้แน่” ชายหนุ่มฝากความแค้นแล้วหันไปทางบิดา “เชิญพ่อโอ๋กันตามสบายเลย!”ชายหนุ่มตัดพ้อแล้วเดินหนีออกจากบ้านไป
ธานุภาพหันมองหญิงสาวที่กำลังนั่งตัวสั่นอยู่บนโซฟาด้วยความสงสารเขาเองก็ไม่อยากจะบังคับจิตใจหล่อนนักแต่ก็ไม่อาจให้บุตรชายแต่งงานกับผู้หญิงที่ควงเล่นอยู่ทุกวันนี้ได้ไม่อยากให้ลูกชายต้องโดนปลอกลอกจนหมดตัวผู้หญิงอย่างศศิรญาเขามองไม่ผิดเขาเองก็อายุมากแล้วผ่านอะไรมามากมายทำไมจะดูคนไม่ออก...แม้เวลานี้บุตรชายของเขาอาจจะยังไม่เห็นเพชรที่อยู่ในตมแต่เขาเชื่อว่าวันหนึ่งบุตรชายจะต้องเห็นสิ่งล้ำค่านี้แน่นอน
“ญา... หนูคงใมากใช่ไหมแต่อย่าไปสนใจเลยเพราะเ้าธานต์มันเป็คนไม่ชอบการถูกบังคับสักเท่าไหร่อีกไม่นานมันก็หาย หนูไม่ต้องกังวลหรอกลูก”ธานุภาพพยายามปลอบ
“ค่ะ”รับคำแม้ในใจของหญิงสาวรู้สึกกังวลอยู่ลึกๆ
วันนี้หญิงสาวมาซื้อเสื้อผ้าที่ห้างสรรพสินค้าโดยมีสาวใช้ที่ชื่อสอางค์มาด้วยร่างบางเดินมองรอบๆ ห้าง แต่ไม่กล้าเลือกซื้ออะไรมากนักเพราะรู้สึกเกรงใจที่ธานุภาพจะต้องมาออกค่าเสื้อผ้าให้กับหล่อนแต่น้าสอางค์กลับจัดเสื้อผ้าให้หล่อนไม่หยุดแม้จะห้ามยังไงก็ไม่ฟัง
“คุณญาคะต่อไปก็ไปร้านทำผมกันค่ะ”สอางค์บอกพลางลากหญิงสาวไป
“ไปทำไมคะ”
“อย่าสงสัยอะไรค่ะ แค่ทำตามคำแนะนำของสอางค์ก็พอ!”
ไม่นานนักหล่อนก็ต้องมานั่งทำผมอยู่ที่ร้านหลังจากเสร็จจากการทำผมสอางค์ยังคงพาหญิงสาวไปต่อที่ร้านขายเครื่องสำอางอีก
“พอแล้วค่ะญาไม่ซื้อหรอกนะคะเครื่องสำอางค์แพงจะตาย!”มองเห็นป้ายราคาทำให้นึกถึงอาหารหลายมื้อเลยทีเดียว
“อย่าดื้อค่ะคุณญา ตามสอางค์มาค่ะ”สอางค์ลากหญิงสาวอีก
สุดท้ายแล้วหล่อนก็ได้เครื่องสำอางมาเพิ่มอีกจนได้หล่อนถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกเสียดายเงิน
“เรียบร้อยแล้วค่ะเรากลับกันได้แล้วค่ะ”สาวใช้ชื่อสอางค์เดินนำหล่อนไปอีกครั้ง
ไม่นานรถเลี้ยวเขามาจอดเทียบหน้าบ้านร่างบางลงจากรถพร้อมกับสาวใช้แล้วเดินเคียงหอบหิ้วข้าวของมากมายเข้าด้านในธานุภาพเหลือบมองศศิรญาด้วยความพอใจจากสาวบ้านนอกหน้าตาสะสวยพอแต่งตัวเข้าไปด้วยแล้วยิ่งทำให้สวยมากขึ้นไปอีกทั้งหน้าตาผิวพรรณของหล่อนก็ดีไม่น้อยพอแต่งตัวแบบนี้แล้วดูเหมือนคุณหนูลูกผู้ดีก็ไม่ปาน
“เป็ไงบ้างลูกสนุกไหม?”ธานุภาพเอ่ยถามหญิงสาว
“ดีค่ะพอดีน้าสอางค์ช่วยเลือกให้ญาค่ะ”
“อ๋อสอางค์มันใช้ได้เหมือนกันนะนี้ จับเราแต่งตัวซะสวยเชียว”
ใบหน้าเรียวแดงซ่านกับคำชมแล้วขอตัวขึ้นไปบนห้องของตนเองเพื่อเก็บข้าวของที่ซื้อมาจากห้างสรรพสินค้าเมื่อจัดเสร็จหล่อนสาวเท้าลงมาชั้นล่างอีกครั้ง
“เย็นนี้เราต้องไปที่วัดกันใช่ไหมลูก?”ธานุภาพถาม
“ค่ะ”
“งั้นหนูไปจัดการอะไรให้เรียบร้อยแล้วเดี๋ยวเราไปพร้อมกันเลยนะ”
“ได้ค่ะ”