หลังจากเดินทางออกจากบ้านตงไป๋อี้มาได้สักพัก เฟยหรงก็นั่งทบทวนครุ่นคิดเื่ต่างๆนึกเื่เกี่ยวกับทั้ง6อาณาจักรไปพลางทุกสิ่งทุกอย่างที่นางรู้คือพรที่ได้มาจากท่านเทพดังนั้นข้อมูลที่ย่อมไม่ผิดอย่างแน่นอนผ่านไปกว่า3ชั่วยาม รถม้าก็หยุดลงที่น้ำตกแห่งหนึ่ง
"พักให้ม้าดื่มน้ำก่อนนะขอรับคุณหนู"คนคุมรถม้าเอ่ยขึ้น เฟยหรงจึงออกมาด้านนอกเพื่อยืดเส้นยืดสายและรับลมใจหนึ่งก็อยากที่จะไปถึงไวๆแต่อีกใจก็สงสารทั้งคนทั้งม้าที่มากับนางด้วย
...ถ้าไปคนเดียวได้ก็ดีสิ...คิดแล้วก็อดที่จะถอนหายใจไม่ได้
"เดี๋ยวบ่าวจะไปเตรียมน้ำชากับของว่างให้นะเ้าคะ"มี่ถงเอ่ย
"ได้ อย่าลืมเตรียมให้...เอ่อท่านคนคุมรถม้าท่านชื่ออะไร" เฟยหรงหันไปถามคนที่กำลังจูงม้าไปที่น้ำตก
"ข้าหรือ? ข้าชื่อจิ้นฝานขอรับ"จิ้นฝานเอ่ยขึ้นด้วยความประหลาดใจเฟยหรงคลี่ยิ้มเล็กน้อยแล้วพยักหน้าหันมาหามี่ถงต่อ
"เ้าเตรียมให้เขาด้วยแล้วกันเขาอุส่าเหนื่อยพาพวกเรามา" เฟยหรงเอ่ยขึ้นทำให้จิ้นฝานเลิกคิ้วเล็กน้อย
นอกจากท่านไป๋อี้ก็มีท่านเฟยหรงนี่แหละที่ใจดีกับคนหน้าตาอัปลักษณ์แบบเขาแต่ไหนแต่ไรมาก็มักจะโดนรังเกียจเพราะว่าเขานั้นทั้งตัวดำและหน้าตาอัปลักษณ์จิ้นฝานได้ไปอี้เก็บมาเลี้ยงั้แ่เยาว์วัย นางช่วยสั่งสอนเขาในเื่ต่างๆจนเติบโตเป็ชายหนุ่มรูปร่างกำยำเป็สายลับที่มีฝีมือมากในหมู่สายลับของไป๋อี้แต่ก็ยังคงหน้าตาอัปลักษณ์เช่นนี้ไว้แต่อย่างไรก็ตามเขาสัญญาว่าจะจงรักภักดีกับไป๋อี้แต่เพียงผู้เดียว...แต่ตอนนี้เขาอาจจะมีอีกคนที่ให้ความจะจงรักภักดีก็ได้
เมื่อจิ้นฝานพาม้ากลับมาจากกินน้ำเขาก็เห็นว่ามี่ถงกำลังต้มน้ำชาบนกองไฟอยู่ข้างๆเฟยหรงนางกำลังใช้กิ่งไม้ขีดเขียนและวาดบางอย่างลงบนพื้นดิน
"ทำอะไรหรือขอรับคุณหนู"จิ้นฝานชะโงกหน้าเข้าไปดูด้วยความที่เป็สายลับมานานจึงติดนิสัยอยากรู้อยากเห็นแต่ตัวอักษรที่เฟยหรงเขียนนั้นดูพิลึกพิลั่นชอบกลทั้งนางยังโยงลูกศรโยงไปมาจนคนดูยังตาลาย เฟยหรงจึงคลี่ยิ้มเล็กน้อย
"ความลับ"เฟยหรงหัวเราะเบาๆแล้วขีดเขียนคำ 'ภาษาอังกฤษ' และปล่อยให้จิ้นฝานงงต่อไป ผ่านไปไม่นานมี่ถงก็ต้มชาเสร็จนางก็ตักชาใส่ถ้วยให้ทั้งจิ้นฝาน เฟยหรงและรวมทั้งตัวเองด้วย
"จะว่าไปท่านจิ้นฝานเป็คนของท่านป้าใช่หรือไม่เ้าคะ"เฟยหรงเงยหน้าถาม แววตาใสซื่อแต่เจือความจริงจังของเฟยหรงทำเอาจิ้นฝานอดที่จะสำลักน้ำชาไม่ได้
"แค่กๆๆ ขะ ขอรับ"เขาสักลักเบาๆแล้วจึงตอบไป
"อ่าเช่นนั้นท่านก็คงเป็จอมยุทธที่ท่านป้าให้ติดตามข้าสินะเ้าคะ" จิ้นฝานไม่ได้ตอบเพียงพยักหน้าเบาๆเห็นดังนั้นเฟยหรงก็กลับมาขีดเขียนตัวอักษรลงบนพื้นต่อ
"เหตุใดคุณหนูไม่เขียนในกระดาษขอรับ"จิ้นฝานถาม
"พื้นที่มันไม่พอน่ะ"เฟยหรงเอ่ยขึ้น จิ้นฝานจึงมองตัวอักษรที่เฟยหรงเขียนก็พบว่ามันแผ่ขยายกินพื้นที่จากตอนแรกไปมากทีเดียว
"แล้วเหตุใดคุณหนูถึงอยากไปเมืองหนานหนิงก่อนขอรับ"ทั้งๆที่เมืองอื่นอยู่ใกล้กว่า แม้ประโยคหลังจะไม่ได้พูดออกไปแต่เฟยหรงก็เข้าใจได้
"ข้าอยากได้ของบางอย่าง"เฟยหรงตอบ ทั้งสามคนนั่งพักกันสักครู่แล้วออกเดินทางต่อเฟยหรงวาดอักขระบางอย่างในขณะที่จิ้นฝานและมี่ถงไม่เห็นเป็อักขระไว้ป้องกันตัวรถม้าเพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุและชำรุดเสียหาย
2วันผ่านไป
รถม้าของเฟยหรงกำลังเคลื่อนเข้าตัวเมืองหนานหนิงทั้งเมืองรายล้อมไปด้วยบรรยากาศสงบสุข ผู้คนต่างยิ้มแย้มให้กันไม่มีเื่ทะเลาะวิวาทหรืออันตรายที่ไหน เฟยหรงเปิดหน้าต่างรถม้าออกมาแล้วมองออกไปด้านนอกจากการสำรวจด้วยสายตาคร่าวก็พบว่าเมืองหนานหนิงแห่งนี้เป็เมืองเล็กๆที่ไม่มีอะไรมากทางด้านตะวันตกของเมืองปรากฎให้เห็นูเาน้ำแข็งขนาดใหญ่ซึ่งอีกฝั่งนั้นก็คืออาณาจักรพยัคฆ์เหมันต์
จิ้นฝานคุมรถม้าให้ไปที่โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งในเมืองด้านหน้ามีป้ายเขียนว่า 'โรงเตี๊ยมตระกูลฝู่'ด้านในตกแต่งด้วยตะเกียงและพรรณไม้ต่างๆดูงดงามไม่น้อยเมื่อสตรีทั้งสองลงจากรถม้าเฟยหรงก็ให้จิ้นฝานนำม้าไปยังโรงเก็บรถม้าของโรงเตี๊ยมจากนั้นนางจึงเข้ามาด้านในการปรากฏตัวของหญิงสาวทั้งสองไม่ได้สร้างความแปลกใจให้ผู้คนด้านในนักเพราะยังไงที่นี่ก็เป็เมืองท่องเที่ยวจึงไม่แปลกที่จะมีสตรีหน้าตาหมดจดงดงามและแต่งกายอย่างจอมยุทธ์ผ่านเข้ามา
เฟยหรงมองไปรอบๆไม่นานเสี่ยวเอ้อก็ออกมาต้อนรับทั้งสอง
"เชิญขอรับคุณหนูไม่ทราบว่า้าอะไรหรือ" เสี่ยวเอ้อเอ่ยขึ้นอย่างนอบน้อม
"ข้า้าจองห้องพักสัก3ห้อง 3วัน2คืนแล้วก็นำอาหารสักสี่ห้าอย่างและข้าวสำหรับสามคนมาให้ด้วยนะข้าจะนั่งรอตรงนี้" เฟยหรงเอ่ยขึ้นแล้วเดินไปนั่งในร้านอาหารของโรงเตี๊ยม
"ขอรับ"แล้วเสี่ยวเอ้อก็เดินไปสั่งกับพ่อครัวและหันไปสั่งกับคนอื่นๆให้เตรียมห้องพัก
เฟยหรงนั่งได้สักครู่จิ้นฝานก็เดินเข้ามาแม้จะเป็เมืองที่มีผู้คนมีความสุขและสงบสุขแต่สายตารังเกียจที่ส่งมาให้จิ้นฝานจนรู้สึกได้เช่นกันแต่อย่างไรเ้าตัวก็ชินกับการถูกจับจ้องด้วยสายตารังเกียจอยู่แล้ว
"คุณหนูขอรับเดี๋ยวข้าจะไปนอนที่โรงเก็บม้านะขอรับ" จิ้นฝานกำลังจะหันหลังกลับ
"เดี๋ยวสิ ข้าจองห้องให้เ้าแล้วมาอยู่ห้องใกล้ๆกันเ้าจะได้ดูแลพวกเราได้" จิ้นฝานเลิกคิ้วแม้ในขณะเดินทางเฟยหรงจะไม่มีท่าทีรังเกียจตนและดีกับตนมากก็ตามแต่ไม่นึกว่านางจะใส่ใจเขามากถึงเพียงนี้
"ขอรับ"จิ้นฝานว่าแล้วทำท่าจะเดินออกจากที่นั่นอีกครั้ง
"เดี๋ยวสิ เ้าจะไม่กินข้าวหรือมาๆนั่งกับพวกข้า" เฟยหรงผายมือที่นั่งที่ว่างให้จิ้นฝาน
"จะดีหรือขอรับคุณหนู" เขาถามเฟยหรงจึงพยักหน้ายิ้มๆ เขาจึงเดินมานั่ง
ทั้งสามคุยกันเื่ต่างๆไปเรื่อยๆโชคดีที่จิ้นฝานเป็คนของไป๋อี้ที่ออกท่องเที่ยวสืบหาข่าวในหลายๆเมือง จึงมีเื่สนุกมากมายมาเล่าให้เฟยหรงฟังแก้เบื่อได้บ้างมี่ถงเองเมื่อเห็นเฟยหรงมีความสุขนางก็พลอยมีความสุขด้วยจากนั้นก็มีเสี่ยวเอ้อยกถาดน้ำชาและอาหารมาวางไว้แล้วทั้งหมดก็ลงมือทานอาหารตรงหน้าด้วยความหิว
ตอนขณะนั้นเองเฟยหรงก็คิดว่าจะเริ่มหาเงินมาใช้เพราะเงินส่วนตัวที่ได้มาก่อนหน้านั้นใกล้จะหมดแล้วคิดได้ดังนั้นนางก็เรียกเสี่ยวเอ้อมา
"ข้าว่าจะไปเดินในเมืองสักหน่อยแล้วเอาสมุนไพรและของบางอย่างที่ได้มาไปขายจะนำไปขายได้ที่ใดบ้างหรือ" นางถามเสี่ยวเอ้อตรงหน้า
"โรงเตี๊ยมตระกูลหลิวขอรับเป็โรงเตรียมที่ให้ราคายุติธรรมที่สุดแล้วในเมืองแห่งนี้อยู่ถัดจากที่นี่ไปอีกเพียงสองมุมถนน ที่นั่นรับซื้อของทุกอย่างทั้งจำนำของและนำของออกประมูล" เฟยหรงเมื่อได้ข้อมูลมาแล้วนางก็ส่งเงินให้เสี่ยวเอ้อไปเป็ค่าตอบแทน
"เหตุใดคุณหนูจึงเอาของไปขายหรือเ้าคะ"มี่ถงถาม
"ก็เงินใกล้จะหมดแล้วน่ะ ถึงข้าจะได้เงินจากที่บ้านมาแต่ก็ไม่พอใช้ทั้งเดือนหรอก"โดยเฉพาะของที่นางซื้อในตอนที่เดินทางก็ทำให้เงินพร่องไปกว่าครึ่งแล้ว
"เ้าค่ะ" มี่ถงพยักหน้าเข้าใจ
จากนั้นทั้งสามคนก็เดินทางมาที่โรงเตี๊ยมตระกูลหลิวเป็โรงเตี๊ยมสูงใหญ่สร้างจากไม้เนื้อดี อีกทั้งมีอักขระอยู่ในเนื้อไม้อีกด้วยดูไปก็คงเป็อักขระป้องกันการโจมตีและป้องกันการสึกกร่อนของไม้ถึงจะลงอักขระไว้ไม่ดีนักแต่ก็ถือว่าไม่เลวเฟยหรงให้มี่ถงและจิ้นฝานรออยู่ด้านนอกแล้วจึงเดินเข้าไปยังด้านใน
เฟยหรงเดินเข้ามาด้านในโรงเตี๊ยมก็พบกับผู้เฒ่าและชายวัยกลางคนที่กำลังพูดคุยกันเมื่อทั้งสองเห็นเฟยหรงก็เลิกคิ้วอย่างแปลกใจ
"มีอะไรให้โรงเตี๊ยมตระกูลหลิวรับใช้หรือแม่นางน้อย"ชายวัยกลางคนถามขึ้น เฟยหรงจึงนำของในกำไลหยกออกมาเป็เม็ดโอสถที่เฟยหรงหลอมขึ้นบรรจุไว้ภายในขวดโหล กะดูแล้วคงมีไม่ต่ำกว่า50เม็ดและทุกเม็ดก็เป็สีทองระดับยาสูงมากจนทำให้ชาวัยกลางคนและผู้เฒ่ามองหน้ากันด้วยความตกตะลึงและที่น่าสนใจกว่านั้นคือกำไลอักขระสีแดงชาดของนาง
"ข้าจะนำเม็ดยาทะลวงระดับขั้นเหล่านี้มาขายเชิญท่านตรวจสอบ"เมื่อได้ยินว่าเม็ดยาทะลวงระดับขั้นทั้งสองก็เบิกตากว้างแล้วรับมาตรวจสอบทันทีชายวัยกลางคนเปิดขวดโหลทันใดนั้นปรานที่อัดอยู่ภายในก็แผ่กลิ่นอายระดับจอมทัพออกมาราวกับเขื่อนแตก
"มแม่นางเ้าแน่ใจหรือว่าจะขายจริงๆ เก็บไว้เองไม่ดีกว่าหรือ!"ชายวัยกลางคนเอ่ยออกมาแต่ก็เก็บซ่อนเสียงตื่นเต้นไว้ไม่อยู่
"ข้าจะขาย" เฟยหรงเอ่ยยืนยันนางไม่ได้เอะใจเลยว่ายาระดับนี้นั้นหายากแค่ไหน
"แล้วท่านจะให้ราคาเท่าไหร่หรือท่านลุง"เฟยหรงถาม
"รอข้าปรึกษากับท่านผู้นี้สักครู่นะแม่นาง"จากนั้นเขาก็ส่งลมปรานไปถามผู้เฒ่าข้างๆ เพียงไม่นานทั้งสองก็หันกลับมา
"เม็ดยาพวกนี้ข้าให้ราคา2หมื่น5พันเหรียญทอง" เมื่อรู้ราคาที่ได้เฟยหรงก็เบิกตากว้าง
"มันไม่เยอะไปหรือท่านลุง"เงินขนาดนั้นซื้อบ้านขนาดเล็กได้ทั้งหลังเชียวนะ!
"นี่ถือว่าสมราคาแล้วแม่นางเม็ดยาพวกนี้เม็ดหนึ่งก็ราวๆ500เหรียญทองแล้ว"ชายวัยกลางคนเอ่ยเฟยหรงจึงพยักหน้าเข้าใจ แล้วนำกระบี่เล่มหนึ่งออกมา กระบี่เล่มนี้นางทำขึ้นจากหินธรรมดาหนัก20จิน เฟยหรงลงอักขระไว้ให้มันมีความทนทานและแข็งแกร่งเมื่อทั้งสองคนเห็นก็เบิกตากว้างเพราะััได้ถึงความแข็งแกร่งจากตัวกระบี่
"ถ้างั้นกระบี่ทลายภูผาเล่มนี้ท่านให้ราคาเท่าไหร่หรือ"เฟยหรงยื่นให้ชายวัยกลางคน เขารับมาแล้วส่งให้ผู้เฒ่าด้านข้างผู้เฒ่าเพ่งพินิจกระบี่เล็กน้อยแล้วพยักหน้า
"กระบี่อักขระนี่ข้าให้2หมื่นเหรียญทองแม่นางน้อย" ผู้เฒ่าผู้นั้นพูดขึ้นเฟยหรงไม่คิดว่าแค่ลงอักขระไม่กี่ตัวก็สามารถให้ราคาได้สูงเช่นนี้
"มะมากขนาดนั้นเชียวหรือท่านผู้เฒ่า" เฟยหรงเงยหน้าถาม เพราะหากขายไปคงมีเงินไว้เที่ยวเล่นอีกเป็เดือนๆ
"กระบี่เล่มนี้มีความแข็งแกร่งทนทานจากการลงอักขระข้าพึ่งจะเคยเห็นกระบี่ระดับนี้เป็ครั้งแรก แล้วก็ข้าชื่อ หลิว หยงเถาและนี่บุตรชายข้าหลิว หยงเกาแต่แม่นางน้อยเรียกข้าว่าท่าปู่เถิดข้าถูกชะตากับเ้า" หลิวหยงเถาเอ่ยขึ้น
"ยินดีที่ได้รู้จักเ้าค่ะท่านผู้เฒ่าหลิวและท่านลุงหลิวข้าแซ่เว่ย นามเฟยหรงเ้าค่ะ"เมื่อได้ยินชื่อของนางผู้เฒ่าหลิวก็ครุ่นคิดเล็กน้อย
"เว่ย...หรือเ้าคือคนตระกูลเว่ย"ผู้เฒ่าหลิวถาม มีผู้ใดในอาณาจักรบ้างจะไม่รู้จักตระกูลเว่ย ตระกูลของแม่ทัพเว่ยชางลี่ ผู้แข็งแกร่งที่ยกทัพไปโจมตีพวกก่อฏเมื่อสองปีก่อนจนชนะกลับมาสร้างชื่อเสียงให้อาณาจักรมากมาย
"ท่านรู้จักตระกูลข้าหรือความจริงแล้วข้าเป็บุตรสาวคนเล็กของตระกูลเ้าค่ะแต่ตอนนี้ออกเดินทางท่องเที่ยวอยู่"นางเอ่ยขึ้นจึงทำให้ผู้เฒ่าหลิวพยักหน้าเข้าใจ
“อืม ข้าพอจะได้ยินมาบ้างว่าตระกูลเว่ยมีบุตรสาวคนหนึ่ง”
"เดี๋ยวข้าจะไปเตรียมเงินให้นะแม่นางน้อยโปรดรอสักครู่"หยงเกาเอ่ยขึ้นกลางวงสนทนาแล้วเดินเข้าไปด้านหลังร้านเพื่อเตรียมเงินให้นางไม่นานก็เดินกลับมาพร้อมแหวนมิติสีเหลือทองแล้วนำเงิน4หมื่น5พันเหรียญทองออกมา
“นี่เงิน เชิญแม่นางตรวจสอบ”
"ขอบคุณเ้าค่ะ"นางนำเงินทั้งหมดมาใส่ในแหวนมิติหยก
"เช่นนั้นข้าขอตัวก่อนนะเ้าคะ"สตรีผู้เยาว์คารวะทั้งสอง
“อืมไว้โอกาสหน้ามาใช้บริการร้านของเราอีกนะแม่นางน้อย” ผู้เฒ่าหลิวคลี่ยิ้ม
“เ้าค่ะ” เฟยหรงพยักหน้าแล้วเดินออกมาจากโรงเตี๊ยมไป
ส่วนผู้าุโทั้งสองก็หันมองหน้ากันด้วยความรู้สึกแตกต่างกันไป