ภาพเหตุการณ์ทั้งหลายเมื่อครู่เริ่มเลือนรางหายไปและแทนที่ด้วยกลุ่มหมอกสีเทาจาง ๆผู้ที่เคยมองดูอยู่ตรงมุมห้องอย่างทีปกรยังคงมีอาการใจสั่นและหายใจไม่ทั่วท้องด้วยความสงสารหญิงสาวที่เคยอยู่เบื้องหน้าแม้ความคิดอยากจะตรงเข้าไปช่วยเหลือเธอสักเพียงใดก็ตาม แต่ร่างกายกลับสวนทางกันโดยสิ้นเชิงทำได้เพียงแค่ยืนมองเธอถูกล่วงละเมิดไปจนถึงช่วงเวลาที่เธอไม่มีลมหายใจความรู้สึกหดหู่ใจจากสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ทำให้อยากจะจับตัวผู้กระทำความผิดที่เป็นภัยต่อสังคมมารับโทษเสียเหลือเกินเพราะผู้หญิงคนหนึ่งไม่ควรต้องมาจบชีวิตลงอย่างง่ายดายเพียงแค่ความมักมากในกามของชายผู้หนึ่งและความเห็นแก่เงินของชายอีกผู้หนึ่ง
“พี่เห็นแล้วใช่ไหมว่าหนูตายยังไง”ผู้ที่ถูกล่วงละเมิดพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือพร้อมปรากฏร่างให้เห็นทีปกรได้แต่พยักหน้าน้อย ๆ ตอบรับด้วยความเห็นใจในโชคชะตาอันแสนจะโหดร้ายของหญิงสาว
“หนูแค่อยากให้พี่ช่วยหาร่างของหนูให้เจอและเอาตัวคนผิดไปรับโทษ”ผู้ถูกกระทำส่งสายตาในเชิงขอร้องทำให้ชายหนุ่มร่างบอบบางฉุกคิดได้ว่าที่วิญญาณของหญิงสาวยังไม่ไปจากโรงแรมนี้อาจเป็นเพราะต้องการความยุติธรรมให้กับตนเองเสียก่อนก็เป็นได้
“พี่ช่วยหนูด้วยนะ”ทีปกรพยักหน้าตอบรับอย่างหนักแน่นเพราะเป็นสิ่งที่ตรงกับใจอยู่แล้วว่าจะให้ความช่วยเหลือวิญญาณหญิงสาวที่น่าสงสารตนนี้แต่ปัญหาติดตรงที่เมื่อมองไปรอบกายก็พบเพียงความว่างเปล่าจึงไม่รู้ว่าจะต้องกลับไปด้วยวิธีใด
“ก่อนที่พี่จะช่วยเธอได้พี่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพี่อยู่ที่ไหน แล้วจะกลับไปช่วยเธอได้ยังไง”
“เดี๋ยวหนูจะพาพี่กลับไปเองแต่พี่ต้องช่วยหนูให้ได้นะ หนูอยากหลุดออกไปจากที่นี่เสียที” ทันทีที่จบบทสนทนาลมวูบหนึ่งก็พัดพาให้ดวงจิตของทีปกรลอยไปไกลแสนไกล
ทีปกรลืมตาขึ้นน้อยๆ อย่างคนอ่อนแรง เมื่อได้สติก็รับรู้ถึงอาการปวดศีรษะตรงจุดที่เพิ่งโดนของแข็งกระทบไปเมื่อครู่เส้นเลือดจากขมับเต้นตุบ ๆ จนปวดร้าวไปทั้งแถบคล้ายจะระเบิดออกมาให้ได้แต่ประสาทสัมผัสในส่วนของการรับกลิ่นยังคงทำงานได้เป็นอย่างดีเมื่อกลิ่นคาวเลือดบนศีรษะลอยเตะจมูกเข้าอย่างจังจึงทำให้เจ้าตัวต้องยกมือขึ้นมากดแผลเพื่อหยุดเลือดนั้นและกวาดสายตาไปรอบ ๆก็เห็นพนักงานหนุ่มเจ้าปัญหากำลังใช้ค้อนงัดไม้อัดที่วางทับด้านบนเตียงให้เปิดขึ้นจึงทำให้พบกับสิ่งที่อยู่ด้านในซึ่งมีลักษณะคล้ายถุงพลาสติกขนาดใหญ่ที่มนุษย์คนหนึ่งสามารถเข้าไปอยู่ในนั้นได้
"อื้อฮือ กลิ่นโคตรเหม็นเลย อุตส่าห์ห่อตั้งห้าชั้นแถมเปิดแอร์แรง ๆทั้งวันทั้งคืนแล้วนะ ยังจะเล็ดลอดออกมาอีกเหรอวะเนี่ย"พนักงานหนุ่มผู้ก่อเหตุทำจมูกย่นบ่นอุบอิบเสียงอู้อี้กับตัวเองเนื่องจากกลิ่นเหม็นเน่าคล้ายซากสัตว์แทรกซึมออกมาจากช่องว่างของซิปลอยขึ้นมาปะทะกับจมูกอย่างจังจนรู้สึกคลื่นไส้จึงทำให้ต้องหันไปหาผ้าผืนเล็กมาปิดจมูกเพื่อที่จะทำงานต่อไปได้แต่สายตาดันเหลือบไปเห็นเหยื่อรายใหม่ไม่ได้ตายอย่างที่คิด
“อ้าวตายยากจริง ๆ เลยนะครับคุณลูกค้าแต่ไม่เป็นไรนะครับเดี๋ยวทุกอย่างก็จบและห้องนี้ก็จะกลายเป็นความลับต่อไป” พนักงานหนุ่มแสยะยิ้มพร้อมเดินเข้ามาใกล้ชายหนุ่มร่างบอบบางที่กำลังกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่ริมกำแพง
“แกจะทำอะไรฉัน”เจ้าของร่างบอบบางพูดออกมาได้เพียงเสียงแหบพร่าเท่าเสียงกระซิบเท่านั้นเพียงเพราะความเจ็บปวดบนศีรษะทำให้ไม่สามารถต่อสู้หรือขัดขืนแรงของผู้ชายที่มีขนาดตัวใหญ่กว่าซึ่งกำลังจับขาทั้งสองข้างของตนลากไปยังเตียง
“ใครก็ได้ช่วยผมด้วย”ทีปกรเริ่มหายใจถี่ขึ้นเมื่อรู้ว่ากำลังจะถึงที่ตายและพยายามพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรงเต็มทน
“ไม่มีใครช่วยคุณได้หรอกเก็บแรงไว้หายใจเป็นครั้งสุดท้ายจะดีกว่านะครับ” พนักงานหนุ่มยังคงพยายามลากร่างของทีปกรอย่างต่อเนื่องแต่ลากเท่าไรก็ยังไม่ไกลจากจุดเดิมเสียที “ตัวเล็กแค่นี้ ทำไมหนักจังเลยวะ”
“หนูจะช่วยถ่วงเวลาให้พี่เอง”