วันนี้ก็เหมือนเมื่อวาน ทั้งที่คิดแบบนั้นแล้วมันก็ไม่ได้ช่วยอะไรขึ้นมาเลย ไม่มีใครรู้ว่าต่อจากนี้โลกจะหมุนไปเช่นไรการเดินไปโรงเรียนทุกเช้าที่แสนน่าเบื่อทุกวัน มันทำให้ในหัวผมคิดว่าชีวิตนี่มันน่าเบื่อไร้สีสันจริงๆ ไม่ใช่ว่าการมาโรงเรียนทุกวันจะน่าเบื่อหรอกนะ แต่ลองคิดตามดูสิว่า ชีวิตมนุษย์คนหนึ่งควรจะเป็นแบบไหน เรียนจบ ทำงาน แต่งงาน มีลูกมีหลานและก็ตาย ชีวิตคนเรามันมีแค่นี้เองเหรอ รู้หรือเปล่าว่าคนเรามีชีวิตอยู่บนโลกได้แค่ 21,900 วัน พอนับเป็นตัวเลขแล้วก็ท้อแท้ขึ้นมาเลยแฮะ ลองนับเป็นนาทีก็... 525,600 นาที หรือตีสัปดาห์ก็ 3,120 สัปดาห์ สั้นจริงๆนะชีวิตมนุษย์ผมชื่อเอ็มอายุ17ปีเป็นนักเรียนมัธยมปลายทั่วไป ไม่ได้มีความสามารถพิเศษอะไร ทุกวันนี้แค่ใช้ชีวิตให้รอดไปวันๆก็เหนื่อยแล้ว ถ้าถามผมว่าเนื้อหอมไหม ผมคงจะตอบอย่างภูมิใจเลยว่า ไม่ ไม่เลยซักนิด นี่อาจจะเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้ผมมองโลกในแง่ลบระหว่างที่คิดอะไรเพลินๆก็เดินมาถึงห้องเรียนซะแล้ว"เอ็ม ได้ทำการบ้านมาเปล่า ขอลอกหน่อยสิ""ทำ...ทำก็แปลกสิ เหมือนทุกวันนั่นล่ะ"คนที่ทักผมชื่อว่าบอล เป็นเพื่อนที่เรียนชั้นประถมมาด้วยกัน เวลาวันหยุด ผมมักจะไปหมกตัวอยู่ที่บ้านของเค้า ตั้งแต่เช้ายันเย็น บอลเป็นคนนิสัยดีเข้ากับคนอื่นง่าย แตกต่างจากผมโดยสิ้นเชิง สิ่งเดียวที่เราเหมือนกันคือความขี้เกียจและมองโลกในแง่ร้าย ถึงผมจะบอกว่ามันเข้ากับคนอื่นง่าย แต่จริงๆก็แค่เล่นละคร...ทำตัวเป็นคนดีในสายตาคนอื่นเอ็มและบอลเดินเข้าไปในห้องเรียน ผ่านเพื่อนๆที่กำลังนั่งคุยกันอย่างสนุกสนาน มีการทักทายกันเล็กน้อยตามมารยาททั่วไป เมื่อเดินมาถึงหลังห้อง ก็พบกับนักเรียนหญิงที่นั่งอยู่ เธอยกขาขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะ ขาเรียวขาวสวยชวนให้มอง เธอส่งสายตามาที่เอ็มและบอล ทั้งคู่มองด้วยแววตาที่ปกติ ไม่ได้ตื่นเต้นหรืออะไร "ไม่เคยเข็ดหลาบเลยนะเธอ ไม่รู้ไปเอาความมั่นใจมาจากไหนนะ แต่เอาขาลงเถอะยัยขาไก่"เอ็มพูดออกมาพร้อมเดินไปที่โต๊ะของตน "ทำเป็นพูดดีไป แต่นายก็แอบดูไม่ใช่เหรอ ฉันอ่านสีหน้าคนเก่งอยู่แล้ว"สาวสวยผมทองที่มีท่าทีมั่นใจในความงามของตัวเองชื่อ เล็ก เธอเป็นคนที่มีงานอดิเรกคือการควงหนุ่มไม่ซ้ำหน้า ทั้งรุ่นน้องหรือรุ่นพี่ หนักไปกว่านั้นคือรุ่นลุง มีหลายครั้งที่เล็กโดนรุ่นพี่เรียกไปสั่งสอน แต่สุดท้ายคนที่โดนสั่งสอนก็เป็นรุ่นพี่ซะเอง ผมบอลและเล็ก พวกเราสามคนเรียนชั้นประถมมาด้วยกัน แต่สมัยก่อนยัยนี่ผมดำและมีนิสัยเก็บตัว เพื่อนรอบตัวสมัยนั้นจึงมีแค่ผมกับบอล"นี่บอล ขอยาล้างตาหน่อยสิ อยู่ๆก็กลัวตาบอดขึ้นมา"เอ็มพูดเมื่อมาถึงที่นั่งของตัวเอง ซึ่งนั่งติดกับเล็กที่อยู่ด้านขวา ส่วนบอลนั่งอยู่ด้านหน้าของเอ็ม"ขอโทษทีฉันลืมหยิบมาจากบ้าน""นี่พวกนายมียาล้างตาติดตัวกันด้วยเหรอ"เล็กเอาขาลงและเริ่มโวยวายทันที"มีไว้เพื่อคนอย่างเธอนี่ล่ะ ทีหลังจะเอาน้ํามนต์มาราดให้นะ จะได้หายบ้าผู้ชายซะที"เอ็มพูด"ทำเป็นปากดีไปเถอะ ตอนกลับบ้านก็ระวังตัวไว้ล่ะกัน อาจจะโดนเด็กโรงเรียนอื่นรุมกระทืบก็ได้""งั้นเหรอ อาทิตย์ก่อนเด็กเทคนิคที่มากันห้าคนฝีมือเธอสินะ ถึงว่าแต่ล่ะคนอ่อนปวกเปียกชะมัด"เอ็มและเล็กเริ่มปล่อยรังสีอำมหิตออกมาใส่กัน"พอได้แล้วทั้งสองคน เสียงดังรบกวนคนอื่นเขานะ"บอลทำหน้าที่เป็นกรรมการได้อย่างดีเยี่ยม ถึงจะเล่นละครให้คนอื่นมองก็เถอะ"นายก็เหมือนกันล่ะบอล เลิกทำตัวเป็นคนดีซะทีเถอะ"เล็กพูดออกมาอย่างตรงไปตรงมา"ฉันเปล่าซะหน่อยนะ...""พอเถอะบอล อย่าไปฟังคำพูดของคนแบบนี้เลย"เอ็มพูดขัดจังหวะทันทีเมื่อเห็นบอลมีท่าทีเสียความรู้สึก"สุดท้ายพวกนายก็ได้แค่เลียแผลกันเอง เห็นแล้วปวดท้องขึ้นมาเลยว่ะ"เล็กพูดจบก็เดินออกจากห้องไปเอ็มไม่ได้มองเล็กที่เดินจากไป แต่บอลกับมองแผ่นหลังของเล็กด้วยแววตาที่ไร้ความรู้สึก "..."ฉันเป็นเพื่อนกับแกมานานบอล สิ่งที่เล็กพูดมันถูกทั้งหมด ถ้าอยากเสแสร้งเป็นคนดีก็ทำไปเถอะ ฉันจะแกล้งทำเป็นไม่รู้เหมือนที่ผ่านมาล่ะกัน เห็นแก่มิตรภาพที่คบกันมานานบอลเดินมานั่งเก้าอี้ของตัวเองและเริ่มหาเรื่องคุย"นี่นายอ่านหนังสือหรือยัง ฉันรออ่านต่อจากนายอยู่นะ""หนังสือการ์ตูนที่ไปซื้อมาวันก่อนน่ะเหรอ""ใช่ รีบอ่านให้จบซะทีสิ""ฉันลืมบอกนายไปว่ามันหายไปแล้ว""อะไรนะ หายไปแล้วเหรอ ได้ยังไงวะ""ล้อเล่นๆ"ทั้งคู่นั่งคุยกันอยู่สักพัก และเอ็มได้ขอตัวไปดูดบุหรี่ก่อน บอลจึงบอกให้รีบไปเพราะใกล้ถึงเวลาเรียนแล้ว ทั้งสองคนต่างต้องการเวลาส่วนตัวเพื่อคิดเรื่องต่างๆผมเดินออกจากห้องไป ผ่านนักเรียนห้องอื่นที่ไม่รู้จัก จนกระทั้งตุบ !เสียงตบบ่าดังขึ้นมาจากด้านหลัง เมื่อเอ็มหันหลังไปก็พบว่า มีเด็กนักเรียนหญิงยืนอยู่"หวัดดีจ้ะเอ็ม เมื่อวานขอบใจมากนะที่เดินไปส่ง""อ่ะ..อ่า ไม่เป็นไรหรอก ยังไงก็ทางผ่านบ้านฉันอยู่แล้ว"เอ็มตอบกลับไปโดยมีท่าทีแปลกๆ"งั้นเหรอ...แต่ยังไงก็ขอบใจนะ""ด้วยความยินดี""เอ่อแล้วนี่...ถ้าไม่ว่าอะไร..."นักเรียนหญิงมีอาการลังเลและหลบสายตา"อะไรเหรอ"เมื่อเอ็มเห็นดังนั้นก็พลอยอยากรู้เข้าไปใหญ่ "คือ..ถ้าไม่ว่าอะไรเย็นนี้...กลับด้วยกันอีกได้ไหม พอดีหลังเลิกเรียนต้องไปทำงานชมรมให้เสร็จ ทีนี้พอดูเวลาแล้วน่าจะได้กลับค่ำๆ...เลยอยากให้-""ได้ ค่ำแค่ไหนก็จะรอ"เอ็มตอบกลับไปทันที เพราะดูเหมือนทั้งเอ็มและนักเรียนคนนี้จะมีใจให้กัน"จริงนะ จะกลับด้วยกันจริงๆนะ"เธอแสดงสีหน้าดีใจอย่างเห็นได้ชัด "อะ..อื้อ ฉันจะไปรอที่เดิมเหมือนเมื่อวานล่ะกัน""ตกลงจ้ะ เราสัญญากันแล้วนะ ห้ามหนีกลับก่อนเด็ดขาดเลยนะ"ทั้งสองมีอาการดีใจไม่ต่างกัน นักเรียนหญิงใช้นิ้วชี้ม้วนปลายผมไปมา ส่วนเอ็มที่ไม่แสดงท่าทีอะไรเพราะหัวใจเต้นรัวไม่เป็นจังหวะนักเรียนหญิงดูนาฬิกาที่ข้อมือ และพูดกับเอ็มว่า"เวลานี้แล้วเหรอ ฉันขอตัวเข้าห้องเรียนก่อนนะ เอ็มก็อย่าเข้าสายล่ะ""อื้อ"เมื่อพูดจบ เธอก็เดินจากไป ทิ้งให้เด็กหนุ่มคิดฟุ้งซ่านอยู่คนเดียว"..."นี่มันเรื่องอะไร...เมื่อกี้เราไม่ได้ฝันไปแน่นะ ฝ้ายชวนเรากลับบ้านพร้อมกัน แสดงว่าเธอมีใจให้งั้นเหรอ หรือว่าถึงเวลาแล้ว ถึงเวลาที่เอ็มคนนี้จะเนื้อหอมแล้วสินะ แบบนี้มัน...มีความสุขสุดๆเลย ตัวเราที่เมื่อเช้ายังมองโลกในแง่ลบ แต่พอเจอเรื่องดีๆก็เปลี่ยนความคิดไปเลย ดูเป็นคนที่ไม่หนักแน่นเอาซะเลยแฮะเอ็มเดินไปที่ห้องน้ำโดยมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส แต่พอดูไปดูมาก็เหมือนคนโรคจิตเหมือนกัน นักเรียนที่อยู่แถวนั้นต่างพากันมองมาที่เขา ซึ่งเค้าไม่สนใจฝ้าย คือนามของนักเรียนหญิงเมื่อครู่นี้ เธอมีใบหน้าที่สวยและผิวที่งดงาม ทั้งนิสัยทั้งการเรียนจัดว่าดีเยี่ยม เป็นบุคคลตัวอย่างที่ครูชื่นชม เรียกได้ว่าเป็นผู้หญิงที่เพอร์เฟคสุดๆ นักเรียนชายต่างจับจ้องพิชิตหัวใจของเธอกันทั้งนั้น แต่ดูเหมือนเอ็มจะพิชิตได้คนแรกแล้วสิ"หึๆ"เอ็มยังคงแสดงสีหน้าดีใจไม่หยุดยังน่ารักไม่เปลี่ยนเลยนะ โชคดีจริงๆที่ได้อยู่ห้องเดียวกัน แต่ปีหน้าจะได้อยู่ด้วยกันหรือเปล่าหว่า พอคิดเรื่องนี้ก็มองโลกในแง่ลบขึ้นมาอีกแล้วสิ ให้ตายเถอะเอ็มใช้เวลาเดินอยู่ครู่หนึ่งก็มาถึงห้องน้ำ ซึ่งห้องน้ำชายหญิงจะติดกัน เหตุผลคือดูแลความสะอาดง่ายนั่นเอง"หือ!"เอ็มส่งเสียงออกมาเบาๆเมื่อพบว่า มีนักเรียนหญิงที่คุ้นหน้าเดินออกมาจากห้องน้ำ"..."นี่มัน...เบลไม่ใช่เหรอ ร่างกายเล็กๆแบบนี้มีอยู่คนเดียวไม่ผิดแน่ ผมหางม้ายาวขึ้นเยอะเลยแฮะ ยังคงชอบใส่เสื้อให้ปิดแขนอยู่สินะ ไม่ต่างจากตอนมัธยมต้นเลย"อะ...เอ็ม"เด็กนักเรียนหญิงที่ชื่อเบลส่งเสียงออกมาทันทีเมื่อเห็นเอ็ม เธอตกใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้แตกตื่นอะไรมาก"ยังพูดติดๆขัดๆเหมือนเดิมเลยนะ นึกว่าขึ้นม.ปลายแล้วจะเปลี่ยนไปซะอีก""...อะ...ไอ้โง่""แล้วไหงมาด่าฉันล่ะเนี่ย ทั้งที่คาแรคเตอร์เป็นสาวขี้อายแท้ๆแต่ปากกับจัดซะงั้น""ขะ..ขอตัวก่อน"เบลเดินจากไปโดยไม่พูดอะไร ทิ้งให้เอ็มยืนมองอยู่โง่ๆ"..."เดินจากไปง่ายๆเลยงั้นเหรอ ด่าแล้วหนีนึกว่าเท่หรือไง แต่ว่า...ก็ยังเหมือนเดิมเลยนะ เบลเอ็มเดินเข้าไปในห้องน้ำและเริ่มดูดบุหรี่ ใช้เวลาไม่ถึงสามนาทีก็ดูดหมด เค้าเดินไปที่อ่างล้างมือ จากนั้นใช้มือล้วงไปที่ด้านหลังของกระจก ซึ่งมีแปรงสีฟันกับยาสีฟันใส่ถุงซ่อนไว้อย่างมิดชิด อีกทั้งหลังกระจกอีกบานยังมีสเปรย์ระงับกลิ่นซ่อนไว้อีกด้วย เอ็มจัดการตัวเองเหมือนทุกครั้ง ลบกลิ่นปากและเสื้อออก"..."ของยังอยู่ครบ...แสดงว่าภารโรงซื้อตัวได้สินะ นึกว่าพอเปลี่ยนคนใหม่แล้วจะดูดบุหรี่ไม่ได้ซะอีก ถ้าเป็นแบบนี้เอาบุหรี่มาซ่อนไว้น่าจะสะดวกกว่าเอ็มเดินออกมาจากห้องน้ำเพื่อที่จะกลับเข้าห้องเรียน แต่เดินไปเพียงสิบเมตรก็มีเสียงผู้หญิงดังขึ้น"เดียวก่อนเอ็ม"เมื่อเค้าหันหน้าไปก็พบว่า เป็นครูประจำชั้นของเขา"...มีอะไรครับครู""เดี๋ยวสิ เธอต้องทักทายด้วยการสวัสดีก่อนไม่ใช่เหรอ ฉันเป็นครูเธอนะ"คุณครูบีแอน สาววัยสามสิบต้นๆที่ทำหน้าที่สอนวิทยาศาสตร์ รวมทั้งเป็นครูประจำชั้นของเอ็ม เธอคนนี้เป็นลูกสาวของผู้อำนวยการ จึงมีการใช้เส้นสายเพื่อความสะดวกส่วนตัวซะเยอะ ทั้งเรื่องที่จอดรถส่วนตัว ห้องพักครูส่วนตัว ห้องน้ำส่วนตัว ห้องสอนนักเรียนส่วนตัว และอื่นๆอีกมากมาย เรียกว่าใช้งบโรงเรียนได้สุดจริงๆ"ขอโทษทีครับครู พอดีผมรีบไปเรียนก็เลยลืม...สวัสดีครับครูแอน"เอ็มยกมือไหว้อย่างมีมารยาท"อื้ม..ไหว้สวยขึ้นเยอะเลยนะ เป็นเพราะครูช่วยสอนส่วนตัวหรือเปล่า เย็นนี้อยากให้ช่วยสอนอีกก็บอกนะ"ครูบีแอนยื่นหน้าเข้ามาใกล้เอ็ม"เอาไว้วันหลังดีกว่าครับ เมื่อวานผมกลับค่ำน้องสาวก็บ่นไปทีแล้ว แล้วนี่คงไม่ได้เรียกมาเพื่อสวัสดีเฉยๆสินะครับ"เอ็มถามพร้อมถอยหลังออกมาก้าวหนึ่ง"...อ่อใช่ เธอช่วยไปเอากระดาษที่ห้องเก็บของให้ทีสิ พอดีต้องใช้ในการสอน""แต่จะเริ่มเรียนแล้วนะครับ เดียวผมก็เข้าเรียนสายอีกหรอก ครั้งที่แล้วก็โดนดุไปที-""นี่กุญแจห้องเก็บของ รีบไปเอามาแล้วไปส่งให้ฉันที่ห้องด้วย"ไม่ฟังกันเลยแฮะครูบีแอนเดินไปได้ห้าเมตรก็หันหลังมาพูดอีกว่า"เอาของเสร็จแล้วอย่าลืมล็อคประตูล่ะ เอากุญแจไปคืนที่ห้องพักครูด้วยนะ"และเดินจากไปใช้คนนี่เรื่องถนัดเขาจริงๆ สมแล้วที่เป็นลูกผู้อำนวยการ ใครขัดใจไม่ได้เลยสินะ...เอาเถอะ คิดซะว่าเดินเล่นก็ได้ ถ้าโดนบ่นเรื่องเข้าสายก็บอกครูสั่งให้ไปยกกระดาษ เอ็มรีบเดินไปที่ห้องเก็บของและนำกระดาษออกมา จากนั้นล็อคประตูเหล็กที่หนากว่าห้องอื่น เมื่อเดินมาถึงบันได เค้านึกขึ้นได้ว่าต้องเอากุญแจไปคืนที่ห้องพักครู"..."...ไว้ค่อยลงไปคืนตอนกลางวันดีกว่า ขี้เกียจเดินแล้วด้วยเอ็มนำกระดาษไปให้ครูบีแอนและเข้าห้องเรียน ครูวิชาสังคมเห็นว่าเอ็มเข้าห้องสายจึงเริ่มที่จะบ่น แต่เอ็มตัดบทด้วยการบอกแบบที่เตรียมไว้เลยรอดมาได้ เมื่อเดินเข้าห้องก็พบกับฝ้ายที่นั่งเรียนอยู่หน้าห้องเธอส่งยิ้มให้เขาจนหัวใจเต้นแรงอีกครั้ง หลังจากมาถึงที่นั่งก็พบว่าบอลนั่งเรียนอยู่ปกติ แต่เล็กไม่ได้อยู่ในห้องเรียน เอ็มหันไปมองที่เก้าอี้ของเธอ...และคิดในใจว่าเรา...พูดแรงไปหรือเปล่าเวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก หนึ่งชั่วโมงของวิชาสังคมทำให้รู้เรื่องราวประวัติศาสตร์ โดยเนื้อหาที่ได้เรียนไป ทุกคนต้องนำกลับไปเขียนสรุปและส่งรายงานในวันพรุ่งนี้ นักเรียนทุกคนยืนทำความเคารพอาจารย์ และแยกย้ายกันไปพักห้านาที มีหลายคนไม่ได้ลุกไปไหน รวมถึงเอ็มด้วย"อ้าว...นายหลับอยู่เหรอ"บอลหันหลังมาถาม "...""...สงสัยจะหลับจริงๆ"เมื่อบอลเห็นท่าทีดังนั้นจึงไม่อยากรบกวนการเรียนดำเนินต่ออีกครั้ง ชั่วโมงที่สองคือวิชาอังกฤษ ซึ่งครูที่มาสอนมีนิสัยปล่อยปละละเลยไม่สนใจนักเรียน หากใครเรียนก็ได้ไป หากใครไม่สนใจก็แล้วแต่ตัวเอง เอ็มที่นั่งหลับอยู่หลังห้องเมื่อไม่โดนปลุก เค้าจึงหลับยาวไปจนจบคาบ "นี่เอ็ม ไปเข้าห้องน้ำกันไหม...หลับยังไม่ตื่นอีกเหรอ""..."เมื่อบอลเห็นดังนั้นก็เลยบอกว่า"งั้นฉันไปก่อนนะ"และจึงเดินออกจากห้องไป ผ่านมาได้สิบนาทีซึ่งเริ่มเรียนชั่วโมงที่สาม เอ็มสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะโทรศัพท์สั่น เค้างัวเงียเล็กน้อยแต่ก็ตั้งสติได้ ใครมาโทรตอนนี้เนี่ย..."หือ"เอ็มแอบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูก็พบว่า น้องสาวของเค้าโทรมา "ครูครับผมปวดท้องหนัก...ขะ..ขอตัวไปทิ้งระเบิดหน่อยนะครับ"เอ็มยืนขึ้นและบอกครูที่อยู่หน้าห้อง เสียงหัวเราะของเพื่อนๆดังขึ้นมาทันที"เธอนี่นะ...เออๆรีบไปซะ""ขอบคุณครับ"เอ็มเดินออกมาโดยที่ไม่ได้หันกลับไปมองเพื่อนในห้อง บอลที่นั่งอยู่มีอาการผิดหวังเล็กน้อยเพราะเอ็มไม่ได้ชวนเค้าไปด้วย เสียงฝีเท้าดังไปทั่วระเบียงทางเดิน เอ็มมุ่งตรงไปที่ห้องน้ำด้วยความเร็ว เค้าแสดงสีหน้าเป็นห่วงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเดินมาถึงจุดหมาย เอ็มจึงรีบรับโทรศัพท์ทันที"ฮัลโหล""ซ่า...ซ่า"ไม่มีสัญญาณเหรอ หรือว่าเราอยู่ในห้องน้ำ...ไม่น่าเกี่ยว"ฮัลโหลแอน ฮัลโหล ได้ยินพี่ไหม แอน-""พะ...พี่คะ..ช่ว-"เอ็มเพียงได้ยินแค่นั้นก็รู้ได้ทันทีว่าต้องเกิดอะไรขึ้นแน่ "แอนเป็นอะไร ตอบพี่สิแอน ได้ยินพี่ไหม""ซ่า...ซ่า"และสายก็หลุดไป เอ็มพยายามโทรกลับไปแต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้ต้องไปแล้ว ต้องมีเรื่องเกิดขึ้นแน่จุดที่เอ็มยืนอยู่คือหน้ากระจกซึ่งมีหน้าต่างขนาดกลางติดไว้ จากจุดนี้สามารถมองเห็นประตูทางเข้าหน้าโรงเรียน รวมไปถึงสนามกับที่ต่างๆได้ในช่วงเสี้ยววินาทีที่เอ็มจะออกวิ่ง เค้าเผลอมองลงไปที่หน้าประตูโรงเรียนและพบว่า"...อะ...อะไรน่ะ"ประตูเหล็กหน้าทางเข้ามีขนาดใหญ่และสูงถึง7เมตร ไม่มีทางที่มนุษย์จะสูงกว่าแน่นอน แต่สิ่งที่เห็นคือ มนุษย์ที่มีขนาดใหญ่เกิน7เมตร ร่างกายเป็นสีดำเงาคล้ายคนตกบ่อน้ำมัน เพศไม่สามารถระบุได้เพราะไม่เห็นผิวหนังชั้นนอก สิ่งที่เห็นเกินจะเรียกว่ามนุษย์ แต่ควรจะเรียกว่ายักษ์มากกว่า"..."ถ่ายหนังกันเหรอ..ตอนนี้นี่นะ...อ่ะ เดินข้ามประตูมาแล้วยักษ์สีดำเดินข้ามประตูเหล็กมาอย่างงายดาย ยามที่นั่งอยู่ไม่ได้สังเกตเห็นหรือมีอาการอะไร เหมือนกับว่ามองไม่เห็นสิ่งนั้น ห่างจากหน้าประตูเหล็กไป20เมตร มีนักเรียนนั่งเรียนวิชาพละอยู่กลางสนาม ยักษ์สีดำเดินเข้าไปหาและยกมือขวาขึ้นโผ๊ะ ! นักเรียนทุกคนที่นั่งอยู่โดนมือขวาของยักษ์สีดำฟาดลงมาจนเละไปหมด เลือดและเครื่องในกระจายไปทั่วบริเวณ มีนักเรียนสองสามคนที่รอดชีวิต พวกเค้ามึนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ชุดนักเรียนเต็มไปด้วยเลือดของเพื่อนๆ วินาทีที่ทั้งสามคนมึนงงกันอยู่ ยักษ์สีดำก็ฟาดมือซ้ายลงไปโผ๊ะ !"..."เอ็มที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดได้แต่ยืนมองอยู่เฉยๆ เค้ามีอาการคลื่นไส้หลังจากได้เห็นเครื่องในสดๆ เอ็มพุ่งตัวไปอ้วกที่อ่างล้างมือผมไม่เคยเห็นเลือดและเครื่องในมนุษย์มาก่อน หมายถึงกระจายเละเทะแบบนี้ การทำใจยอมรับนี่มันยากเกินกว่าจะคิด เหมือนเวลาเรามีน้ำมูกแต่ไม่สามารถสั่งออกมาได้ วิธีแก้ก็คือสูดมันเข้าไปในคอแล้วพ่นออกมา แต่ทำไมเวลาสั่งน้ำมูกเราถึงไม่กล้าจับเข้าไปในปากล่ะ เหมือนกับตอนนี้ที่เห็นเครื่องในและอวัยวะต่างๆ สิ่งเหล่านี้อยู่ในท้องของเรามาตลอด ซึ่งถ้าถามว่าอยากเห็นไหมผมตอบเลยว่าไม่เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง!อยู่ๆก็มีเสียงกระจกแตกดังขึ้นมาไม่หยุด "..."อะไรน่ะ...กระจกแตกเหรอ ทำไมดังทั้งอาคารเลยล่ะ เอ็มที่อ้วกออกมาจนหมดมีอาการดีขึ้น เค้าสับสนและไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ในหัวบอกว่ามันคือภาพลวงตา แต่เมื่อเอ็มเดินไปดูที่หน้าต่างก็พบว่า"เอ๋...หายไปแล้ว"ยักษ์สีดำขนาดใหญ่หายไป เหลือเพียงเลือดและเครื่องในกับศพนักเรียนที่นอนแน่นิ่งอยู่กลางสนามเอ็มชะโงกหน้าออกไปดูและพยายามมองก็พบว่า มีรอยเท้าของยักษ์สีดำที่เปื้อนเลือด "รอยเท้ามัน...ตรงเข้ามาในอาคาร...ของเรา"เอ็มหน้าซีดขึ้นมาทันทีเมื่อรู้ว่ายักษ์สีดำเข้ามาในอาคารแล้ว เสียงกระจกแตกยังคงดังอย่างต่อเนื่อง เอ็มรีบวิ่งออกมาจากห้องน้ำ โดยเค้าคิดว่าต้องแจ้งให้คนอื่นรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เมื่อมาถึงบริเวณบันได.."อ้ากก""อย่านะอย่าเข้ามา""เจ็บๆช่วยด้วยใครก็ได้ช่วยด้วย""มันมีอีกตัวที่หลังห้อง""อีอ้วนแกออกทีหลังสิวะ""ใครก็ได้ไปช่วยมันที""หนีๆรีบออกจากที่นี่ก่อน""เฮ้ยครูช่วยนักเรียนสิวะ""อ้ากก""ครูคะ..""กรี๊ดด..ครูโดนมันกินเข้าไปแล้ว"เอ็มได้ยินเสียงต่างๆดังมาจากชั้นล่าง หรือก็คือชั้น3"..."อะไรวะ ทำไมยักษ์สีดำขึ้นมาถึงชั้น3แล้วเหรอ ขนาดตัวมันไม่น่าเข้ามาได้นี่ แล้วทำไมถึง...พอลองนึกดูแล้ว รอยเท้าของมันเล็กลงเรื่อยๆจนหายเข้ามาในอาคาร แสดงว่ามันสามารถย่อขนาดตัวให้พอเหมาะกับโครงสร้างของอาคาร เพื่อเข้ามาด้านในได้งั้นเหรอ...ไม่สิ มันอาจจะพังกระจกเข้ามาแล้วเอามือล้วงก็ได้ แต่เดี๋ยวสิ มีเสียงคนพูดว่ามันมีอีกตัว...เอ็มยืนนิ่งอยู่หน้าบันไดได้สามวิ เสียงร้องขอความช่วยเหลือก็ยังคงดังออกมาเรี่อยๆ"..ตะ..ต้องไปบอกทุกคน"เอ็มรวบรวมความกล้าแล้วค่อยๆเดินลงไป เมื่อมาถึงที่พักบันได เค้าก็แอบมองลงไปชั้น3 สิ่งที่เห็นคือ ทางเดินหน้าระเบียงถูกย้อมไปด้วยเลือด กระจกทุกบานแตกละเอียด กำแพงมีรอยเล็บที่ดูเหมือนโดนลากไปตามทาง บริเวณพื้นมีเลือดท่วมจนเหมือนทะเลตื้นๆ ใต้ทะเลสีเลือดไม่มีเปลือกหอยหรือปู แต่เป็นแขนและเครื่องในของมนุษย์ที่นอนแน่นิ่งอยู่ก้นทะเลตุบ! ตุบ!มีเสียงฝีเท้าที่เดินย้ำเลือดกำลังตรงมาทางบันไดชั้น3 เลือดที่นองอยู่เต็มพื้นค่อยๆกระเพื่อมแรงขึ้นทุกครั้ง เอ็มที่แอบดูอยู่มีอาการสั่นกลัวจนอยากหนีไปจากตรงนี้ แต่อีกใจของเค้าก็อยากรู้ว่ามันคืออะไร จนในที่สุดมันก็เผยร่างออกมาให้เห็น

มนุษย์สามหัวที่ร่างกายเต็มได้ด้วยรอยเย็บที่เหมือนนำชิ้นส่วนต่างๆมาเย็บติดกัน ผิวหนังตรงที่โดนเย็บมีเลือดซิบออกมาเป็นจำนวนมาก เมื่อมองขึ้นไปที่ศีรษะก็พบว่าดวงตาถูกเย็บปิดไว้ทั้งสามหัว แถมทั้งสามหัวยังใส่ผ้าปิดปากที่เต็มไปด้วยเลือดอีกด้วย แต่ที่ผิดสังเกตก็คือผ้าพันแผลที่พันอยู่ตรงหน้าท้อง มันเหมือนมีบางอย่างอยู่ด้านในซึ่งมีเลือดไหลออกมา เอ็มเริ่มสังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่มันถือมา และเมื่อมองดูดีๆก็พบว่ามันคือหัวของผู้หญิง"..."ตัวบ้าอะไรวะนั่น มนุษย์มีสามหัวงั้นเหรอ..อย่ามาตลกน่า ไม่ใช่เซอร์เบอรัสซะหน่อย แต่ว่าตามันถูกเย็บปิดไว้แสดงว่ามันน่าจะมองไม่เห็น..ไม่สิ หัวคนยังคามืออยู่เลย...หรือว่าเสียง ถ้ามันฆ่ามนุษย์ได้โดยไม่ต้องมอง แสดงว่ามันล่าด้วยการฟังกับดม ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆตรงนี้ที่เราอยู่ก็ไม่ปลอดภัย ต้องออกจากตรงนี้ก่อน เอ็มยังไม่ทันได้ขยับตัวหรือทำอะไรให้เกิดเสียง มนุษย์สามหัวก็หันมามองที่เค้าและส่งเสียงร้องออกมาแว็กกกก!มันวิ่งขึ้นมาหาเอ็มอย่างรวดเร็วพร้อมส่งเสียงดังเหมือนนกกระจอกเทศ เอ็มตั้งสติได้จึงพยายามหนีกลับขึ้นไปชั้นบน ซึ่งเพราะความเคยชินของเค้าบวกกับไม่รู้จะหนีไปไหนเอ็มจึงเลือกวิ่งตรงไปที่ห้องเรียน ที่น่าเหลือเชื่อก็คือ เค้าสามารถหนีรอดมาได้อย่างรวดเร็ว"ระ...รอดด้วยเว้ย มันวิ่งไม่เร็วนี่หว่า แบบนี้ก็เสร็จเราอ่ะสิ"ถึงจะออกตัวเร็วแต่เมื่อวิ่งเป็นระยะไกลแล้วก็ไม่เท่าไร เหมือนกับว่ามันไม่สามารถวิ่งต่อเนื่องได้ ถ้าเป็นแบบนี้ก็ยังพอหนีได้ แต่ถ้าเกิดมันมีหลายตัวก็คงแย่เหมือนกัน ยังไงตอนนี้รีบไปบอกทุกคนที่ห้องก่อนดีกว่าเอ็มวิ่งตรงไปที่ห้องเรียนโดยไม่รู้เลยว่ามีอะไรรอเค้าอยู่ อาจจะเป็นเพราะบรรยากาศของชั้นนี้ที่ไม่ได้เละเทะเหมือนชั้น3 ระเบียงทางเดินที่เอ็มวิ่งอยู่ยังคงสะอาดเรียบร้อยไม่ต่างจากตอนแรกที่เค้าออกมา "แฮ่ก แฮ่ก"หลังจากวิ่งมาด้วยความเร็วในที่สุด เอ็มก็มาถึงหน้าห้อง เค้าหยุดพักหายใจเล็กน้อยก่อนที่จะเปิดประตูเข้าไปและพบกับความจริงที่โหดร้าย"แฮ่ก แฮ่ก นี่ทุกคน-"เอ็มหยุดชะงักทันทีเมื่อเห็นว่าในห้องไม่มีใคร บอล เล็ก ฝ้าย ครู หรือคนอื่นๆ ทุกคนหายไปไหน คำถามมากมายผุดขึ้นมาในหัว ห้องเรียนทำไมมีแต่เลือดกระเด็นอยู่เต็มผนัง ชิ้นส่วนมนุษย์ที่กองอยู่ทั่วห้องคือของใคร โต๊ะเรียนและเครื่องใช้ต่างๆทำไมถึงระเนระนาดแบบนี้"..."เอ็มยืนอึ้งอยู่หน้าประตูห้องเรียน เค้ารู้ได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น เพียงแต่ในใจไม่อยากยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า แสงอาทิตย์รอดผ่านหน้าต่างที่แตกสลาย มันทำให้วิสัยทัศน์ในการมองเห็นดีขึ้นมาอย่างชัดเจน ซึ่งเผยให้เห็นบางอย่างที่อยู่ตรงมุมห้อง "..."นี่มันตัวบ้าอะไรวะเนี่ยเอ็มมีอาการสั่นอย่างเห็นได้ชัด เพราะสิ่งที่อยู่ด้านหน้าคือสัตว์ขนาดใหญ่ที่มีรูปร่างคล้ายจิ้งเหลน แต่มีกล้ามเนื้อและแขนขาเหมือนมนุษย์ คอของมันจัดว่ายาวมากอยู่แล้ว แต่มีลอยย่นที่ดูเหมือนสามารถยืดยาวออกไปได้อีก บริเวณศีรษะมีเขาอยู่สองอัน ซึ่งรูปร่างเหมือนกับแพะซาตานไม่มีผิด มีดวงตาทั้งหมดแปดดวงโดยแบ่งเป็นข้างล่ะสี่ดวง ปากของมันมีขนาดใหญ่พอที่จะสามารถงับคนให้ขาดได้เพียงครั้งเดียว คำว่าสัตว์จึงไม่สามารถใช้เรียกมันได้ แต่ควรเรียกมันว่าสัตว์ประหลาดถึงจะเหมาะที่สุดร่างกายของสัตว์ประหลาดเลอะไปด้วยเลือดที่ไหลออกมาจากปาก ดูเหมือนมันกำลังเคี้ยวอาหารอย่างเอร็ดอร่อย มีเสียงกระดูกแตกดังออกมาเบาๆ บ่งบอกให้เห็นว่ากรามของมันแข็งแรงมาก"...."อย่างร้องไห้ อย่าร้องเด็ดขาด ไม่ว่ายังไงก็ห้ามร้องออกมา ถ้ามันเห็นเราตอนนี้แย่แน่ ต้องหนีแล้ว อาศัยจังหวะที่มันกิน...เพื่อนเราเอ็มยังจำเสียงหัวเราะในตอนที่เดินออกมาจากห้องได้แม่นยำ แต่ตอนนี้มีเพียงเสียงเคี้ยวเนื้อกับกระดูกที่ดังออกมาจากห้อง"..."บอล เล็ก ฝ้าย ทุกคน...ตายหมดแล้วงั้นเหรอ เพื่อนผมตายหมดแล้วจริงๆเหรอ ไม่มีเหลือเลย ไม่เหลืออีกแล้ว..."อย่านะ"มีเสียงผู้หญิงดังมาจากห้องข้างๆ ซึ่งเอ็มรู้ทันทีว่าคือใคร"เบล"เอ็มไม่รอช้าที่จะไปช่วยเบล เค้าค่อยๆย่องออกมาพร้อมกับหยิบขาเก้าอี้ที่หักอยู่มาเป็นอาวุธ"กรี๊ดด"เบลตะโกนกรี๊ดออกมาจนทำให้เอ็มตกใจ เค้าจึงค่อยๆปิดประตูและตะโกนบอกว่า"เบลฉันกำลังไปช่วย"เสียงตะโกนที่ดังทำให้สัตว์ประหลาดรู้ตัว แต่เอ็มก็ปิดประตูและล็อคได้ทันเวลา เค้ารีบวิ่งไปห้องข้างๆเพื่อช่วยเพื่อนคนสุดท้ายที่เหลืออยู่ปึง!เมื่อเอ็มเปิดประตูเข้าไปก็พบกับมนุษย์สามหัวที่กำลังเดินไปหาเบล"อย่าเข้ามานะ"เบลตะโกนออกมาโดยที่ร่างกายเต็มไปด้วยเลือดวินาทีนั้นเอ็มไม่สามารถปล่อยให้เพื่อนที่เหลืออยู่ตายไปต่อหน้าต่อตาได้ เค้ากลัวและสับสนแต่ก็รู้ตัวว่าควรทำอะไรเอ็มวิ่งตรงไปที่ด้านหลังของมนุษย์สามหัวและฝาดด้วยขาเก้าอี้ที่หยิบมา จุดที่เค้าเล็งคือหัวของมันที่อยู่ตรงกลาง ไม้หรือขาเก้าอี้เข้าเป้าอย่างจัง แต่ดูเหมือนแค่แรงตีครั้งเดียวจะไม่เป็นผล"เบลตั้งสติหน่อยสิ ถอยออกมาจากตรงนั้นซะ"เมื่อเบลได้ยินเสียงของเอ็มก็ทำให้สติของเธอกลับมา"เอ็ม"มนุษย์สามหัวเมื่อโดนตีเข้าไปก็เปลี่ยนเป้าหมายหันมาโจมตีเอ็มทันที มันพุ่งตัวเข้าใส่อย่างรวดเร็ว แต่แล้วมันกับเสียหลักล้มหน้าฟาดพื้นจนเลือดไหลออกมา"เกือบไปแล้ว ดีนะที่ห้องเธอมีเศษโต๊ะอยู่ตรงเท้าฉันพอดี แต่แบบนี้ก็ฟันธงได้ว่ามันมองไม่เห็นจริงๆ"ที่เอ็มรอดมาได้ไม่ใช่เพราะโชคช่วย เค้าใช้ไหวพริบและการคาดเดาสร้างสิ่งนี้ขึ้นมา หนึ่ง เอ็มได้ไปเห็นมนุษย์สามหัวที่ชั้น3มา แล้วจากการแอบดูตรงบันได เค้าคลาดเดาว่ามันอาจจะมองไม่เห็นซึ่งก็เป็นเรื่องจริง สอง เพราะรู้อยู่แล้วว่ามันต้องพุ่งเข้าใส่ด้วยเร็ว จึงหาอะไรมาสกัดขาซะก็สิ้นเรื่อง สาม การประคองสติไม่ให้กลัวจนหลับตาในตอนที่โดนพุ่งเข้าใส่ สิ่งนี้สำคัญมาก เพราะถ้าหลบไม่พ้นล่ะก็ ทุกอย่างจะพังลงทันทีเอ็มวิ่งไปหาเบลโดยที่ยืนหยัดอยู่ด้านหน้า มนุษย์สามหัวค่อยๆลุกขึ้นพร้อมกับเลือดที่ไหลออกมา"เบล ฉันจะเข้าไปตีหัวมันอีกรอบ เธอเตรียมวิ่งไปเปิดประตูหลังเลยนะ""จ...จะไหวเหรอเอ็ม"เบลมีอาการกลัวจนเธอใช้มือจับที่ชายเสื้อของเอ็ม"ไหวอยู่แล้ว""..."ใช่แล้ว ไม่ว่ายังไงก็ต้องไหว พวกเราต้องรอด ต้องสู้มันเท่านั้น"ไปเลยเบล วิ่งไปซะอย่าหยุด"
to be continued